ads.txt

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การไฟฟ้านครหลวง ข้อที่ 11-20

 


ข้อที่ 11

โจทย์: พิจารณาบทความต่อไปนี้: 'กฟน. เร่งเดินหน้าโครงการ MEA Smart Metro Grid ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำสถิติใหม่ในเดือนเมษายน 2569 โดยระบบดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาไฟฟ้าขัดข้องได้กว่า 40% และรองรับการเติบโตของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา' ข้อใดเป็นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุดจากบทความข้างต้น?


ตัวเลือก:

ก. MEA Smart Metro Grid ถูกสร้างขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิในเขตกรุงเทพมหานคร

ข. ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในเขตเมืองขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ค. เทคโนโลยีโครงข่ายอัจฉริยะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการไฟฟ้าในช่วงวิกฤตความร้อนและรองรับนโยบาย EV

ง. ในปี 2569 ประชาชนในเขต กฟน. จะไม่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับอีกต่อไป


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุชัดเจนถึงประโยชน์ของ MEA Smart Metro Grid ใน 2 ด้าน คือ 1) ลดเวลาไฟฟ้าขัดข้อง (ประสิทธิภาพการจัดการ) โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัด (วิกฤตความร้อน) และ 2) รองรับสถานีชาร์จ EV ที่เพิ่มขึ้น


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะระบบไม่ได้ลดอุณหภูมิ ข้อ ข ผิดเพราะเป็นการกลับเหตุเป็นผล (ระบบไฟฟ้าต้องมั่นคงเพื่อรองรับสถานีชาร์จ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจำนวนสถานี) ข้อ ง ผิดเพราะอ้างเกินจริง

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ใช้คำว่า 'ไม่...อีกต่อไป' (ง) ซึ่งเป็นการสรุปที่เกินความจริง (Extreme Conclusion) จากบทความที่บอกเพียงว่า 'ลดระยะเวลาลง'


==============================


ข้อที่ 12

โจทย์: ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานปี 2569 หากเจ้าหน้าที่ กฟน. 'จงใจ' ไม่เข้าซ่อมแซมสายไฟฟ้าที่ชำรุดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตน ทั้งที่มีหน้าที่และอุปกรณ์พร้อมเพียงเพราะต้องการกลั่นแกล้งผู้ใช้ไฟฟ้ารายหนึ่งที่เป็นศัตรูส่วนตัว จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจของผู้ใช้ไฟฟ้ารายนั้น การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 อย่างไร?


ตัวเลือก:

ก. เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

ข. เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อซึ่งไม่มีโทษทางอาญา

ค. ไม่ผิดมาตรา 157 เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทรัพย์สินเป็นของตนเอง

ง. ผิดมาตรา 149 (เรียกรับสินบน) เพราะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: มาตรา 157 ครอบคลุมทั้ง 'การปฏิบัติหน้าที่' และ 'การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่' โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด การจงใจไม่ซ่อมแซมเพื่อกลั่นแกล้งถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยมิชอบและมีเจตนาพิเศษให้เกิดความเสียหาย

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

สูตรจำ: 157 = ทำมิชอบ / ไม่ยอมทำ / ทำเพื่อแกล้ง / แสวงประโยชน์


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ผิดเพราะโจทย์ระบุว่า 'จงใจ' ไม่ใช่ประมาท ข้อ ค เข้าใจผิดเรื่ององค์ประกอบความผิด (ไม่ต้องได้ทรัพย์ก็ผิดได้) ข้อ ง ฐานความผิดไม่ตรง (ไม่มีการเรียกรับเงิน)

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค กฎหมายมาตรา 157 ไม่จำเป็นต้องได้ทรัพย์สิน (ทุจริต) เพียงแค่ต้องการให้คนอื่น 'เสียหาย' ก็ผิดแล้ว


==============================


ข้อที่ 13

โจทย์: Read the following statement and identify the main purpose: "MEA reminds customers to verify the identity of any technician claiming to be from the utility via the MEA Smart Life app to prevent fraud and ensuring home security during the summer peak period."


ตัวเลือก:

ก. To announce a new promotion for the MEA Smart Life app.

ข. To recruit new technicians for the upcoming summer season.

ค. To warn customers about potential scams and provide a verification method.

ง. To explain the technical requirements for home security systems.


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: The key phrases 'reminds customers to verify', 'prevent fraud', and 'ensuring security' clearly point to a warning/safety advisory purpose.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็นเพียงเครื่องมือไม่ใช่เป้าหมายหลัก ข้อ ข และ ง ไม่มีการกล่าวถึงในข้อความ

ระวังหลุมพราง: อย่าไปโฟกัสที่คำว่า 'Smart Life app' จนคิดว่าเป็นแค่การโปรโมทแอป (ก) วัตถุประสงค์หลักคือความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า


==============================


ข้อที่ 14

โจทย์: ในกรณีที่ กฟน. มีคำสั่งทางปกครอง 'ไม่อนุญาต' ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เข้ากับระบบจำหน่าย หากบุคคลนั้นต้องการอุทธรณ์คำสั่ง จะต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาเท่าใด ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539?


ตัวเลือก:

ก. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ข. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ค. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ง. ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 44 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับมาตรา 48 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรี และไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ไว้ ให้คู่กรณียื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44

สูตรจำ: อุทธรณ์ (ต่อเจ้าหน้าที่) 15 วัน / ฟ้อง (ต่อศาล) 90 วัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เร็วเกินไปไม่มีในมาตราหลัก ข้อ ค เป็นเวลาพิจารณาอุทธรณ์ของเจ้าหน้าที่ (ไม่ใช่เวลายื่น) ข้อ ง เป็นระยะเวลาฟ้องศาลปกครอง

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับระยะเวลาฟ้องศาลปกครอง (90 วัน) โจทย์ถามเรื่องการ 'อุทธรณ์' ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนฟ้องศาล


==============================


ข้อที่ 15

โจทย์: เจ้าพนักงานของ กฟน. ผู้มีหน้าที่รักษาเงินสดรับจากการชำระค่าไฟฟ้า ได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท ไปใช้ส่วนตัวโดยมีเจตนาจะนำมาคืนในวันรุ่งขึ้นก่อนทำการปิดงบประจำวัน การกระทำนี้ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใด และมีความผิดสำเร็จแล้วหรือไม่?


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147 (ยักยอก) ความผิดยังไม่สำเร็จเพราะมีเจตนาจะนำมาคืน

ข. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) เท่านั้น เพราะเงินยังไม่ได้หายไปจากระบบถาวร

ค. มาตรา 147 (ยักยอก) ความผิดสำเร็จทันทีเมื่อเบียดบังทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต

ง. มาตรา 148 (ใช้อำนาจข่มขืนใจ) เพราะเป็นการเอาเงินมาโดยอาศัยอำนาจหน้าที่


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 147 บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ต้องระวางโทษ... การเบียดบังเงินไปใช้ส่วนตัวแม้เพียงชั่วคราวถือเป็น 'ความผิดสำเร็จ' แล้ว และถือว่ามีเจตนาทุจริตทันทีตามบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกา (เช่น ฎีกา 2236/2551)

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

สูตรจำ: เจ้าหน้าที่ + รักษาทรัพย์ + เบียดบัง = 147 (ยักยอกหลวง) คืนก็ไม่รอด!


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดที่ผลทางกฎหมาย ข้อ ข มาตรา 157 เป็นบททั่วไปแต่เมื่อผิดบทเฉพาะ (147) แล้วต้องลงบทเฉพาะ ข้อ ง ฐานความผิดไม่ตรงกับพฤติการณ์ (ไม่มีการข่มขืนใจบุคคลอื่น)

ระวังหลุมพราง: หลุมพรางคือคำว่า 'จะนำมาคืน' (ก) หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าคืนแล้วไม่ผิด หรือเป็นเพียงพยายาม แต่ในกฎหมายอาญาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เมื่อเบียดบังไปแล้วถือว่าสำเร็จทันที


==============================


ข้อที่ 16

โจทย์: ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง Solar Cell และการซื้อรถ EV หากธนาคารออมสินกำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 3.5% ต่อปี โดยรัฐบาลช่วยอุดหนุนดอกเบี้ย (Interest Subsidy) ให้ผู้กู้ 1.5% ต่อปี ในวงเงินกู้รายละ 2 ล้านบาท อยากทราบว่าใน 1 ปีแรก ผู้กู้จะประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้เท่าใดเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยปกติ และรัฐบาลต้องเตรียมงบประมาณอุดหนุนดอกเบี้ยรวมทั้งหมดเท่าใดหากมีผู้กู้เต็มวงเงินโครงการ?


ตัวเลือก:

ก. ประหยัดได้รายละ 30,000 บาท, งบอุดหนุนรวม 75 ล้านบาท

ข. ประหยัดได้รายละ 30,000 บาท, งบอุดหนุนรวม 150 ล้านบาท

ค. ประหยัดได้รายละ 70,000 บาท, งบอุดหนุนรวม 75 ล้านบาท

ง. ประหยัดได้รายละ 70,000 บาท, งบอุดหนุนรวม 175 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามประกาศนโยบายรัฐบาลเมษายน 2569: 1) การประหยัดดอกเบี้ยรายบุคคล: คิดจากส่วนต่างที่รัฐอุดหนุน 1.5% ของวงเงินกู้ 2,000,000 บาท = 2,000,000 x 0.015 = 30,000 บาทต่อปี 2) งบประมาณอุดหนุนรวม: คิดจากส่วนต่าง 1.5% ของวงเงินโครงการทั้งหมด 5,000 ล้านบาท = 5,000,000,000 x 0.015 = 75,000,000 บาท หรือ 75 ล้านบาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ข และ ง ออกเพราะคำนวณงบอุดหนุนรวมผิด (ใช้ 3% แทน 1.5%) ตัดข้อ ค เพราะคำนวณยอดประหยัดรายบุคคลผิด

ระวังหลุมพราง: ระวังอย่าสับสนระหว่าง 'อัตราดอกเบี้ยที่ผู้กู้ต้องจ่ายจริง (2%)' กับ 'อัตราที่รัฐอุดหนุน (1.5%)' โจทย์ถามหาส่วนที่ประหยัดได้และงบอุดหนุน ต้องใช้ 1.5% ในการคำนวณ


==============================


ข้อที่ 17

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) หากเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้พิจารณาคำขออนุญาตติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็น 'พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน' กับเจ้าของบริษัทผู้ยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 13 อย่างไร?


ตัวเลือก:

ก. พิจารณาต่อไปได้หากมั่นใจว่าตนเองมีความเป็นกลางและไม่มีเจตนาทุจริต

ข. หยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปหนึ่งชั้นทราบทันที

ค. ดำเนินการพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยรายงานความสัมพันธ์ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาทราบ

ง. ขอความเห็นชอบจากคู่กรณีรายอื่นในพื้นที่ก่อนดำเนินการพิจารณา


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 13 (2) บัญญัติว่า เจ้าหน้าที่ที่เป็นบุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกันกับคู่กรณี จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ และมาตรา 14 กำหนดให้ต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปหนึ่งชั้นทราบ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 และ 14

สูตรจำ: พี่น้อง/ท้องเดียวกัน/เป็นคู่กรณี = ต้องหยุด/ต้องแจ้ง/ห้ามแทรกแซง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ค ขัดต่อหลักความไม่เป็นกลางตามกฎหมาย ข้อ ง ไม่มีบัญญัติไว้ในวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

ระวังหลุมพราง: โจทย์หลอกเรื่อง 'ความมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ' (ก) กฎหมายมาตรานี้เป็นเหตุแห่งการคัดค้านโดยเด็ดขาด (Strict Liability) แม้จะตั้งใจเป็นกลางก็ทำไม่ได้


==============================


ข้อที่ 18

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ 'วางข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงาน และข้อบังคับว่าด้วยระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงาน'?


ตัวเลือก:

ก. ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ข. คณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ง. คณะรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (4) แห่ง พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 บัญญัติให้ 'คณะกรรมการ' (Board) มีอำนาจหน้าที่วางข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงานและข้อบังคับว่าด้วยระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงาน

อ้างอิง: พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ. 2501 มาตรา 13

สูตรจำ: นโยบาย/วินัย/ราคา = บอร์ด (Board) / บริหาร/ทำสัญญา = ผู้ว่า (Governor)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผู้ว่าการมีหน้าที่บริหารตามข้อบังคับที่บอร์ดวางไว้ ข้อ ค รัฐมนตรีรักษาการตามพ.ร.บ.และออกกฎกระทรวง (ไม่ใช่ระเบียบวินัยภายใน) ข้อ ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งบอร์ดแต่ไม่ได้วางระเบียบวินัยพนักงาน

ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ 'ผู้ว่าการ' (ก) เพราะคิดว่าเป็นหัวหน้าหน่วยงาน แต่ตามกฎหมายจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ อำนาจการออกระเบียบวินัยเป็นของ 'คณะกรรมการ' (Board) เสมอ


==============================


ข้อที่ 19

โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: "To achieve the Net Zero goal by 2050, the Metropolitan Electricity Authority (MEA) has _______ implemented various sustainable energy projects throughout the capital city in early 2026."


ตัวเลือก:

ก. hesitantly

ข. strategically

ค. accidentally

ง. temporarily


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Context Clue: 'To achieve the Net Zero goal' and 'various sustainable energy projects' indicate a planned and purposeful action. 'Strategically' (อย่างมีกลยุทธ์) fits best with corporate goals and long-term planning.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด 'hesitantly' (ก) เพราะองค์กรไม่ควรลังเลในการทำตามเป้าหมาย ตัด 'accidentally' (ค) เพราะโครงการระดับเมืองไม่เกิดจากความบังเอิญ ตัด 'temporarily' (ง) เพราะเป้าหมาย Net Zero ต้องการความยั่งยืนถาวร

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำที่มีความหมายเชิงลบหรือเชิงบังเอิญ เช่น hesitant (ลังเล) หรือ accidental (บังเอิญ) เพราะไม่สอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมายองค์กร


==============================


ข้อที่ 20

โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับ 'ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ' โดยใครเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย?


ตัวเลือก:

ก. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)

ข. คณะผู้ประเมินอิสระ

ค. สำนักงาน ก.พ.ร. เท่านั้น

ง. รัฐมนตรีเจ้าสังกัดโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 45 บัญญัติให้ส่วนราชการจัดให้มี 'คณะผู้ประเมินอิสระ' ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ และความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ

อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 45

สูตรจำ: ประเมินผลสัมฤทธิ์ + ความพึงพอใจ = ต้องใช้ 'คนนอก' (อิสระ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ไม่ได้มีหน้าที่ประเมินความพึงพอใจประชาชนตามพ.ร.ฎ. นี้โดยตรง ข้อ ค เข้าใจผิดเรื่องบทบาทผู้กำหนดเกณฑ์กับผู้ปฏิบัติ

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ค (สำนักงาน ก.พ.ร.) ซึ่งเป็นผู้วางหลักเกณฑ์ แต่กฎหมายระบุให้ใช้ 'คณะผู้ประเมินอิสระ' เป็นผู้ลงมือทำ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น