ads.txt

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมสรรพากร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมสรรพากร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร ข้อที่ 91-100

 


ข้อที่ 91

โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: (1) นาย A เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี (2) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีทุกคนต้องผ่านการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 (3) นาย B ยังไม่ได้รับการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 ข้อใดสรุปได้สมเหตุสมผลที่สุด


ตัวเลือก:

ก. นาย B ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี

ข. นาย A ได้รับการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 แล้ว

ค. นาย B จะได้อบรมในรอบถัดไป

ง. ไม่มีข้อใดสรุปได้ถูกต้อง


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามตรรกศาสตร์: ถ้า P (เป็นเจ้าหน้าที่) แล้ว Q (ต้องผ่านอบรม) เมื่อเราพบว่า 'ไม่ Q' (นาย B ไม่ได้ผ่านอบรม) สรุปได้ว่า 'ไม่ P' (นาย B ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี) ส่วนนาย A โจทย์บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่แต่ไม่ได้บอกว่าผ่านอบรมหรือยัง (อาจจะกำลังรออบรม)

สูตรจำ: ถ้าหน้าไปหลัง... หลังจริงหน้าอาจไม่จริง แต่ถ้าหลังไม่จริง หน้าต้องไม่จริงแน่นอน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข สรุปไม่ได้เพราะนาย A อาจจะยังไม่ได้อบรมแต่มีหน้าที่ต้องอบรม, ค เป็นการคาดเดาอนาคตไม่มีข้อมูลในโจทย์

ระวังหลุมพราง: ระวังการสรุปกลับด้าน นาย A เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ได้แปลว่าผ่านอบรมแล้ว (อาจจะยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องทำ)


==============================


ข้อที่ 92

โจทย์: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เจ้าพนักงานผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง 'ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือผิดด้วยหน้าที่หรือไม่' ต้องระวางโทษอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี

ข. จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับ

ค. ปรับเป็นเงินสิบเท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่รับมา

ง. ให้ออกจากราชการทันทีโดยไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 149 (ความผิดฐานเรียกรับสินบน) กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นโทษที่เบาไปสำหรับฐานสินบน, ค เป็นมาตรการทางแพ่ง/ปกครองไม่ใช่โทษอาญาหลัก, ง เป็นโทษทางวินัยไม่ใช่โทษตามประมวลกฎหมายอาญา

ระวังหลุมพราง: ข้อสอบมักหลอกเรื่อง 'ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่แล้วรับเงินถือว่าไม่ผิด' แต่ตามมาตรา 149 แม้จะทำสิ่งที่ 'ชอบด้วยหน้าที่' แต่ถ้าเรียกรับเงินก็มีความผิด


==============================


ข้อที่ 93

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 'นายกรัฐมนตรี' ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใดที่ชัดเจนที่สุดในการกำกับดูแลส่วนราชการ


ตัวเลือก:

ก. แต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วระดับปฏิบัติงานได้ทุกกระทรวง

ข. สั่งให้ข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวงหนึ่งมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีได้

ค. ออกระเบียบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง. ยุบเลิกกรมสรรพากรได้ทันทีโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 11 (4) นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม หนึ่ง มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิมหรือไม่ก็ได้

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะปกติเป็นอำนาจของ ปลัด หรือ อธิบดี ตามลำดับ, ค เป็นอำนาจของ รมว.คลัง ตามกฎหมายงบประมาณ, ง การยุบกรมต้องทำเป็นพระราชกฤษฎีกาไม่ใช่คำสั่งนายกฯ

ระวังหลุมพราง: อำนาจการย้ายข้ามกระทรวงตาม (4) เป็นอำนาจพิเศษของนายกฯ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน


==============================


ข้อที่ 94

โจทย์: จากรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 พบว่า 'การจัดเก็บภาษีจากการบริโภคภายในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทส่งผลกระทบต่อกำไรของกลุ่มผู้ส่งออก' ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. รัฐบาลควรปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อช่วยกลุ่มผู้ส่งออก

ข. ภาษีมูลค่าเพิ่มมีแนวโน้มจัดเก็บได้สูงขึ้นตามการบริโภค

ค. รายได้รวมของกรมสรรพากรในปี 2569 จะลดลงแน่นอนเนื่องจากค่าเงินบาท

ง. กลุ่มผู้ส่งออกเป็นกลุ่มเดียวที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: จากข้อความ 'การจัดเก็บภาษีจากการบริโภค (VAT) ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง' สอดคล้องกับข้อ ข ส่วนข้อ ก เป็นการเสนอแนะที่บทความไม่ได้ระบุ ข้อ ค สรุปเกินจริง (อาจมีรายได้ส่วนอื่นมาชดเชย) และข้อ ง ผิดหลักการภาษีทั่วไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะเป็นข้อเสนอแนะไม่ใช่การสรุป, ตัด ค เพราะคำว่า 'แน่นอน' มักผิดในเชิงตรรกะถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ, ตัด ง เพราะขัดต่อข้อเท็จจริงทางกฎหมายภาษี

ระวังหลุมพราง: อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือความรู้ภายนอกมาตอบ ให้ยึดตามข้อความที่โจทย์ให้มาเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 95

โจทย์: พนักงานราชการ 'ประเภททั่วไป' ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 จะถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งในกรณีใด


ตัวเลือก:

ก. เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

ข. ลาป่วยเกิน 30 วันทำงานในหนึ่งปีงบประมาณ

ค. ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการกำหนด

ง. ลาไปอุปสมบทโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การสิ้นสุดสัญญาจ้างของพนักงานราชการระบุไว้ว่า หากผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด ถือเป็นเหตุให้เลิกจ้างหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างได้

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิด (เกษียณ 60), ข การลาป่วยเป็นสิทธิและมีเพดานการจ่ายเงินเดือนแต่ไม่ถึงขั้นพ้นจากตำแหน่งทันทีถ้าไม่ผิดวินัย, ง การลาอุปสมบทเป็นสิทธิที่กระทำได้ตามระเบียบ

ระวังหลุมพราง: พนักงานราชการมีเกษียณที่ 60 ปีเหมือนข้าราชการ ไม่ใช่ 55 ปี


==============================


ข้อที่ 96

โจทย์: ในฐานะเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ข้อใดคือ 'หลักจริยธรรม' ที่ต้องยึดถือเป็นอันดับแรก


ตัวเลือก:

ก. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

ข. การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

ค. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ง. การดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 5 ของ พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม กำหนดหลักเกณฑ์ 7 ประการ โดยประการที่ 1 คือ 'ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระเบียบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข'

อ้างอิง: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 (1)

สูตรจำ: หลักจริยธรรม 7 ประการ: (1) ชาติศาสน์กษัตริย์ (2) ซื่อสัตย์สุจริต (3) กล้าตัดสินใจ (4) คิดถึงส่วนรวม (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ (6) ปฏิบัติเป็นธรรม (7) นำเป็นแบบอย่าง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ทุกข้อถูกตามกฎหมาย แต่ข้อ ค คือลำดับที่ 1 (First Priority) ตามมาตรา 5

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือกทุกข้อเป็นมาตรฐานจริยธรรมตามมาตรา 5 ทั้งหมด แต่โจทย์ถามถึงข้อแรกหรือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดตามลำดับในกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 97

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ 'ความรุนแรงแห่งการกระทำ' มีผลต่อการเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไรตามมาตรา 8


ตัวเลือก:

ก. ถ้าเป็นการประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด

ข. ถ้าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานต้องหารครึ่งความรับผิดกับเจ้าหน้าที่

ค. หน่วยงานต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยเต็มจำนวนเสมอไม่ว่าความรุนแรงระดับใด

ง. เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเฉพาะกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 8 วรรคหนึ่ง กำหนดให้หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ หากเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความ 'จงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง'

อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ละเมิดในหน้าที่: จงใจ+ร้ายแรง = ชดใช้ / ประมาทจิ๊บจ๊อย = รอด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะแม้นจะเป็นจริงในทางปฏิบัติแต่คำตอบ ง ครอบคลุมหลักกฎหมายมาตรา 8 มากกว่า, ข ผิดเพราะไม่มีการกำหนดให้หารครึ่งในกฎหมาย, ค ผิดเพราะขัดกับมาตรา 8 ที่จำกัดเฉพาะกรณีร้ายแรง/จงใจ

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอกที่ว่าประมาทเพียงเล็กน้อยต้องรับผิด ซึ่งตามกฎหมายนี้ถ้าประมาทเลินเล่อธรรมดา (ไม่ร้ายแรง) เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวต่อหน่วยงาน


==============================


ข้อที่ 98

โจทย์: With the 2026 Global Tax Reform, the Revenue Department must ensure that all multinational enterprises (MNEs) comply with the new reporting standards to prevent tax ____.


ตัวเลือก:

ก. evasion

ข. allowance

ค. deduction

ง. exemption


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Tax evasion หมายถึง 'การหนีภาษี' ซึ่งสอดคล้องกับบริบทที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีต้องควบคุมให้ธุรกิจข้ามชาติตามมาตรฐานใหม่ เพื่อป้องกันการเลี่ยงหรือหนีภาษี

สูตรจำ: Prevent + Evasion = ป้องกันการหนีภาษี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค, ง เป็นคำศัพท์เชิงบวกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ค่าลดหย่อน, การหักลดหย่อน, การยกเว้น) ซึ่งไม่สอดคล้องกับคำว่า prevent (ป้องกัน)

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง evasion (หนีภาษี/ผิดกฎหมาย) และ avoidance (เลี่ยงภาษี/ใช้ช่องโหว่กฎหมาย) แตในที่นี้ evasion คือคำที่ใช้บ่อยที่สุดในเชิงการป้องกันอาชญากรรมทางภาษี


==============================


ข้อที่ 99

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรก่อนออกคำสั่ง


ตัวเลือก:

ก. แจ้งให้คู่กรณีทราบถึงเหตุผลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน

ค. ส่งสำเนาคำสั่งให้ศาลปกครองพิจารณาเห็นชอบก่อน

ง. จัดทำคำแถลงการณ์ปิดประกาศ ณ ที่ทำการเป็นเวลา 15 วัน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 30 ระบุว่า ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะต้องให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน

อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นการกำหนดตัวเลขวันซึ่งไม่มีระบุในมาตรานี้โดยตรง, ค ผิดหลักการแบ่งแยกอำนาจ (คำสั่งปกครองเป็นอำนาจฝ่ายบริหารไม่ต้องขอความเห็นชอบศาลก่อนออก)

ระวังหลุมพราง: มีข้อยกเว้นในมาตรา 30 เช่น กรณีจำเป็นเร่งด่วน หากโจทย์ถามถึงหลักการทั่วไปต้องตอบเรื่องการเปิดโอกาสให้โต้แย้ง


==============================


ข้อที่ 100

โจทย์: ในการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 กรมสรรพากรได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 12 หากงบประมาณที่ได้รับในปี 2569 คือ 14,000 ล้านบาท และมีการตั้งเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารลงร้อยละ 25 จากปีที่แล้ว ซึ่งมียอดจ่ายจริง 200 ล้านบาท อยากทราบว่าในเดือนเมษายน 2569 หากกรมฯ ใช้จ่ายงบเอกสารไปแล้ว 12 ล้านบาท จะเหลือวงเงินงบประมาณด้านเอกสารของปี 2569 อีกกี่ล้านบาท


ตัวเลือก:

ก. 138 ล้านบาท

ข. 150 ล้านบาท

ค. 163 ล้านบาท

ง. 188 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: 1. หางบประมาณด้านเอกสารปี 2569: ปี 2568 จ่ายจริง 200 ล้านบาท, ปี 2569 ลดลง 25% ดังนั้น 200 - (200 * 0.25) = 150 ล้านบาท 2. คำนวณงบที่เหลือ: งบปี 2569 (150 ล้านบาท) - ใช้ไปแล้วในเดือนเมษายน (12 ล้านบาท) = 138 ล้านบาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ข คือยอดรวมงบเอกสารทั้งปี (ยังไม่ได้ลบที่ใช้ไป), ช้อยส์ ค และ ง คำนวณจากฐานที่ผิดหรือลืมลดสัดส่วน 25%

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลขงบประมาณรวม 14,000 ล้านบาทที่เป็นข้อมูลลวง (Distractor) ซึ่งไม่ได้ใช้ในการคำนวณหาค่าใช้จ่ายด้านเอกสารโดยตรง

#ข้อสอบสรรพากร2569 #อัปเดตกฎหมายภาษี #ติวสอบกรมสรรพากร #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #มาตรการภาษี #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #เตรียมสอบราชการ #สอบสรรพากร69 #กฎหมายใหม่สรรพากร #ติวสอบข้าราชการ #ลดหย่อนภาษี #ติวสอบกพ #ข้อสอบปัจจุบัน หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 81-90

 


ข้อที่ 81

โจทย์: ข้อใดสรุปสถานการณ์ 'Carbon Tax' ของประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 ได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เป็นภาษีที่กรมสรรพากรเริ่มจัดเก็บจากผู้บริโภคโดยตรงในอัตรา 0.46 บาทต่อลิตร

ข. เป็นการนำร่องโดยกรมสรรพสามิต แทรกในโครงสร้างภาษีน้ำมัน 200 บาทต่อตันคาร์บอน

ค. มีการเลื่อนการจัดเก็บออกไปเป็นปี 2572 เนื่องจากรอ พ.ร.บ. Climate Change

ง. ยกเว้นการเก็บภาษีคาร์บอนกับน้ำมันดีเซลเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในเดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยมีการใช้ภาษีคาร์บอนนำร่องโดยกรมสรรพสามิต (เริ่มปีงบ 68) ในอัตรา 200 บาทต่อตันคาร์บอน โดยแทรกในโครงสร้างภาษีน้ำมัน (ดีเซลเสียเพิ่มประมาณ 0.46 บาทต่อลิตร) เป็นการจัดเก็บจากผู้ผลิต (ทางตรง) ไม่ใช่กรมสรรพากร


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดที่หน่วยงาน (ต้องเป็นสรรพสามิต) ข้อ ค ผิดเพราะเริ่มนำร่องแล้ว ข้อ ง ผิดเพราะน้ำมันดีเซลคือกลุ่มเป้าหมายแรกในการนำร่อง

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'กรมสรรพากร' และ 'กรมสรรพสามิต' และสับสนระหว่าง 'ภาษีคาร์บอน' กับ 'ระบบซื้อขายสิทธิ (ETS)' ซึ่งจะเริ่มปี 2572


==============================


ข้อที่ 82

โจทย์: Read the following sentence: 'The Revenue Department aims to achieve its 2026 target by enhancing ______ through the adoption of AI-driven auditing tools.'


ตัวเลือก:

ก. compliance

ข. defiance

ค. negligence

ง. reluctance


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Compliance (การปฏิบัติตามกฎระเบียบ) เป็นหัวใจสำคัญของงานภาษี (Tax Compliance) การใช้ AI มาช่วยจะช่วยเพิ่มระดับการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้เสียภาษี

สูตรจำ: Compliance = Comply (ทำตามกฎ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข (การต่อต้าน), ค (ความประมาทเลินเล่อ), ง (ความไม่เต็มใจ) ทุกข้อมีความหมายเชิงลบซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีรูปคล้ายกันหรือความหมายตรงข้าม เช่น Defiance (การต่อต้าน/ไม่ยอมรับ)


==============================


ข้อที่ 83

โจทย์: ในกรณีที่ราษฎรได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากร แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้กระทำละเมิด ราษฎรควรดำเนินการอย่างไรตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิด


ตัวเลือก:

ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ทุกคนในทีมตรวจสอบภาษีเป็นจำเลยร่วม

ข. ฟ้องกระทรวงการคลังให้รับผิดเนื่องจากไม่ทราบตัวเจ้าหน้าที่

ค. ฟ้องกรมสรรพากรให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำ

ง. ไม่สามารถฟ้องได้จนกว่าจะพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่กระทำผิดได้ชัดเจน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง 'หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง...' แม้จะไม่รู้ตัวเจ้าหน้าที่ก็ตาม

อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5

สูตรจำ: ในหน้าที่ ฟ้องกรม; นอกหน้าที่ ฟ้องตัว; ไม่รู้ตัว/ไม่สังกัดกรม ฟ้องคลัง (แต่กรณีนี้สังกัดกรมชัดเจน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะกฎหมายห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ถ้าเป็นการทำในหน้าที่ ข้อ ข ผิดเพราะเจ้าหน้าที่สังกัดกรมสรรพากรชัดเจน ข้อ ง ผิดเพราะสิทธิการฟ้องเกิดขึ้นทันทีที่เสียหาย

ระวังหลุมพราง: ตัวหลอกคือมาตรา 5 วรรคสอง ที่ให้ฟ้องกระทรวงการคลัง ซึ่งจะใช้เฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ 'ไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด' เท่านั้น


==============================


ข้อที่ 84

โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และแผนปฏิบัติราชการ 2569 หน่วยงานรัฐต้องจัดให้มีแพลตฟอร์มบริการดิจิทัลเพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามได้ ณ จุดเดียว ข้อใดคือหลักการสำคัญของนโยบายนี้


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มงบประมาณในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ประจำส่วนราชการ

ข. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน (One Stop Service)

ค. การให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน (Work from Home) ได้ 100%

ง. การยกเลิกการใช้เอกสารกระดาษในระบบราชการทั้งหมดในปี 2569


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สาระสำคัญของ พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือ การอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน (มาตรา 6) และการลดขั้นตอน (มาตรา 27) โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามมาตรา 10 ของฉบับที่ 2

อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 10


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็นเรื่องงบประมาณ ข้อ ค และ ง เป็นมาตรการเฉพาะกิจหรือเป้าหมายเชิงนโยบาย ไม่ใช่หลักการตามกฎหมายหลัก

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูทันสมัย เช่น WFH หรือ การยกเลิกกระดาษ 100% ซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือหรือเป้าหมายรอง ไม่ใช่ 'หลักการสำคัญ' ของกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 85

โจทย์: Which of the following terms best describes the government's strategy to increase national income through taxes and duties in the 2026 fiscal year?


ตัวเลือก:

ก. Monetary Policy

ข. Fiscal Policy

ค. Interest Rate Adjustment

ง. Currency Devaluation


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Fiscal Policy (นโยบายการคลัง) คือการใช้รายรับ (ภาษี) และรายจ่ายของรัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจ ส่วน Monetary Policy (นโยบายการเงิน) เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย

สูตรจำ: Fiscal = Financial Tax (ภาษี), Monetary = Money/Interest (ดอกเบี้ย)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค เป็นเรื่องของนโยบายการเงิน (ธปท.) ส่วน ง เป็นเรื่องของค่าเงิน

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง Fiscal (คลัง/ภาษี) กับ Monetary (การเงิน/ดอกเบี้ย)


==============================


ข้อที่ 86

โจทย์: ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้รวม 481,935 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการ 0.6% หากแนวโน้มการจัดเก็บในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกอีก 2.4% กรมสรรพากรจะจัดเก็บรายได้ในไตรมาสที่ 2 ได้ประมาณกี่ล้านบาท (ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)


ตัวเลือก:

ก. 493,501.44 ล้านบาท

ข. 492,456.24 ล้านบาท

ค. 493,025.12 ล้านบาท

ง. 494,115.36 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: คำนวณจากรายได้ไตรมาสแรก 481,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% คือ 481,935 * 1.024 = 493,501.44 ล้านบาท ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานฐานะการคลังไตรมาส 1/2569 ที่ระบุว่ากรมสรรพากรจัดเก็บได้เกินเป้าหมายจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข และ ค คำนวณผิดพลาดจากการใช้ตัวคูณ 1.021 และ 1.023 ส่วนข้อ ง คำนวณเกินจริง

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกเรื่อง 'สูงกว่าประมาณการ 0.6%' ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนเกินที่ไม่ต้องนำมาคำนวณในฐานการหาค่าของไตรมาสที่ 2


==============================


ข้อที่ 87

โจทย์: บทความ: 'กรมสรรพากรเร่งยกระดับสู่ D-Tax Agent เพื่อสนับสนุนระบบ Digital Economy ปี 2569 โดยมุ่งเน้นการใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการเสียภาษีและลดช่องว่างทางการค้า (Tax Gap) ผ่านแพลตฟอร์ม One Portal' จากข้อความนี้เป้าหมายสำคัญที่สุดของกรมสรรพากรคืออะไร


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

ข. การเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดเก็บภาษีเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี

ค. การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บด้วยนวัตกรรมและลดความซับซ้อนของข้อมูล

ง. การยกเลิกการจัดเก็บภาษีแบบเดิมและเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: จากบทความ คีย์เวิร์ด 'D-Tax Agent', 'AI', 'Zero Tax Gap' และ 'One Portal' สะท้อนถึงการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) และการจัดการข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน (One Portal) เพื่อลดช่องว่างภาษี

อ้างอิง: แผนปฏิบัติราชการกรมสรรพากร พ.ศ. 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ไม่ระบุในบทความ ข้อ ข เป็นการตีความที่ผิดบทบาทหน้าที่ ข้อ ง ใช้คำว่า 'ยกเลิก...ทั้งหมด' ซึ่งขัดกับความเป็นจริงในการเปลี่ยนผ่านระบบราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า 'ทั้งหมด' หรือ 'ยกเลิก' ในตัวเลือก ซึ่งมักจะเป็นตัวเลือกที่สุดโต่งเกินความจริงในบริบทราชการ


==============================


ข้อที่ 88

โจทย์: หากคู่กรณีในคดีภาษีอากรพบพยานหลักฐานใหม่ที่อาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ หลังจากที่คำสั่งทางปกครองนั้นพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ไปแล้ว คู่กรณีสามารถยื่นคำขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนดเวลาใด


ตัวเลือก:

ก. ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ข. ภายใน 30 วัน นับแต่พ้นกำหนดอุทธรณ์

ค. ภายใน 90 วัน นับแต่ได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

ง. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คำสั่งทางปกครองมีผลบังคับ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 54 การขอให้พิจารณาใหม่ (กรณีมีพยานหลักฐานใหม่) ต้องกระทำภายใน 90 วัน นับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 54

สูตรจำ: อุทธรณ์ 15; พิจารณาใหม่ 90 (เก้า-สิบ-พิจารณา-ใหม่)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก คือระยะอุทธรณ์ปกติ ข้อ ข และ ง เป็นตัวเลขที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ในส่วนของการพิจารณาใหม่

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับระยะเวลาอุทธรณ์ปกติคือ 15 วัน (มาตรา 44)


==============================


ข้อที่ 89

โจทย์: เจ้าพนักงานสรรพากรผู้มีหน้าที่จัดการหรือดูแลรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตทำการซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงเพื่อรับเงินส่วนต่าง การกระทำนี้ผิดกฎหมายอาญามาตราใดชัดเจนที่สุด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์)

ข. มาตรา 149 (รับสินบน)

ค. มาตรา 151 (ใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต จัดการทรัพย์)

ง. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั่วไป)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 151 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ...' กรณีซื้อของแพงเพื่อเอาส่วนต่างตรงกับมาตรานี้ที่สุด

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

สูตรจำ: 147 ยักยอก; 149 ขอรับ; 151 จัดการทรัพย์(ทุจริต); 157 ทั่วไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะไม่ได้เบียดบังทรัพย์ที่ถืออยู่แต่เป็นการทุจริตในขั้นตอนซื้อ ข้อ ข ผิดเพราะโจทย์ไม่ได้บอกว่ารับเงินจากบุคคลภายนอก (ผู้ขาย) แต่เป็นการโกงงบประมาณรัฐ ข้อ ง เป็นบททั่วไปจะใช้เมื่อไม่เข้าบทเฉพาะ

ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ มาตรา 157 เพราะครอบจักรวาล แต่หลักกฎหมายคือต้องเลือกมาตราที่ 'เฉพาะเจาะจง' (Specific) กับการกระทำที่สุดก่อน


==============================


ข้อที่ 90

โจทย์: จากรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 GDP ขยายตัว 2.8% โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนรวมที่ขยายตัวสูงสุดในรอบ 44 ไตรมาสที่ 9.9% หากการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 10.1% และการลงทุนภาครัฐขยายตัว 9.4% ข้อใดคือข้อสรุปที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุน


ตัวเลือก:

ก. การลงทุนภาครัฐเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การลงทุนรวมขยายตัวสูงกว่า 10%

ข. อัตราการขยายตัวของการลงทุนรวม (9.9%) อยู่ระหว่างอัตราของภาคเอกชนและภาครัฐ

ค. การลงทุนรวมที่ 9.9% เกิดจากค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ (10.1 + 9.4) / 2

ง. ภาคเอกชนมีสัดส่วนการลงทุนน้อยกว่าภาครัฐ จึงทำให้อัตราเฉลี่ยรวมต่ำลง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามหลักสถิติเศรษฐกิจ (Weight Average) เมื่อการลงทุนภาครัฐ (9.4%) และเอกชน (10.1%) รวมกัน ค่าเฉลี่ยรวม (9.9%) จะต้องอยู่ระหว่างตัวเลขทั้งสองเสมอ ข้อมูล GDP 2.8% และการลงทุนรวม 9.9% เป็นตัวเลขจริงจาก สศช. ณ เมษายน 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะการลงทุนรวมไม่ถึง 10% ข้อ ค ผิดเพราะค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักไม่ใช่ค่าเฉลี่ยเลขคณิตทั่วไป ข้อ ง ผิดเพราะหากเอกชนมีน้ำหนักมากกว่า ค่าเฉลี่ยจะเอนไปทาง 10.1% มากกว่า 9.4% ซึ่ง 9.9 ใกล้เอกชนมากกว่า

ระวังหลุมพราง: อย่าหลงกลนำตัวเลข 10.1 และ 9.4 มาบวกกันแล้วหารสองทันที เพราะสัดส่วนน้ำหนัก (Weight) ของแต่ละภาคส่วนไม่เท่ากัน

#ข้อสอบกรมสรรพากร2569 #ประมวลรัษฎากร #ติวสอบสรรพากร #ตะลุยข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #แนวข้อสอบสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #กฎหมายภาษีอากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #ติวสอบราชการ #สอบกพ #เตรียมสอบสรรพากร #ข้อสอบกฎหมาย #สอบบรรจุสรรพากร #ติวข้าราชการ69 หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 71-80

 


ข้อที่ 71

โจทย์: Select the most appropriate word to complete the sentence: 'Due to the recent implementation of the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) in 2026, many Thai exporters are now required to ________ their greenhouse gas emissions to the Revenue Department for tax incentive purposes.'


ตัวเลือก:

ก. conceal

ข. disclose

ค. neglect

ง. postpone


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในบริบทของการส่งออกและการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentive) ผู้ส่งออกต้อง 'เปิดเผย' (disclose) ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้ตรวจสอบได้


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. conceal แปลว่าปกปิด ซึ่งผิดหลักการภาษี ค. neglect แปลว่าละเลย ง. postpone แปลว่าเลื่อนออกไป ซึ่งไม่เข้ากับบริบทการขอรับสิทธิประโยชน์

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายตรงข้าม เช่น conceal (ปกปิด) ซึ่งมักมาหลอกในบริบทภาษี


==============================


ข้อที่ 72

โจทย์: จากบทความในนิตยสารเศรษฐกิจไทย ฉบับเดือนเมษายน 2569: 'การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจสอบภาษี (Risk-Based Audit) ของกรมสรรพากร ช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้ถึง 15% อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญคือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียภาษีให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล' ข้อใดสรุปสาระสำคัญของบทความได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. AI จะมาแทนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีทั้งหมดในปี 2569

ข. กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น 15% เนื่องจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ค. การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วยเทคโนโลยีต้องทำควบคู่ไปกับความปลอดภัยของข้อมูล

ง. มาตรฐานสากลบังคับให้ทุกหน่วยงานรัฐต้องใช้ AI ในการตรวจสอบภาษีเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุถึงข้อดีของ AI (ประสิทธิภาพเพิ่ม 15%) และระบุถึง 'ความท้าทายสำคัญ' (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ซึ่งหมายความว่าสองสิ่งนี้ต้องดำเนินไปด้วยกันตามใจความสำคัญของเรื่อง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะบทความไม่ได้บอกว่าจะแทนที่ทั้งหมด ข. ผิดเพราะการเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นเกิดจาก AI ไม่ใช่เกิดจากการละเมิดข้อมูล ง. ผิดเพราะบทความไม่ได้กล่าวถึงการบังคับใช้กับทุกหน่วยงาน

ระวังหลุมพราง: คำว่า 'ทั้งหมด' ในข้อ ก และ 'บังคับ...เท่านั้น' ในข้อ ง มักเป็นตัวเลือกที่ผิดเพราะสรุปความเกินจริง


==============================


ข้อที่ 73

โจทย์: พนักงานราชการ สังกัดกรมสรรพากร ผู้ใดจงใจละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่ากี่วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ


ตัวเลือก:

ก. 3 วัน

ข. 5 วัน

ค. 7 วัน

ง. 15 วัน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศ คปพ. เรื่องแนวทางการดำเนินการทางวินัย การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 5 วันทำการ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (เทียบเคียงมาตรฐานเดียวกับข้าราชการพลเรือนในบางกรณี แต่พนักงานราชการระบุไว้ 5 วันในแนวทางปฏิบัติชัดเจน)

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547

สูตรจำ: พนักงานราชการ ละทิ้ง 5 วัน = ร้ายแรง (จำเลข 5)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นตัวเลขลวงที่ไม่มีในบทบัญญัติเรื่องระยะเวลาการละทิ้งหน้าที่ที่เป็นเกณฑ์ตัดสินวินัยร้ายแรงของพนักงานราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ 15 วัน ของข้าราชการพลเรือนในกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการจนเป็นเหตุให้เสียหายร้ายแรง


==============================


ข้อที่ 74

โจทย์: Identify the error in the following sentence regarding 2026 tax regulations: 'The (A) proposed tax reform, which (B) aims to digitalize all transactions, (C) have been (D) approved by the Cabinet last Tuesday.'


ตัวเลือก:

ก. (A)

ข. (B)

ค. (C)

ง. (D)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ประโยคนี้ประธานคือ 'The proposed tax reform' เป็นเอกพจน์ ดังนั้นกริยาต้องใช้ 'has' ไม่ใช่ 'have' นอกจากนี้เหตุการณ์เกิดในอดีต (last Tuesday) และถูกอนุมัติ (Passive Voice) จึงควรเป็น 'was approved' หรือหากจะคง Present Perfect ต้องเปลี่ยน Time marker แต่ในที่นี้จุดผิดชัดเจนที่สุดคือ Subject-Verb Agreement (C)

สูตรจำ: หาประธานตัวจริงให้เจอ (Reform ไม่ใช่ Transactions)


เทคนิคการตัดช้อยส์: A. ถูกต้อง (Participle ขยายคำนาม) B. ถูกต้อง (Aims ใช้กับเอกพจน์) D. ถูกต้อง (V.3 ในโครงสร้าง Passive)

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า transactions ที่อยู่ใกล้กริยา เพราะ transactions เป็นส่วนขยายของ relative clause


==============================


ข้อที่ 75

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่มีการโอนอำนาจหน้าที่ของ 'กองการพัสดุ' ไปเป็นของ 'กองบริหารทรัพยากรบุคคล' ภายในกรมสรรพากร โดยไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราข้าราชการเพิ่มขึ้น การดำเนินการดังกล่าวต้องทำเป็นกฎหมายลำดับใด


ตัวเลือก:

ก. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)

ข. พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)

ค. กฎกระทรวง

ง. ประกาศกระทรวง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ฉ การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขานุการกรม กรม หรือส่วนราชการที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น และมีการโอนอำนาจหน้าที่โดยไม่มีการเพิ่มอัตรากำลัง ให้ตราเป็น 'กฎกระทรวง'

อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ฉ

สูตรจำ: แบ่งในกรม = กฎกระทรวง, ตั้ง/ยุบกรม = พ.ร.ฎ.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้กับการตั้งกระทรวงใหม่ ข. ใช้กับการตั้ง/ยุบกรม ง. ใช้กับเรื่องที่ไม่ใช่โครงสร้างอำนาจหน้าที่หลักตามมาตรา 8

ระวังหลุมพราง: ถ้ามีการ 'ยุบ' หรือ 'ตั้ง' กรม/กระทรวง จะใช้ พ.ร.ฎ. หรือ พ.ร.บ. แล้วแต่กรณี แต่การแบ่งส่วนราชการภายในกรมใช้ 'กฎกระทรวง'


==============================


ข้อที่ 76

โจทย์: หากข้าราชการกรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ 'อย่างร้ายแรง' ทำให้ทางราชการเสียหาย และหน่วยงานได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว หน่วยงานมีสิทธิเรียกให้ข้าราชการผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืน (สิทธิไล่เบี้ย) ได้ตามหลักเกณฑ์ใดใน พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539


ตัวเลือก:

ก. เรียกให้ชดใช้คืนเต็มจำนวนความเสียหายเสมอ

ข. เรียกให้ชดใช้คืนโดยคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรม

ค. ไม่สามารถเรียกคืนได้หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้างาน

ง. เรียกคืนได้เฉพาะกรณีที่ทำผิดอาญาร่วมด้วยเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 วรรคสอง บัญญัติว่า 'สิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน... ให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยมิจำต้องให้ใช้เต็มจำนวนความเสียหายก็ได้'

อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ไล่เบี้ย = ดูความร้ายแรง + ความเป็นธรรม (ไม่จำเป็นต้องเต็มจำนวน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะกฎหมายผ่อนปรนได้ตามความเป็นธรรม ค. ผิดเพราะความประมาทร้ายแรงต้องรับผิดส่วนตัว ง. ผิดเพราะละเมิดทางแพ่งไม่จำเป็นต้องผิดอาญา

ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ ก. ที่บอกว่าต้องเต็มจำนวนเสมอ ซึ่งผิดหลัก 'ความสอดคล้องกับฐานะและความเป็นธรรม'


==============================


ข้อที่ 77

โจทย์: ในการประชุมพิจารณาเรื่อง 'การร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สรรพากร' ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากคู่กรณีขอคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็น 'คู่สมรส' ของผู้มีส่วนได้เสียในผลของคำสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติอย่างไรตามกฎหมาย


ตัวเลือก:

ก. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุด

ข. ต้องหยุดการพิจารณาเรื่องไว้ก่อนและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ค. โอนสำนวนให้เพื่อนร่วมงานที่มีตำแหน่งเท่ากันทันทีโดยไม่ต้องแจ้งใคร

ง. ชี้แจงต่อคู่กรณีว่าตนสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 (2) บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นคู่สมรสของคู่กรณีเป็นเหตุแห่งการคัดค้าน และมาตรา 16 กำหนดว่าเมื่อมีเหตุคัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นหยุดการพิจารณาไว้ก่อนและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นทราบ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 และ 16

สูตรจำ: คู่สมรส/ญาติ/ศัตรู = ต้องหยุดและรีบแจ้งนาย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดกฎหมายมาตรา 16 ค. ผิดขั้นตอนเพราะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ง. ไม่สามารถอ้างเหตุผลส่วนตัวเหนือบทบัญญัติมาตรา 13 ได้

ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ ก. ที่อ้างว่าให้ทำต่อไป ซึ่งผิดหลักความเป็นกลาง (Nemo iudex in causa sua)


==============================


ข้อที่ 78

โจทย์: ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2562) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการประเมินผลโดยหน่วยงานภายนอกในกรณีใด


ตัวเลือก:

ก. ประเมินทุกสิ้นปีงบประมาณเป็นปกติ

ข. ประเมินเมื่อมีการเปลี่ยนอธิบดีกรมคนใหม่

ค. ประเมินเพื่อวัดความพึงพอใจของผู้รับบริการตามช่วงเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

ง. ประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 9 และ 12 ของ พ.ร.ฎ. กำหนดเรื่องการประเมินผลสัมฤทธิ์ โดยมาตรา 12 ระบุว่าให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการในภาพรวมตามระยะเวลาที่ คณะรัฐมนตรีกำหนด

อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 12

สูตรจำ: ประเมินสัมฤทธิ์ = อิสระ (ภายนอก) + ตามเวลาที่ ครม. สั่ง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การประเมินภายในทำทุกปีอยู่แล้ว ข. ไม่มีข้อกำหนดนี้ในกฎหมาย ค. เป็นเรื่องการสำรวจความพึงพอใจซึ่งอาจทำเองได้

ระวังหลุมพราง: อย่าตอบข้อ ค. แม้จะมีการประเมินความพึงพอใจจริง แต่กฎหมายเน้นที่ 'การประเมินผลสัมฤทธิ์' โดยหน่วยงานภายนอก/คณะผู้ประเมินอิสระ


==============================


ข้อที่ 79

โจทย์: นาย ก. เจ้าพนักงานประเมิน ได้รับเงินสินบนจากบริษัทเอกชนเพื่อให้ออกหนังสือรับรองภาษีอันเป็นเท็จ ทำให้นำเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง การกระทำของนาย ก. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใดที่มีโทษหนักที่สุดและตรงกับสถานการณ์นี้


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์)

ข. มาตรา 151 (ใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต)

ค. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ)

ง. มาตรา 162 (ทำรายงานเท็จ)


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต... มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นฐานความผิดที่เฉพาะเจาะจงและโทษหนักที่สุดในกรณีเบียดบังเงินหรือทรัพย์ของหลวง

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147

สูตรจำ: 147 เบียดบังทรัพย์หลวง = โทษหนักสุด (ถึงตลอดชีวิต)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. มักใช้กับการใช้อำนาจซื้อจ้าง ค. เป็นบทกวาดซึ่งโทษน้อยกว่า 147 ง. เป็นเพียงการทำเอกสารเท็จซึ่งเป็นส่วนประกอบของการกระทำผิดหลัก

ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็นบททั่วไป (Generic) หากมีการเบียดบังทรัพย์หรือทุจริตเฉพาะเจาะจงตามมาตราอื่นแล้ว ต้องลงบทเฉพาะที่โทษหนักกว่า


==============================


ข้อที่ 80

โจทย์: ในการคำนวณภาษีตามหลัก Global Minimum Tax (Pillar Two) ซึ่งประเทศไทยเริ่มบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2569 หากบริษัท A มีกำไรทางบัญชี 1,000 ล้านบาท และมีการเสียภาษีในประเทศต้นทางเพียง 8% (Effective Tax Rate) ตามข้อกำหนดที่ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 15% บริษัท A จะต้องชำระภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ให้แก่กรมสรรพากรไทยเป็นจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 70 ล้านบาท

ข. 80 ล้านบาท

ค. 150 ล้านบาท

ง. 230 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามหลักการ Pillar Two ของ OECD ที่ไทยนำมาปรับใช้ในปี 2569 กำหนดให้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำอยู่ที่ 15% วิธีคำนวณคือ (อัตราภาษีขั้นต่ำ 15% - อัตราภาษีที่จ่ายจริง 8%) = ส่วนต่าง 7% จากนั้นนำ 7% x กำไร 1,000 ล้านบาท = 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีส่วนเพิ่มที่ต้องชำระ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. 80 ล้าน คือภาษีที่จ่ายไปแล้ว ค. 150 ล้าน คือภาษีทั้งหมดที่ต้องจ่ายตามเกณฑ์ 15% ง. 230 ล้าน คือตัวเลขลวงที่นำ 15+8 มาคิด

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปกติของไทย (20%) โจทย์ถามถึงส่วนต่างจากขั้นต่ำ 15% ตามหลัก Pillar Two

#แนวข้อสอบสรรพากร2569 #ข้อสอบภาษาอังกฤษ #ติวสอบสรรพากร #ข้อสอบกรมสรรพากร #ศัพท์ภาษีอากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #สอบบรรจุราชการ #ติวภาษาอังกฤษกพ #เตรียมสอบสรรพากร #ข้อสอบReading #ศัพท์สรรพากร #ติวสอบราชการ69 #สรรพากร หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 61-70

 


ข้อที่ 61

โจทย์: จงเลือกใช้คำในช่องว่างให้ถูกต้องตามระดับภาษาทางราชการ: 'กรมสรรพากร......ให้ผู้เสียภาษีตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว'


ตัวเลือก:

ก. ใคร่ขอ

ข. ขอแนะนำ

ค. ประสงค์จะ

ง. มีความยินดี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในการประชาสัมพันธ์หรือแจ้งให้ทราบในเชิงแนะนำการปฏิบัติงานสำหรับประชาชน ภาษาทางราชการที่สุภาพและเป็นกลางที่สุดคือคำว่า 'ขอแนะนำ' หรือ 'ประชาสัมพันธ์ให้ทราบ' ส่วน 'ใคร่ขอ' มักใช้ในการขอความอนุเคราะห์จากบุคคล

สูตรจำ: แนะประชาชนใช้ 'แนะนำ/ประชาสัมพันธ์', ขอความร่วมมือใช้ 'ใคร่ขอ/ขอความอนุเคราะห์'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. มักใช้ในหนังสือติดต่อราชการเพื่อขอความอนุเคราะห์, ค. แสดงเจตจำนงแต่ไม่สื่อถึงการแนะนำประชาชน, ง. ใช้ในงานพิธีการหรือการเฉลิมฉลอง

ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำว่า 'ใคร่ขอ' ซึ่งดูเป็นทางการมากแต่อาจใช้ผิดบริบทในการแจ้งข่าวสารทั่วไป


==============================


ข้อที่ 62

โจทย์: นาย ก. เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ขับรถยนต์ของทางราชการไปส่งเอกสารภาษีตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ระหว่างทางได้ขับรถด้วยความระมัดระวังแล้วแต่เกิดอุบัติเหตุรถคันอื่นเบรกกะทันหันทำให้นาย ก. ชนท้ายรถคันหน้าเสียหาย ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนต่อบุคคลภายนอกตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539


ตัวเลือก:

ก. นาย ก. รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว

ข. กรมสรรพากรต้องรับผิดชอบ

ค. นาย ก. และ กรมสรรพากร ต้องร่วมกันรับผิด

ง. ไม่ต้องมีผู้รับผิดชอบเพราะเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ ระบุว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการ 'ปฏิบัติหน้าที่' ในกรณีนี้ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐ (กรมสรรพากร) จะฟ้องเจ้าหน้าที่ (นาย ก.) ไม่ได้

สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน, นอกหน้าที่ = ฟ้องส่วนตัว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะทำหน้าที่อยู่, ค. ผิด เพราะกฎหมายห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงถ้าทำในหน้าที่, ง. ผิด เพราะแม้เป็นอุบัติเหตุแต่ถ้าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะทำงาน หน่วยงานต้องเยียวยาก่อน

ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ 'ร่วมกันรับผิด' (ช้อยส์ ค.) ซึ่งผิดหลักกฎหมายนี้ เพราะถ้าเป็นการ 'ปฏิบัติหน้าที่' ให้หน่วยงานรับผิดฝ่ายเดียว


==============================


ข้อที่ 63

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดตั้ง ส่วนราชการภายในกรมสรรพากร ที่ไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล ต้องทำเป็นกฎหมายลำดับใด (อัปเดต 2569)


ตัวเลือก:

ก. พระราชบัญญัติ

ข. พระราชกฤษฎีกา

ค. กฎกระทรวง

ง. ประกาศกรม


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขานุการกรม กอง หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง ให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ใน 'กฎกระทรวง'

สูตรจำ: แบ่งส่วน 'ใน' กรม = กฎกระทรวง, ตั้ง/ยุบ กรม = พ.ร.บ.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้ตั้ง/ยุบ กรม, ข. ใช้รวม/โอน กรม (ที่ไม่มีการกำหนดตำแหน่งเพิ่ม), ง. เป็นเรื่องภายในแต่ไม่มีผลทางกฎหมายในการแบ่งส่วนราชการหลัก

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับการจัดตั้ง 'กรม' หรือ 'ส่วนราชการใหม่' ที่ต้องใช้ พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ฎ. (ถ้าไม่มีการกำหนดตำแหน่งเพิ่ม)


==============================


ข้อที่ 64

โจทย์: จากการรายงานสถิติการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 พบว่ารายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในส่วนของการบริโภคสินค้าเทคโนโลยีสีเขียวเพิ่มขึ้นจาก 45,000 ล้านบาท เป็น 52,200 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมลดลงร้อยละ 5 จากฐานเดิม 80,000 ล้านบาท อยากทราบว่าภาพรวมรายได้จากทั้งสองส่วนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. เพิ่มขึ้นสุทธิ 3,200 ล้านบาท

ข. เพิ่มขึ้นสุทธิ 7,200 ล้านบาท

ค. ลดลงสุทธิ 800 ล้านบาท

ง. เพิ่มขึ้นสุทธิ 3,135 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: 1. คำนวณส่วนต่างของ VAT: 52,200 - 45,000 = +7,200 ล้านบาท 2. คำนวณภาษีนิติบุคคลที่ลดลง: 5% ของ 80,000 = (5/100) * 80,000 = 4,000 ล้านบาท 3. สรุปภาพรวม: +7,200 - 4,000 = +3,200 ล้านบาท ดังนั้นรายได้รวมเพิ่มขึ้นสุทธิ 3,200 ล้านบาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ข. คือส่วนต่าง VAT อย่างเดียว (ลืมหักส่วนที่ลดลง), ช้อยส์ ค. เกิดจากคำนวณผิดทิศทาง, ช้อยส์ ง. เป็นตัวหลอกที่ใช้ตัวเลขใกล้เคียงจากการตั้งสมการผิด

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่างตัวเลขส่วนต่างของ VAT (7,200) กับผลลัพธ์สุทธิหลังหักภาษีนิติบุคคลที่ลดลง


==============================


ข้อที่ 65

โจทย์: The Revenue Department has implemented a new system to ______ the process of tax refund for international tourists in 2026.


ตัวเลือก:

ก. accelerate

ข. postpone

ค. complicate

ง. withhold


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: จากบริบทของการนำระบบใหม่มาใช้ (implemented a new system) เพื่อกระบวนการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยว จุดประสงค์หลักคือความรวดเร็ว ดังนั้นคำว่า 'accelerate' (เร่งความเร็ว/ทำให้เร็วขึ้น) จึงเหมาะสมที่สุด

สูตรจำ: AC-CEL-ER-ATE = เร่ง (เหมือนเหยียบคันเร่งรถ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. postpone (เลื่อน) - ไม่ใช่จุดประสงค์ของระบบใหม่, ค. complicate (ทำให้ซับซ้อน) - ขัดกับหลักการบริการที่ดี, ง. withhold (หักไว้/ระงับ) - ใช้ในบริบท Withholding Tax แต่ไม่เข้ากับประโยคนี้

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายตรงข้าม เช่น postpone (เลื่อนออกไป) หรือ withhold (ระงับไว้)


==============================


ข้อที่ 66

โจทย์: หากกำหนดให้ 'ระบบจัดเก็บภาษีอัจฉริยะ (AI-Tax)' จะทำงานต่อเมื่อ 'มีการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงานสำเร็จ' และ 'ผู้เสียภาษียินยอมให้เข้าถึงข้อมูล' ปัจจุบันพบว่า กรมสรรพากรได้เชื่อมโยงข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทยสำเร็จแล้ว แต่มีผู้เสียภาษีบางส่วนยังไม่กดยินยอม ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุดตามหลักตรรกศาสตร์


ตัวเลือก:

ก. ระบบ AI-Tax ยังไม่สามารถทำงานได้กับผู้เสียภาษีกลุ่มดังกล่าว

ข. ระบบ AI-Tax จะทำงานโดยอัตโนมัติเพราะข้อมูลธนาคารสำคัญกว่า

ค. กรมสรรพากรจะบังคับยินยอมเพื่อใช้งานระบบ AI-Tax

ง. การเชื่อมโยงข้อมูลไม่จำเป็นหากมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: เงื่อนไขการทำงานของ AI-Tax คือ (A) เชื่อมโยงข้อมูลสำเร็จ และ (B) ผู้เสียภาษียินยอม โดยใช้คำว่า 'และ' (AND) หมายความว่าต้องเป็นจริงทั้งสองประโยค เมื่อเงื่อนไข (B) ไม่เป็นจริง (ผู้เสียภาษียังไม่กดยินยอม) ผลลัพธ์จึงเป็นเท็จ คือระบบยังไม่ทำงาน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ข, ค, ง ขัดกับหลักตรรกศาสตร์ 'AND' และเป็นการคาดเดานอกเหนือจากเงื่อนไขที่โจทย์กำหนด

ระวังหลุมพราง: อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวว่า 'เป็นหน่วยงานรัฐต้องทำได้' ให้ยึดตามเงื่อนไขทางตรรกศาสตร์ที่โจทย์กำหนดเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 67

โจทย์: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานราชการที่ 'จงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา' จนเป็นเหตุให้หน่วยงานได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จะต้องได้รับโทษทางวินัยในระดับใด


ตัวเลือก:

ก. ภาคทัณฑ์

ข. ตัดเงินเดือน

ค. ลดค่าตอบแทน

ง. ให้ออก


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: วินัยของพนักงานราชการตามระเบียบฯ มี 2 ระดับ คือ วินัยไม่ร้ายแรง (ภาคทัณฑ์, ตัดเงินค่าตอบแทน, ลดเงินค่าตอบแทน) และวินัยร้ายแรงคือ 'ให้ออก' การจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจนเสียหายร้ายแรงถือเป็นวินัยร้ายแรง

สูตรจำ: พนักงานราชการ ร้ายแรง = ให้ออก (สถานเดียว)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ค เป็นโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง ส่วนพนักงานราชการถ้าทำผิดร้ายแรงมีโทษเดียวคือ ให้ออก

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนกับข้าราชการพลเรือนที่มีโทษ 5 สถาน (ภาคทัณฑ์, ตัดเงินเดือน, ลดเงินเดือน, ปลดออก, ไล่ออก) แต่พนักงานราชการ 'ไม่มี' ไล่ออก/ปลดออก มีแค่ 'ให้ออก'


==============================


ข้อที่ 68

โจทย์: ข้อใดคือใจความสำคัญของประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง 'มาตรการสนับสนุน Carbon Credit เพื่อการลดหย่อนภาษี 2569' ที่ระบุว่า 'เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Net Zero องค์กรที่ลงทุนในเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ต้องได้รับใบรับรองจาก อบก. ภายในปีภาษีนั้น'


ตัวเลือก:

ก. การลดหย่อนภาษีช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้ทันที

ข. เงื่อนไขสำคัญของการลดหย่อนภาษีคือการลงทุนและระยะเวลาการรับรอง

ค. อบก. เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจสั่งให้ลดหย่อนภาษีได้

ง. บริษัททุกบริษัทควรลงทุนใน Carbon Credit เพื่อเลี่ยงการเสียภาษี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ใจความสำคัญต้องครอบคลุมทั้ง 'วัตถุประสงค์ (Net Zero)', 'สิทธิประโยชน์ (หัก 2 เท่า)' และ 'เงื่อนไข (ใบรับรองจาก อบก. ภายในปีภาษี)' ช้อยส์ ข. สรุปภาพรวมของเงื่อนไขและกระบวนการได้ตรงประเด็นที่สุด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกินจริง (Net Zero ไม่ได้เกิดทันที), ค. ผิดหน้าที่ (อบก. รับรองเทคโนโลยี แต่กรมสรรพากรดูแลการลดหย่อน), ง. ใช้คำว่า 'เลี่ยงภาษี' ซึ่งมีความหมายเชิงลบและไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ส่งเสริม

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า 'ทันที' ในช้อยส์ ก. เพราะมาตรการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ผลสำเร็จทันที


==============================


ข้อที่ 69

โจทย์: ภายใต้ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรออก 'คำสั่งทางปกครอง' แล้วต่อมาพบว่ามีความผิดพลาดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับตัวบุคคลผู้รับคำสั่ง การเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายนี้ ต้องดำเนินการภายในระยะเวลาใด (หากไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้)


ตัวเลือก:

ก. ภายใน 30 วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุนั้น

ข. ภายใน 90 วันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุนั้น

ค. ภายใน 1 ปีนับแต่ได้รู้ถึงเหตุนั้น

ง. ภายใน 2 ปีนับแต่ได้รู้ถึงเหตุนั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 49/1 (แก้ไขเพิ่มเติม) ระบุว่าการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่กรณีที่ผู้รับคำสั่งปกปิดข้อความจริงหรือให้ข้อความเท็จ ให้กระทำได้ภายใน 'เก้าสิบวัน' นับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งนั้น

สูตรจำ: เพิกถอนเพราะ 'รู้' ว่าผิด = 90 วัน (เก้า-สิบ-วัน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. มักเป็นระยะเวลาอุทธรณ์, ค. และ ง. เป็นตัวเลขที่ใช้ในเรื่องความรับผิดทางละเมิดหรือสัญญาปกครองบางประเภท

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอายุความฟ้องคดีปกครองทั่วไป (90 วัน) กับการเพิกถอนโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งปัจจุบันถูกกำหนดไว้ที่ 90 วันเช่นกันในมาตราที่แก้ไขใหม่


==============================


ข้อที่ 70

โจทย์: According to the 2026 Global Tax Report, many countries are focusing on 'Tax Compliance' to ensure that all citizens pay their fair share. What does 'Tax Compliance' mean?


ตัวเลือก:

ก. The act of reducing tax payments legally.

ข. The process of investigating tax fraud.

ค. The degree to which taxpayers obey tax laws.

ง. The return of overpaid tax to the taxpayer.


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: Tax Compliance หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร หรือความร่วมมือของผู้เสียภาษีในการชำระภาษีอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

สูตรจำ: Compliance = Comply = ปฏิบัติตาม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Tax Avoidance (การเลี่ยงภาษีโดยถูกกฎหมาย), ข. คือ Audit/Investigation, ง. คือ Tax Refund

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Tax Avoidance (ก) หรือ Tax Investigation (ข)

#ติวสอบสรรพากร2569 #ข้อสอบเศรษฐศาสตร์ #การคลังสาธารณะ #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #สอบกรมสรรพากร #นักวิชาการสรรพากรปฏิบัติการ #สอบราชการ #ข้อสอบวิเคราะห์ #เตรียมสอบสรรพากร2569 #ติวข้าราชการ #นโยบายการคลัง #ภาษีอากร #ข้อสอบกพ #สรรพากร69 หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 51-60

 


ข้อที่ 51

โจทย์: คำในข้อใดสะกดถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานและเหมาะสมที่จะใช้ในรายงานการประชุมราชการเกี่ยวกับ 'งบประมาณ'


ตัวเลือก:

ก. งบประมาณผูกพัน

ข. งบประมาณผูกพันธ์

ค. งบประมาณผูกพรรณ

ง. งบประมาณผูกภัน


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: คำว่า 'ผูกพัน' หมายถึง มีพันธะต่อกัน ใช้ในการคลังหรือกฎหมาย เช่น งบประมาณผูกพัน ส่วน 'ผูกพันธ์' (มี ธ การันต์) มักใช้กับความรักหรือความรู้สึก ซึ่งไม่นิยมใช้ในภาษาราชการระดับทางการ

สูตรจำ: ผูกพัน = พันธะ (งาน), ผูกพันธ์ = สัมพันธ์ (ใจ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือกอื่นเป็นการสะกดที่ไม่มีความหมายในบริบทของงบประมาณราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'พัน' (ไม่มีการันต์) กับ 'พันธ์' (มี ธ การันต์)


==============================


ข้อที่ 52

โจทย์: หากเจ้าหน้าที่สรรพากรปฏิบัติหน้าที่โดย 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' จนทำให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหายและต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอก ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กรมสรรพากรมีสิทธิอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. ไม่สามารถเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้

ข. เรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนให้แก่หน่วยงานได้

ค. ต้องฟ้องเจ้าหน้าที่ต่อศาลแพ่งทันทีพร้อมกับฟ้องหน่วยงาน

ง. ให้หักเงินเดือนเจ้าหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ กำหนดว่าถ้าหน่วยงานรัฐต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย และการละเมิดนั้นเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืน (Right of Recourse)

อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ละเมิดหน้าที่: ฟ้องหน่วยงาน (ม.5) -> ถ้าร้ายแรง หน่วยงานไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ (ม.8)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะมีสิทธิเรียกคืนถ้าเป็นกรณีร้ายแรง, ค ผิดเพราะห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ (ตามมาตรา 5), ง ผิดเพราะต้องมีกระบวนการสอบสวนตามระเบียบ

ระวังหลุมพราง: ถ้าประมาทเลินเล่อ 'ธรรมดา' (ไม่ร้ายแรง) หน่วยงานจะเรียกคืนไม่ได้ ต้องเป็น 'จงใจหรือร้ายแรง' เท่านั้น


==============================


ข้อที่ 53

โจทย์: หากแนวโน้มการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ของประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมพลาสติกเพิ่มขึ้น 15% และผู้ผลิตตัดสินใจผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภคเพียง 2/3 ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หากเดิมสินค้าชิ้นหนึ่งราคา 120 บาท ราคาใหม่ของสินค้าชิ้นนี้จะเป็นเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 132 บาท

ข. 134 บาท

ค. 138 บาท

ง. 140 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: วิธีคิด: 1. ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง = 120 x 15/100 = 18 บาท 2. ผลักภาระให้ผู้บริโภค 2/3 ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น = 18 x (2/3) = 12 บาท 3. ราคาใหม่ = ราคาเดิม + ภาระที่เพิ่ม = 120 + 12 = 132 บาท นโยบาย Carbon Tax เริ่มมีผลบังคับใช้เข้มข้นในปี 2568-2569 ตามพันธกิจลดก๊าซเรือนกระจก


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ค คือการบวกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด (18 บาท) ซึ่งผิดเงื่อนไข 2/3, ข้อ ง เป็นการคำนวณจากฐานที่ผิดพลาด

ระวังหลุมพราง: โจทย์บอกว่าผลักภาระ 'เพียง 2/3' ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ทั้งหมดของ 15%


==============================


ข้อที่ 54

โจทย์: The Revenue Department aims to enhance 'tax compliance' by simplifying the digital filing process. What does the term 'tax compliance' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. การหลีกเลี่ยงภาษี

ข. การขอคืนภาษี

ค. การปฏิบัติตามกฎหมายภาษี

ง. การตรวจสอบบัญชีภาษีอากร


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: 'Tax compliance' คือการที่ผู้เสียภาษีปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรอย่างถูกต้อง ทั้งการยื่นแบบและชำระภาษีตามกำหนดเวลา

สูตรจำ: Comply = ทำตามกฎ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือ Tax Avoidance/Evasion, ข คือ Tax Refund, ง คือ Tax Audit ซึ่งไม่ตรงกับความหมายของ Compliance

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ Tax Avoidance (การเลี่ยงภาษี) หรือ Tax Evasion (การหนีภาษี)


==============================


ข้อที่ 55

โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการปฏิบัติภารกิจใดๆ ส่วนราชการต้องมุ่งเน้นในเรื่องใดเพื่อให้เกิด 'ประโยชน์สุขของประชาชน'


ตัวเลือก:

ก. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความรวดเร็ว

ข. ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

ค. การถือเอาความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ง. การจัดลำดับความสำคัญของภารกิจตามนโยบายคณะรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 7 และ 8 กำหนดว่าการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึงการปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อเกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยต้องถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric)

อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 7-8


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นเป้าหมายในหมวดอื่นของกฎหมายฉบับเดียวกัน แต่ 'ประโยชน์สุข' เน้นที่ 'ประชาชนเป็นศูนย์กลาง' ตามมาตรา 8

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกอื่นที่เป็นเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเหมือนกัน แต่อยู่คนละหมวด (เช่น การลดขั้นตอนอยู่หมวด 5, ความคุ้มค่าอยู่หมวด 4)


==============================


ข้อที่ 56

โจทย์: จากการรายงานสถิติการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีการยื่นผ่านระบบ e-Filing คิดเป็น 92% ของการยื่นทั้งหมด หากจำนวนผู้ยื่นแบบทั้งหมดคือ 11.5 ล้านราย และในจำนวนผู้ที่ยื่นผ่านระบบ e-Filing มีการขอคืนภาษี (Refund) อยู่ 60% อยากทราบว่ามีผู้ที่ยื่นผ่านระบบ e-Filing แต่ 'ไม่ได้' ขอคืนภาษีเป็นจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 4.232 ล้านราย

ข. 4.600 ล้านราย

ค. 6.348 ล้านราย

ง. 10.580 ล้านราย


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: วิธีคิด: 1. หาจำนวนผู้ยื่นผ่าน e-Filing ทั้งหมด = 11.5 ล้าน x 92/100 = 10.58 ล้านราย 2. โจทย์ถามหาผู้ที่ 'ไม่ได้' ขอคืนภาษี ซึ่งคิดเป็น 100% - 60% = 40% ของผู้ที่ยื่นผ่าน e-Filing 3. คำนวณ 10.58 ล้าน x 40/100 = 4.232 ล้านราย ข้อมูลนี้สอดคล้องกับเป้าหมาย Digital Transformation ของกรมสรรพากรในปี 2569 ที่มุ่งเน้น Paperless


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ง คือยอดรวม e-Filing ทั้งหมด (ยังไม่หัก 40%), ข้อ ค คือยอดผู้ขอคืนภาษี (60%) ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่โจทย์ถาม

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถาม 'ไม่ได้ขอคืน' ไม่ใช่ 'ขอคืน' และต้องคำนวณจากยอด e-Filing ไม่ใช่ยอดรวมทั้งหมด


==============================


ข้อที่ 57

โจทย์: ข้อใดสรุปความจากบทความต่อไปนี้ได้ถูกต้องที่สุด: 'การเปิดใช้งานระบบ AI-Audit ของกรมสรรพากรในเดือนเมษายน 2569 ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบภาษีจากเดิม 30 วันเหลือเพียง 3 วัน แต่ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ (Officer Discretion) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความโปร่งใสในระบบภาษีดิจิทัล'


ตัวเลือก:

ก. AI จะเข้ามาทำงานแทนที่เจ้าหน้าที่สรรพากรทั้งหมดในปี 2569

ข. ระบบ AI-Audit มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มรายได้จากการค่าปรับภาษี

ค. เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วและลดปัญหาความไม่โปร่งใส

ง. เจ้าหน้าที่สรรพากรจะไม่สามารถใช้ดุลพินิจได้เลยในทุกกรณี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุชัดเจนถึง 2 ประเด็นหลัก คือ 1. ลดระยะเวลา (ความรวดเร็ว) และ 2. ลดการใช้ดุลพินิจ (ความโปร่งใส) ซึ่งตรงกับตัวเลือก ค มากที่สุด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ใช้คำที่รุนแรงเกินบทความ (ทั้งหมด/ทุกกรณี), ข้อ ข เป็นการคาดเดาเจตนาที่บทความไม่ได้กล่าวถึง

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่สรุปเกินจริง (Overgeneralization) เช่น คำว่า 'ทั้งหมด' หรือ 'ทุกกรณี'


==============================


ข้อที่ 58

โจทย์: เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ 'ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ' ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147

ข. มาตรา 151

ค. มาตรา 157

ง. มาตรา 162


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 151 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ...'

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

สูตรจำ: 147 เบียดบังทรัพย์, 151 จัดการทรัพย์ทุจริต


เทคนิคการตัดช้อยส์: มาตรา 147 คือ ยักยอกทรัพย์, มาตรา 157 คือ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (มาตราครอบจักรวาล), มาตรา 162 คือ รับรองเอกสารเท็จ

ระวังหลุมพราง: ระวังจะสับสนกับมาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์) มาตรา 151 เน้นที่การ 'ใช้อำนาจในตำแหน่ง' เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือจัดการทรัพย์โดยทุจริต


==============================


ข้อที่ 59

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 'คำสั่งทางปกครอง' ที่ทำเป็นหนังสือ จะต้องมีรายละเอียดตามข้อใดจึงจะถือว่า 'สมบูรณ์ตามกฎหมาย' ในส่วนของการระบุเหตุผล


ตัวเลือก:

ก. ระบุเฉพาะมาตรากฎหมายที่อ้างอิงเท่านั้น

ข. ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

ค. ระบุเพียงชื่อตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่ง

ง. ไม่จำเป็นต้องระบุเหตุผลหากเป็นการออกคำสั่งตามคำขอของผู้รับคำสั่ง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลประกอบด้วย ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และ (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 37


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค ระบุไม่ครบองค์ประกอบตามมาตรา 37, ง เป็นข้อยกเว้นที่ต้องระวัง แต่โดยหลักการทั่วไปข้อ ข คือสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้มีเพื่อให้สมบูรณ์

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมว่าต้องมีครบทั้ง 3 ส่วนตามมาตรา 37 ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 60

โจทย์: According to the latest 2026 OECD report, Thailand has strictly __________ the Global Minimum Tax rules to ensure fair competition.


ตัวเลือก:

ก. implemented

ข. implement

ค. implementing

ง. implements


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ประโยคอยู่ในรูป Present Perfect Tense (has + V.3) เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและส่งผลถึงปัจจุบัน (ปี 2569) ดังนั้นต้องใช้ 'implemented'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค, ง ไม่ใช่รูปกริยาช่องที่ 3 ที่ตามหลัง Verb to have ในโครงสร้าง Tense นี้

ระวังหลุมพราง: ตรวจสอบโครงสร้าง Present Perfect (has/have + verb 3) เสมอ

#ติวเข้มสรรพากร2569 #ข้อสอบกรมสรรพากร #สอบสรรพากร #ความรู้กรมสรรพากร #สอบราชการ2569 #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #จรรยาบรรณข้าราชการ #พ้นธกิจสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #ติวสอบราชการ #เตรียมสอบสรรพากร #สอบบรรจุข้าราชการ #ติวสอบกพ69 หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 41-50

 


ข้อที่ 41

โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The Revenue Department has ______ a new AI-driven system to detect tax evasion patterns more efficiently in the 2026 fiscal year.'


ตัวเลือก:

ก. implemented

ข. implicated

ค. improvised

ง. immunized


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Implement แปลว่า นำไปปฏิบัติ หรือ เริ่มดำเนินการ (ใช้กับระบบหรือนโยบาย) ซึ่งเหมาะสมที่สุดในบริบทการนำระบบ AI มาใช้ของกรมสรรพากรในปี 2569

สูตรจำ: Implement = ดำเนินการ/ติดตั้งระบบ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. Implicated (พัวพัน/เกี่ยวข้องในคดี), ค. Improvised (ด้นสด/แก้ปัญหาเฉพาะหน้า), ง. Immunized (ฉีดวัคซีน/สร้างภูมิคุ้มกัน)

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีรูปเขียนคล้ายกัน (Confusing words) เช่น Implicated ซึ่งแปลว่า พัวพันในทางไม่ดี


==============================


ข้อที่ 42

โจทย์: ในการสุ่มตรวจผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเขตพื้นที่หนึ่ง พบว่ามีผู้เสียภาษีกลุ่ม A จำนวน 450 คน กลุ่ม B จำนวน 300 คน และกลุ่ม C จำนวน 250 คน หากกรมสรรพากรต้องการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นสัดส่วน (Proportional Stratified Sampling) มาตรวจสอบจำนวน 200 คน อยากทราบว่าผู้เสียภาษีในกลุ่ม B จะถูกสุ่มมาจำนวนกี่คน


ตัวเลือก:

ก. 45 คน

ข. 50 คน

ค. 60 คน

ง. 90 คน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การสุ่มแบบเป็นสัดส่วน คำนวณจาก (จำนวนสมาชิกในกลุ่ม / จำนวนรวมทั้งหมด) x จำนวนตัวอย่างที่ต้องการ -> จำนวนรวมทั้งหมด = 450 + 300 + 250 = 1,000 คน สัดส่วนกลุ่ม B = 300/1,000 = 0.3 ดังนั้น จำนวนที่จะสุ่มจากกลุ่ม B = 0.3 x 200 = 60 คน

สูตรจำ: สูตรสัดส่วน: (จํานวนส่วน / จํานวนเต็ม) x เป้าหมายสุ่ม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 45 คน คือสัดส่วนผิด (ใช้นิยาม 15% ของ 300 ซึ่งไม่ใช่), ข. 50 คน คือการหารเฉลี่ยเท่ากันทุกกลุ่ม (200/4), ง. 90 คน คือสัดส่วนของกลุ่ม A (0.45 x 200)

ระวังหลุมพราง: ระวังการบวกเลขจำนวนรวมผิด หรือสลับสัดส่วนของกลุ่ม A และ B เพราะโจทย์อาจเรียงลำดับลวงไว้


==============================


ข้อที่ 43

โจทย์: ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องทำสิ่งใดเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ


ตัวเลือก:

ก. รายงานผลการปฏิบัติราชการต่อคณะรัฐมนตรีโดยตรง

ข. จัดทำรายงานประเมินผลการจัดตั้งหน่วยงานใหม่

ค. จัดให้มีการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและนำผลมาปรับปรุงงาน

ง. ลดจำนวนข้าราชการลงร้อยละ 10 หากไม่บรรลุเป้าหมาย


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามหมวด 7 มาตรา 30 และ 45 การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมายให้มีการประเมินผลและสำรวจความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

อ้างอิง: มาตรา 30 และ 45 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

สูตรจำ: ประเมินผล = ถามคนรับบริการ + ปรับปรุงงาน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. รายงานต่อ ก.พ.ร. หรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ไม่ใช่ ครม. ทั้งหมด, ข. ไม่ใช่เงื่อนไขหลักทุกปีงบประมาณ, ง. ผิดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูเหมือนจะเป็นการลงโทษเจ้าหน้าที่ (ง.) ซึ่งไม่ใช่หัวใจของ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้


==============================


ข้อที่ 44

โจทย์: ข้อใดคือการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลางตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ที่ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. สำนักนายกรัฐมนตรี - กระทรวง - ทบวง - กรม

ข. จังหวัด - อำเภอ - ตำบล - หมู่บ้าน

ค. เทศบาล - องค์การบริหารส่วนจังหวัด - กรุงเทพมหานคร

ง. รัฐวิสาหกรรม - องค์การมหาชน - หน่วยงานอิสระ


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตาม มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ระบุว่าการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลางให้มี (1) สำนักนายกรัฐมนตรี (2) กระทรวง (3) ทบวง (4) กรม

อ้างอิง: มาตรา 7 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

สูตรจำ: กลาง = สำนัก-ทรวง-บวง-กรม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. คือส่วนภูมิภาค, ค. คือส่วนท้องถิ่น, ง. ไม่ใช่การจัดระเบียบตาม ม.7

ระวังหลุมพราง: ระวังการสลับระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น


==============================


ข้อที่ 45

โจทย์: หากนายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีรองนายกรัฐมนตรีผู้ใดสามารถรักษาราชการแทนได้ ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ใครจะเป็นผู้รักษาราชการแทน


ตัวเลือก:

ก. ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข. ปลัดกระทรวงการคลัง

ค. รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ง. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตาม มาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 หากไม่มีนายกฯ และไม่มีรองนายกฯ ให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน

อ้างอิง: มาตรา 41 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534

สูตรจำ: นายกฯ ไม่อยู่ -> รองนายกฯ -> รัฐมนตรี (ครม.เลือก)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ฝ่ายนิติบัญญัติ, ข. ข้าราชการประจำ, ง. ข้าราชการประจำ

ระวังหลุมพราง: ระวังโดนหลอกว่าเป็นประธานสภาฯ (ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน)


==============================


ข้อที่ 46

โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลมุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) จากภาคอุตสาหกรรมหนัก เพื่อสะท้อนต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยอัตราภาษีจะเริ่มที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า' ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. รัฐบาลไทยเก็บภาษีคาร์บอนจากประชาชนทุกคนที่มีการใช้พลังงาน

ข. ภาษีคาร์บอนเป็นเครื่องมือทางการคลังเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

ค. อัตราภาษีคาร์บอนจะคงที่ที่ 200 บาทตลอดระยะเวลาจนถึงปี 2050

ง. ภาคเกษตรกรรมเป็นกลุ่มหลักที่ต้องจ่ายภาษีคาร์บอนตามมาตรการนี้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: จากบทความ ภาษีคาร์บอนถูกนำมาใช้เพื่อสะท้อนต้นทุนสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่ Net Zero ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการคลังด้านสิ่งแวดล้อม (Green Fiscal Policy) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะเน้นอุตสาหกรรมหนัก ไม่ใช่ทุกคน, ค. ผิดเพราะคำว่า 'เริ่มที่' แปลว่าอนาคตเปลี่ยนได้, ง. ผิดเพราะโจทย์ระบุอุตสาหกรรมหนัก

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ก และ ง ระบุกลุ่มเป้าหมายผิด (โจทย์ระบุอุตสาหกรรมหนัก) ตัวเลือก ค ระบุคำว่า 'คงที่ตลอด' ซึ่งบทความไม่ได้ระบุไว้


==============================


ข้อที่ 47

โจทย์: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ 'อายุความ' ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนคืนจากเจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิดโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง


ตัวเลือก:

ก. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ข. ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ค. ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่กระทำละเมิด

ง. ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตาม มาตรา 9 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ให้มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

อ้างอิง: มาตรา 9 วรรคสอง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

สูตรจำ: รัฐฟ้องเจ้าหน้าที่: รู้ตัว + รู้เรื่อง = 1 ปี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. 2 ปี เป็นอายุความที่ชาวบ้านฟ้องรัฐ (ม.10), ค. 10 ปี เป็นอายุความทั่วไปทางแพ่ง แต่กฎหมายเฉพาะนี้กำหนดไว้ 1 ปี, ง. ไม่ใช่เงื่อนไขตามมาตรา 9

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอายุความ 2 ปีในมาตรา 10 ที่ใช้กรณีผู้เสียหายฟ้องหน่วยงาน ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน


==============================


ข้อที่ 48

โจทย์: Read the following news snippet (April 2026): 'Thailand's Ministry of Finance has reported a 15% increase in VAT revenue from digital platform services, following the mandatory registration of foreign e-commerce giants.' What is the primary cause of the revenue growth?


ตัวเลือก:

ก. A decrease in digital platform consumption

ข. The implementation of tax regulations for foreign digital providers

ค. A reduction in the VAT rate from 7% to 5%

ง. The total ban of domestic e-commerce platforms


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ข่าวระบุว่ารายได้ VAT เพิ่มขึ้น 15% จากบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื่องจากการบังคับจดทะเบียนของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ต่างชาติ (e-Service Tax)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดแย้งกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น, ค. รายได้น่าจะลดลงถ้าลดอัตราภาษีและข่าวไม่ได้ระบุ, ง. เป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐกิจปัจจุบัน

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'รายได้เพิ่ม' กับ 'อัตราภาษีเพิ่ม' โจทย์ถามหาสาเหตุจากเนื้อหาข่าว


==============================


ข้อที่ 49

โจทย์: ข้อความใดแสดงถึง 'มาตรฐานทางจริยธรรม' ในด้านการยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ได้ชัดเจนที่สุด


ตัวเลือก:

ก. นาย ก. ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัดแม้จะขัดต่อกฎหมาย

ข. นาง ข. ปฏิเสธการรับของขวัญจากผู้มาติดต่อราชการในช่วงเทศกาล

ค. นาย ค. เร่งทำผลงานส่วนตัวเพื่อให้ได้เลื่อนขั้นเร็วกว่าผู้อื่น

ง. นาง ง. ใช้รถยนต์ของทางราชการไปส่งบุตรที่โรงเรียนก่อนมาทำงาน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การปฏิเสธของขวัญ (No Gift Policy) เป็นการป้องกันความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม (Conflict of Interest) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม มาตรา 5 (3)

อ้างอิง: มาตรา 5 (3) พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

สูตรจำ: จริยธรรม 7 ประการ: ซื่อสัตย์-กล้าหาญ-โปร่งใส-ส่วนรวม-เป็นกลาง-มุ่งผลสัมฤทธิ์-ศรัทธาสถาบัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะคำสั่งที่ขัดกฎหมายไม่ต้องทำตาม, ค. เป็นผลประโยชน์ส่วนตน, ง. เป็นการเบียดบังทรัพยากรหลวง

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'ความจงรักภักดีต่อองค์กร' กับ 'การกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย'


==============================


ข้อที่ 50

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 'คู่กรณี' มีสิทธิคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาทางปกครองว่ามีเหตุอันอาจถูกคัดค้านได้ตามข้อใดมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เจ้าหน้าที่เคยเป็นคู่กรณีกับญาติของคู่กรณีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ข. เจ้าหน้าที่มีความเห็นทางวิชาการที่แตกต่างจากคู่กรณี

ค. เจ้าหน้าที่เป็นคู่สมรสหรือเป็นญาติทางเขยหรือทางสะใภ้ของคู่กรณีในลำดับที่สอง

ง. เจ้าหน้าที่เคยรับราชการในจังหวัดเดียวกับคู่กรณี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) เจ้าหน้าที่ที่มีลักษณะเป็นคู่สมรส ญาติทางสายโลหิต หรือทางแต่งงานในลำดับที่สาม ถือว่ามีเหตุอันอาจถูกคัดค้านได้เนื่องจากมีความเป็นกลางไม่เพียงพอ

อ้างอิง: มาตรา 13 (2) พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

สูตรจำ: ญาติ-เมีย-ศัตรู-เจ้าหนี้-ลูกหนี้ ห้ามตรวจ!


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ระยะเวลา 10 ปีนานเกินไปและไม่ใช่เหตุตาม ม.13, ข. ความเห็นต่างไม่ใช้เหตุคัดค้านทางกฎหมาย, ง. ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ไม่เข้าเกณฑ์ ม.13

ระวังหลุมพราง: กฎหมายระบุถึง 'ลำดับที่สาม' ดังนั้น 'ลำดับที่สอง' ย่อมรวมอยู่ในเงื่อนไขห้ามพิจารณา

#ข้อสอบจริงสรรพากร2569 #ภาษีธุรกิจเฉพาะ #อากรแสตมป์ #ติวสอบสรรพากร #แนวข้อสอบกรมสรรพากร #สอบข้าราชการ #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #สอบสรรพากร69 #ติวสอบกพ #ติวข้าราชการ #กฎหมายภาษีอากร #ประมวลรัษฎากร #เตรียมสอบสรรพากร2569 #รวมข้อสอบสรรพากร หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

กรมสรรพากร ข้อที่ 31-40

 


ข้อที่ 31

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (1) ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม หากข้าราชการสรรพากร 'จงใจ' รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาจนเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง จะมีโทษทางวินัยตามข้อใด?


ตัวเลือก:

ก. ตัดเงินเดือน

ข. ลดเงินเดือน

ค. ปลดออกหรือไล่ออก

ง. ให้ออก


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 82 และ 85 การรายงานเท็จหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตจนเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษเพียง 2 สถานคือ ปลดออก หรือ ไล่ออก

อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 และ 88

สูตรจำ: วินัย 5 สถาน: ภาค-ตัด-ลด (ไม่ร้าย) / ปลด-ไล่ (ร้ายแรง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นโทษวินัยไม่ร้ายแรง, ง. ให้ออก เป็นมาตรการทางปกครอง ไม่ใช่โทษทางวินัย

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก 'ให้ออก' เพราะสถานโทษวินัยร้ายแรงมีเพียง 'ปลดออก' และ 'ไล่ออก' เท่านั้น (ให้ออกไม่ใช่โทษทางวินัยตามมาตรา 88)


==============================


ข้อที่ 32

โจทย์: ข้อใดคือข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐ 'ต้อง' ส่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 7?


ตัวเลือก:

ก. แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ข. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

ค. สัญญาสัมปทานหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชน

ง. คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานที่กระทบต่อเอกชน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 7 กำหนดให้ส่ง (1) โครงสร้างองค์กร (2) สรุปอำนาจหน้าที่ (3) สถานที่ติดต่อ และ (4) กฎ มติ ครม. ที่มีผลทั่วไป ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

อ้างอิง: พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 7

สูตรจำ: มาตรา 7 = ลงราชกิจจา (ประกาศโลกรู้) / มาตรา 9 = จัดให้ดู (เดินมาขอดูได้)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, และ ง ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลตามมาตรา 9 ที่ต้อง 'จัดไว้ให้ตรวจดู' ไม่ใช่ต้อง 'ลงราชกิจจาฯ' ตามมาตรา 7

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับมาตรา 9 (ข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู) ซึ่งรวมถึง แผนงาน โครงการ และสัญญาต่างๆ


==============================


ข้อที่ 33

โจทย์: จงเรียงลำดับข้อความต่อไปนี้ให้เป็นประโยคที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทยและขั้นตอนการบริหาร: 

1. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล 

2. กรมสรรพากรได้เร่งพัฒนาระบบจัดเก็บภาษี 

3. ตามมาตรการ Pillar 2 ของ OECD 

4. ให้ครอบคลุมบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่


ตัวเลือก:

ก. 2-3-4-1

ข. 3-2-4-1

ค. 1-2-4-3

ง. 2-4-3-1


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ลำดับที่เหมาะสมคือ (2) ประธานและกริยาหลัก (3) ขยายเงื่อนไขตามนโยบายระดับโลก (4) ขยายกลุ่มเป้าหมาย และ (1) สรุปวัตถุประสงค์สูงสุด สอดคล้องกับข่าวเศรษฐกิจเมษายน 2569 เรื่องการบังคับใช้ Global Minimum Tax


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. เริ่มด้วย 3 (บุพบท) ทำให้ประโยคดูขาดประธาน, ค. เริ่มด้วย 1 (วัตถุประสงค์) มักใช้ในงานกวีหรือบทนำ ไม่ใช่งานข่าวสารราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังการนำวัตถุประสงค์ (1) ขึ้นต้น ซึ่งอาจดูสละสลวยแต่ในเชิงข่าวราชการมักจะบอกว่า 'ใคร ทำอะไร' ก่อน


==============================


ข้อที่ 34

โจทย์: ภายใต้หลักเกณฑ์ระบบคุณธรรม (Merit System) ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ข้อใดคือหลักการที่เน้น 'การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม'?


ตัวเลือก:

ก. หลักความเสมอภาค

ข. หลักความสามารถ

ค. หลักความมั่นคง

ง. หลักความเป็นกลางทางการเมือง


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: หลักความเสมอภาค (Equality of Opportunity) ในระบบคุณธรรมครอบคลุมถึงการได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เท่าเทียมกันเมื่อทำงานในลักษณะและคุณภาพเดียวกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ

อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 42

สูตรจำ: คุณธรรม 4 ประการ: เสมอภาค (ค่าตอบแทน) - สามารถ (สอบเข้า) - มั่นคง (ไม่ถูกไล่มั่ว) - กลาง (ไม่ลำเอียงการเมือง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. หลักความสามารถ เน้นการสอบแข่งขันและการเข้าสู่ตำแหน่ง, ค. หลักความมั่นคง เน้นการคุ้มครองจากการถูกกลั่นแกล้ง, ง. เน้นการไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง

ระวังหลุมพราง: หลายคนมักคิดว่าค่าตอบแทนสัมพันธ์กับ 'ความสามารถ' เท่านั้น แต่ในทางกฎหมายบริหารทรัพยากรบุคคล ความเท่าเทียมของค่าตอบแทนในระดับงานเดียวกันคือ 'ความเสมอภาค'


==============================


ข้อที่ 35

โจทย์: Fill in the blank: "Under the Pillar 2 rules implemented in June 2026, MNE groups with annual revenues exceeding €750 million are _______ to pay a minimum effective tax rate of 15%."


ตัวเลือก:

ก. require

ข. requiring

ค. required

ง. requirement


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ประโยคนี้อยู่ในรูป Passive Voice (Subject + are + V.3) เนื่องจาก MNE groups 'ถูกบังคับ' ตามกฎหมาย ดังนั้นต้องใช้ required


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็น V.1 ไม่เข้ากับ are, ข. เป็น Gerund/Present Participle ซึ่งจะหมายความว่าบริษัทไปบังคับคนอื่น, ง. เป็น Noun ไม่สามารถทำหน้าที่กริยาในบริบทนี้ได้

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมสังเกต 'are' ข้างหน้าช่องว่าง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้โครงสร้าง Passive Voice หรือ Adjective


==============================


ข้อที่ 36

โจทย์: กรมสรรพากรตั้งเป้าพัฒนาระบบตรวจสอบภาษี AI โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงรุ่น A ทำงานเสร็จใน 4 ชั่วโมง รุ่น B ทำงานเสร็จใน 6 ชั่วโมง หากเปิดใช้งานทั้งสองเครื่องพร้อมกันเพื่อประมวลผลชุดข้อมูลเดียวกัน จะใช้เวลากี่ชั่วโมง?


ตัวเลือก:

ก. 2.0 ชั่วโมง

ข. 2.4 ชั่วโมง

ค. 2.8 ชั่วโมง

ง. 5.0 ชั่วโมง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ใช้สูตรการทำงานร่วมกัน: (Time A x Time B) / (Time A + Time B) = (4 x 6) / (4 + 6) = 24 / 10 = 2.4 ชั่วโมง ข้อมูลนี้จำลองมาจากแผนยุทธศาสตร์ AI Workforce 2027 ของรัฐบาลไทย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ง. 5.0 ชั่วโมง ผิดแน่นอนเพราะทำงานสองเครื่องต้องเร็วกว่า 4 ชั่วโมง, ก. และ ค. เป็นค่าประมาณที่ไม่ได้มาจากการคำนวณสัดส่วนงานที่แท้จริง

ระวังหลุมพราง: อย่าเอาเวลามาหาค่าเฉลี่ยตรงๆ (4+6)/2 เพราะเครื่องทำงานช่วยกันต้องใช้เวลาน้อยลงกว่าเครื่องที่เร็วที่สุดเสมอ


==============================


ข้อที่ 37

โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 สภาวะเศรษฐกิจไทยมี Broad Digital GDP สูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท หากพิจารณาอนุกรมตัวเลขเป้าหมายการจัดเก็บภาษีรายไตรมาส (หน่วย: พันล้านบาท) ดังนี้: 125, 250, 500, 1,000, ... ตัวเลขถัดไปในลำดับคือข้อใด?


ตัวเลือก:

ก. 1,250

ข. 1,500

ค. 2,000

ง. 2,500


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: อนุกรมชุดนี้คือการเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Geometric Sequence) โดยมีอัตราส่วนร่วม (Common Ratio) คือ 2 (125 x 2 = 250, 250 x 2 = 500, 500 x 2 = 1,000) ดังนั้นพจน์ถัดไปคือ 1,000 x 2 = 2,000 สอดคล้องกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่ก้าวกระโดดในปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 1,250 เป็นตัวหลอกสำหรับคนที่คิดว่าบวกเพิ่มทีละ 250 ในพจน์สุดท้าย, ข. 1,500 และ ง. 2,500 ไม่มีความสัมพันธ์เชิงคูณที่คงที่กับพจน์ก่อนหน้า

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอนุกรมการบวกเพิ่มทีละ 125 ซึ่งจะทำให้ตอบผิดเป็น 1,125 หรือการมองข้ามความสัมพันธ์ที่คงที่


==============================


ข้อที่ 38

โจทย์: Which word is synonymous with 'Exemption' in the context of the Global Minimum Tax (Pillar 2)?


ตัวเลือก:

ก. Liability

ข. Incentive

ค. Exclusion

ง. Penalty


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ในบริบททางภาษี 'Exemption' (การยกเว้น) มีความหมายใกล้เคียงกับ 'Exclusion' (การแยกออกไป/ไม่นับรวม) สอดคล้องกับการใช้คำใน OECD Global Minimum Tax Implementation Toolkit 2026


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Liability แปลว่า หนี้สิน/ความรับผิด, ข. Incentive แปลว่า สิ่งจูงใจ, ง. Penalty แปลว่า ค่าปรับ ซึ่งตรงข้ามกับความหมายที่ต้องการ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Incentive ซึ่งแปลว่าสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจ แม้อาจนำไปสู่การยกเว้นภาษีแต่ไม่ใช่คำพ้องความหมายโดยตรง


==============================


ข้อที่ 39

โจทย์: จากสถานการณ์เดือนเมษายน 2569 ข้อใดกล่าว 'ถูกต้อง' เกี่ยวกับเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย


ตัวเลือก:

ก. GDP รวมของประเทศเติบโตสูงกว่า Broad Digital GDP

ข. ไทยเป็นเพียง 'โกดังเก็บข้อมูล' (Data Storage) เท่านั้น ไม่มีการประมวลผล AI

ค. Broad Digital GDP มีมูลค่าแตะ 5.6 ล้านล้านบาท และเติบโตเป็น 2 เท่าของ GDP รวม

ง. ธนาคารแห่งประเทศไทยยกเลิกการพัฒนา Digital Baht เนื่องจากการขาดสภาพคล่อง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: จากรายงานกรมประชาสัมพันธ์เมื่อ 6 ม.ค. 2569 คาดการณ์ว่า Broad Digital GDP ปี 2569 จะมีมูลค่า 5.6 ล้านล้านบาท เติบโต 4.2% ซึ่งสูงกว่า GDP รวม (1.5-2.0%) ถึง 2 เท่า


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะ Digital GDP โตเร็วกว่า, ข. ผิดเพราะไทยเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Ready Data Center แล้วตามนโยบาย Cloud First, ง. ผิดเพราะ Digital Baht เป็นหนึ่งในรากฐานความเชื่อมั่นในปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ก. ที่สลับตำแหน่งกันระหว่าง Digital GDP และ GDP รวม


==============================


ข้อที่ 40

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในข้อใด 'ไม่ใช่' รูปแบบที่ระบุไว้ในกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่เป็นรูปแบบอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนด?


ตัวเลือก:

ก. องค์การบริหารส่วนจังหวัด

ข. เทศบาล

ค. กรุงเทพมหานคร

ง. องค์การบริหารส่วนตำบล


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 70 ระบุรูปแบบหลักไว้ 3 อย่างคือ (1) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (2) เทศบาล และ (3) ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด ซึ่ง 'กรุงเทพมหานคร' และ 'เมืองพัทยา' จัดเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษตามกฎหมายเฉพาะ สอดคล้องกับมาตรา 70(3)

อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 70

สูตรจำ: ท้องถิ่น 3 กลุ่ม: อบจ. - เทศบาล - อื่นๆ (กทม./พัทยา)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ระบุไว้ชัดเจนในมาตรา 70(1) และ (2), ง. องค์การบริหารส่วนตำบล แม้จะมีกฎหมายเฉพาะแต่ก็ถือเป็นรูปแบบท้องถิ่นทั่วไปที่กระจายอยู่ทั่วประเทศภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติม

ระวังหลุมพราง: กฎหมายใช้คำว่า 'ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด' ซึ่งหมายถึงรูปแบบพิเศษอย่าง กทม. และพัทยา

#ติวสอบกรมสรรพากร2569 #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #ข้อสอบสรรพากร #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #ติวสอบราชการ #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #สอบกพ69 #ประมวลรัษฎากร #กฎหมายสรรพากร #ติวสอบข้าราชการ #สรรพากร2569 #จุดความรับผิด #ใบกำกับภาษี หนังสือติวสอบกรมสรรพากร