ข้อที่ 61
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใดที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง กฟน.
ตัวเลือก:
ก. สั่งการให้พนักงาน กฟน. ทุกคนต้องมารายงานตัว
ข. กำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี
ค. ลงนามอนุมัติการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าให้แก่ประชาชนรายบุคคล
ง. แก้ไขระเบียบข้อบังคับภายในของ กฟน. โดยไม่ต้องผ่านบอร์ด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 11 (1) กำหนดอำนาจนายกรัฐมนตรีในการกำกับโดยทั่วไปเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน (ซึ่งรวมถึงรัฐวิสาหกิจในกำกับของกระทรวง) เป็นไปตามนโยบายของ ครม.
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11
สูตรจำ: นายกฯ = กำกับนโยบายภาพใหญ่ (General Supervision)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ค. เป็นงานระดับปฏิบัติการซึ่งนายกฯ ไม่ลงมาทำ, ง. ขัดต่อหลักการปกครองของรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ
ระวังหลุมพราง: แยกให้ออกระหว่าง 'อำนาจกำกับโดยทั่วไป' ของนายกฯ กับ 'อำนาจบริหารจัดการ' ของคณะกรรมการ (Board) หน่วยงาน
==============================
ข้อที่ 62
โจทย์: The MEA has announced a new initiative to ______ the deployment of smart meters across the Bangkok metropolitan area to ensure more accurate billing and real-time energy monitoring by the end of 2026.
ตัวเลือก:
ก. hinder
ข. accelerate
ค. postpone
ง. disregard
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Accelerate แปลว่า 'เร่งความเร็ว/เร่งดำเนินการ' ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการออกนโยบายใหม่ (new initiative) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2026
สูตรจำ: Accelerate = Ace (เก่ง) + Cele (ฉลอง) = เร่งให้สำเร็จเพื่อไปฉลอง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. hinder (ขัดขวาง), ค. postpone (เลื่อนออกไป), ง. disregard (เพิกเฉย) ล้วนมีความหมายในเชิงลบซึ่งไม่เข้ากับประโยคการประกาศนโยบายใหม่
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายตรงข้ามกัน (Antonyms) ในบริบทนโยบายรัฐ
==============================
ข้อที่ 63
โจทย์: จากการรายงานสถิติการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 พบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 คิดเป็นร้อยละ 8.5 โดยในปี 2568 มีค่า Peak Demand อยู่ที่ 9,200 เมกะวัตต์ หากรัฐบาลมีนโยบายให้ กฟน. สำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 ของค่า Peak Demand ในปี 2569 กฟน. จะต้องเตรียมกำลังไฟฟ้าสำรองรวมทั้งสิ้นกี่เมกะวัตต์ (ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
ตัวเลือก:
ก. 11,213.60 เมกะวัตต์
ข. 11,479.30 เมกะวัตต์
ค. 11,480.30 เมกะวัตต์
ง. 11,500.00 เมกะวัตต์
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: 1. หา Peak Demand ปี 2569: 9,200 + (9,200 x 8.5 / 100) = 9,200 + 782 = 9,982 เมกะวัตต์ 2. หาค่าสำรองไฟฟ้าเพิ่มร้อยละ 15: 9,982 x 15 / 100 = 1,497.30 เมกะวัตต์ 3. กำลังไฟฟ้าสำรองรวม: 9,982 + 1,497.30 = 11,479.30 เมกะวัตต์ *หมายเหตุ: โจทย์ถาม 'เตรียมกำลังไฟฟ้าสำรองรวม' หมายถึง Peak Demand ใหม่ + ส่วนสำรองที่คำนวณได้ คำตอบคือ 11,479.30 (ปัดเศษทศนิยมตามความเหมาะสม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ต่ำเกินไปเพราะลืมบวกส่วนต่างปี 69, ข. คำนวณเลขผิดในหลักหน่วย, ง. เป็นเลขกลมๆ ที่มักเป็นตัวหลอกในข้อสอบคำนวณจริง
ระวังหลุมพราง: ระวังการคำนวณร้อยละซ้อนร้อยละ และการอ่านโจทย์ว่าถาม 'ส่วนต่าง' หรือ 'ยอดรวม'
==============================
ข้อที่ 64
โจทย์: Which of the following terms best describes the state of energy production that results in no net release of carbon dioxide into the atmosphere, a key goal for MEA in 2026?
ตัวเลือก:
ก. Carbon Neutrality
ข. Greenwashing
ค. Fossil Reliance
ง. Energy Depletion
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) หมายถึงสภาวะที่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายระดับโลกและระดับองค์กรของ กฟน. ในปัจจุบัน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. เป็นศัพท์เชิงลบ (ฟอกเขียว), ค. และ ง. มีความหมายตรงข้ามกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ระวังหลุมพราง: Greenwashing เป็นคำศัพท์เชิงลบ หมายถึงการสร้างภาพลักษณ์ว่ารักษ์โลกแต่ความจริงไม่ใช่
==============================
ข้อที่ 65
โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'กฟน. เร่งยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อรองรับการขยายตัวของสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ในเขตเมืองหลวงที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเน้นความมั่นคงของระบบและการจัดการโหลดไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพผ่านระบบ AI ควบคุมอัตโนมัติ' จากข้อความนี้ ข้อใดสรุป 'วัตถุประสงค์หลัก' ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เพื่อประชาสัมพันธ์เทคโนโลยี AI ตัวใหม่ของ กฟน.
ข. เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานรองรับสังคมคาร์บอนต่ำ
ค. เพื่อบังคับให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
ง. เพื่อลดจำนวนพนักงานที่ดูแลระบบควบคุมไฟฟ้า
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วัตถุประสงค์หลักของการขยาย Smart Grid และรองรับ EV คือความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Stability) และการสนับสนุนพลังงานสะอาดซึ่งเชื่อมโยงกับสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ตามนโยบายรัฐบาลปี 2569
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. AI เป็นเพียงเครื่องมือไม่ใช่เป้าหมายหลัก, ค. กฟน. ไม่มีอำนาจบังคับการซื้อรถ, ง. บทความไม่ได้กล่าวถึงการลดพนักงาน
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูทันสมัยอย่าง AI แต่ไม่ใช่ 'วัตถุประสงค์หลัก' ขององค์กรสาธารณูปโภค
==============================
ข้อที่ 66
โจทย์: ในกรณีที่พนักงานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กระทำการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินสำหรับตนเองโดยมิชอบ เพื่อกระทำการอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ก็ตาม จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใด
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 148
ข. มาตรา 149
ค. มาตรา 150
ง. มาตรา 151
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ระบุว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน... เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน... เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่...' พนักงานรัฐวิสาหกิจถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายนี้
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
สูตรจำ: 148 บังคับขู่, 149 สินบนเสนอให้, 157 ละเว้นเมินเฉย
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 148 คือการใช้อำนาจบังคับข่มขู่, ค. 150 คือรับทรัพย์สินก่อนรับตำแหน่งเพื่อทำผิดหน้าที่, ง. 151 คือการใช้อำนาจจัดการทรัพย์สินของรัฐโดยทุจริต
ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง 148 (ใช้อำนาจข่มขู่/กรรโชก) กับ 149 (รับสินบน/ติดสินบน)
==============================
ข้อที่ 67
โจทย์: ประกาศ กฟน. เมษายน 2569: 'เนื่องจากสถานการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) ที่รุนแรงขึ้น ขอความร่วมมือผู้ใช้ไฟฟ้าปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 องศาเซลเซียส พร้อมล้างฟิลเตอร์สม่ำเสมอเพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและรักษาเสถียรภาพของระบบในภาพรวม' ข้อความนี้มี 'น้ำเสียง (Tone)' อย่างไร
ตัวเลือก:
ก. คำสั่งและบังคับ (Imperative)
ข. วิพากษ์วิจารณ์ (Critical)
ค. ขอความร่วมมือและแนะแนวทาง (Persuasive & Informative)
ง. ตื่นตระหนก (Alarmist)
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: การใช้คำว่า 'ขอความร่วมมือ' และการให้เหตุผลถึง 'ผลประโยชน์' (ลดภาระค่าไฟฟ้า) และ 'ส่วนรวม' (เสถียรภาพระบบ) เป็นลักษณะของน้ำเสียงเชิงโน้มน้าวและให้ข้อมูล
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่มีการระบุบทลงโทษหากไม่ทำตาม, ข. ไม่มีการตำหนิใคร, ง. แม้จะพูดถึง Heatwave แต่เน้นไปที่วิธีแก้ไขไม่ใช่ความน่ากลัว
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'คำเตือน' กับ 'คำสั่ง' สังเกตที่คำขึ้นต้น
==============================
ข้อที่ 68
โจทย์: ในปีงบประมาณ 2569 กฟน. ได้รับอนุมัติงบประมาณลงทุนโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 12 โดยงบประมาณรวมในปีนี้คือ 4,480 ล้านบาท อยากทราบว่าในปีงบประมาณ 2568 กฟน. ได้รับอนุมัติงบประมาณในโครงการนี้เป็นจำนวนเงินเท่าใด (ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
ตัวเลือก:
ก. 3,942.40 ล้านบาท
ข. 4,000.00 ล้านบาท
ค. 4,015.60 ล้านบาท
ง. 4,032.00 ล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใช้สูตรการหาค่าตั้งต้นเมื่อทราบค่าที่เพิ่มขึ้นแล้ว: ค่าเดิม = ค่าใหม่ / (1 + (ร้อยละที่เพิ่ม/100)) ดังนั้น ค่าเดิม = 4,480 / 1.12 = 4,000 ล้านบาทพอดี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกิดจากการเอา 12% ของ 4,480 ไปลบออก (ผิดวิธี), ค. และ ง. เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณฐานผิดพลาด
ระวังหลุมพราง: อย่าเอาร้อยละ 12 ไปลบออกจาก 4,480 ตรงๆ เพราะฐานของร้อยละ 12 คือยอดของปี 2568 ไม่ใช่ปี 2569
==============================
ข้อที่ 69
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การจัดตั้ง 'ศูนย์บริการร่วม' (One Stop Service) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสิ่งใด
ตัวเลือก:
ก. เพื่อประหยัดงบประมาณในการจ้างพนักงาน
ข. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดต่อสอบถามและขออนุญาต
ค. เพื่อรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง
ง. เพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบภายในหน่วยงาน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 30 และมาตรา 52 ของ พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีฯ กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถติดต่อทำธุรกรรมหลายอย่างได้ในที่เดียว (One Stop Service)
อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 30
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ไม่ใช่เจตนารมณ์หลักของกฎหมายฉบับนี้, ค. กฎหมายเน้นการกระจายการบริการไม่ใช่การรวมอำนาจ
ระวังหลุมพราง: อย่าตอบในเชิงเศรษฐศาสตร์ (ประหยัดงบ) ให้ตอบในเชิง 'ประโยชน์สุขประชาชน' ตามเจตนารมณ์กฎหมาย
==============================
ข้อที่ 70
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) คำสั่งทางปกครองจะมีผลบังคับเมื่อใด
ตัวเลือก:
ก. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่งนั้น
ข. เมื่อได้แจ้งให้ผู้รับคำสั่งได้รับทราบ
ค. เมื่อครบ 7 วันนับแต่วันที่ระบุในคำสั่ง
ง. เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 42 ระบุว่า 'คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป' ซึ่งเป็นหลักการสำคัญเพื่อให้ผู้ถูกกระทบสิทธิได้ทราบและโต้แย้งได้
อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 42
สูตรจำ: คำสั่ง = แจ้งถึงตัว, กฎ = ลงราชกิจจาฯ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การลงนามเป็นเพียงการทำคำสั่งแต่ยังไม่มีผลบังคับบุคคลภายนอก, ค. เป็นตัวเลขระยะเวลาหลอก, ง. ใช้สำหรับ กฎ หรือ ประกาศที่มีผลเป็นการทั่วไป
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการมีผลของ 'กฎ' (ต้องลงราชกิจจาฯ) กับ 'คำสั่งทางปกครอง' (แค่แจ้งผู้รับ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น