ads.txt

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การไฟฟ้านครหลวง ข้อที่ 71-80

 


ข้อที่ 71

โจทย์: ในปี 2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) รายงานสถิติการใช้พลังงานไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงฤดูร้อน พบว่ามีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึง 12% หากปี 2568 มีค่า Peak Demand อยู่ที่ 9,500 เมกะวัตต์ ในปี 2569 จะมีค่า Peak Demand อยู่ที่เท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 10,540 เมกะวัตต์

ข. 10,640 เมกะวัตต์

ค. 11,120 เมกะวัตต์

ง. 12,000 เมกะวัตต์


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: 12% ของ 9,500 = (12/100) x 9,500 = 1,140 เมกะวัตต์ ดังนั้น Peak Demand ปี 2569 = 9,500 + 1,140 = 10,640 เมกะวัตต์

อ้างอิง: อ้างอิงสถานการณ์จำลองสถิติพลังงาน MEA 2569

สูตรจำ: เพิ่ม 12% คือคูณ 1.12 เข้าไปที่ฐานเดิม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คำนวณผิดพลาดเล็กน้อย ค. เป็นตัวหลอกสำหรับคนคิดเป็น 17% ง. เป็นตัวเลขกลมๆ ที่ไม่มีฐานคำนวณ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำนวณร้อยละผิดตำแหน่ง หรือลืมบวกกลับเข้ากับค่าฐานเดิม


==============================


ข้อที่ 72

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองเป็นการ 'ไม่อนุญาตตามคำขอ' หรือ 'มีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล' เจ้าหน้าที่ต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งนั้นด้วย ซึ่งเหตุผลดังกล่าว 'ไม่' จำเป็นต้องประกอบด้วยส่วนใด


ตัวเลือก:

ก. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ

ข. ข้อกฎหมายที่อ้างอิง

ค. ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

ง. สถิติการร้องเรียนในลักษณะเดียวกันในอดีต


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 37 ระบุว่าคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือและมีการไม่อนุญาตตามคำขอ หรือมีผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล จะต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วย ซึ่งเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และ (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 37

สูตรจำ: เหตุผล 3 องค์ประกอบ = ข้อเท็จจริง + ข้อกฎหมาย + ข้อพิจารณาดุลพินิจ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ข. และ ค. คือ 'หัวใจ 3 ประการ' ของการให้เหตุผลตามมาตรา 37 จึงเป็นสิ่งที่ต้องมี

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อสอบถาม 'ยกเว้น' หรือ 'ไม่จำเป็น' สถิติในอดีตไม่ใช่สาระสำคัญทางกฎหมายที่ต้องระบุในคำสั่งปัจเจกบุคคล


==============================


ข้อที่ 73

โจทย์: หาก MEA ตั้งงบประมาณลงทุนในปี 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน 45%, โครงการ Smart Meter 25%, และโครงการบำรุงรักษาระบบส่ง 30% งบประมาณที่ใช้ในโครงการ Smart Meter น้อยกว่าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินเป็นจำนวนเงินเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 4,000 ล้านบาท

ข. 5,000 ล้านบาท

ค. 6,250 ล้านบาท

ง. 11,250 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ส่วนต่างของเปอร์เซ็นต์ = 45% - 25% = 20% ดังนั้น งบที่น้อยกว่าคือ 20% ของ 25,000 ล้านบาท = 0.20 x 25,000 = 5,000 ล้านบาท

อ้างอิง: แผนวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (จำลอง)

สูตรจำ: หาผลต่าง % ก่อนค่อยคูณฐาน = Fast Track


เทคนิคการตัดช้อยส์: ค. คือมูลค่าของ Smart Meter (25%) ง. คือมูลค่าของสายไฟฟ้าใต้ดิน (45%) โจทย์ถาม 'ส่วนต่าง'

ระวังหลุมพราง: อย่าเสียเวลาคำนวณมูลค่าเงินทีละโครงการแล้วค่อยมาลบกัน ให้ลบเปอร์เซ็นต์ก่อนแล้วค่อยหาค่ารวมจะเร็วกว่า


==============================


ข้อที่ 74

โจทย์: Read the following statement: 'MEA customers are encouraged to use the MEA Smart Life app to monitor their real-time electricity usage and avoid **peak-hour** surcharges.' According to the text, how can customers save money?


ตัวเลือก:

ก. By calling the MEA call center daily

ข. By using electricity mainly during peak hours

ค. By monitoring usage to avoid high-cost periods

ง. By uninstalling the Smart Life application


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ข้อความระบุว่าลูกค้าควรใช้แอปเพื่อ 'monitor' (เฝ้าดู) การใช้ไฟฟ้าแบบ real-time เพื่อ 'avoid' (หลีกเลี่ยง) ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak-hour)

อ้างอิง: MEA Digital Service Guide 2026

สูตรจำ: Monitor + Avoid Peak = Save Money


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่มีการกล่าวถึง ง. เป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับคำแนะนำ

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ข. ที่บอกว่าให้ใช้ไฟในช่วง peak hours ซึ่งจะทำให้เสียเงินเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การ save money


==============================


ข้อที่ 75

โจทย์: ข้อความใดแสดงถึงทัศนคติ 'เชิงบวก' ต่อการปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลของหน่วยงานรัฐมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การใช้แอปพลิเคชันทำให้คนกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการได้ยากขึ้นกว่าเดิม

ข. การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกปัจจุบัน

ค. นวัตกรรมบริการออนไลน์ช่วยทลายข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่อย่างมีนัยสำคัญ

ง. งบประมาณจำนวนมหาศาลถูกใช้ไปกับการพัฒนาระบบที่ยังไม่มีความเสถียร


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตัวเลือก ค. ใช้คำที่เป็นเชิงบวกชัดเจน เช่น 'ช่วยทลายข้อจำกัด' และ 'อย่างมีนัยสำคัญ' แสดงถึงความก้าวหน้าและประสิทธิภาพ

อ้างอิง: หลักการวิเคราะห์ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร

สูตรจำ: บวก = ชม/ส่งเสริม, ลบ = ติ/กังวล, กลาง = ข้อเท็จจริงทั่วไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. เป็นเชิงลบ (Negative) แสดงถึงปัญหาและอุปสรรค

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ข. ดูเป็นกลาง (Neutral) ไม่ได้เป็นเชิงบวกเสียทีเดียว แต่เป็นการยอมรับสภาพ 'หลีกเลี่ยงไม่ได้'


==============================


ข้อที่ 76

โจทย์: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562) กำหนดให้ส่วนราชการต้องจัดทำ 'บัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ' ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานใดกำหนด


ตัวเลือก:

ก. สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ข. สำนักงบประมาณ ร่วมกับ กระทรวงการคลัง

ค. กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ สำนักงบประมาณ

ง. กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ สำนักงาน ก.พ.ร.


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 22 ของ พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภทตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ 'กรมบัญชีกลาง' กำหนด และต้องรายงานให้ 'สำนักงบประมาณ' กรมบัญชีกลาง และ ก.พ.ร. ทราบ

อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 22

สูตรจำ: ต้นทุนงานบริการ = คลังคุม (บัญชีกลาง + งบประมาณ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. มักจะนำ ก.พ.ร. มาหลอกเพราะเป็นเจ้าภาพหลักของ พ.ร.ฎ. นี้ แต่เรื่องเงินและต้นทุนต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานสายการคลัง (กรมบัญชีกลาง/สำนักงบประมาณ)

ระวังหลุมพราง: โจทย์ถามว่า 'ใครเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์' ไม่ใช่ 'ส่งรายงานให้ใคร' ซึ่งรายงานต้องส่งให้ 3 หน่วยงาน แต่คนกำหนดเกณฑ์มีเพียง 2 หน่วยงานหลักด้านการเงิน


==============================


ข้อที่ 77

โจทย์: จากบทความข่าวเมษายน 2569: 'MEA เปิดตัวนวัตกรรม AI-Predictive Maintenance เพื่อตรวจสอบจุดเสี่ยงบนโครงข่ายไฟฟ้าก่อนเกิดเหตุขัดข้อง ช่วยลดระยะเวลาไฟดับได้กว่า 30% ท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ' ข้อใดคือจุดประสงค์หลักของบทความนี้


ตัวเลือก:

ก. แจ้งเตือนภัยเรื่องคลื่นความร้อน

ข. ประชาสัมพันธ์เทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า

ค. ตำหนิการทำงานของระบบไฟฟ้าเดิมที่ล่าช้า

ง. เชิญชวนประชาชนประหยัดไฟในช่วงฤดูร้อน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: บทความเน้นไปที่การ 'เปิดตัวนวัตกรรม AI' และผลลัพธ์ที่ช่วย 'ลดระยะเวลาไฟดับ' ซึ่งสื่อถึงเสถียรภาพ (Stability/Reliability) ของระบบไฟฟ้า

อ้างอิง: ข่าวประชาสัมพันธ์ MEA เมษายน 2569 (จำลอง)

สูตรจำ: หา 'ประธาน' (AI) + 'กริยา' (ช่วยลดไฟดับ) = ใจความหลัก


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. เป็นเพียงข้อมูลประกอบหรือผลข้างเคียง ค. มีทัศนคติเชิงลบซึ่งไม่ปรากฏในข้อความ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับบริบทแวดล้อม (คลื่นความร้อน) เพราะสิ่งนั้นเป็นเพียงปัจจัยกระตุ้น แต่ใจความหลักคือนวัตกรรม AI ของ MEA


==============================


ข้อที่ 78

โจทย์: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 บัญญัติความผิดกรณีเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุดกี่ปี


ตัวเลือก:

ก. 5 ปี

ข. 10 ปี

ค. 15 ปี

ง. 20 ปี


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 152 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด ๆ เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152

สูตรจำ: 152 = มีส่วนได้เสีย (Conflict of Interest) = คุกสูงสุด 20 ปี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นโทษระดับกลาง มักใช้กับความผิดที่ไม่ร้ายแรงเท่าการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย/ผลประโยชน์ทับซ้อน

ระวังหลุมพราง: จำกัดความต่างระหว่าง 151 (ทุจริตจัดการทรัพย์) และ 152 (เข้ามีส่วนได้เสีย) โทษจำคุกสูงสุดของทั้งสองมาตราคือ 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต (ในมาตรา 151) แต่ 152 สูงสุดที่ 20 ปี


==============================


ข้อที่ 79

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากมีการ 'ยุบ' ตำแหน่งหรือส่วนราชการในระดับ 'กรม' และไม่มีการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่ และไม่มีการบรรจุบุคคลเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมอีก การดำเนินการดังกล่าวต้องตราเป็นกฎหมายลำดับใดตามมาตรา 8 ทวิ


ตัวเลือก:

ก. พระราชบัญญัติ

ข. พระราชกฤษฎีกา

ค. กฎกระทรวง

ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ระบุว่า การรวมหรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา 7 หรือมาตรา 8 ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่หรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรือลูกจ้างเพิ่มขึ้น ให้ตราเป็น 'พระราชกฤษฎีกา' รวมถึงการยุบส่วนราชการก็ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเช่นกัน

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ทวิ

สูตรจำ: ตั้งกรมใหม่ = พ.ร.บ. / ยุบ-โอน-ไม่เพิ่มคน = พ.ร.ฎ.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะใช้กับการตั้งกรมใหม่ที่มีการเพิ่มคน ค. และ ง. ผิด เพราะศักดิ์ของกฎหมายไม่เพียงพอในการปรับโครงสร้างระดับกรม

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการ 'จัดตั้ง' กรมขึ้นใหม่แบบปกติซึ่งต้องใช้ 'พระราชบัญญัติ' แต่กรณีการยุบหรือโอนที่ไม่มีการเพิ่มคน/ตำแหน่ง ให้ใช้แค่ พ.ร.ฎ.


==============================


ข้อที่ 80

โจทย์: In the April 2026 MEA Report: 'The MEA is accelerating the transition to a **decentralized** energy system by integrating more rooftop solar energy into the metropolitan grid.' What does the word **'decentralized'** most nearly mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. Distributed among various smaller sources

ข. Controlled by a single central office

ค. Highly expensive to maintain

ง. Located outside the city center


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Decentralized (การกระจายศูนย์) ในบริบทพลังงาน หมายถึงการที่แหล่งกำเนิดไฟฟ้าไม่ได้มาจากโรงไฟฟ้าหลักเพียงที่เดียว แต่มาจากแหล่งรายย่อยหลายๆ แห่ง เช่น Solar Rooftop ตามบ้านเรือน

อ้างอิง: MEA Energy Transition Terminology 2026

สูตรจำ: De- (ออก/ไม่) + Center (ศูนย์กลาง) = กระจายตัวออกไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. เป็นความหมายตรงข้าม (Centralized) ค. ไม่เกี่ยวข้องกับความหมายตามรากศัพท์

ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่า 'นอกเมือง' (ง.) แม้จะมีคำว่า center อยู่ข้างใน แต่ในทางเทคนิคหมายถึงระบบโครงข่าย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น