ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร ข้อที่ 51-60

 


ข้อที่ 51

โจทย์: คำในข้อใดสะกดถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานและเหมาะสมที่จะใช้ในรายงานการประชุมราชการเกี่ยวกับ 'งบประมาณ'


ตัวเลือก:

ก. งบประมาณผูกพัน

ข. งบประมาณผูกพันธ์

ค. งบประมาณผูกพรรณ

ง. งบประมาณผูกภัน


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: คำว่า 'ผูกพัน' หมายถึง มีพันธะต่อกัน ใช้ในการคลังหรือกฎหมาย เช่น งบประมาณผูกพัน ส่วน 'ผูกพันธ์' (มี ธ การันต์) มักใช้กับความรักหรือความรู้สึก ซึ่งไม่นิยมใช้ในภาษาราชการระดับทางการ

สูตรจำ: ผูกพัน = พันธะ (งาน), ผูกพันธ์ = สัมพันธ์ (ใจ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือกอื่นเป็นการสะกดที่ไม่มีความหมายในบริบทของงบประมาณราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'พัน' (ไม่มีการันต์) กับ 'พันธ์' (มี ธ การันต์)


==============================


ข้อที่ 52

โจทย์: หากเจ้าหน้าที่สรรพากรปฏิบัติหน้าที่โดย 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' จนทำให้กรมสรรพากรได้รับความเสียหายและต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอก ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กรมสรรพากรมีสิทธิอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. ไม่สามารถเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้

ข. เรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนให้แก่หน่วยงานได้

ค. ต้องฟ้องเจ้าหน้าที่ต่อศาลแพ่งทันทีพร้อมกับฟ้องหน่วยงาน

ง. ให้หักเงินเดือนเจ้าหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ กำหนดว่าถ้าหน่วยงานรัฐต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย และการละเมิดนั้นเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืน (Right of Recourse)

อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ละเมิดหน้าที่: ฟ้องหน่วยงาน (ม.5) -> ถ้าร้ายแรง หน่วยงานไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ (ม.8)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะมีสิทธิเรียกคืนถ้าเป็นกรณีร้ายแรง, ค ผิดเพราะห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงถ้าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ (ตามมาตรา 5), ง ผิดเพราะต้องมีกระบวนการสอบสวนตามระเบียบ

ระวังหลุมพราง: ถ้าประมาทเลินเล่อ 'ธรรมดา' (ไม่ร้ายแรง) หน่วยงานจะเรียกคืนไม่ได้ ต้องเป็น 'จงใจหรือร้ายแรง' เท่านั้น


==============================


ข้อที่ 53

โจทย์: หากแนวโน้มการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ของประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมพลาสติกเพิ่มขึ้น 15% และผู้ผลิตตัดสินใจผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภคเพียง 2/3 ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หากเดิมสินค้าชิ้นหนึ่งราคา 120 บาท ราคาใหม่ของสินค้าชิ้นนี้จะเป็นเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 132 บาท

ข. 134 บาท

ค. 138 บาท

ง. 140 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: วิธีคิด: 1. ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง = 120 x 15/100 = 18 บาท 2. ผลักภาระให้ผู้บริโภค 2/3 ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น = 18 x (2/3) = 12 บาท 3. ราคาใหม่ = ราคาเดิม + ภาระที่เพิ่ม = 120 + 12 = 132 บาท นโยบาย Carbon Tax เริ่มมีผลบังคับใช้เข้มข้นในปี 2568-2569 ตามพันธกิจลดก๊าซเรือนกระจก


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ค คือการบวกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด (18 บาท) ซึ่งผิดเงื่อนไข 2/3, ข้อ ง เป็นการคำนวณจากฐานที่ผิดพลาด

ระวังหลุมพราง: โจทย์บอกว่าผลักภาระ 'เพียง 2/3' ของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ทั้งหมดของ 15%


==============================


ข้อที่ 54

โจทย์: The Revenue Department aims to enhance 'tax compliance' by simplifying the digital filing process. What does the term 'tax compliance' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. การหลีกเลี่ยงภาษี

ข. การขอคืนภาษี

ค. การปฏิบัติตามกฎหมายภาษี

ง. การตรวจสอบบัญชีภาษีอากร


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: 'Tax compliance' คือการที่ผู้เสียภาษีปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรอย่างถูกต้อง ทั้งการยื่นแบบและชำระภาษีตามกำหนดเวลา

สูตรจำ: Comply = ทำตามกฎ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือ Tax Avoidance/Evasion, ข คือ Tax Refund, ง คือ Tax Audit ซึ่งไม่ตรงกับความหมายของ Compliance

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ Tax Avoidance (การเลี่ยงภาษี) หรือ Tax Evasion (การหนีภาษี)


==============================


ข้อที่ 55

โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการปฏิบัติภารกิจใดๆ ส่วนราชการต้องมุ่งเน้นในเรื่องใดเพื่อให้เกิด 'ประโยชน์สุขของประชาชน'


ตัวเลือก:

ก. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความรวดเร็ว

ข. ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

ค. การถือเอาความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ง. การจัดลำดับความสำคัญของภารกิจตามนโยบายคณะรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 7 และ 8 กำหนดว่าการบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึงการปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อเกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดยต้องถือเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric)

อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 7-8


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นเป้าหมายในหมวดอื่นของกฎหมายฉบับเดียวกัน แต่ 'ประโยชน์สุข' เน้นที่ 'ประชาชนเป็นศูนย์กลาง' ตามมาตรา 8

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกอื่นที่เป็นเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเหมือนกัน แต่อยู่คนละหมวด (เช่น การลดขั้นตอนอยู่หมวด 5, ความคุ้มค่าอยู่หมวด 4)


==============================


ข้อที่ 56

โจทย์: จากการรายงานสถิติการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีการยื่นผ่านระบบ e-Filing คิดเป็น 92% ของการยื่นทั้งหมด หากจำนวนผู้ยื่นแบบทั้งหมดคือ 11.5 ล้านราย และในจำนวนผู้ที่ยื่นผ่านระบบ e-Filing มีการขอคืนภาษี (Refund) อยู่ 60% อยากทราบว่ามีผู้ที่ยื่นผ่านระบบ e-Filing แต่ 'ไม่ได้' ขอคืนภาษีเป็นจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 4.232 ล้านราย

ข. 4.600 ล้านราย

ค. 6.348 ล้านราย

ง. 10.580 ล้านราย


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: วิธีคิด: 1. หาจำนวนผู้ยื่นผ่าน e-Filing ทั้งหมด = 11.5 ล้าน x 92/100 = 10.58 ล้านราย 2. โจทย์ถามหาผู้ที่ 'ไม่ได้' ขอคืนภาษี ซึ่งคิดเป็น 100% - 60% = 40% ของผู้ที่ยื่นผ่าน e-Filing 3. คำนวณ 10.58 ล้าน x 40/100 = 4.232 ล้านราย ข้อมูลนี้สอดคล้องกับเป้าหมาย Digital Transformation ของกรมสรรพากรในปี 2569 ที่มุ่งเน้น Paperless


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ง คือยอดรวม e-Filing ทั้งหมด (ยังไม่หัก 40%), ข้อ ค คือยอดผู้ขอคืนภาษี (60%) ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่โจทย์ถาม

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถาม 'ไม่ได้ขอคืน' ไม่ใช่ 'ขอคืน' และต้องคำนวณจากยอด e-Filing ไม่ใช่ยอดรวมทั้งหมด


==============================


ข้อที่ 57

โจทย์: ข้อใดสรุปความจากบทความต่อไปนี้ได้ถูกต้องที่สุด: 'การเปิดใช้งานระบบ AI-Audit ของกรมสรรพากรในเดือนเมษายน 2569 ไม่เพียงแต่ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบภาษีจากเดิม 30 วันเหลือเพียง 3 วัน แต่ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ (Officer Discretion) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความโปร่งใสในระบบภาษีดิจิทัล'


ตัวเลือก:

ก. AI จะเข้ามาทำงานแทนที่เจ้าหน้าที่สรรพากรทั้งหมดในปี 2569

ข. ระบบ AI-Audit มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มรายได้จากการค่าปรับภาษี

ค. เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความรวดเร็วและลดปัญหาความไม่โปร่งใส

ง. เจ้าหน้าที่สรรพากรจะไม่สามารถใช้ดุลพินิจได้เลยในทุกกรณี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุชัดเจนถึง 2 ประเด็นหลัก คือ 1. ลดระยะเวลา (ความรวดเร็ว) และ 2. ลดการใช้ดุลพินิจ (ความโปร่งใส) ซึ่งตรงกับตัวเลือก ค มากที่สุด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ใช้คำที่รุนแรงเกินบทความ (ทั้งหมด/ทุกกรณี), ข้อ ข เป็นการคาดเดาเจตนาที่บทความไม่ได้กล่าวถึง

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่สรุปเกินจริง (Overgeneralization) เช่น คำว่า 'ทั้งหมด' หรือ 'ทุกกรณี'


==============================


ข้อที่ 58

โจทย์: เจ้าหน้าที่ผู้ใดมีหน้าที่ 'ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ' ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147

ข. มาตรา 151

ค. มาตรา 157

ง. มาตรา 162


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 151 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ...'

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

สูตรจำ: 147 เบียดบังทรัพย์, 151 จัดการทรัพย์ทุจริต


เทคนิคการตัดช้อยส์: มาตรา 147 คือ ยักยอกทรัพย์, มาตรา 157 คือ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (มาตราครอบจักรวาล), มาตรา 162 คือ รับรองเอกสารเท็จ

ระวังหลุมพราง: ระวังจะสับสนกับมาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์) มาตรา 151 เน้นที่การ 'ใช้อำนาจในตำแหน่ง' เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือจัดการทรัพย์โดยทุจริต


==============================


ข้อที่ 59

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 'คำสั่งทางปกครอง' ที่ทำเป็นหนังสือ จะต้องมีรายละเอียดตามข้อใดจึงจะถือว่า 'สมบูรณ์ตามกฎหมาย' ในส่วนของการระบุเหตุผล


ตัวเลือก:

ก. ระบุเฉพาะมาตรากฎหมายที่อ้างอิงเท่านั้น

ข. ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

ค. ระบุเพียงชื่อตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่ง

ง. ไม่จำเป็นต้องระบุเหตุผลหากเป็นการออกคำสั่งตามคำขอของผู้รับคำสั่ง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่ทำเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลประกอบด้วย ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ (2) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และ (3) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 37


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค ระบุไม่ครบองค์ประกอบตามมาตรา 37, ง เป็นข้อยกเว้นที่ต้องระวัง แต่โดยหลักการทั่วไปข้อ ข คือสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้มีเพื่อให้สมบูรณ์

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมว่าต้องมีครบทั้ง 3 ส่วนตามมาตรา 37 ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 60

โจทย์: According to the latest 2026 OECD report, Thailand has strictly __________ the Global Minimum Tax rules to ensure fair competition.


ตัวเลือก:

ก. implemented

ข. implement

ค. implementing

ง. implements


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ประโยคอยู่ในรูป Present Perfect Tense (has + V.3) เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและส่งผลถึงปัจจุบัน (ปี 2569) ดังนั้นต้องใช้ 'implemented'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค, ง ไม่ใช่รูปกริยาช่องที่ 3 ที่ตามหลัง Verb to have ในโครงสร้าง Tense นี้

ระวังหลุมพราง: ตรวจสอบโครงสร้าง Present Perfect (has/have + verb 3) เสมอ

#ติวเข้มสรรพากร2569 #ข้อสอบกรมสรรพากร #สอบสรรพากร #ความรู้กรมสรรพากร #สอบราชการ2569 #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #จรรยาบรรณข้าราชการ #พ้นธกิจสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #ติวสอบราชการ #เตรียมสอบสรรพากร #สอบบรรจุข้าราชการ #ติวสอบกพ69 หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น