ข้อที่ 71
โจทย์: Select the most appropriate word to complete the sentence: 'Due to the recent implementation of the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) in 2026, many Thai exporters are now required to ________ their greenhouse gas emissions to the Revenue Department for tax incentive purposes.'
ตัวเลือก:
ก. conceal
ข. disclose
ค. neglect
ง. postpone
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของการส่งออกและการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentive) ผู้ส่งออกต้อง 'เปิดเผย' (disclose) ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้ตรวจสอบได้
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. conceal แปลว่าปกปิด ซึ่งผิดหลักการภาษี ค. neglect แปลว่าละเลย ง. postpone แปลว่าเลื่อนออกไป ซึ่งไม่เข้ากับบริบทการขอรับสิทธิประโยชน์
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายตรงข้าม เช่น conceal (ปกปิด) ซึ่งมักมาหลอกในบริบทภาษี
==============================
ข้อที่ 72
โจทย์: จากบทความในนิตยสารเศรษฐกิจไทย ฉบับเดือนเมษายน 2569: 'การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเพื่อตรวจสอบภาษี (Risk-Based Audit) ของกรมสรรพากร ช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บได้ถึง 15% อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญคือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียภาษีให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล' ข้อใดสรุปสาระสำคัญของบทความได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. AI จะมาแทนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีทั้งหมดในปี 2569
ข. กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น 15% เนื่องจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ค. การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีด้วยเทคโนโลยีต้องทำควบคู่ไปกับความปลอดภัยของข้อมูล
ง. มาตรฐานสากลบังคับให้ทุกหน่วยงานรัฐต้องใช้ AI ในการตรวจสอบภาษีเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: บทความระบุถึงข้อดีของ AI (ประสิทธิภาพเพิ่ม 15%) และระบุถึง 'ความท้าทายสำคัญ' (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ซึ่งหมายความว่าสองสิ่งนี้ต้องดำเนินไปด้วยกันตามใจความสำคัญของเรื่อง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะบทความไม่ได้บอกว่าจะแทนที่ทั้งหมด ข. ผิดเพราะการเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นเกิดจาก AI ไม่ใช่เกิดจากการละเมิดข้อมูล ง. ผิดเพราะบทความไม่ได้กล่าวถึงการบังคับใช้กับทุกหน่วยงาน
ระวังหลุมพราง: คำว่า 'ทั้งหมด' ในข้อ ก และ 'บังคับ...เท่านั้น' ในข้อ ง มักเป็นตัวเลือกที่ผิดเพราะสรุปความเกินจริง
==============================
ข้อที่ 73
โจทย์: พนักงานราชการ สังกัดกรมสรรพากร ผู้ใดจงใจละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่ากี่วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ
ตัวเลือก:
ก. 3 วัน
ข. 5 วัน
ค. 7 วัน
ง. 15 วัน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศ คปพ. เรื่องแนวทางการดำเนินการทางวินัย การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 5 วันทำการ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง (เทียบเคียงมาตรฐานเดียวกับข้าราชการพลเรือนในบางกรณี แต่พนักงานราชการระบุไว้ 5 วันในแนวทางปฏิบัติชัดเจน)
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547
สูตรจำ: พนักงานราชการ ละทิ้ง 5 วัน = ร้ายแรง (จำเลข 5)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นตัวเลขลวงที่ไม่มีในบทบัญญัติเรื่องระยะเวลาการละทิ้งหน้าที่ที่เป็นเกณฑ์ตัดสินวินัยร้ายแรงของพนักงานราชการ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ 15 วัน ของข้าราชการพลเรือนในกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการจนเป็นเหตุให้เสียหายร้ายแรง
==============================
ข้อที่ 74
โจทย์: Identify the error in the following sentence regarding 2026 tax regulations: 'The (A) proposed tax reform, which (B) aims to digitalize all transactions, (C) have been (D) approved by the Cabinet last Tuesday.'
ตัวเลือก:
ก. (A)
ข. (B)
ค. (C)
ง. (D)
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประโยคนี้ประธานคือ 'The proposed tax reform' เป็นเอกพจน์ ดังนั้นกริยาต้องใช้ 'has' ไม่ใช่ 'have' นอกจากนี้เหตุการณ์เกิดในอดีต (last Tuesday) และถูกอนุมัติ (Passive Voice) จึงควรเป็น 'was approved' หรือหากจะคง Present Perfect ต้องเปลี่ยน Time marker แต่ในที่นี้จุดผิดชัดเจนที่สุดคือ Subject-Verb Agreement (C)
สูตรจำ: หาประธานตัวจริงให้เจอ (Reform ไม่ใช่ Transactions)
เทคนิคการตัดช้อยส์: A. ถูกต้อง (Participle ขยายคำนาม) B. ถูกต้อง (Aims ใช้กับเอกพจน์) D. ถูกต้อง (V.3 ในโครงสร้าง Passive)
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า transactions ที่อยู่ใกล้กริยา เพราะ transactions เป็นส่วนขยายของ relative clause
==============================
ข้อที่ 75
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่มีการโอนอำนาจหน้าที่ของ 'กองการพัสดุ' ไปเป็นของ 'กองบริหารทรัพยากรบุคคล' ภายในกรมสรรพากร โดยไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราข้าราชการเพิ่มขึ้น การดำเนินการดังกล่าวต้องทำเป็นกฎหมายลำดับใด
ตัวเลือก:
ก. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ข. พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศกระทรวง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ฉ การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขานุการกรม กรม หรือส่วนราชการที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น และมีการโอนอำนาจหน้าที่โดยไม่มีการเพิ่มอัตรากำลัง ให้ตราเป็น 'กฎกระทรวง'
อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ฉ
สูตรจำ: แบ่งในกรม = กฎกระทรวง, ตั้ง/ยุบกรม = พ.ร.ฎ.
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้กับการตั้งกระทรวงใหม่ ข. ใช้กับการตั้ง/ยุบกรม ง. ใช้กับเรื่องที่ไม่ใช่โครงสร้างอำนาจหน้าที่หลักตามมาตรา 8
ระวังหลุมพราง: ถ้ามีการ 'ยุบ' หรือ 'ตั้ง' กรม/กระทรวง จะใช้ พ.ร.ฎ. หรือ พ.ร.บ. แล้วแต่กรณี แต่การแบ่งส่วนราชการภายในกรมใช้ 'กฎกระทรวง'
==============================
ข้อที่ 76
โจทย์: หากข้าราชการกรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ 'อย่างร้ายแรง' ทำให้ทางราชการเสียหาย และหน่วยงานได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว หน่วยงานมีสิทธิเรียกให้ข้าราชการผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืน (สิทธิไล่เบี้ย) ได้ตามหลักเกณฑ์ใดใน พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. เรียกให้ชดใช้คืนเต็มจำนวนความเสียหายเสมอ
ข. เรียกให้ชดใช้คืนโดยคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรม
ค. ไม่สามารถเรียกคืนได้หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้างาน
ง. เรียกคืนได้เฉพาะกรณีที่ทำผิดอาญาร่วมด้วยเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 วรรคสอง บัญญัติว่า 'สิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน... ให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์ โดยมิจำต้องให้ใช้เต็มจำนวนความเสียหายก็ได้'
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8
สูตรจำ: ไล่เบี้ย = ดูความร้ายแรง + ความเป็นธรรม (ไม่จำเป็นต้องเต็มจำนวน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะกฎหมายผ่อนปรนได้ตามความเป็นธรรม ค. ผิดเพราะความประมาทร้ายแรงต้องรับผิดส่วนตัว ง. ผิดเพราะละเมิดทางแพ่งไม่จำเป็นต้องผิดอาญา
ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ ก. ที่บอกว่าต้องเต็มจำนวนเสมอ ซึ่งผิดหลัก 'ความสอดคล้องกับฐานะและความเป็นธรรม'
==============================
ข้อที่ 77
โจทย์: ในการประชุมพิจารณาเรื่อง 'การร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สรรพากร' ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากคู่กรณีขอคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็น 'คู่สมรส' ของผู้มีส่วนได้เสียในผลของคำสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติอย่างไรตามกฎหมาย
ตัวเลือก:
ก. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งให้หยุด
ข. ต้องหยุดการพิจารณาเรื่องไว้ก่อนและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ค. โอนสำนวนให้เพื่อนร่วมงานที่มีตำแหน่งเท่ากันทันทีโดยไม่ต้องแจ้งใคร
ง. ชี้แจงต่อคู่กรณีว่าตนสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 (2) บัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นคู่สมรสของคู่กรณีเป็นเหตุแห่งการคัดค้าน และมาตรา 16 กำหนดว่าเมื่อมีเหตุคัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นหยุดการพิจารณาไว้ก่อนและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้นทราบ
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 และ 16
สูตรจำ: คู่สมรส/ญาติ/ศัตรู = ต้องหยุดและรีบแจ้งนาย
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดกฎหมายมาตรา 16 ค. ผิดขั้นตอนเพราะต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ง. ไม่สามารถอ้างเหตุผลส่วนตัวเหนือบทบัญญัติมาตรา 13 ได้
ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ ก. ที่อ้างว่าให้ทำต่อไป ซึ่งผิดหลักความเป็นกลาง (Nemo iudex in causa sua)
==============================
ข้อที่ 78
โจทย์: ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2562) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการประเมินผลโดยหน่วยงานภายนอกในกรณีใด
ตัวเลือก:
ก. ประเมินทุกสิ้นปีงบประมาณเป็นปกติ
ข. ประเมินเมื่อมีการเปลี่ยนอธิบดีกรมคนใหม่
ค. ประเมินเพื่อวัดความพึงพอใจของผู้รับบริการตามช่วงเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ง. ประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจตามระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: มาตรา 9 และ 12 ของ พ.ร.ฎ. กำหนดเรื่องการประเมินผลสัมฤทธิ์ โดยมาตรา 12 ระบุว่าให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการในภาพรวมตามระยะเวลาที่ คณะรัฐมนตรีกำหนด
อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 12
สูตรจำ: ประเมินสัมฤทธิ์ = อิสระ (ภายนอก) + ตามเวลาที่ ครม. สั่ง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การประเมินภายในทำทุกปีอยู่แล้ว ข. ไม่มีข้อกำหนดนี้ในกฎหมาย ค. เป็นเรื่องการสำรวจความพึงพอใจซึ่งอาจทำเองได้
ระวังหลุมพราง: อย่าตอบข้อ ค. แม้จะมีการประเมินความพึงพอใจจริง แต่กฎหมายเน้นที่ 'การประเมินผลสัมฤทธิ์' โดยหน่วยงานภายนอก/คณะผู้ประเมินอิสระ
==============================
ข้อที่ 79
โจทย์: นาย ก. เจ้าพนักงานประเมิน ได้รับเงินสินบนจากบริษัทเอกชนเพื่อให้ออกหนังสือรับรองภาษีอันเป็นเท็จ ทำให้นำเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง การกระทำของนาย ก. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใดที่มีโทษหนักที่สุดและตรงกับสถานการณ์นี้
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์)
ข. มาตรา 151 (ใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต)
ค. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ)
ง. มาตรา 162 (ทำรายงานเท็จ)
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต... มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นฐานความผิดที่เฉพาะเจาะจงและโทษหนักที่สุดในกรณีเบียดบังเงินหรือทรัพย์ของหลวง
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
สูตรจำ: 147 เบียดบังทรัพย์หลวง = โทษหนักสุด (ถึงตลอดชีวิต)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. มักใช้กับการใช้อำนาจซื้อจ้าง ค. เป็นบทกวาดซึ่งโทษน้อยกว่า 147 ง. เป็นเพียงการทำเอกสารเท็จซึ่งเป็นส่วนประกอบของการกระทำผิดหลัก
ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็นบททั่วไป (Generic) หากมีการเบียดบังทรัพย์หรือทุจริตเฉพาะเจาะจงตามมาตราอื่นแล้ว ต้องลงบทเฉพาะที่โทษหนักกว่า
==============================
ข้อที่ 80
โจทย์: ในการคำนวณภาษีตามหลัก Global Minimum Tax (Pillar Two) ซึ่งประเทศไทยเริ่มบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2569 หากบริษัท A มีกำไรทางบัญชี 1,000 ล้านบาท และมีการเสียภาษีในประเทศต้นทางเพียง 8% (Effective Tax Rate) ตามข้อกำหนดที่ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 15% บริษัท A จะต้องชำระภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ให้แก่กรมสรรพากรไทยเป็นจำนวนเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 70 ล้านบาท
ข. 80 ล้านบาท
ค. 150 ล้านบาท
ง. 230 ล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามหลักการ Pillar Two ของ OECD ที่ไทยนำมาปรับใช้ในปี 2569 กำหนดให้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำอยู่ที่ 15% วิธีคำนวณคือ (อัตราภาษีขั้นต่ำ 15% - อัตราภาษีที่จ่ายจริง 8%) = ส่วนต่าง 7% จากนั้นนำ 7% x กำไร 1,000 ล้านบาท = 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาษีส่วนเพิ่มที่ต้องชำระ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. 80 ล้าน คือภาษีที่จ่ายไปแล้ว ค. 150 ล้าน คือภาษีทั้งหมดที่ต้องจ่ายตามเกณฑ์ 15% ง. 230 ล้าน คือตัวเลขลวงที่นำ 15+8 มาคิด
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลปกติของไทย (20%) โจทย์ถามถึงส่วนต่างจากขั้นต่ำ 15% ตามหลัก Pillar Two
#แนวข้อสอบสรรพากร2569 #ข้อสอบภาษาอังกฤษ #ติวสอบสรรพากร #ข้อสอบกรมสรรพากร #ศัพท์ภาษีอากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #สอบบรรจุราชการ #ติวภาษาอังกฤษกพ #เตรียมสอบสรรพากร #ข้อสอบReading #ศัพท์สรรพากร #ติวสอบราชการ69 #สรรพากร หนังสือติวสอบกรมสรรพากร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น