ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร ข้อที่ 91-100

 


ข้อที่ 91

โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: (1) นาย A เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี (2) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีทุกคนต้องผ่านการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 (3) นาย B ยังไม่ได้รับการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 ข้อใดสรุปได้สมเหตุสมผลที่สุด


ตัวเลือก:

ก. นาย B ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี

ข. นาย A ได้รับการอบรมกฎหมายใหม่ปี 2569 แล้ว

ค. นาย B จะได้อบรมในรอบถัดไป

ง. ไม่มีข้อใดสรุปได้ถูกต้อง


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามตรรกศาสตร์: ถ้า P (เป็นเจ้าหน้าที่) แล้ว Q (ต้องผ่านอบรม) เมื่อเราพบว่า 'ไม่ Q' (นาย B ไม่ได้ผ่านอบรม) สรุปได้ว่า 'ไม่ P' (นาย B ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษี) ส่วนนาย A โจทย์บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่แต่ไม่ได้บอกว่าผ่านอบรมหรือยัง (อาจจะกำลังรออบรม)

สูตรจำ: ถ้าหน้าไปหลัง... หลังจริงหน้าอาจไม่จริง แต่ถ้าหลังไม่จริง หน้าต้องไม่จริงแน่นอน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข สรุปไม่ได้เพราะนาย A อาจจะยังไม่ได้อบรมแต่มีหน้าที่ต้องอบรม, ค เป็นการคาดเดาอนาคตไม่มีข้อมูลในโจทย์

ระวังหลุมพราง: ระวังการสรุปกลับด้าน นาย A เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ได้แปลว่าผ่านอบรมแล้ว (อาจจะยังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องทำ)


==============================


ข้อที่ 92

โจทย์: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เจ้าพนักงานผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง 'ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือผิดด้วยหน้าที่หรือไม่' ต้องระวางโทษอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี

ข. จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับ

ค. ปรับเป็นเงินสิบเท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่รับมา

ง. ให้ออกจากราชการทันทีโดยไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 149 (ความผิดฐานเรียกรับสินบน) กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นโทษที่เบาไปสำหรับฐานสินบน, ค เป็นมาตรการทางแพ่ง/ปกครองไม่ใช่โทษอาญาหลัก, ง เป็นโทษทางวินัยไม่ใช่โทษตามประมวลกฎหมายอาญา

ระวังหลุมพราง: ข้อสอบมักหลอกเรื่อง 'ถ้าทำสิ่งที่ถูกต้องตามหน้าที่แล้วรับเงินถือว่าไม่ผิด' แต่ตามมาตรา 149 แม้จะทำสิ่งที่ 'ชอบด้วยหน้าที่' แต่ถ้าเรียกรับเงินก็มีความผิด


==============================


ข้อที่ 93

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 'นายกรัฐมนตรี' ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีอำนาจหน้าที่ตามข้อใดที่ชัดเจนที่สุดในการกำกับดูแลส่วนราชการ


ตัวเลือก:

ก. แต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วระดับปฏิบัติงานได้ทุกกระทรวง

ข. สั่งให้ข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวงหนึ่งมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีได้

ค. ออกระเบียบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง. ยุบเลิกกรมสรรพากรได้ทันทีโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 11 (4) นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม หนึ่ง มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยจะให้ขาดจากอัตราเงินเดือนเดิมหรือไม่ก็ได้

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะปกติเป็นอำนาจของ ปลัด หรือ อธิบดี ตามลำดับ, ค เป็นอำนาจของ รมว.คลัง ตามกฎหมายงบประมาณ, ง การยุบกรมต้องทำเป็นพระราชกฤษฎีกาไม่ใช่คำสั่งนายกฯ

ระวังหลุมพราง: อำนาจการย้ายข้ามกระทรวงตาม (4) เป็นอำนาจพิเศษของนายกฯ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน


==============================


ข้อที่ 94

โจทย์: จากรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 พบว่า 'การจัดเก็บภาษีจากการบริโภคภายในประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทส่งผลกระทบต่อกำไรของกลุ่มผู้ส่งออก' ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. รัฐบาลควรปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อช่วยกลุ่มผู้ส่งออก

ข. ภาษีมูลค่าเพิ่มมีแนวโน้มจัดเก็บได้สูงขึ้นตามการบริโภค

ค. รายได้รวมของกรมสรรพากรในปี 2569 จะลดลงแน่นอนเนื่องจากค่าเงินบาท

ง. กลุ่มผู้ส่งออกเป็นกลุ่มเดียวที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: จากข้อความ 'การจัดเก็บภาษีจากการบริโภค (VAT) ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง' สอดคล้องกับข้อ ข ส่วนข้อ ก เป็นการเสนอแนะที่บทความไม่ได้ระบุ ข้อ ค สรุปเกินจริง (อาจมีรายได้ส่วนอื่นมาชดเชย) และข้อ ง ผิดหลักการภาษีทั่วไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะเป็นข้อเสนอแนะไม่ใช่การสรุป, ตัด ค เพราะคำว่า 'แน่นอน' มักผิดในเชิงตรรกะถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ, ตัด ง เพราะขัดต่อข้อเท็จจริงทางกฎหมายภาษี

ระวังหลุมพราง: อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือความรู้ภายนอกมาตอบ ให้ยึดตามข้อความที่โจทย์ให้มาเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 95

โจทย์: พนักงานราชการ 'ประเภททั่วไป' ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 จะถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งในกรณีใด


ตัวเลือก:

ก. เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

ข. ลาป่วยเกิน 30 วันทำงานในหนึ่งปีงบประมาณ

ค. ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่ส่วนราชการกำหนด

ง. ลาไปอุปสมบทโดยได้รับอนุญาตจากอธิบดี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การสิ้นสุดสัญญาจ้างของพนักงานราชการระบุไว้ว่า หากผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด ถือเป็นเหตุให้เลิกจ้างหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างได้

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิด (เกษียณ 60), ข การลาป่วยเป็นสิทธิและมีเพดานการจ่ายเงินเดือนแต่ไม่ถึงขั้นพ้นจากตำแหน่งทันทีถ้าไม่ผิดวินัย, ง การลาอุปสมบทเป็นสิทธิที่กระทำได้ตามระเบียบ

ระวังหลุมพราง: พนักงานราชการมีเกษียณที่ 60 ปีเหมือนข้าราชการ ไม่ใช่ 55 ปี


==============================


ข้อที่ 96

โจทย์: ในฐานะเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ข้อใดคือ 'หลักจริยธรรม' ที่ต้องยึดถือเป็นอันดับแรก


ตัวเลือก:

ก. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

ข. การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

ค. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ง. การดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 5 ของ พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม กำหนดหลักเกณฑ์ 7 ประการ โดยประการที่ 1 คือ 'ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระเบียบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข'

อ้างอิง: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 (1)

สูตรจำ: หลักจริยธรรม 7 ประการ: (1) ชาติศาสน์กษัตริย์ (2) ซื่อสัตย์สุจริต (3) กล้าตัดสินใจ (4) คิดถึงส่วนรวม (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ (6) ปฏิบัติเป็นธรรม (7) นำเป็นแบบอย่าง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ทุกข้อถูกตามกฎหมาย แต่ข้อ ค คือลำดับที่ 1 (First Priority) ตามมาตรา 5

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือกทุกข้อเป็นมาตรฐานจริยธรรมตามมาตรา 5 ทั้งหมด แต่โจทย์ถามถึงข้อแรกหรือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดตามลำดับในกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 97

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ 'ความรุนแรงแห่งการกระทำ' มีผลต่อการเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างไรตามมาตรา 8


ตัวเลือก:

ก. ถ้าเป็นการประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด

ข. ถ้าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานต้องหารครึ่งความรับผิดกับเจ้าหน้าที่

ค. หน่วยงานต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยเต็มจำนวนเสมอไม่ว่าความรุนแรงระดับใด

ง. เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเฉพาะกรณีจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 8 วรรคหนึ่ง กำหนดให้หน่วยงานรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ หากเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความ 'จงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง'

อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ละเมิดในหน้าที่: จงใจ+ร้ายแรง = ชดใช้ / ประมาทจิ๊บจ๊อย = รอด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะแม้นจะเป็นจริงในทางปฏิบัติแต่คำตอบ ง ครอบคลุมหลักกฎหมายมาตรา 8 มากกว่า, ข ผิดเพราะไม่มีการกำหนดให้หารครึ่งในกฎหมาย, ค ผิดเพราะขัดกับมาตรา 8 ที่จำกัดเฉพาะกรณีร้ายแรง/จงใจ

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอกที่ว่าประมาทเพียงเล็กน้อยต้องรับผิด ซึ่งตามกฎหมายนี้ถ้าประมาทเลินเล่อธรรมดา (ไม่ร้ายแรง) เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวต่อหน่วยงาน


==============================


ข้อที่ 98

โจทย์: With the 2026 Global Tax Reform, the Revenue Department must ensure that all multinational enterprises (MNEs) comply with the new reporting standards to prevent tax ____.


ตัวเลือก:

ก. evasion

ข. allowance

ค. deduction

ง. exemption


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Tax evasion หมายถึง 'การหนีภาษี' ซึ่งสอดคล้องกับบริบทที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีต้องควบคุมให้ธุรกิจข้ามชาติตามมาตรฐานใหม่ เพื่อป้องกันการเลี่ยงหรือหนีภาษี

สูตรจำ: Prevent + Evasion = ป้องกันการหนีภาษี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค, ง เป็นคำศัพท์เชิงบวกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ค่าลดหย่อน, การหักลดหย่อน, การยกเว้น) ซึ่งไม่สอดคล้องกับคำว่า prevent (ป้องกัน)

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง evasion (หนีภาษี/ผิดกฎหมาย) และ avoidance (เลี่ยงภาษี/ใช้ช่องโหว่กฎหมาย) แตในที่นี้ evasion คือคำที่ใช้บ่อยที่สุดในเชิงการป้องกันอาชญากรรมทางภาษี


==============================


ข้อที่ 99

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างไรก่อนออกคำสั่ง


ตัวเลือก:

ก. แจ้งให้คู่กรณีทราบถึงเหตุผลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน

ค. ส่งสำเนาคำสั่งให้ศาลปกครองพิจารณาเห็นชอบก่อน

ง. จัดทำคำแถลงการณ์ปิดประกาศ ณ ที่ทำการเป็นเวลา 15 วัน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 30 ระบุว่า ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะต้องให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน

อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นการกำหนดตัวเลขวันซึ่งไม่มีระบุในมาตรานี้โดยตรง, ค ผิดหลักการแบ่งแยกอำนาจ (คำสั่งปกครองเป็นอำนาจฝ่ายบริหารไม่ต้องขอความเห็นชอบศาลก่อนออก)

ระวังหลุมพราง: มีข้อยกเว้นในมาตรา 30 เช่น กรณีจำเป็นเร่งด่วน หากโจทย์ถามถึงหลักการทั่วไปต้องตอบเรื่องการเปิดโอกาสให้โต้แย้ง


==============================


ข้อที่ 100

โจทย์: ในการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 กรมสรรพากรได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 12 หากงบประมาณที่ได้รับในปี 2569 คือ 14,000 ล้านบาท และมีการตั้งเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารลงร้อยละ 25 จากปีที่แล้ว ซึ่งมียอดจ่ายจริง 200 ล้านบาท อยากทราบว่าในเดือนเมษายน 2569 หากกรมฯ ใช้จ่ายงบเอกสารไปแล้ว 12 ล้านบาท จะเหลือวงเงินงบประมาณด้านเอกสารของปี 2569 อีกกี่ล้านบาท


ตัวเลือก:

ก. 138 ล้านบาท

ข. 150 ล้านบาท

ค. 163 ล้านบาท

ง. 188 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: 1. หางบประมาณด้านเอกสารปี 2569: ปี 2568 จ่ายจริง 200 ล้านบาท, ปี 2569 ลดลง 25% ดังนั้น 200 - (200 * 0.25) = 150 ล้านบาท 2. คำนวณงบที่เหลือ: งบปี 2569 (150 ล้านบาท) - ใช้ไปแล้วในเดือนเมษายน (12 ล้านบาท) = 138 ล้านบาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ข คือยอดรวมงบเอกสารทั้งปี (ยังไม่ได้ลบที่ใช้ไป), ช้อยส์ ค และ ง คำนวณจากฐานที่ผิดหรือลืมลดสัดส่วน 25%

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลขงบประมาณรวม 14,000 ล้านบาทที่เป็นข้อมูลลวง (Distractor) ซึ่งไม่ได้ใช้ในการคำนวณหาค่าใช้จ่ายด้านเอกสารโดยตรง

#ข้อสอบสรรพากร2569 #อัปเดตกฎหมายภาษี #ติวสอบกรมสรรพากร #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #มาตรการภาษี #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #เตรียมสอบราชการ #สอบสรรพากร69 #กฎหมายใหม่สรรพากร #ติวสอบข้าราชการ #ลดหย่อนภาษี #ติวสอบกพ #ข้อสอบปัจจุบัน หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น