ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร ข้อที่ 1-10

 

ข้อที่ 1

โจทย์: ในปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพากรตั้งเป้าจัดเก็บรายได้รวม 2.4 ล้านล้านบาท หากไตรมาสที่ 1 จัดเก็บได้แล้ว 660,000 ล้านบาท อยากทราบว่าในไตรมาสที่ 1 จัดเก็บรายได้คิดเป็นร้อยละเท่าใดของเป้าหมายทั้งปี และหากไตรมาสที่เหลือต้องเก็บให้ได้เท่ากันทุกไตรมาส จะต้องเก็บไตรมาสละกี่ล้านบาท


ตัวเลือก:

ก. ร้อยละ 25.0 และ 570,000 ล้านบาท

ข. ร้อยละ 27.5 และ 580,000 ล้านบาท

ค. ร้อยละ 27.5 และ 570,000 ล้านบาท

ง. ร้อยละ 30.0 และ 580,000 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: คำนวณร้อยละ: (660,000 / 2,400,000) * 100 = 27.5% คำนวณส่วนที่เหลือ: 2,400,000 - 660,000 = 1,740,000 ล้านบาท เฉลี่ย 3 ไตรมาส: 1,740,000 / 3 = 580,000 ล้านบาท

สูตรจำ: สูตรหา % = (ส่วน/ทั้งหมด) x 100 | ส่วนที่เหลือต้องดูว่าเหลือ 'กี่ส่วน' (เหลือ 3 ไตรมาส)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก และ ง ออกทันทีเพราะค่าร้อยละคำนวณได้ 27.5 เท่านั้น จากนั้นเช็คยอดค้างที่ต้องเก็บคือ 1.74 ล้านล้าน หาร 3 จะได้ 5.8 แสนล้าน ไม่ใช่ 5.7 แสนล้าน

ระวังหลุมพราง: ระวังการหารจำนวนไตรมาสที่เหลือ (3 ไม่ใช่ 4) และการตัดเลขศูนย์ที่ผิดพลาด


==============================


ข้อที่ 2

โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ภายในเดือนเมษายน 2569 กรมสรรพากรได้ยกระดับระบบตรวจสอบภาษีด้วย AI เต็มรูปแบบ เพื่อตรวจจับการทำธุรกรรมนอกระบบและกลุ่มธุรกิจออนไลน์ที่จดทะเบียนไม่ถูกต้อง' ข้อใดเป็น 'ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุด' จากข้อความข้างต้น


ตัวเลือก:

ก. กลุ่มธุรกิจออนไลน์จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังทุกคน

ข. AI จะเข้ามาทำงานแทนเจ้าหน้าที่สรรพากรในทุกขั้นตอนการทำงาน

ค. ประสิทธิภาพในการติดตามผู้มีเงินได้เข้าระบบภาษีจะมีแนวโน้มสูงขึ้น

ง. การทำธุรกรรมนอกระบบจะหมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2569


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ข้อความระบุถึงการใช้ AI เพื่อ 'ตรวจจับ' และ 'ยกระดับระบบตรวจสอบ' ซึ่งสื่อถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ส่วนข้ออื่นๆ เป็นการสรุปเกินขอบเขต (Overgeneralization) เช่น 'ทุกคน' หรือ 'หมดไป'

สูตรจำ: สรุปความ = ห้ามมโน, ห้ามเติม, เน้นแค่สิ่งที่โจทย์บอก


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก (ทุกคน - เกินจริง), ข้อ ข (ทุกขั้นตอน - บทความไม่ได้บอก), ข้อ ง (หมดไป - เกินจริง) จึงเหลือข้อ ค ที่เป็นกลางและเป็นเหตุเป็นผลที่สุด

ระวังหลุมพราง: ระวังคำที่มีลักษณะสุดโต่ง (Absolute terms) เช่น 'ทุกคน' 'ทุกขั้นตอน' 'หมดไป' มักเป็นตัวเลือกที่ผิด


==============================


ข้อที่ 3

โจทย์: คำสั่งทางปกครองจะมีผลบังคับเมื่อใด ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539


ตัวเลือก:

ก. เมื่อคู่กรณีได้รับแจ้งคำสั่งนั้น

ข. เมื่อหัวหน้าหน่วยงานลงนามในคำสั่ง

ค. เมื่อพ้นกำหนด 15 วันนับจากวันที่ออกคำสั่ง

ง. เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามมาตรา 42 คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป

สูตรจำ: คำสั่ง = แจ้งถึงตัว = เริ่มมีผล


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ข เพราะการลงนามเป็นเพียงขั้นตอนภายใน, ตัดข้อ ค เพราะ 15 วันคือกรอบเวลาอุทธรณ์, ตัดข้อ ง เพราะใช้สำหรับกฎ/ประกาศทั่วไป

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับการอุทธรณ์ ซึ่งต้องทำภายใน 15 วัน


==============================


ข้อที่ 4

โจทย์: ข้าราชการผู้ใดมีหน้าที่ 'ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์' แต่ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเอง มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตราใดและระวางโทษอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147 โทษจำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต

ข. มาตรา 148 โทษจำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต

ค. มาตรา 157 โทษจำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี

ง. มาตรา 149 โทษจำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: มาตรา 147 คือความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ซึ่งมีคีย์เวิร์ดคือ 'ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์' และ 'เบียดบังเป็นของตน'

สูตรจำ: 147 ยักยอก (เบียดบังทรัพย์) | 149 รับ (รับสินบน) | 157 ละ (ละเว้น/ปฏิบัติมิชอบ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: 148 คือกรรโชกทรัพย์, 149 คือรับสินบน, 157 คือครอบจักรวาล (ละเว้น/ปฏิบัติมิชอบ) แต่โจทย์เน้นเรื่อง 'การจัดการทรัพย์' จึงเป็น 147

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง 147 (ยักยอก), 148 (ข่มขืนใจให้ให้), 149 (เรียกรับสินบน), 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่)


==============================


ข้อที่ 5

โจทย์: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 'พนักงานราชการ' หมายความว่าบุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากสิ่งใด


ตัวเลือก:

ก. เงินนอกงบประมาณ

ข. เงินรายได้ของส่วนราชการ

ค. งบประมาณของส่วนราชการ

ง. กองทุนประกันสังคม


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามข้อ 4 ในระเบียบฯ 'พนักงานราชการ' หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจาก 'งบประมาณของส่วนราชการ' เพื่อปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการนั้น

สูตรจำ: พนักงานราชการ = สัญญาจ้าง + งบประมาณส่วนราชการ


เทคนิคการตัดช้อยส์: พนักงานราชการเป็นตำแหน่งที่ถูกระบุไว้ในแผนงบประมาณบุคลากรประจำปี จึงต้องมาจาก 'งบประมาณของส่วนราชการ' เท่านั้น

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ 'ลูกจ้างชั่วคราว' ที่อาจจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณหรือเงินรายได้


==============================


ข้อที่ 6

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทำ 'ประมวลจริยธรรม' สำหรับข้าราชการพลเรือนที่ปฏิบัติงานในกรมสรรพากร


ตัวเลือก:

ก. กรมสรรพากร

ข. คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.)

ค. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

ง. สำนักนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรมฯ มาตรา 6 กำหนดให้ 'องค์กรกลางบริหารงานบุคคล' เป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรม สำหรับข้าราชการพลเรือนคือ ก.พ.

สูตรจำ: ก.ม.จ. = มาตรฐานกลาง | องค์กรกลาง (ก.พ.) = ประมวล | หน่วยงาน = ข้อกำหนด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก.ม.จ. กำหนด 'มาตรฐานกลาง' (7 ข้อ), ก.พ. กำหนด 'ประมวลจริยธรรม', หน่วยงานรัฐ (สรรพากร) กำหนด 'ข้อกำหนดจริยธรรม' (เพิ่มเติม)

ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ ก.ม.จ. เพราะเห็นคำว่ามาตรฐานจริยธรรม แต่ ก.ม.จ. มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานกลาง แต่ ก.พ. เป็นคนจัดทำประมวล


==============================


ข้อที่ 7

โจทย์: The Revenue Department is committed to _________ the tax filing process through digital transformation to ensure efficiency and transparency for all taxpayers.


ตัวเลือก:

ก. complicating

ข. streamlining

ค. postponing

ง. ignoring


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Streamline (v.) หมายถึง ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือทำให้ขั้นตอนกระชับขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับบริบท Digital Transformation ของกรมสรรพากร

สูตรจำ: Streamline = ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ = ปรับปรุงขั้นตอนให้ง่ายขึ้น


เทคนิคการตัดช้อยส์: Complicating (ทำให้ซับซ้อน), Postponing (เลื่อนออกไป), Ignoring (เพิกเฉย) ล้วนขัดขวาง efficiency และ transparency

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำที่มีความหมายเชิงลบในบริบทการทำงานราชการ


==============================


ข้อที่ 8

โจทย์: หากข้าราชการกรมสรรพากรประมาทเลินเล่อ 'อย่างร้ายแรง' ในการคำนวณภาษีทำให้รัฐเสียหาย ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นแก่ผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539


ตัวเลือก:

ก. ข้าราชการผู้กระทำผิดโดยตรง

ข. กรมสรรพากร

ค. อธิบดีกรมสรรพากร

ง. ข้าราชการและกรมสรรพากรร่วมกันชดใช้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 5 บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงาน (กรมสรรพากร) ไม่ใช่ตัวเจ้าหน้าที่ แม้จะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงก็ตาม (ค่อยไปไล่เบี้ยทีหลัง)

สูตรจำ: ปฏิบัติหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน | เรื่องส่วนตัว = ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้ (ม.5 วรรคสอง) ตัด ก และ ง, อธิบดีไม่ใช่หน่วยงาน ตัด ค

ระวังหลุมพราง: ระวัง! 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' เป็นเงื่อนไขในการ 'ไล่เบี้ย' ของหน่วยงานต่อเจ้าหน้าที่ แต่ในมุม 'ผู้เสียหาย' ต้องได้รับจากหน่วยงานก่อนเสมอ


==============================


ข้อที่ 9

โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน กรมสรรพากรต้องจัดทำสิ่งใดแสดงไว้ ณ ที่ทำการ


ตัวเลือก:

ก. แผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงาน

ข. รายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

ค. งบประมาณประจำปีของหน่วยงาน

ง. รายงานสรุปผลการจัดเก็บภาษี


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: มาตรา 29 กำหนดให้ส่วนราชการจัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงาน และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเปิดเผยไว้ ณ ที่ทำการของส่วนราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศ

สูตรจำ: บ้านเมืองที่ดี = ประชาชนรู้ขั้นตอน (Flowchart) + รู้เวลา (Timer)


เทคนิคการตัดช้อยส์: หัวใจของมาตรา 29 คือการลดขั้นตอนประชาชนต้องรู้ 'ทำอย่างไร' และ 'นานแค่ไหน' ข้อ ก จึงถูกต้องที่สุด

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมว่าต้องเปิดเผยทั้ง 'ขั้นตอน' และ 'ระยะเวลา' (KPI)


==============================


ข้อที่ 10

โจทย์: If a taxpayer _________ to file their tax return by the deadline, they will be subject to a penalty and surcharges as prescribed by law.


ตัวเลือก:

ก. fail

ข. fails

ค. failed

ง. has failed


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ประโยคนี้เป็น Zero/First Conditional Sentence (ข้อเท็จจริง/กฎหมาย) ใช้ Present Simple ในส่วน if-clause โดย Subject คือ 'a taxpayer' (เอกพจน์) กริยาจึงต้องเติม s (fails)

สูตรจำ: เอกพจน์ กริยาเติม s | พหูพจน์ กริยาไม่ต้อง s (He fails / They fail)


เทคนิคการตัดช้อยส์: Taxpayer เป็นเอกพจน์ ข้อ ก ผิดหลักไวยากรณ์, ข้อ ค และ ง ไม่สอดคล้องกับความหมายที่เป็นกฎกติกาถาวร

ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่อง Subject-Verb Agreement และการใช้ Tense ในประโยคเงื่อนไขทางกฎหมาย

#ติวสอบสรรพากร2569 #ข้อสอบกรมสรรพากร #สอบสรรพากร69 #แนวข้อสอบสรรพากร #ข้อสอบจริงสรรพากร #นักวิชาการสรรพากร #เจ้าพนักงานสรรพากร #ติวสอบข้าราชการ #สอบราชการ2569 #กรมสรรพากร #ประมวลรัษฎากร #ติวสอบกรมสรรพากร #เตรียมสอบสรรพากร #ข้อสอบกพ #ติวภาษีอากร หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น