ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อที่ 31-40

 




ข้อที่ 31
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The Department of Social Development and Welfare is committed to _______ the quality of life for the homeless by providing sustainable career training.'

ตัวเลือก:
ก. diminishing
ข. enhancing
ค. neglecting
ง. postponing

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Enhancing หมายถึง 'ทำให้ดีขึ้น/เสริมสร้าง' ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาคุณภาพชีวิต (quality of life) และภารกิจของกรมพัฒนาสังคมฯ
สูตรจำ: Enhance = Increase value/quality (ดีขึ้น), Diminish = Decrease (แย่ลง)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. diminishing (ลดลง) ค. neglecting (ละเลย) ง. postponing (เลื่อนออกไป) ทุกข้อเป็นความหมายเชิงลบที่ไม่เข้ากับนโยบายการทำงาน
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายเชิงลบซึ่งมักถูกนำมาหลอกในบริบทที่ต้องการความหมายเชิงบวก

==============================

ข้อที่ 32
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองพบว่าตนเองเป็น 'คู่สมรส' ของผู้ยื่นคำขอรับสวัสดิการ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด

ตัวเลือก:
ก. พิจารณาต่อไปได้หากมั่นใจว่าตนเองมีความยุติธรรมพอ
ข. แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบและหยุดการพิจารณา
ค. ให้คู่สมรสเซ็นชื่อรับรองว่าจะไม่ทุจริต
ง. โอนเรื่องให้เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันพิจารณาโดยไม่ต้องแจ้งใคร

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสียในฐานะคู่สมรส ห้ามมิให้พิจารณาทางปกครอง และมาตรา 16 ระบุว่าต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ เพื่อสั่งการตามเหมาะสม
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 และ 16
สูตรจำ: เป็นญาติ เป็นคู่สมรส เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ = หยุดทำ แจ้งนาย!

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะเป็นลักษณะต้องห้ามเด็ดขาด ค. ไม่มีระบุในกฎหมาย ง. การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ต้องได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการมอบอำนาจหรือการรักษาราชการแทน กรณีนี้เป็นเรื่อง 'ความไม่เป็นกลาง'

==============================

ข้อที่ 33
โจทย์: คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (กมจ.) ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มีอำนาจหน้าที่สำคัญตามข้อใด

ตัวเลือก:
ก. ไล่ออกเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดวินัยโดยตรง
ข. เสนอแนะนโยบายและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมต่อคณะรัฐมนตรี
ค. พิจารณาคดีอาญาของข้าราชการ
ง. อนุมัติงบประมาณการจัดทำโครงการสวัสดิการสังคม

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 กมจ. มีหน้าที่เสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ และให้คำปรึกษาต่อ ครม. เพื่อให้การส่งเสริมจริยธรรมในหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 13

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา/คกก.วินัย ค. เป็นอำนาจศาล ง. เป็นอำนาจของสำนักงบประมาณ/คกก.เฉพาะกิจ
ระวังหลุมพราง: กมจ. ไม่ใช่ 'ศาล' หรือ 'ป.ป.ช.' จึงไม่มีอำนาจลงโทษทางอาญาหรือไล่ออกโดยตรง

==============================

ข้อที่ 34
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในการคัดกรองสิทธิสวัสดิการสังคมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเทคโนโลยียังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล' ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุดตามหลักการวิเคราะห์เชิงนโยบาย

ตัวเลือก:
ก. AI จะมาแทนที่นักสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ห่างไกลทั้งหมดภายในปี 2570
ข. กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลจะไม่ได้รับสวัสดิการอีกต่อไปหากไม่มีสมาร์ทโฟน
ค. ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของนโยบายสวัสดิการเชิงรุก
ง. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการควรยกเลิกการใช้ AI แล้วกลับไปใช้ระบบเอกสาร 100%

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: จากข้อความระบุว่า AI ช่วยลดความซ้ำซ้อน (ประสิทธิภาพ) แต่การเข้าถึงเป็นอุปสรรค (เหลื่อมล้ำ) ดังนั้นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลคือปัญหา Digital Divide จะกระทบต่อการดำเนินนโยบายให้ทั่วถึง ซึ่งตรงกับสถานการณ์สังคมดิจิทัลในปี 2569

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. และ ข. เป็นการสรุปเกินขอบเขตข้อเท็จจริง (Extreme Conclusion) ส่วนข้อ ง. เป็นข้อเสนอแนะที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กร
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อสรุปที่รุนแรงเกินกว่าข้อเท็จจริงในโจทย์ (เช่น 'แทนที่ทั้งหมด' หรือ 'ยกเลิกทั้งหมด')

==============================

ข้อที่ 35
โจทย์: Read the following news snippet (April 2026): 'The digital transformation in social services has successfully bridged the gap between urban and rural assistance.' What is the primary outcome of this transformation?

ตัวเลือก:
ก. Increasing the gap between rich and poor.
ข. Providing more assistance to urban areas only.
ค. Reducing the disparity in social support between different locations.
ง. Stopping all digital services in rural areas.

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'bridged the gap' หมายถึงการลดช่องว่าง หรือเชื่อมโยงความแตกต่าง (disparity) ระหว่างเขตเมืองและเขตชนบทในเรื่องการรับความช่วยเหลือ
สูตรจำ: Bridge the gap = ปิดช่องว่าง/เชื่อมต่อ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ตรงข้ามกับความจริง ข. ผิดเพราะเน้นเฉพาะเมือง ง. ผิดเพราะความหมายคือการสนับสนุน ไม่ใช่การหยุด
ระวังหลุมพราง: ระวังการแปลคำว่า 'bridged the gap' ผิดเป็นความหมายในเชิงทำลาย

==============================

ข้อที่ 36
โจทย์: หากข้าราชการกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการผู้หนึ่ง ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งไม่รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน จนทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายร้ายแรง ข้าราชการผู้นี้จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใดมากที่สุด (อิงตามขอบเขต ภาค ก. กฎหมายอาญา 147-166)

ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์)
ข. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)
ค. มาตรา 161 (ปลอมเอกสาร)
ง. มาตรา 165 (ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่)

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 157 เป็นบททั่วไปที่ครอบคลุมการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
สูตรจำ: 157 = ผิดหน้าที่ ทุจริต ทำร้ายประชาชน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกี่ยวกับเงิน/ทรัพย์สิน ค. เกี่ยวกับเอกสาร ง. เป็นเรื่องที่ประชาชนขัดขวางเจ้าหน้าที่
ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็น 'มาตราครอบจักรวาล' มักใช้กับกรณีละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่ไม่มีฐานความผิดเฉพาะเจาะจงอื่น

==============================

ข้อที่ 37
โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569 ระบุว่า: 'นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เริ่มส่งผลกระทบต่ออาชีพดั้งเดิมของกลุ่มเปราะบาง กรมพัฒนาสังคมฯ จึงต้องปรับแผนงานเพื่อสร้างทักษะอาชีพสีเขียว (Green Skills) ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย' ข้อใดคือความหมายของ 'ทักษะอาชีพสีเขียว' ในบริบทนี้

ตัวเลือก:
ก. ทักษะในการปลูกต้นไม้และจัดสวนเพียงอย่างเดียว
ข. ทักษะแรงงานที่สอดคล้องกับการผลิตและการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ค. ทักษะในการทาสีอาคารให้เป็นสีเขียวเพื่อลดโลกร้อน
ง. ทักษะการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Green Skills ในปี 2569 หมายถึงทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานสะอาด การจัดการขยะ และการใช้วัตถุดิบยั่งยืน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ค. เป็นการแปลความหมายตรงตัวเกินไป ง. ขัดกับหลักการ Green Economy ที่เน้นความยั่งยืน
ระวังหลุมพราง: อย่าแปลความหมาย 'สีเขียว' ตรงตัวแค่เรื่องการปลูกต้นไม้

==============================

ข้อที่ 38
โจทย์: กรณีเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขับรถยนต์ของทางราชการไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังแล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากรถคันอื่นมาชนท้ายจนได้รับความเสียหาย ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับกรมฯ

ตัวเลือก:
ก. ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ขับรถ
ข. หน่วยงานของรัฐ (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ)
ค. บุคคลภายนอกผู้ที่มาชนท้าย
ง. เจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกต้องร่วมกันรับผิดชอบคนละครึ่ง

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากความเสียหายเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอก และเจ้าหน้าที่มิได้ประมาทเลินเล่อ บุคคลภายนอกผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชอบตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

เทคนิคการตัดช้อยส์: เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดหากไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ตามมาตรา 8) และกรมฯ ไม่ต้องรับผิดในกรณีที่ตนเองเป็นฝ่ายถูกละเมิด
ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกว่าเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเพียงเพราะเป็นผู้ขับรถขณะปฏิบัติหน้าที่

==============================

ข้อที่ 39
โจทย์: ใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การใช้จ่ายเงินจาก 'กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม' มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรเป็นหลัก

ตัวเลือก:
ก. เป็นเงินเดือนและโบนัสให้ข้าราชการในกรมฯ
ข. ใช้ในการบริหารจัดการอาคารสำนักงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. สนับสนุนโครงการขององค์การสวัสดิการสังคมและองค์กรสาธารณประโยชน์
ง. เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศของรัฐบาลไทย

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: เงินกองทุนฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม การดำเนินงานขององค์การสวัสดิการสังคม และภาคีเครือข่ายตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพื่อสวัสดิการเจ้าหน้าที่
อ้างอิง: พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 25
สูตรจำ: เงินกองทุน = หนุนโครงการ (สวัสดิการสังคม)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นค่าใช้จ่ายงบดำเนินงานปกติ ง. เป็นเรื่องของการเงินการคลังระดับประเทศ
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'งบประมาณแผ่นดิน' ที่ใช้บริหารสำนักงาน

==============================

ข้อที่ 40
โจทย์: จากรายงานสถิติด้านสังคมประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่าจำนวนผู้สูงอายุในไทยที่มีภาวะพึ่งพิง (Dependency) เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านคน หากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลเฉลี่ย 4,500 บาทต่อคนต่อเดือน และมีการหักค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2% จากงบประมาณรวม รัฐบาลจะต้องสำรองงบประมาณสุทธิ (รวมค่าธรรมเนียม) สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณนี้เท่าใด

ตัวเลือก:
ก. 20,250 ล้านบาท
ข. 20,655 ล้านบาท
ค. 21,060 ล้านบาท
ง. 22,500 ล้านบาท

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วิธีคิด: 1) งบดูแลต่อเดือน = 1,500,000 คน x 4,500 บาท = 6,750,000,000 บาท (6,750 ล้านบาท) 2) ไตรมาสที่ 2 (3 เดือน) = 6,750 x 3 = 20,250 ล้านบาท 3) รวมค่าธรรมเนียม 2% = 20,250 + (20,250 x 0.02) = 20,250 + 405 = 20,655 ล้านบาท

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. คือยอดที่ยังไม่ได้รวมค่าธรรมเนียม 2% ข้อ ค. และ ง. เป็นการคำนวณตัวเลขผิดพลาดในส่วนของฐานภาษีหรือจำนวนเดือน
ระวังหลุมพราง: ระวังการลืมคำนวณระยะเวลา 'ไตรมาส' (3 เดือน) และการบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไปในงบประมาณรวม

#พรบคุ้มครองเด็ก #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม2569 #กฎหมายพม #แนวข้อสอบพรบคุ้มครองเด็ก #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #ข้อสอบพม #ติวสอบกฎหมายราชการ #นักพัฒนาสังคม #เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #สอบภาคข #กระทรวงพม #คุ้มครองเด็ก #สรุปกฎหมายสอบพม #เตรียมสอบพม69


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น