ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสรรพากร ข้อที่ 11-20

 


ข้อที่ 11

โจทย์: Choose the most appropriate word: 'The Department of Revenue ________ implementing a new electronic system to enhance tax collection efficiency in late 2026.'


ตัวเลือก:

A. will start

B. has started

C. is starting

D. starts


เฉลย: ตอบข้อ A

คำอธิบาย: Context คือ 'late 2026' (ปลายปี 2569) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในอนาคตเมื่อนับจากปัจจุบัน (เมษายน 2569) ดังนั้นต้องใช้ Future Simple Tense (will + V.inf)

อ้างอิง: CEFR Level B1 for Civil Service

สูตรจำ: เห็นอนาคต (Future) กา Will/Shall ทันที


เทคนิคการตัดช้อยส์: B เป็นอดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบัน, C เป็นกำลังเกิดขึ้น, D เป็นปัจจุบันที่เป็นนิสัยหรือตารางเวลาที่แน่นอนซึ่งไม่เหมาะกับแผนงานใหญ่ในอนาคตที่ยังไม่ถึง

ระวังหลุมพราง: สังเกต Time Indicator ให้ดี 'late 2026' คือกุญแจสำคัญ


==============================


ข้อที่ 12

โจทย์: ข้อความใดใช้ภาษาระดับทางการได้ถูกต้องที่สุดสำหรับรายงานผลการดำเนินงานของส่วนราชการ


ตัวเลือก:

ก. กรมสรรพากรขอแจ้งให้ทราบว่ายอดเก็บภาษีปีนี้พุ่งกระฉูดเกินคาด

ข. ผลการจัดเก็บรายได้มียอดสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้เป็นจำนวนมาก

ค. เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำให้เป้าหมายภาษีสำเร็จเรียบร้อย

ง. เราคาดว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ข้อ ข ใช้คำที่เป็นภาษาระดับทางการ (Formal Language) เช่น 'ผลการจัดเก็บรายได้', 'ประมาณการ', 'สูงกว่าที่ตั้งไว้' ซึ่งเหมาะสมกับรายงานทางราชการ

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

สูตรจำ: ราชการ = ตัดความรู้สึก ตัดคำฟุ่มเฟือย เน้นข้อเท็จจริงด้วยคำเฉพาะ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ใช้คำไม่เหมาะสม (พุ่งกระฉูด), ค ใช้ภาษากึ่งทางการ (ร่วมแรงร่วมใจ), ง ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 (เรา) ซึ่งควรหลีกเลี่ยง

ระวังหลุมพราง: ระวังคำแสลงหรือคำอุปมาเปรียบเทียบ เช่น 'พุ่งกระฉูด' หรือคำว่า 'เรา' ซึ่งไม่เป็นทางการ


==============================


ข้อที่ 13

โจทย์: หากกำหนดให้: (1) ผู้เสียภาษีทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบแสดงรายการ (2) นายสมชายยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี 2569 ข้อใดคือข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุดตามหลักตรรกศาสตร์


ตัวเลือก:

ก. นายสมชายมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี

ข. นายสมชายเป็นผู้เสียภาษีที่มีรายได้สูง

ค. ข้อสรุปตาม ก และ ข ไม่แน่นอน

ง. นายสมชายไม่ได้เป็นผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์ (Syllogism) หากบอกว่า 'ถ้า A แล้วต้อง B' (มีรายได้ถึงเกณฑ์ -> ต้องยื่นแบบ) การที่เรารู้ว่า 'B เกิดขึ้น' (นายสมชายยื่นแบบ) ไม่ได้หมายความว่า 'A ต้องเกิด' เสมอไป เพราะนายสมชายอาจยื่นแบบแม้รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เพื่อขอคืนภาษี หรือยื่นตามหน้าที่อื่นๆ ดังนั้นสรุปแน่นอนไม่ได้ว่าเขามีรายได้ถึงเกณฑ์หรือไม่

อ้างอิง: หลักตรรกศาสตร์ทั่วไปในการสอบภาค ก.

สูตรจำ: ถ้า A ไป B... รู้ B ไม่การันตี A (จำไว้ว่า ผลเกิด อาจมาจากเหตุอื่นก็ได้)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ข เป็นการสรุปที่เกินจากขอบเขตของเหตุที่ให้มา (Overgeneralization) ส่วน ง ขัดแย้งกับความเป็นไปได้ของเหตุการณ์

ระวังหลุมพราง: ระวังการสรุปย้อนกลับ (Converse Error) คนส่วนใหญ่มักคิดว่ายื่นภาษีแปลว่ามีรายได้ถึงเกณฑ์เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงอาจยื่นเพื่อรักษาสิทธิ


==============================


ข้อที่ 14

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 การจัดตั้ง 'กรมสรรพากร' หรือการโอนส่วนราชการระดับกรม ต้องตราเป็นกฎหมายฉบับใด


ตัวเลือก:

ก. พระราชกฤษฎีกา

ข. พระราชบัญญัติ

ค. กฎกระทรวง

ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 บัญญัติว่า การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการ (สำนักนายกฯ, กระทรวง, ทบวง, กรม) ให้ตราเป็น 'พระราชบัญญัติ'

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8

สูตรจำ: ตั้ง-รวม-โอน (กรม) = พ.ร.บ. | ยุบ = พ.ร.ฎ.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ใช้สำหรับการยุบ (มาตรา 8 ตรี), ค ใช้สำหรับการแบ่งส่วนราชการภายในกรม (มาตรา 8 ฉ)

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการ 'ยุบ' หรือ 'แบ่งส่วนราชการภายใน' ซึ่งใช้พระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงตามลำดับ


==============================


ข้อที่ 15

โจทย์: Identify the word that means 'the quality of being done in an open way without secrets':


ตัวเลือก:

A. Efficiency

B. Accountability

C. Transparency

D. Integrity


เฉลย: ตอบข้อ C

คำอธิบาย: Transparency แปลว่า ความโปร่งใส หมายถึงการทำงานที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ ไม่มีความลับ ตรงตามนิยามที่โจทย์ให้มา

อ้างอิง: หลักธรรมาภิบาลในภาครัฐ (Good Governance)

สูตรจำ: Transparent = ทะลุผ่านได้ = โปร่งใส


เทคนิคการตัดช้อยส์: A = ประสิทธิภาพ, B = ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้, D = ความซื่อสัตย์/ยึดมั่นในจริยธรรม

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า Accountability ที่แปลว่าความรับผิดชอบ ซึ่งมักใช้คู่กันแต่ความหมายต่างกัน


==============================


ข้อที่ 16

โจทย์: จงพิจารณาความสัมพันธ์ของคู่คำต่อไปนี้ 'กรมสรรพากร : ภาษีเงินได้' แล้วเลือกคู่คำที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกัน


ตัวเลือก:

ก. กรมศุลกากร : สินค้านำเข้า

ข. กรมสรรพสามิต : ภาษีบาป

ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย : อัตราดอกเบี้ย

ง. กระทรวงการคลัง : งบประมาณแผ่นดิน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ 'หน่วยงานจัดเก็บ : ประเภทภาษีหลัก/ชื่อเรียกเฉพาะของภาษีที่จัดเก็บ' กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีเงินได้ (บุคคล/นิติบุคคล) เป็นหลัก ในขณะที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสินค้าเฉพาะอย่างซึ่งมักเรียกกันว่า 'ภาษีบาป' (เช่น สุรา ยาสูบ)

อ้างอิง: พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

สูตรจำ: หน่วยงานซ้าย - สิ่งที่เก็บขวา (สรรพากร-เงินได้, สามิต-บาป, ศุล-อากร)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ค เป็นความสัมพันธ์แบบหน่วยงานกำกับนโยบาย ส่วน ง เป็นหน่วยงานระดับกระทรวงกับหน้าที่กว้างๆ ไม่ใช่ประเภทภาษีเฉพาะ

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ก เกือบถูกแต่ 'สินค้านำเข้า' คือวัตถุที่ถูกเก็บ ไม่ใช่ชื่อประเภทภาษี (ภาษีศุลกากร/อากรขาเข้า)


==============================


ข้อที่ 17

โจทย์: บุคคลใดดำรงตำแหน่งเป็นประธาน 'คณะกรมการจังหวัด' โดยตำแหน่ง


ตัวเลือก:

ก. ปลัดจังหวัด

ข. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ค. ผู้ว่าราชการจังหวัด

ง. ประธานสภาจังหวัด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 53 บัญญัติให้มีคณะกรมการจังหวัด ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ 'ผู้ว่าราชการจังหวัด' เป็นประธาน

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 53

สูตรจำ: คณะกรมการจังหวัด = ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ (ภูมิภาค)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นเลขานุการคณะกรมการจังหวัด, ข และ ง เป็นฝ่ายการเมืองส่วนท้องถิ่น

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ อบจ. (ท้องถิ่น) เพราะคณะกรมการจังหวัดเป็นกลไกของ 'ราชการส่วนภูมิภาค'


==============================


ข้อที่ 18

โจทย์: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการ 'มอบอำนาจ' (Delegation of Power) ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน


ตัวเลือก:

ก. ผู้รับมอบอำนาจสามารถมอบอำนาจช่วงต่อให้ใครก็ได้ทันที

ข. การมอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น

ค. ผู้มอบอำนาจพ้นจากความรับผิดชอบในเรื่องที่มอบหมายทันที

ง. เมื่อมีการมอบอำนาจแล้ว ผู้มอบอำนาจจะใช้อำนาจนั้นอีกไม่ได้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 38 การมอบอำนาจให้ทำเป็น 'หนังสือ' และเมื่อมอบอำนาจไปแล้ว ผู้มอบอำนาจยังมีหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจด้วย

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38-39

สูตรจำ: มอบอำนาจ = ต้องมี 'หนังสือ' + ยังต้อง 'ตามดู'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ง ผิดเพราะผู้มอบอำนาจยังคงมีอำนาจสั่งการได้หากจำเป็น (ไม่เสียอำนาจถาวร)

ระวังหลุมพราง: ก ผิดเพราะการมอบอำนาจช่วงมีเงื่อนไขตามมาตรา 39 และ ค ผิดเพราะผู้มอบยังต้องกำกับดูแล


==============================


ข้อที่ 19

โจทย์: จากบทความเรื่อง 'ทิศทางภาษีไทยปี 2569' ระบุว่า 'การนำ AI-Tax Auditor มาใช้ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบภาษีจาก 30 วันเหลือเพียง 3 วัน แต่ความท้าทายคือความถูกต้องของข้อมูลต้นทาง' ข้อใดคือ 'สาระสำคัญ' ของข้อความนี้


ตัวเลือก:

ก. AI จะเข้ามาแทนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีทั้งหมดในปี 2569

ข. ประสิทธิภาพของ AI ในการตรวจภาษีขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล

ค. กรมสรรพากรสามารถลดงบประมาณการจ้างงานได้จากการใช้ AI

ง. การตรวจสอบภาษีใช้เวลาเพียง 3 วันในปัจจุบัน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: บทความเน้นสองส่วนคือ 1. ความเร็วที่เพิ่มขึ้น (Efficiency) และ 2. เงื่อนไขสำคัญคือ 'ความถูกต้องของข้อมูลต้นทาง' (Data Quality) ดังนั้นสาระสำคัญคือประสิทธิภาพต้องควบคู่กับคุณภาพข้อมูล

อ้างอิง: ทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในงานราชการ

สูตรจำ: สาระสำคัญ = ใจความหลัก + เงื่อนไขสำคัญ (ความเร็ว + ข้อมูล)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ง เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย (Detail) ไม่ใช่สาระสำคัญ (Main Idea)

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อ ก เพราะในบทความไม่ได้บอกว่าจะ 'แทนที่ทั้งหมด' เป็นการตีความเกินจริง (Extrapolation Trap)


==============================


ข้อที่ 20

โจทย์: ในกรณีที่อธิบดีกรมสรรพากร 'ไม่อาจปฏิบัติราชการได้' ตามกฎหมายจะกำหนดให้ผู้ใดเป็นผู้รักษาราชการแทนเป็นลำดับแรก


ตัวเลือก:

ก. รองอธิบดีที่อธิบดีมอบหมาย

ข. รองอธิบดีที่มีอาวุโสสูงสุด

ค. รองอธิบดีคนใดคนหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด

ง. ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งไว้ล่วงหน้า


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 46 บัญญัติว่า ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิบดีหลายคน ให้รองอธิบดีที่มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 46

สูตรจำ: รักษาราชการแทน (ไม่อยู่/ไม่ว่าง) = รอง + อาวุโส


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นเรื่องการมอบอำนาจ (Delegation) ซึ่งใช้เมื่อตัวจริงยังอยู่แต่ต้องการแบ่งงาน

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอก 'ที่อธิบดีมอบหมาย' เพราะนั่นคือการ 'ปฏิบัติราชการแทน' ไม่ใช่ 'รักษาราชการแทน'

#ข้อสอบสรรพากร2569 #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #ข้อสอบจริงสรรพากร #ติวสอบสรรพากร #แนวข้อสอบกรมสรรพากร #สอบข้าราชการ69 #นักวิชาการสรรพากรปฏิบัติการ #เจ้าพนักงานสรรพากรปฏิบัติงาน #ติวภาษี #ประมวลรัษฎากร #เตรียมสอบสรรพากร #สอบราชการ #ติวสอบกพ #ข้อสอบกฎหมาย #กรมสรรพากร2569 หนังสือติวสอบกรมสรรพากร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น