ข้อที่ 61
โจทย์: ในการคำนวณหามุมระหว่างเข็มสั้นและเข็มยาวของนาฬิกา หากเวลาปัจจุบันคือ 15:30 น. มุมที่เกิดขึ้นระหว่างเข็มทั้งสองจะมีขนาดกี่องศา?
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: หลักการคำนวณ: 1 ชั่วโมง = 30 องศา, 1 นาที = 6 องศา และเข็มสั้นจะขยับตามเข็มยาว 0.5 องศาต่อนาที ที่เวลา 15:30 น. เข็มยาวอยู่ที่เลข 6 (180 องศา) ส่วนเข็มสั้นอยู่ที่กึ่งกลางระหว่างเลข 3 และ 4 คำนวณตำแหน่งเข็มสั้น: (3 x 30) + (30 x 0.5) = 90 + 15 = 105 องศา ดังนั้น มุมระหว่างเข็ม = 180 - 105 = 75 องศา
สูตรจำ: สูตรลัด: |(30H) - (5.5M)| โดย H คือชั่วโมง และ M คือนาที -> |(30x3) - (5.5x30)| = |90 - 165| = 75
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ค (90 องศา) เป็นคำตอบที่คนมักตอบเพราะคิดว่าเข็มสั้นอยู่ที่เลข 3 ส่วน ข และ ง เป็นผลจากการบวก/ลบเลขผิดตำแหน่งเข็มสั้น
ระวังหลุมพราง: อย่าลืมว่าเมื่อเข็มยาวเดินไปที่ 30 นาที เข็มสั้นจะไม่หยุดนิ่งที่เลข 3 แต่จะเดินไปอีกครึ่งช่องของชั่วโมงนั้น
ข้อที่ 62
โจทย์: สำนวนไทยในข้อใดหมายถึงการกระทำที่ส่งผลร้ายให้แก่ตนเองหรือพวกพ้องโดยการนำศัตรูเข้ามารังแก?
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน หมายถึง การนำเอาภัยอันตรายหรือศัตรูเข้ามาทำลายล้างคนในบ้านหรือพวกพ้องของตนเอง ซึ่งเป็นสำนวนที่ใช้เตือนสติเรื่องความจงรักภักดีและการระมัดระวังการคบคน
สูตรจำ: จำว่า 'ชักศึก' = เอาศัตรูเข้ามา 'เข้าบ้าน' = มาถล่มพวกเราเอง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก หมายถึงทำสองอย่างพร้อมกันจนเสียผล ค คือการขู่ให้กลัว ง คือการพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ตรงบริบทการนำภัยมาสู่ตน
ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนกับสำนวน 'แกว่งเท้าหาเสี้ยน' ซึ่งหมายถึงการหาเรื่องใส่ตัว แต่ไม่ได้ระบุถึงการนำศัตรูภายนอกเข้ามา
ข้อที่ 63
โจทย์: Choose the most appropriate article to complete the sentence: "_____ Nile is considered the longest river in the world."
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ในภาษาอังกฤษ กฎการใช้ Article ระบุว่าชื่อแม่น้ำ (Rivers), ทะเล (Seas), และมหาสมุทร (Oceans) จะต้องนำหน้าด้วย 'The' เสมอ
สูตรจำ: แม่น้ำ (River) ใหญ่โตระดับโลก ต้องมี 'The' นำหน้าประดับบารมี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ข ใช้กับนามนับได้ทั่วไปที่ไม่เฉพาะเจาะจง ส่วน ง ผิดกฎไวยากรณ์เพราะแม่น้ำเป็นชื่อเฉพาะทางภูมิศาสตร์ที่ต้องมี Article
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับชื่อ 'ทะเลสาบ' (Lakes) ซึ่งโดยปกติจะไม่ใช้ 'the' นำหน้า เช่น Lake Michigan
ข้อที่ 64
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ตำแหน่งใดมีอำนาจหน้าที่ 'รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการประจำของกระทรวง'?
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ กำหนดให้ 'ปลัดกระทรวง' เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการประจำของกระทรวง ส่วนรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดนโยบายและสั่งการทางเมือง
สูตรจำ: ประจำ = ปลัด (ป.ปลา เหมือนกัน) | การเมือง = รัฐมนตรี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นสายการเมืองเน้นนโยบาย ข เป็นงานเลขานุการ ง เป็นที่ปรึกษา ทั้งหมดไม่ใช่ 'หัวหน้าข้าราชการประจำ'
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'ข้าราชการการเมือง' (รัฐมนตรี/เลขานุการ) และ 'ข้าราชการประจำ' (ปลัด)
ข้อที่ 65
โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การประเมินผลการปฏิบัติราชการต้องทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า?
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีฯ กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ และความคุ้มค่า เพื่อความโปร่งใส
สูตรจำ: ประเมินผล = ต้อง 'อิสระ' ถึงจะ 'ยุติธรรม'
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก แคบเกินไป ข ขัดหลักธรรมาภิบาล ง ผิดหลักการเพราะความคุ้มค่าดูที่ผลผลิตเทียบกับทรัพยากร ไม่ใช่ดูแค่ปริมาณเงินที่ใช้
ระวังหลุมพราง: ข้อสอบมักหลอกว่าให้ 'ข้าราชการในหน่วยงานประเมินกันเอง' ซึ่งไม่เป็นอิสระตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ข้อที่ 66
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองมีความสัมพันธ์เป็น 'พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา' กับคู่กรณี เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะต้องดำเนินการอย่างไรตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง?
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่ที่มีความสัมพันธ์เป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดากับคู่กรณี ถือเป็นผู้มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง ต้องหยุดพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 14
สูตรจำ: ญาติ-ศัตรู-หุ้นส่วน = ห้ามทำ (ถอยออกไปให้หัวหน้าสั่ง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง ผิดกฎหมายชัดเจน ค เป็นตัวหลอกที่คนมักสับสนกับเรื่องอื่น แต่ในทางปกครองความสัมพันธ์สายเลือดถือเป็นเหตุต้องห้าม
ระวังหลุมพราง: กฎหมายนี้เป็น 'ข้อห้ามเด็ดขาด' (Absolute bias) ไม่สามารถให้คู่กรณีมายินยอมเพื่อล้างความไม่เป็นกลางได้
ข้อที่ 67
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก 'ในการปฏิบัติหน้าที่' แต่ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด?
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 และ มาตรา 8 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิด 'ในการปฏิบัติหน้าที่' โดยมิได้เกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานต้องรับผิดชอบ และหน่วยงาน 'ไม่มีสิทธิ' ไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่
สูตรจำ: ปฏิบัติหน้าที่ + ประมาทธรรมดา = หลวงจ่าย จบ ไม่ไล่เบี้ย
เทคนิคการตัดช้อยส์: ง ผิดเพราะสิทธิการไล่เบี้ยจะมีก็ต่อเมื่อเป็น 'จงใจ' หรือ 'ร้ายแรง' เท่านั้น ข ผิดเพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ต้องฟ้องหน่วยงาน
ระวังหลุมพราง: จุดตายคือคำว่า 'ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ถ้าเป็นแค่ประมาทธรรมดา เจ้าหน้าที่ไม่ต้องควักเงินจ่ายคืนหน่วยงาน
ข้อที่ 68
โจทย์: ข้อใด 'ไม่ใช่' มาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562?
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 มี 7 ประการ ได้แก่ 1. ยึดมั่นสถาบันหลัก 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. กล้าตัดสินใจ 4. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว 5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ 6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม 7. ดำรงตนเป็นแบบอย่าง ส่วน 'ความกตัญญู' แม้เป็นคุณธรรมแต่ไม่มีบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรใน 7 ข้อนี้
สูตรจำ: ชาติ-ซื่อ-กล้า-ส่วนรวม-สัมฤทธิ์-เป็นธรรม-แบบอย่าง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข และ ง เป็นถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ในมาตรา 5 ทั้งสิ้น มีเพียง ค ที่เป็นค่านิยมทั่วไปแต่ไม่ใช่มาตรฐานทางจริยธรรมตาม พ.ร.บ. นี้
ระวังหลุมพราง: ข้อสอบมักเอาคุณธรรมความดีทั่วไปที่ดูดี (เช่น กตัญญู, เมตตา) มาหลอกแทรกใน 7 หลักการทางกฎหมาย
ข้อที่ 69
โจทย์: นโยบายรัฐบาลปัจจุบัน (ปี 2567-2569) ที่มุ่งเน้นการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ผ่านโครงการ '1 ครอบครัว 1 ทักษะ' มีชื่อย่อภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดัน Soft Power ผ่านยุทธศาสตร์ 'OFOS' หรือ One Family One Soft Power เพื่อบ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ให้แก่ประชาชน โดยมีหน่วยงาน THACCA (ค) เป็นผู้วางระบบบริหารจัดการ
สูตรจำ: ครอบครัว (Family) = OFOS | องค์กร (Agency) = THACCA
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข เป็นนโยบายเก่า ค คือชื่อองค์กรจัดตั้งใหม่ ง คือโมเดลเศรษฐกิจภาพรวม ไม่ใช่ชื่อโครงการทักษะครอบครัว
ระวังหลุมพราง: ระวังโดนหลอกระหว่าง 'ชื่อโครงการ' (OFOS) กับ 'ชื่อหน่วยงาน' (THACCA)
ข้อที่ 70
โจทย์: ผู้ใดดูหมิ่น 'เจ้าพนักงาน' ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด?
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ระบุว่าผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สูตรจำ: ด่าเจ้าหน้าที่ = 136 | เจ้าหน้าที่โกงเอง = 147/157
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข และ ค (147, 157) เป็นความผิด 'ที่เจ้าพนักงานทำเอง' ไม่ใช่บุคคลภายนอกทำต่อเจ้าพนักงาน ง เป็นความผิดลหุโทษต่อบุคคลธรรมดา
ระวังหลุมพราง: ระวังมาตรา 393 ซึ่งเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า (ลหุโทษทั่วไป) แต่ถ้าเป็น 'เจ้าพนักงาน' จะมีความผิดตามมาตรา 136 ที่โทษหนักกว่า
#คำศัพท์กพ #Readingกพ #Conversationกพ #ข้อสอบกพ2569 #ติวอังกฤษกพ #ติวสอบกพ69 #สอบกพ69 #eExamกพ #สอบกพpaper #แนวข้อสอบอังกฤษกพ #กพ69 #ติวภาคก #เฉลยข้อสอบกพ #เตรียมสอบกพ #ติวฟรี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น