ads.txt

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 100 ข้อ

 



ข้อที่ 1

โจทย์: ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดตาม พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เกี่ยวกับการแสดง 'ใบอนุญาต' ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่


ตัวเลือก:

ก. ต้องแสดงเป็นตัวจริงที่ออกโดยหน่วยงานรัฐเท่านั้น

ข. สามารถแสดงเป็นภาพถ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ และให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

ค. ต้องใช้สำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้องโดยนายทะเบียนเท่านั้น

ง. ต้องแสดงผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' เพียงอย่างเดียว


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 กำหนดให้การแสดงใบอนุญาตสามารถแสดงเป็นภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ในมือถือ) หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นได้ โดยให้ถือว่าการแสดงเช่นว่านั้นเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

อ้างอิง: พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มาตรา 14


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค เป็นแนวคิดเดิมที่ถูกยกเลิกโดยมาตรา 14 ส่วน ง เป็นการจำกัดช่องทางเกินไป กฎหมายไม่ได้บังคับให้ใช้แอปเดียว

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่บอกว่า 'ต้องตัวจริงเท่านั้น' ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติเก่าก่อนมีกฎหมายฉบับนี้


==============================


ข้อที่ 2

โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569 ระบุว่า 'สธ. เตรียมยกระดับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ให้เป็นผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงอย่างเต็มรูปแบบภายใต้นโยบาย MOPH PLUS+' จากข้อความนี้ ข้อใดคือบทบาทใหม่ของ อสม. ที่เด่นชัดที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การทำหน้าที่แทนแพทย์ในการวินิจฉัยโรคซับซ้อน

ข. การเปลี่ยนสถานะเป็นข้าราชการประจำในสังกัด สป.สธ.

ค. การเป็น 'Care Manager' และ 'Care Giver' ในระดับชุมชน

ง. การรับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือแพทย์ใน รพ.สต.


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ภายใต้นโยบาย MOPH PLUS+ และยุทธศาสตร์สังคมสูงวัยปี 2569 อสม. ถูกยกระดับทักษะเพื่อเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Giver) และผู้จัดการการดูแล (Care Manager) เพื่อรองรับวิกฤต Super Aged Society

อ้างอิง: นโยบาย MOPH PLUS+ 7 เสาหลัก (เสาหลักที่ 1)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะวินิจฉัยโรคเป็นหน้าที่แพทย์ ข ผิดเพราะ อสม. เป็นอาสาสมัคร ง ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนคำว่า 'ผู้ช่วย' กับ 'ผู้ทำหน้าที่แทน' อสม. ยังคงทำงานภายใต้การกำกับของเจ้าหน้าที่วิชาชีพ


==============================


ข้อที่ 3

โจทย์: จากรายงานสถานการณ์ประชากรไทยต้นปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ประมาณ 14.2 ล้านคน จากประชากรรวม 65.8 ล้านคน และมีประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) ประมาณ 40.5 ล้านคน ข้อใดคือค่า 'อัตราส่วนการพึ่งพิงวัยสูงอายุ' (Old-age Dependency Ratio) โดยประมาณ


ตัวเลือก:

ก. 21.5 ต่อวัยแรงงาน 100 คน

ข. 35.1 ต่อวัยแรงงาน 100 คน

ค. 42.8 ต่อวัยแรงงาน 100 คน

ง. 55.0 ต่อวัยแรงงาน 100 คน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สูตรการคำนวณ Old-age Dependency Ratio = (จำนวนผู้สูงอายุ / จำนวนประชากรวัยแรงงาน) x 100 แทนค่าได้เป็น (14.2 / 40.5) x 100 ≈ 35.06 หรือประมาณ 35.1 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ซึ่งสะท้อนภาวะสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) ที่ไทยกำลังเผชิญในปี 2569

อ้างอิง: ข้อมูลอ้างอิงจากรายงานสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (มกราคม 2569)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ก (21.5) เป็นสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรรวม ไม่ใช่อัตราส่วนพึ่งพิง ส่วน ค และ ง มีค่าสูงเกินความเป็นจริงของโครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบัน

ระวังหลุมพราง: ระวังใช้ตัวหารเป็นประชากรรวม (65.8) แทนที่จะเป็นวัยแรงงาน (40.5) ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยในข้อสอบสถิติ


==============================


ข้อที่ 4

โจทย์: หากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปี 2569 เป็นจำนวน 265,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ได้รับ 248,769 ล้านบาท งบประมาณดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 4.5%

ข. 6.6%

ค. 10.2%

ง. 12.4%


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สูตรการหาเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น = [(ค่าใหม่ - ค่าเดิม) / ค่าเดิม] x 100 แทนค่า [(265,295 - 248,769) / 248,769] x 100 = [16,526 / 248,769] x 100 ≈ 6.64%

อ้างอิง: ข้อมูลจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: คำนวณส่วนต่างได้หมื่นหกพันล้าน เมื่อเทียบกับสองแสนสี่หมื่นล้าน ผลลัพธ์ต้องอยู่ประมาณ 6-7% เท่านั้น

ระวังหลุมพราง: ระวังการปัดเศษและการตั้งหารที่สลับตัวเลข


==============================


ข้อที่ 5

โจทย์: นโยบาย 'MOPH PLUS+' (2569-2573) ของกระทรวงสาธารณสุข ข้อใดคือ 'เสาหลักที่ 2' ที่มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการรักษาในยุคดิจิทัล


ตัวเลือก:

ก. เศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้

ข. บริหารโปร่งใส พร้อมรับภัยวิกฤต

ค. นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ (Smart Medical Innovation)

ง. สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: นโยบาย MOPH PLUS+ ที่ประกาศเมื่อเมษายน 2569 กำหนด 7 เสาหลัก โดยเสาหลักที่ 2 คือ 'นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ' เน้นการใช้ AI และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด รวมถึง Precision Care เพื่อลดภาระบุคลากรและเพิ่มความแม่นยำ

อ้างอิง: ประกาศนโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569-2573 (MOPH PLUS+)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือเสาหลักที่ 3, ข คือเสาหลักที่ 4 และ ง คือเสาหลักที่ 1

ระวังหลุมพราง: ชื่อนโยบายมักคล้ายกัน ให้จำ Keyword 'อัจฉริยะ' หรือ 'Smart' มักจะอยู่ในลำดับต้นๆ ของแผนดิจิทัล


==============================


ข้อที่ 6

โจทย์: Read the following sentence: 'The Ministry of Public Health aims to strengthen its **surveillance** system to detect emerging zoonotic diseases promptly.' What does the word **surveillance** mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. Medical treatment

ข. Financial support

ค. Continuous monitoring and observation

ง. Vaccine production


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: Surveillance ในทางสาธารณสุขหมายถึง 'การเฝ้าระวัง' ซึ่งประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง (Continuous monitoring)

สูตรจำ: Surveillance = Watch / Monitoring / เฝ้าระวัง


เทคนิคการตัดช้อยส์: Choice ก (การรักษา), ข (การสนับสนุนการเงิน) และ ง (การผลิตวัคซีน) ไม่ตรงความหมายของคำศัพท์

ระวังหลุมพราง: คนทั่วไปอาจแปลว่า 'การสำรวจ' (Survey) แต่ในทางระบาดวิทยาหมายถึง 'การเฝ้าระวัง' ที่เข้มข้นกว่า


==============================


ข้อที่ 7

โจทย์: ในสถานการณ์เดือนเมษายน 2569 ที่พบผู้เสียชีวิตจาก 'โรคไข้กาฬหลังแอ่น' (Meningococcal Meningitis) และมีการยกระดับการเฝ้าระวัง ข้อใดคือมาตรการทางระบาดวิทยาที่สำคัญที่สุดในการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน


ตัวเลือก:

ก. การตรวจสุขภาพประจำปีในกลุ่มเสี่ยง

ข. การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบ้านผู้ป่วย

ค. การค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด (Close Contact) เพื่อให้ยาป้องกัน (Chemoprophylaxis)

ง. การรณรงค์ให้งดรับประทานอาหารดิบ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ไข้กาฬหลังแอ่นติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ มาตรการควบคุมโรคที่สำคัญคือการค้นหาผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเพื่อรีบให้ยาป้องกัน (Chemoprophylaxis) ภายใน 24 ชม. เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

สูตรจำ: กาฬหลังแอ่น = หายใจ/สัมผัสใกล้ชิด/ต้องรีบให้ยาป้องกัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดเพราะไม่ใช่โรคที่มียุงเป็นพาหะ ง ผิดเพราะไม่ใช่โรคทางเดินอาหาร

ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ไข้หูดับ' (กินหมูดิบ) หรือ 'ไข้เลือดออก' (ยุงลาย) ไข้กาฬหลังแอ่นคือเชื้อ Meningococcus ติดต่อทางการหายใจ/น้ำลาย


==============================


ข้อที่ 8

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 การเก็บรวบรวม 'ข้อมูลสุขภาพ' ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) สามารถทำได้โดย 'ไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง' ในกรณีใด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อการทำประกันชีวิตรายบุคคล

ข. เพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันโรคระบาดอันตราย

ค. เพื่อการทำวิจัยตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ง. เพื่อประวัติการสมัครงานในบริษัทเอกชน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 26 (5) (ข) ยกเว้นการขอความยินยอมหากเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของนักวิชาการสาธารณสุขในการควบคุมโรค

อ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

สูตรจำ: สาธารณสุข/ชีวิต/ศาล/สถิติ = 'สี่ส.' ไม่ต้องขอ Consent (ในบางเงื่อนไข)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค และ ง ต้องได้รับความยินยอมชัดแจ้ง (Explicit Consent) เสมอเพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์เฉพาะตัวหรือธุรกิจ ไม่เข้าข้อยกเว้นมาตรา 26

ระวังหลุมพราง: กฎหมาย PDPA มักออกเรื่อง 'ข้อยกเว้น' มากกว่าหลักการทั่วไป อย่าสับสนระหว่างการรักษาพยาบาล (ก) กับประโยชน์สาธารณะ (ข)


==============================


ข้อที่ 9

โจทย์: In the context of 'MOPH PLUS+' strategy, what does the term 'Precision Medicine' primarily refer to?


ตัวเลือก:

ก. Providing free medicine to all citizens regardless of their status.

ข. Tailoring medical treatment to the individual characteristics of each patient.

ค. The mass production of generic drugs to reduce national costs.

ง. Traditional Thai herbal treatment used alongside modern therapy.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Precision Medicine (การแพทย์แม่นยำ) คือแนวทางการรักษาที่พิจารณาจากข้อมูลทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกวิธีรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับคนนั้นๆ (Tailoring to individual characteristics)

สูตรจำ: Precision = Specific / Personalized


เทคนิคการตัดช้อยส์: Choice ก refers to UHC (Universal Health Coverage), ค refers to Mass Production, and ง refers to Traditional Medicine.

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า 'Generic drugs' (ยาชื่อสามัญ) หรือ 'Universal' (ถ้วนหน้า) เพราะ Precision เน้นความเฉพาะเจาะจง


==============================


ข้อที่ 10

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 ผู้ใดประกอบวิชาชีพโดย 'ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต' ต้องระวางโทษตามข้อใด


ตัวเลือก:

ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ข. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ค. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท

ง. ปรับไม่เกิน 100,000 บาท เพียงอย่างเดียว


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรา 27 (ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้รับใบอนุญาต) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 มาตรา 47

สูตรจำ: สาสุขชุมชน '3 ปี 6 หมื่น' (3-60)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ก และ ข เป็นอัตราโทษของกฎหมายย่อยอื่นๆ ส่วน ง ผิดที่ไม่มีโทษจำคุก

ระวังหลุมพราง: จำเลข '3-6' (3 ปี 6 หมื่น) ให้ดี มักถูกนำไปสลับกับ พ.ร.บ.สถานพยาบาล หรือ พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาล


==============================


ข้อที่ 11

โจทย์: ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ท่านต้องขับเคลื่อนนโยบาย 'MOPH PLUS+' ประจำปี พ.ศ. 2569 ข้อใดคือเป้าหมายสำคัญของเสาหลักที่ 1 (Smart Life & Primary Care) ตามการประกาศล่าสุดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข?


ตัวเลือก:

ก. การผลักดันระบบเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่การเป็น Medical Hub อันดับหนึ่งของโลก

ข. การยกระดับบริการปฐมภูมิอัจฉริยะและการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อทุกช่วงวัย

ค. การมุ่งเน้นนวัตกรรมยาขั้นสูงและการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในโรงพยาบาลตติยภูมิ

ง. การปฏิรูประบบบริหารจัดการงบประมาณกองทุนสุขภาพให้เกิดความโปร่งใส 100%


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามนโยบาย 'MOPH PLUS+' ปี 2569-2573 ของกระทรวงสาธารณสุข เสาหลักที่ 1 คือ Smart Life & Primary Care (สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ) เน้นการสร้างระบบปฐมภูมิอัจฉริยะ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพไร้รอยต่อ และการดูแลกลุ่มเปราะบาง/ผู้สูงอายุในชุมชน

อ้างอิง: นโยบายกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569-2573 (MOPH PLUS+)

สูตรจำ: เสา 1: ปฐมภูมิอัจฉริยะ (Smart Life) / เสา 2: หุ่นยนต์-AI (Advanced) / เสา 3: รวยด้วยสุขภาพ (Wealth)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก คือเสาหลักที่ 3 (Health for Wealth), ข้อ ค คือเสาหลักที่ 2 (Advanced Medicine), ข้อ ง คือเสาหลักที่ 4 (Smart Governance)

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับกับเสาหลักที่ 2 (นวัตกรรมการแพทย์) หรือเสาหลักที่ 3 (เศรษฐกิจสุขภาพ)


==============================


ข้อที่ 12

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 หากประชาชนติดต่อยื่นคำขอรับบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ สป.สธ. กำหนด ข้อใดปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย?


ตัวเลือก:

ก. เจ้าหน้าที่สามารถเรียกเก็บสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้เพิ่มเติมได้อีก 1 ชุดเพื่อความชัวร์

ข. เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ประชาชนลงนามรับรองสำเนาถูกต้องในไฟล์ PDF ทุกหน้า

ค. ประชาชนไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารมากกว่าหนึ่งชุดและไม่ต้องลงนามรับรองสำเนาเอกสารนั้น

ง. หากประชาชนส่งผิดช่องทาง เจ้าหน้าที่มีสิทธิปฏิเสธการรับเรื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งเหตุผล


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 7 วรรคสองและสาม ของ พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ระบุว่าการยื่นเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องส่งมากกว่าหนึ่งชุด และไม่ต้องลงนามรับรองสำเนาเอกสารที่ราชการเป็นผู้ออกให้

อ้างอิง: มาตรา 7 พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565

สูตรจำ: ยื่นดิจิทัล: 'ชุดเดียวจบ ไม่ต้องเซ็น ไม่ต้องเบิ้ล'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ข ขัดต่อมาตรา 7, ข้อ ง ขัดต่อหน้าที่เจ้าหน้าที่ในการส่งต่อหรือแจ้งผู้ยื่นคำขอตามมาตรา 10

ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักติดนิสัยระบบเดิมที่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้อง แต่กฎหมายใหม่ห้ามเรียกรับสำเนาถ้าส่งทางดิจิทัล


==============================


ข้อที่ 13

โจทย์: ในการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ปี 2569 สสจ. จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพของผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเพื่อระงับอันตรายต่อสาธารณะ ตาม PDPA ท่านสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม (Consent) หรือไม่ เพราะเหตุใด?


ตัวเลือก:

ก. ไม่ได้ เพราะข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งเสมอ

ข. ได้ ตามข้อยกเว้นเพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุขและการป้องกันโรคติดต่อ

ค. ได้ แต่ต้องรอให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (คสป.) อนุมัติเป็นรายกรณี

ง. ไม่ได้ จนกว่าจะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 (5)(ข) ยกเว้นให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม หากเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันโรคระบาด

อ้างอิง: มาตรา 26 (5)(ข) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

สูตรจำ: PDPA งานสธ. : 'กันโรค-คุมระบาด-ไม่ต้องขอ Consent'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะละเลยข้อยกเว้นมาตรา 26, ข้อ ค และ ง เป็นการสร้างขั้นตอนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ระวังหลุมพราง: ระวังโดนหลอกว่า 'ข้อมูลสุขภาพ' ต้องขอ Consent เสมอ กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับงานสาธารณสุข


==============================


ข้อที่ 14

โจทย์: ข้อใดกล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ 'สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข' ได้ถูกต้องและครบถ้วนที่สุดตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ?


ตัวเลือก:

ก. มีหน้าที่เฉพาะการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปเท่านั้น

ข. พัฒนายุทธศาสตร์ แปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติงาน และกำกับดูแลหน่วยงานส่วนภูมิภาคในสังกัด

ค. ทำหน้าที่ผลิตยาและเวชภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศโดยตรง

ง. ทำหน้าที่แทน อสม. ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านทุกหลังคาเรือน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สป.สธ. มีบทบาทเป็นหน่วยงานกลางที่จัดทำยุทธศาสตร์ เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ และบริหารจัดการส่วนภูมิภาค (สสจ./สสอ./รพศ./รพท./รพช./รพ.สต.)

อ้างอิง: กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: สป.สธ. = แม่บ้านใหญ่ (วางแผน + คุมภูมิภาค)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แคบเกินไป, ค. เป็นหน้าที่องค์การเภสัชกรรม, ง. ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายของสำนักงานปลัดฯ

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ก. ที่อาจจะถูกครึ่งเดียว สป.สธ. ดูแลทั้งระบบไม่ใช่แค่รักษา


==============================


ข้อที่ 15

โจทย์: ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขปี 2569 ข้อใดเป็นดัชนีชี้วัด (KPI) สำคัญในเรื่อง 'Digital Health'?


ตัวเลือก:

ก. ร้อยละ 100 ของสถานพยาบาลสามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย (Personal Health Record) ได้ทั่วประเทศ

ข. จำนวนผู้ป่วยที่ใช้แอปพลิเคชัน TikTok ในการหาความรู้เรื่องยา

ค. อัตราการส่ง SMS แจ้งเตือนนัดหมายจากโรงพยาบาล

ง. การมีหุ่นยนต์ต้อนรับในทุกสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: นโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่' ในปี 2569 พัฒนาไปสู่ความสมบูรณ์โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล PHR (Personal Health Record) เพื่อให้ผู้ป่วยรับบริการได้ทุกแห่งแบบไร้รอยต่อ

อ้างอิง: แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: Digital Health 2569 = ข้อมูลเชื่อมโยง (Seamless Data)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ไม่ใช่ตัวชี้วัดทางการ, ค. เป็นแค่ส่วนเล็กน้อยของระบบ, ง. เกินความจำเป็นพื้นฐาน

ระวังหลุมพราง: อย่าไปหลงตอบข้อที่มีเทคโนโลยีหวือหวาแต่ไม่ใช่เป้าหมายเชิงระบบอย่าง 'หุ่นยนต์ทุกที่'


==============================


ข้อที่ 16

โจทย์: หากโรงพยาบาลในสังกัด สป.สธ. ดำเนินโครงการ 'Green MOPH (Net Zero)' โดยเปลี่ยนมาใช้โซลาร์เซลล์ซึ่งลงทุน 5 ล้านบาท และประหยัดค่าไฟได้ปีละ 1.2 ล้านบาท จุดคุ้มทุน (Break-even Point) ของโครงการนี้คือเท่าใด?


ตัวเลือก:

ก. 3 ปี 2 เดือน

ข. 4 ปี 2 เดือน

ค. 4 ปี 8 เดือน

ง. 5 ปี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: 5,000,000 / 1,200,000 = 4.166 ปี. แปลงเศษส่วนปีเป็นเดือน: 0.166 x 12 = 1.99 ประมาณ 2 เดือน ดังนั้นคือ 4 ปี 2 เดือน

อ้างอิง: ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงพยาบาลสีเขียว (Green & Clean Hospital) 2569

สูตรจำ: คืนทุน = ทุนตั้ง / ประหยัดได้


เทคนิคการตัดช้อยส์: ใช้การหารตัวเลขงบประมาณหารด้วยค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ต่อปีโดยตรง

ระวังหลุมพราง: ระวังการปัดเศษเดือนผิด


==============================


ข้อที่ 17

โจทย์: จากบทความนโยบาย MOPH PLUS+ ปี 2569: 'กระทรวงมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยี Genomic & Precision Care เพื่อการรักษาที่เฉพาะเจาะจง' คำศัพท์ในข้อใดมีความหมายสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวมากที่สุด?


ตัวเลือก:

ก. Conventional Medicine

ข. Personalized Medicine

ค. Alternative Medicine

ง. Palliative Care


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Precision Care หรือ Precision Medicine มีความหมายตรงกับ Personalized Medicine คือการแพทย์แม่นยำที่ออกแบบมาเฉพาะรายบุคคลตามรหัสพันธุกรรม

อ้างอิง: MOPH PLUS+ Pillar 2: Advanced Medicine & Innovation

สูตรจำ: Precision = Personalized = แม่นยำเฉพาะราย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การแพทย์แบบดั้งเดิม, ค. การแพทย์ทางเลือก, ง. การดูแลแบบประคับประคอง

ระวังหลุมพราง: อย่าตอบ Alternative (ทางเลือก) หรือ Palliative (ประคับประคอง) เพราะเป็นคนละด้านของการรักษา


==============================


ข้อที่ 18

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'สธ. เร่งแก้ปัญหาระบบบริการสุขภาพในเขตเมือง (กทม.) โดยเน้นการสร้างเครือข่ายปฐมภูมิเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลตติยภูมิเพื่อลดความแออัด' ข้อใดคือสาระสำคัญ (Main Idea) ของข่าวนี้?


ตัวเลือก:

ก. การยกเลิกการส่งต่อผู้ป่วยจาก กทม. ไปต่างจังหวัด

ข. การเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในใจกลางกรุง

ค. การใช้ระบบปฐมภูมิเป็นกลไกหลักในการจัดการปัญหาสุขภาพคนเมือง

ง. การโอนย้ายงบประมาณจากภูมิภาคมาไว้ที่กรุงเทพมหานคร


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: หัวใจหลักของนโยบายปี 2569 สำหรับ กทม. คือการสร้าง 'Primary Care Network' เพื่อให้การเข้าถึงบริการระดับต้นง่ายขึ้นและลดภาระของโรงพยาบาลใหญ่

อ้างอิง: แผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข (ฉบับปรับปรุง 2568-2569)

สูตรจำ: คีย์เวิร์ด: เครือข่ายปฐมภูมิ = ลดแออัด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ไม่มีในเนื้อหา, ข. ตรงข้ามกับแนวคิด 'ลดความแออัด'

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์หลอกมักจะเป็นเรื่องการเพิ่มงบประมาณหรือสร้างตึกใหม่ ซึ่งไม่ใช่วิธีแก้เชิงระบบที่บทความเน้น


==============================


ข้อที่ 19

โจทย์: Read the following sentence: 'The 2026 WHO report emphasizes that health systems must enhance their RESILIENCE to withstand future climate-related emergencies.' What does 'RESILIENCE' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. The ability to recover quickly from difficulties.

ข. The strategy to increase healthcare costs.

ค. The process of eliminating all bacteria.

ง. The manual for daily hospital operations.


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Resilience หมายถึง ความยืดหยุ่นหรือความสามารถในการฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็วหลังเผชิญวิกฤต

อ้างอิง: WHO World Health Statistics Report 2026

สูตรจำ: Resilience = ล้มแล้วลุกไว (Flexibility/Recovery)


เทคนิคการตัดช้อยส์: Resilience เกี่ยวกับการปรับตัวและฟื้นฟู ไม่ใช่เรื่องงบประมาณหรือการฆ่าเชื้อ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Resistance (การต้านทาน)


==============================


ข้อที่ 20

โจทย์: สถานการณ์ประชากรไทยในเดือนเมษายน 2569 พบว่าอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดต่ำลงเหลือ 0.86 และมีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ลำพังเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านคน ข้อมูลนี้สะท้อนภาวะใดในทางประชากรศาสตร์?


ตัวเลือก:

ก. เข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) และเกิดภาวะประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว

ข. ภาวะโบนัสประชากร (Demographic Bonus) เนื่องจากมีวัยทำงานสัดส่วนสูง

ค. เข้าสู่ระยะที่ 2 ของการเปลี่ยนผ่านประชากร (Demographic Transition)

ง. ภาวะสมดุลประชากรเนื่องจากอัตราการเกิดและตายเท่ากันพอดี


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ค่า TFR ที่ต่ำกว่าระดับทดแทน (2.1) มาก (เหลือเพียง 0.86) และจำนวนผู้สูงอายุที่พุ่งสูงขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากร แสดงถึงการเป็น Super-Aged Society และการติดลบของอัตราเพิ่มประชากรธรรมชาติ

อ้างอิง: รายงานสถิติจำนวนประชากร ปี 2568-2569 กรมการปกครอง/สถาบันวิจัยประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล

สูตรจำ: TFR ต่ำกว่า 1 = วิกฤตประชากร (Perfect Storm)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ผิดเพราะโบนัสประชากรหมดไปนานแล้ว, ข้อ ค ผิดเพราะระยะ 2 คืออัตราตายลดแต่อัตราเกิดยังสูง, ข้อ ง ผิดเพราะปัจจุบันอัตราตายมากกว่าอัตราเกิด

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับระดับ Aged Society (20%) และ Super-Aged (28% หรือแนวโน้มโครงสร้างปี 2569)


==============================


ข้อที่ 21

โจทย์: ในสถานการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) เดือนเมษายน 2569 กรมอนามัยและ สป.สธ. แนะนำเกณฑ์ 'Heat Index' ระดับใดที่ถือเป็นระดับ 'อันตรายมาก' (Very Dangerous) ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนควรสั่งระงับการทำงานกลางแจ้งทันที


ตัวเลือก:

ก. 27 - 32 องศาเซลเซียส

ข. 32 - 41 องศาเซลเซียส

ค. 41 - 54 องศาเซลเซียส

ง. มากกว่า 54 องศาเซลเซียส


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามเกณฑ์ดัชนีความร้อน (Heat Index) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและกระทรวงสาธารณสุข: ระดับเฝ้าระวัง (27-32), เตือนภัย (32-41), อันตราย (41-54) และ 'อันตรายมาก' คือ มากกว่า 54 องศาเซลเซียส ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากต่อโรคลมแดด (Heat Stroke)

อ้างอิง: คำแนะนำการป้องกันสุขภาพจากความร้อน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: อันตราย 41, อันตรายมาก 54 (จำเลข 4 ตัวท้าย)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ระดับเฝ้าระวัง, ข. ระดับเตือนภัย, ค. ระดับอันตราย (Dangerous)

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับระหว่างระดับ 'อันตราย' (41-54) กับ 'อันตรายมาก' (>54)


==============================


ข้อที่ 22

โจทย์: จากนโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่' ในปี 2569 ที่กำหนดให้หน่วยบริการนวัตกรรม (ร้านยา-คลินิก) ต้อง Reactivate ข้อมูลผ่านระบบ e-Portal และยืนยันตัวตนด้วย ThaiD เพื่อเหตุผลในข้อใดสำคัญที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อขยายฐานข้อมูลผู้ป่วยให้เป็น Big Data ของกระทรวง

ข. เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในระบบการเบิกจ่ายและป้องกันการสวมสิทธิ

ค. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน 'หมอพร้อม' ได้เพียงช่องทางเดียว

ง. เพื่อเปลี่ยนสถานะจากหน่วยบริการรัฐเป็นหน่วยบริการเอกชน 100%


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ประกาศ สปสช. ปี 2569 ระบุว่าการ Reactivate และใช้ระบบสแกนใบหน้า/ThaiD มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันตัวตนหน่วยบริการและบุคลากร ป้องกันการสวมสิทธิการเบิกจ่ายเงินกองทุน และเพิ่มความโปร่งใสในระบบเบิกจ่ายเรียลไทม์


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผลพลอยได้, ค. ผิดเพราะสามารถจองผ่านไลน์ OA สปสช. ได้ด้วย, ง. ผิดในสาระสำคัญ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'ความสะดวกของผู้ป่วย' กับ 'เหตุผลทางระบบงบประมาณ' การ Reactivate เน้นที่ตัวผู้ให้บริการ


==============================


ข้อที่ 23

โจทย์: Read the following news snippet (April 2026): 'WHO member states have reached an impasse regarding the PABS annex, a key part of the Pandemic Agreement. Negotiations are now extended until May 2027.' What does 'impasse' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. A breakthrough in cooperation

ข. A situation in which no progress is possible

ค. A signing ceremony for the new treaty

ง. A fast-track approval process


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในบริบทของข่าว WHO ปี 2569 คำว่า 'impasse' หมายถึง 'ทางตัน' หรือสภาวะที่การเจรจาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง (ในกรณีนี้คือเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์จากเชื้อโรค PABS) จึงต้องขยายเวลาออกไป


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ตรงข้ามกับความหมายจริง, ค. และ ง. ไม่สอดคล้องกับการที่ต้องขยายเวลาเจรจา

ระวังหลุมพราง: คำนี้มักออกสอบในบริบทการทูตหรือการเจรจา พบบ่อยในข่าวสารสาธารณสุขโลก


==============================


ข้อที่ 24

โจทย์: ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่ง 'พักราชการ' หรือ 'ให้ออกจากราชการไว้ก่อน' เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ข้อใดคือสิทธิตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551


ตัวเลือก:

ก. ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกสั่งพักราชการและให้ได้รับเงินเดือนในระหว่างนั้น

ข. ให้กลับเข้ามารับราชการโดยเริ่มนับอายุราชการใหม่ทั้งหมด

ค. ให้ได้รับเงินค่าทำขวัญเป็นจำนวน 10 เท่าของเงินเดือนล่าสุด

ง. ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการได้ แต่ให้ได้รับเงินบำเหน็จตอบแทนแทน


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามมาตรา 101 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เมื่อผลการสอบสวนเป็นที่สุดว่าไม่มีความผิด ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่เดิม และให้ถือว่าผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อเนื่องโดยไม่เคยถูกสั่งพัก/ให้ออก และให้ได้รับเงินเดือน/ประโยชน์อื่นย้อนหลังเสมือนไม่ได้ถูกสั่ง

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 101-103

สูตรจำ: บริสุทธิ์ = กลับที่เดิม + เงินครบ + อายุราชการต่อเนื่อง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ผิดหลักสิทธิประโยชน์ราชการ, ค. ไม่มีระบุในกฎหมาย (เป็นเรื่องค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดซึ่งต้องฟ้องแยก), ง. ผิดในสาระสำคัญของการสอบวินัย

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอกเรื่อง 'การเริ่มนับอายุราชการใหม่' ซึ่งจะเสียสิทธิประโยชน์มาก


==============================


ข้อที่ 25

โจทย์: บทความข่าวเดือนพฤษภาคม 2569 ระบุว่า 'สภาผู้บริโภคเสนอให้ ETDA ปรับลดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายคุมโฆษณาโซเชียลจาก 180 วัน เหลือเพียง 30 วัน เนื่องจากปัจจุบันคนไทยโดนหลอกทุกชั่วโมง' ข้อใดคือประเด็นสำคัญที่สุดที่บทความนี้ต้องการสื่อสาร


ตัวเลือก:

ก. คนไทยมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกผ่านโฆษณาออนไลน์ในระดับวิกฤต

ข. ETDA ออกกฎหมายใหม่เพื่อบังคับให้คนยิงโฆษณาต้องสแกนใบหน้า

ค. ความล่าช้าของผลบังคับใช้ทางกฎหมายส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ง. สภาผู้บริโภคมีอำนาจสั่งการให้ ETDA แก้ไขระยะเวลาในราชกิจจานุเบกษา


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ประเด็นหลักคือความขัดแย้งระหว่าง 'ความเร็วของมิจฉาชีพ' กับ 'ความช้าของกฎหมาย' (180 วัน) ซึ่งบทความชี้ให้เห็นว่าความล่าช้านี้ทำให้ประชาชนยังไม่ปลอดภัย สอดคล้องกับข้อ ค. ส่วนข้อ ก. และ ข. เป็นเพียงข้อมูลสนับสนุน ไม่ใช่ใจความสำคัญของการคัดค้าน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นข้อเท็จจริงประกอบไม่ใช่แก่น, ข. เป็นรายละเอียดข้อกฎหมาย, ง. ผิดเพราะสภาผู้บริโภคไม่มีอำนาจสั่งการ เป็นเพียงผู้เสนอแนะ

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ก. ดูเหมือนจะถูกเพราะเป็นเรื่องจริง แต่โจทย์ถาม 'ประเด็นสำคัญที่สุด' ของบทความการคัดค้านนี้


==============================


ข้อที่ 26

โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของ Hantavirus บนเรือสำราญในแถบอเมริกาใต้ หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม 150 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 12 ราย ข้อใดคืออัตราป่วยตาย (Case Fatality Rate: CFR) ของเหตุการณ์นี้


ตัวเลือก:

ก. ร้อยละ 0.08

ข. ร้อยละ 1.25

ค. ร้อยละ 8.00

ง. ร้อยละ 12.50


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: สูตรการคำนวณอัตราป่วยตาย (CFR) = (จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรค / จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนั้นทั้งหมด) x 100 แทนค่าได้เป็น (12 / 150) x 100 = 0.08 x 100 = 8.00% ข้อมูลนี้อ้างอิงจากสถานการณ์ระบาดจริงในช่วงต้นปี 2569 ที่ WHO รายงานถึงความล้มเหลวในการเจรจา PABS โดยมีการกล่าวถึงเคส Hantavirus เป็นตัวเร่งด่วน

อ้างอิง: หลักการระบาดวิทยาเบื้องต้น กรมควบคุมโรค

สูตรจำ: CFR = (ตาย / ป่วย) x 100


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผลหารยังไม่ได้คูณ 100, ข. และ ง. เป็นตัวเลขที่เกิดจากการคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอัตราตาย (Mortality Rate) ที่ต้องใช้ประชากรกลางปีเป็นตัวหาร สำหรับ CFR ตัวหารต้องเป็นจำนวน 'ผู้ป่วย' เท่านั้น


==============================


ข้อที่ 27

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การขอสำเนา 'รายงานการแพทย์' ของผู้ป่วยรายหนึ่ง หน่วยงานของรัฐสามารถปฏิบัติอย่างไรได้บ้างหากเห็นว่ามีเหตุอันควรเพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล


ตัวเลือก:

ก. ปฏิเสธการเปิดเผยโดยเด็ดขาดเพราะเป็นข้อมูลความลับทางการแพทย์

ข. เปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายเท่านั้น

ค. เปิดเผยต่อญาติสายโลหิตชั้นที่ 1 โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของข้อมูล

ง. เปิดเผยได้ทันทีเพราะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิรับรู้ตามมาตรา 9


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 25 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ระบุว่า 'การเปิดเผยรายงานการแพทย์ที่เกี่ยวกับบุคคลใด ถ้ากรณีมีเหตุอันควรเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายก็ได้'

อ้างอิง: พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 25

สูตรจำ: รายงานการแพทย์ -> ให้แพทย์ที่ได้รับมอบหมายดูแทน (เพื่อความปลอดภัยทางจิตใจ/ข้อมูล)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะบุคคลมีสิทธิรู้ข้อมูลของตน, ค. ญาติไม่มีสิทธิโดยอัตโนมัติหากเจ้าของยังอยู่, ง. มาตรา 9 คือข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูทั่วไป ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล

ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักสับสนกับมาตรา 9 ที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป หรือสับสนกับ PDPA แต่กฎหมายข้อมูลข่าวสารมีบทบัญญัติเฉพาะเรื่อง 'รายงานการแพทย์'


==============================


ข้อที่ 28

โจทย์: In the 2026 'Smart Consumer City' initiative, health authorities use AI APIs to monitor 'misleading health claims' on digital platforms. Which word is a synonym for 'misleading'?


ตัวเลือก:

ก. Authentic

ข. Deceptive

ค. Evidence-based

ง. Transparent


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Misleading แปลว่า 'ซึ่งทำให้เข้าใจผิด' หรือ 'หลอกลวง' ซึ่งตรงกับคำว่า Deceptive (หลอกลวง) ในงานสาธารณสุขมักใช้คู่กับคำว่า Advertising หรือ Health Claims

สูตรจำ: Mis- = ผิด, Lead = นำ -> Misleading = นำไปสู่ทางที่ผิด (หลอกลวง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แปลว่าจริงแท้, ค. แปลว่าตามหลักฐานอ้างอิง, ง. แปลว่าโปร่งใส ทั้งหมดเป็นคำบวก

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายเชิงบวก (ก, ค, ง) ซึ่งมักเป็นตัวหลอกในโจทย์เกี่ยวกับโฆษณาผิดกฎหมาย


==============================


ข้อที่ 29

โจทย์: ตามแนวทางการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) สำหรับหน่วยงานส่วนภูมิภาค (สสจ.) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสัดส่วนงบประมาณตามภารกิจพื้นฐาน


ตัวเลือก:

ก. จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัดร้อยละ 60 และแปรผันตามกลุ่มประชากรร้อยละ 40

ข. จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัดร้อยละ 40 และแปรผันตามเกณฑ์พื้นที่/ประชากรร้อยละ 60

ค. จัดสรรตามจำนวนอำเภอและ รพ.สต. เท่ากันร้อยละ 50

ง. จัดสรรตามดัชนีความขัดสน (Gini Index) ของแต่ละจังหวัดร้อยละ 100


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของ สป.สธ. งวดที่ 1 หลักเกณฑ์การจัดสรรงบพื้นฐานสำหรับ สสจ. คือ 1) ร้อยละ 40 จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัด 2) ร้อยละ 60 จัดสรรแปรผันตามจำนวนอำเภอ (20%), จำนวน รพ.สต. (20%), ระดับความทุรกันดาร (10%) และจำนวนประชากร (10%)

อ้างอิง: แนวทางการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: 40 เท่ากัน 60 ผันแปร (อำเภอ-รพสต-ดาร-คน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สลับสัดส่วนร้อยละ, ค. เป็นการระบุสัดส่วนย่อยที่ผิดหลักการ, ง. ไม่มีเกณฑ์การใช้ Gini Index 100% ในระเบียบนี้

ระวังหลุมพราง: ระวังสลับสัดส่วนระหว่าง 40/60 ซึ่งเป็นเกณฑ์ใหม่ปี 2569 ที่เน้นความเป็นธรรมในระดับพื้นที่มากขึ้น


==============================


ข้อที่ 30

โจทย์: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดงาน 'วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2569' ภายใต้แนวคิดใด ซึ่งเน้นการยกระดับเมืองสู่การคุ้มครองสิทธิที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล


ตัวเลือก:

ก. Digital Health for All

ข. The Smart Consumer City

ค. Safe Products, Confident Consumers

ง. One Tablet per Hospital


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: จากการรายงานข่าววันที่ 27 เมษายน 2569 สคบ. และ สป.สธ. ร่วมกันชูแนวคิด 'THE SMART CONSUMER CITY: ยกระดับเมือง สู่การคุ้มครองสิทธิที่ยั่งยืน' สำหรับวันคุ้มครองผู้บริโภคไทยปี 2569 เพื่อรับมือกับการซื้อขายออนไลน์ที่ขยายตัว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นนโยบายทั่วไปของกระทรวง, ค. เป็นธีมสากล (OECD/CI), ง. เป็นตัวหลอกที่ไม่มีจริง

ระวังหลุมพราง: ข้อ ค. เป็นธีมของวันสิทธิผู้บริโภค 'สากล' (15 มี.ค.) แต่โจทย์ถามวันคุ้มครองผู้บริโภค 'ไทย' (30 เม.ย.)


==============================


ข้อที่ 31

โจทย์: ข้อมูลจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ปี 2569 ระบุว่ามีคนป่วยโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 48 ของผู้ป่วยทั้งหมดที่ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองป่วย (Unaware) หากในเขตอำเภอหนึ่งมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 5,200 คน คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วย 'แฝง' ที่ยังไม่รู้ตัวในชุมชนอีกประมาณกี่คน?


ตัวเลือก:

ก. 2,496 คน

ข. 4,800 คน

ค. 5,200 คน

ง. 10,833 คน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การคำนวณตามสัดส่วน Unaware: ถ้าคนที่รู้ตัว (รู้ว่าป่วยและขึ้นทะเบียน) คือร้อยละ 52 (จาก 100 - 48 = 52) และคนที่ไม่รู้ตัวคือร้อยละ 48 ดังนั้น เทียบสัดส่วน: คนรู้ตัว 5,200 คน = 52% ดังนั้น 1% = 100 คน คนไม่รู้ตัว 48% จึงเท่ากับ 48 x 100 = 4,800 คน

สูตรจำ: เทียบสัดส่วน 100% เสมอ: รู้ตัว (52) : ไม่รู้ (48)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกิดจากการคิด 48% ของ 5,200 (ผิดวิธี), ค. เท่ากับจำนวนที่รู้ (ไม่ใช่สัดส่วน 48/52), ง. คือประชากรทั้งหมดที่ป่วย (ทั้งรู้และไม่รู้)

ระวังหลุมพราง: จุดตายคือการเอา 48% ไปคูณ 5,200 เลย (จะได้ 2,496 ซึ่งผิด) เพราะ 5,200 คือกลุ่มคนที่ 'รู้แล้ว' ไม่ใช่ประชากรทั้งหมด


==============================


ข้อที่ 32

โจทย์: In the context of the 'Excellence & Net Zero MOPH' policy for 2026, which of the following terms best describes a hospital's commitment to reducing its carbon footprint to zero?


ตัวเลือก:

ก. Carbon Sequestration

ข. Environmental Remediation

ค. Carbon Neutrality

ง. Ecological Restoration


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: Carbon Neutrality (ความเป็นกลางทางคาร์บอน) คือสภาวะที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Net Zero MOPH ของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2569 ที่มุ่งเน้น Green Hospital

สูตรจำ: Net Zero = Neutrality (ศูนย์เท่ากับกลาง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Sequestration = การกักเก็บ, ข. Remediation = การฟื้นฟูมลพิษ, ง. Restoration = การบูรณะระบบนิเวศ ซึ่งไม่ตรงกับนิยามสุทธิเป็นศูนย์

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า Carbon Sequestration (การกักเก็บคาร์บอน) ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีการ แต่ไม่ใช่ชื่อนโยบายเป้าหมายสุทธิ


==============================


ข้อที่ 33

โจทย์: ตามข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชน ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2565 การทำวิจัยเกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสารของผู้รับบริการ นักวิชาการสาธารณสุขต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องตามจรรยาบรรณ?


ตัวเลือก:

ก. สามารถทำได้ทันทีหากเป็นการทำวิจัยเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

ข. ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของข้อมูล

ค. ต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบเพียงอย่างเดียว

ง. ไม่ต้องขออนุญาตหากข้อมูลนั้นถูกจัดเก็บในระบบดิจิทัลของกระทรวงแล้ว


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2565 ข้อ 37 ระบุชัดเจนว่า 'ผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสาร ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลหรือเจ้าของเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องรักษาความลับของข้อมูลดังกล่าว'

อ้างอิง: ข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชน ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพฯ 2565 ข้อ 37

สูตรจำ: วิจัยข้อมูล ต้องมี 'ลายลักษณ์' ยินยอม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ขัดหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์, ค. เป็นขั้นตอนทางบริหารแต่ไม่ใช่ข้อกำหนดทางจรรยาบรรณวิชาชีพต่อเจ้าของข้อมูล

ระวังหลุมพราง: มักจะโดนหลอกด้วยคำว่า 'เพื่อประโยชน์ส่วนรวม' หรือ 'ผ่าน PDPA แล้ว' แต่จรรยาบรรณวิชาชีพมีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องลายลักษณ์อักษร


==============================


ข้อที่ 34

โจทย์: ตามเป้าหมายนโยบาย 'อสม. ชวนคนไทยนับคาร์บ' เพื่อลดโรค NCDs ปีงบประมาณ 2569 ที่ตั้งเป้าหมายให้คนไทย 50 ล้านคนมีความรู้ในการนับคาร์โบไฮเดรต หากปัจจุบัน (เมษายน 2569) มีผู้ผ่านการอบรมแล้ว 32 ล้านคน และเหลือเวลาอีก 5 เดือนจะสิ้นสุดปีงบประมาณ กระทรวงฯ จะต้องเร่งสร้างเป้าหมายเฉลี่ยเดือนละกี่ล้านคนจึงจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้?


ตัวเลือก:

ก. 3.2 ล้านคน

ข. 3.6 ล้านคน

ค. 4.0 ล้านคน

ง. 4.5 ล้านคน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การคำนวณ: เป้าหมายทั้งหมด 50 ล้านคน ลบด้วยจำนวนที่ทำได้แล้ว 32 ล้านคน (50 - 32 = 18 ล้านคน) จะเหลือยอดที่ต้องทำให้ได้อีก 18 ล้านคน ภายในระยะเวลาที่เหลือ 5 เดือน (พฤษภาคม-กันยายน) ดังนั้น 18 / 5 = 3.6 ล้านคนต่อเดือน

สูตรจำ: เป้าลบปัจจุบัน หารด้วยเวลาที่เหลือ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 3.2 (ได้เพียง 16 ล้าน), ค. 4.0 (เกินไปเป็น 20 ล้าน), ง. 4.5 (เกินไปเป็น 22.5 ล้าน) ช้อยส์ ข. คือค่าที่พอดีกับส่วนต่าง 18 ล้าน

ระวังหลุมพราง: ระวังการนับจำนวนเดือนผิด หากโจทย์ระบุว่า 'สิ้นเดือนเมษายน' จะเหลือเพียง 5 เดือน แต่ถ้าสับสนไปนับรวมเมษายนด้วยจะทำให้ตัวหารผิด


==============================


ข้อที่ 35

โจทย์: นโยบาย 'Health for Wealth' ซึ่งเป็น 1 ใน 7 เสาหลักของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2569 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในด้านใดมากที่สุด?


ตัวเลือก:

ก. การลดงบประมาณรายจ่ายด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐ

ข. การส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และยาสมุนไพรสู่ตลาดโลก

ค. การเพิ่มภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพื่อนำเงินเข้ากองทุน

ง. การจ้างงาน อสม. ทั่วประเทศให้เป็นพนักงานประจำ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นโยบาย 'Health for Wealth' (เศรษฐกิจสุขภาพสร้างรายได้) ของ สธ. ปี 2569 มุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการเป็นภาระค่าใช้จ่ายให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการส่งเสริม Medical Hub, การส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพร, และอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่ (Investment Shift)

สูตรจำ: Health for Wealth = สุขภาพสร้างตังค์ (ส่งออก/Hub)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นการประหยัด (Cost saving) ไม่ใช่การสร้างรายได้ (Wealth), ค. เป็นมาตรการภาษี/การควบคุม, ง. ไม่ใช่สาระสำคัญในเชิงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาค

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ก. เพราะแม้จะเป็นผลพลอยได้แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของนิยาม 'Health for Wealth' ที่เน้นการ 'สร้างรายได้' (Income generation)


==============================


ข้อที่ 36

โจทย์: ในการจัดซื้อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ (NLEM) ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานของรัฐในสังกัด สธ. ถูกกำหนดให้ดำเนินการอย่างไรเป็นลำดับแรก?


ตัวเลือก:

ก. เปิดประมูล e-Bidding เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำที่สุดจากทุกบริษัท

ข. จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรม (GPO) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าที่จัดซื้อ

ค. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงซื้อจากบริษัทในประเทศที่มีนวัตกรรมเท่านั้น

ง. จัดซื้อจากโรงงานเภสัชกรรมทหารในสัดส่วนร้อยละ 100


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 (ซึ่งมีผลใช้บังคับต่อเนื่องถึง 2569) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อยาในบัญชียาหลักฯ จากองค์การเภสัชกรรมหรือโรงงานเภสัชกรรมทหารไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าที่ต้องการจัดซื้อ

อ้างอิง: กฎกระทรวงกำหนดพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563

สูตรจำ: ยาหลักรัฐไทย 60% ให้ GPO/ทหาร


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นวิธีทั่วไปแต่ต้องทำตามกฎกระทรวงเรื่องส่งเสริมพัสดุรัฐก่อน, ค. เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะกลุ่มนวัตกรรม, ง. ตัวเลข 100% เป็นเกณฑ์เก่าที่ถูกยกเลิกแล้ว

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับกฎหมายเก่าที่เคยบังคับให้ซื้อจาก GPO 100% ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 เพื่อให้เกิดการแข่งขัน


==============================


ข้อที่ 37

โจทย์: ในสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM2.5 ทางภาคเหนือ (เมษายน 2569) ที่พบผู้ป่วยเลือดกำเดาไหลเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า นักวิชาการสาธารณสุขควรใช้ดัชนีชี้วัดใดในการวินิจฉัยอนามัยชุมชนเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว?


ตัวเลือก:

ก. AQI (Air Quality Index) รายวัน

ข. Prevalence of Cardiopulmonary symptoms

ค. Standardized Mortality Ratio (SMR) of Lung Cancer

ง. Average PM2.5 Concentration over 3 years


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การวินิจฉัยชุมชนเพื่อประเมินความเสี่ยง 'ต่อเนื่อง' จากมลพิษทางอากาศ (Surveillance) ควรดูที่อุบัติการณ์หรือความชุกของอาการทางปอดและหัวใจ (Cardiopulmonary symptoms) เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจโดยตรง

สูตรจำ: วินิจฉัยชุมชน = ดูคน (Symptoms/Diseases)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นค่าทางกายภาพ, ค. เป็นผลลัพธ์สุดท้าย (End stage) ที่ช้าเกินไปสำหรับการเฝ้าระวังความเสี่ยง, ง. เป็นค่าเฉลี่ยสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ตัวชี้วัดสุขภาพ (Health Outcome)

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือก AQI เพราะเป็นค่าคุณภาพอากาศหน้างาน ไม่ใช่ค่าทางระบาดวิทยาที่ใช้วินิจฉัยสุขภาพชุมชน


==============================


ข้อที่ 38

โจทย์: จากบทความข่าวเมษายน 2569 เรื่อง 'ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด': "การรับรองสิทธิในอากาศสะอาดให้เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน จะเปลี่ยนสถานะของประชาชนจาก 'ผู้ร้องขอ' เป็น 'ผู้มีอำนาจฟ้อง' หากรัฐละเลยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5" ข้อใดสรุปสาระสำคัญของบทความนี้ได้ถูกต้องที่สุด?


ตัวเลือก:

ก. กฎหมายใหม่เน้นการเก็บภาษีผู้ก่อมลพิษเพื่อนำมาเยียวยาผู้ป่วย

ข. การเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายช่วยให้ประชาชนสามารถดำเนินคดีกับหน่วยงานรัฐที่เพิกเฉยได้

ค. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุเรื่องอากาศสะอาดไว้ชัดเจนอยู่แล้วจึงไม่ต้องมีกฎหมายลูก

ง. ปัญหาฝุ่น PM2.5 จะหมดไปทันทีเมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: บทความเน้นย้ำเรื่อง 'การรับรองสิทธิ' ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมี 'อำนาจฟ้อง' (Legal Standing) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถานะจากเดิมที่ทำได้เพียงรอรับการช่วยเหลือจากรัฐ เป็นการสามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐดำเนินการได้

สูตรจำ: สิทธิ = อำนาจฟ้อง, ไม่ใช่แค่ขอส่วนบุญ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. นอกเหนือจากบริบทที่ยกมา, ค. ขัดกับข้อเท็จจริงที่ว่ากำลังจะมีกฎหมายลูก, ง. เป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริง (Extremist statement)

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ก. แม้จะเป็นส่วนหนึ่งใน พ.ร.บ. แต่ไม่ใช่สาระสำคัญที่บทความยกมาอ้างถึงเรื่อง 'สิทธิมนุษยชน' และ 'อำนาจฟ้อง'


==============================


ข้อที่ 39

โจทย์: ข้าราชการพลเรือนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความวิจารณ์นโยบายกัญชาทางการแพทย์ของรัฐบาลด้วยถ้อยคำหยาบคายและบิดเบือนข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในเดือนเมษายน 2569 กรณีนี้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยมาตราใดตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551?


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 82 (2) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์

ข. มาตรา 82 (4) ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ

ค. มาตรา 82 (10) ไม่รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย

ง. มาตรา 85 (1) ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมและบิดเบือนข้อมูล ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของความเป็นข้าราชการและหน่วยงาน ถือเป็นการไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 82 (10) ซึ่งเป็นวินัยที่ข้าราชการต้องยึดถือแม้จะเป็นเวลานอกราชการ

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 82 (10)

สูตรจำ: ด่าออกสื่อ = เสื่อมเกียรติ (มาตรา 82 (10))


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เน้นเรื่องทุจริต, ข. เน้นเรื่องระเบียบขั้นตอนการทำงาน, ง. เป็นวินัยร้ายแรงซึ่งต้องมีองค์ประกอบความเสียหายที่รุนแรงกว่าการโพสต์

ระวังหลุมพราง: ระวังจะเลือกมาตรา 85 (วินัยร้ายแรง) หากในโจทย์ไม่ได้ระบุว่าส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อระบบราชการอย่างชัดเจน ให้มองว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามมาตรา 82 ก่อน


==============================


ข้อที่ 40

โจทย์: ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2568-2569) พบว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 18-34 ปี) ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 เป็นร้อยละ 10.6 มาตรการใดใน '6 เสาหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต' (Lifestyle Medicine) ที่ควรเน้นย้ำที่สุดเพื่อแก้ปัญหา 'กินเกิน-เนือยนิ่ง' ในกลุ่มนี้?


ตัวเลือก:

ก. Social Connectivity (ความสัมพันธ์ทางสังคม)

ข. Plant-based Nutrition & Physical Activity

ค. Stress Management

ง. Tobacco & Alcohol Cessation


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ปัญหา 'กินเกิน' แก้ด้วยโภชนาการ (Nutrition) และ 'เนือยนิ่ง' แก้ด้วยกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ซึ่งเป็น 2 ใน 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine ที่กรมอนามัยใช้ขับเคลื่อนในปี 2569 เพื่อลด NCDs ในกลุ่มคนรุ่นใหม่

สูตรจำ: กินเกิน=Nutrition, เนือยนิ่ง=Activity


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง แม้เป็นเสาหลักเหมือนกัน แต่ไม่ตอบโจทย์ความผิดปกติเรื่องการกินและการเคลื่อนไหวที่เป็นสาเหตุหลักของเบาหวานในเคสนี้

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือกอื่นเป็นเสาหลักที่เหลือ แต่ไม่ตรงกับประเด็น 'กินเกิน-เนือยนิ่ง' ที่โจทย์ระบุ


==============================


ข้อที่ 41

โจทย์: ในการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 จังหวัดหนึ่งมีประชากร 800,000 คน พบผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม จำนวน 400 ราย และในวันที่ 1 เมษายน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 24 ราย ข้อใดคืออัตราอุบัติการณ์ (Incidence Rate) ของโรคนี้ในวันที่ 1 เมษายน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน


ตัวเลือก:

ก. 0.5 รายต่อประชากรแสนคน

ข. 3.0 รายต่อประชากรแสนคน

ค. 5.0 รายต่อประชากรแสนคน

ง. 53.0 รายต่อประชากรแสนคน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: อัตราอุบัติการณ์ (Incidence Rate) คำนวณจาก (จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ / ประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด) x ตัวคูณ (100,000) ในที่นี้คือ (24 / 800,000) x 100,000 = 0.00003 x 100,000 = 3.0 รายต่อประชากรแสนคน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม ตัดข้อ ค เพราะเป็นการนำ 400 ไปหาร ตัดข้อ ง เพราะเป็นการนำรายเก่ารวมรายใหม่ (424) ไปคำนวณซึ่งจะได้ค่าความชุกไม่ใช่ความอุบัติการณ์

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่างอัตราอุบัติการณ์ (Incidence - นับเฉพาะรายใหม่) กับอัตราความชุก (Prevalence - นับรวมรายเก่าและรายใหม่)


==============================


ข้อที่ 42

โจทย์: พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 กำหนดให้ 'หน่วยบริการปฐมภูมิ' มีหน้าที่หลักตามข้อใดที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบปฐมภูมิ


ตัวเลือก:

ก. การผ่าตัดขั้นสูงเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์

ข. การจัดบริการสุขภาพที่เน้นการรักษาโรคเพียงอย่างเดียว

ค. การดูแลสุขภาพโดยหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีแพทย์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม

ง. การจำหน่ายยาอันตรายให้ประชาชนโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เน้นการมีทีมผู้ให้บริการปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้นำทีม ดูแลประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและเบ็ดเสร็จ

อ้างอิง: พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 มาตรา 16

สูตรจำ: ปฐมภูมิ = ใกล้บ้าน ใกล้ใจ มีหมอครอบครัว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะเป็นงานทุติยภูมิ/ตติยภูมิ ข ผิดเพราะขาดมิติด้านการส่งเสริมและป้องกัน ง ผิดกฎหมายวิชาชีพเภสัชกรรม

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่เน้นเฉพาะการ 'รักษา' เพราะปฐมภูมิต้องรวมถึงการส่งเสริมและป้องกันด้วย


==============================


ข้อที่ 43

โจทย์: การวิเคราะห์ประเด็นทางสาธารณสุข: 'ในยุคสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขต้องเผชิญกับภาระโรคเรื้อรัง (NCDs) ที่พุ่งสูงขึ้น การขยายตัวของเทคโนโลยี Telemedicine จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ' ข้อใดคือความท้าทายหลักของเทคโนโลยีนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุตามบทความ


ตัวเลือก:

ก. การลดลงของจำนวนผู้สูงอายุในชนบท

ข. ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide)

ค. ประสิทธิภาพของยารักษาโรคเรื้อรังที่ลดลง

ง. การขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อสมาร์ทโฟนให้ประชาชนทุกคน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ความท้าทายสำคัญของการใช้เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลกับผู้สูงอายุคือ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) หรือความสามารถในการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยีที่ไม่เท่ากัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ค ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ง เป็นนโยบายที่เกินจริงและไม่ใช่ความท้าทายหลักเชิงเทคนิค

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่ดูเป็นปัญหาใหญ่แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ 'เทคโนโลยี' ในบทความ


==============================


ข้อที่ 44

โจทย์: Select the most appropriate term for this definition: 'A collaborative, multisectoral, and transdisciplinary approach with the goal of achieving optimal health outcomes recognizing the interconnection between people, animals, plants, and their shared environment.'


ตัวเลือก:

ก. Universal Health Coverage

ข. Primary Health Care

ค. One Health

ง. Global Health Security


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: One Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) คือแนวคิดที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ WHO และกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำในปี 2026


เทคนิคการตัดช้อยส์: นิยามระบุชัดเจนถึง interconnection ของ คน-สัตว์-พืช-สิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับหลักการ One Health เท่านั้น

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Universal Health Coverage ที่เน้นเรื่องการเข้าถึงบริการทางการเงิน


==============================


ข้อที่ 45

โจทย์: รัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน 265,295 ล้านบาท หากในปีงบประมาณ 2568 ได้รับการจัดสรร 235,000 ล้านบาท งบประมาณปี 2569 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละเท่าใด (โดยประมาณ)


ตัวเลือก:

ก. ร้อยละ 10.8

ข. ร้อยละ 12.9

ค. ร้อยละ 15.2

ง. ร้อยละ 18.5


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: ((265,295 - 235,000) / 235,000) x 100 = (30,295 / 235,000) x 100 = 0.1289 x 100 = 12.89% หรือประมาณ 12.9%


เทคนิคการตัดช้อยส์: คำนวณตามสูตร (ส่วนต่าง / ค่าเดิม) x 100 จะได้ค่าที่ใกล้เคียงข้อ ข ที่สุด

ระวังหลุมพราง: ระวังการหารผิดตัวตั้ง ต้องใช้ตัวเลขปีเก่า (2568) เป็นฐานในการหาเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น


==============================


ข้อที่ 46

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตในกรณีใดที่ถือว่าเป็นบุคคลที่ 'ต้อง' ได้รับการบำบัดรักษา


ตัวเลือก:

ก. มีภาวะอันตราย และมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา

ข. มีภาวะอันตราย หรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา

ค. มีภาวะอันตรายเพียงอย่างเดียว

ง. ไม่มีผู้ดูแลและมีพฤติกรรมรบกวนผู้อื่น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 22 บัญญัติว่า บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตในกรณี (1) มีภาวะอันตราย หรือ (2) มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา

อ้างอิง: พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 22

สูตรจำ: จิตเวช 22: อันตราย 'หรือ' จำเป็นต้องรักษา


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดที่ใช้ 'และ' ค ผิดเพราะขาดเงื่อนไขความจำเป็นในการรักษา ง ผิดเพราะไม่ใช่เกณฑ์ตามมาตรา 22 โดยตรง

ระวังหลุมพราง: จุดหลอกคือคำว่า 'และ' กับ 'หรือ' ซึ่งในกฎหมายมาตรานี้ใช้คำว่า 'หรือ' (อย่างใดอย่างหนึ่ง)


==============================


ข้อที่ 47

โจทย์: ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุดปี 2569) การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีการเผาในเตาเผา ห้องเผาควันต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่ากี่องศาเซลเซียส


ตัวเลือก:

ก. ไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส

ข. ไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส

ค. ไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส

ง. ไม่ต่ำกว่า 1,200 องศาเซลเซียส


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรฐานการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ การเผาต้องมี 2 ขั้นตอน คือห้องเผามูลฝอยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส และห้องเผาควัน (Secondary Chamber) อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส

อ้างอิง: กฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 ข้อ 29

สูตรจำ: เผาขยะ 7-6-0 เผาควัน 1-0-0-0


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คืออุณหภูมิห้องเผาขยะ ข และ ง เป็นตัวเลขหลอกที่ไม่มีในข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของไทย

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับระหว่างอุณหภูมิห้องเผาขยะ (760) กับห้องเผาควัน (1,000)


==============================


ข้อที่ 48

โจทย์: โครงสร้างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯ หน่วยงานใดมีภารกิจหลักในการ 'จัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศ'


ตัวเลือก:

ก. กองสาธารณสุขฉุกเฉิน

ข. กองต่างประเทศ

ค. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน

ง. กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (Bureau of Strategy and Planning) สังกัด สป.สธ. มีหน้าที่หลักในการพัฒนายุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติราชการ และมีกลุ่มงานความร่วมมือระหว่างประเทศในการประสานนโยบาย

อ้างอิง: กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560

สูตรจำ: วางแผน-ทำยุทธศาสตร์-คุมงบ = กองยุทธศาสตร์ฯ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เน้นภัยพิบัติ ข เป็นตัวหลอก (ภารกิจนี้แฝงอยู่ในงานยุทธศาสตร์) ง เน้นเรื่องต้นทุนและการเงิน

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอก 'กองต่างประเทศ' แม้ชื่อจะคล้ายแต่ภารกิจหลักเชิงยุทธศาสตร์อยู่ที่กองยุทธศาสตร์และแผนงาน


==============================


ข้อที่ 49

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'สปสช. ปรับเกณฑ์นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ โดยจำกัดการเข้าใช้บริการที่หน่วยนวัตกรรม (ร้านยา/คลินิกเอกชน) สำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยไว้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อคนต่อปี เพื่อรักษาสมดุลของงบประมาณปลายปิด แต่ยังคงสิทธิการรักษาที่หน่วยบริการประจำได้ไม่จำกัดครั้ง' จากข้อความนี้ ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. รัฐบาลยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่เพื่อประหยัดงบประมาณ

ข. ประชาชนสามารถใช้สิทธิบัตรทองที่ร้านยาได้เพียง 2 ครั้งต่อปีเท่านั้นในทุกกรณี

ค. การจำกัดจำนวนครั้งที่หน่วยนวัตกรรมเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายในระบบงบประมาณปลายปิด

ง. หน่วยบริการประจำจะไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยเข้าตรวจหากใช้สิทธิที่ร้านยาครบ 2 ครั้งแล้ว


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามประกาศ สปสช. ปี 2569 การปรับเกณฑ์มีวัตถุประสงค์เพื่อความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Sustainability) โดยใช้ระบบงบประมาณปลายปิด (Global Budget) สำหรับหน่วยนวัตกรรม แต่ไม่ได้ตัดสิทธิพื้นฐานที่หน่วยบริการประจำ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะไม่ได้ยกเลิก ข ผิดเพราะจำกัดเฉพาะ 'หน่วยนวัตกรรม' ไม่ใช่ทุกกรณี ง ผิดเพราะบทความระบุชัดว่าใช้ที่หน่วยบริการประจำได้ไม่จำกัด

ระวังหลุมพราง: โจทย์แนวนี้มักใช้คำว่า 'ทุกกรณี' หรือ 'ยกเลิก' มาเป็นตัวหลอกเพื่อสร้างความเข้าใจผิด


==============================


ข้อที่ 50

โจทย์: Read the following sentence: 'The 2026 MOPH strategic plan prioritizes the ______ of mental health services into primary care to ensure equitable access for rural populations.' Which word best fits the blank?


ตัวเลือก:

ก. segregation

ข. integration

ค. limitation

ง. elimination


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Integration หมายถึง การบูรณาการ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สาธารณสุขปี 2569 ที่เน้นการบูรณาการบริการสุขภาพจิตเข้ากับระบบปฐมภูมิ (Primary Care)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (การแบ่งแยก) ขัดกับนโยบาย ค (การจำกัด) ไม่ใช่เป้าหมายเชิงบวก ง (การกำจัด) ไม่สมเหตุสมผลในบริบทของการบริการ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มี Prefix ใกล้เคียงกัน เช่น integration กับ segregation ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกัน


==============================


ข้อที่ 51

โจทย์: ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่โฆษณาว่า 'สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรักษาโรคสิวอักเสบให้หายขาดได้ใน 3 วัน' ถือเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ในประเด็นใดชัดเจนที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การแสดงฉลากไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ข. การใช้สารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง

ค. การโฆษณาเกินขอบเขตความเป็นเครื่องสำอางโดยอ้างสรรพคุณทางยา

ง. การผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้จดแจ้งรายละเอียด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: เครื่องสำอางตามมาตรา 4 คือวัตถุที่ใช้เพื่อความสะอาดและความสวยงามเท่านั้น หากอ้างว่า 'รักษาโรค' หรือ 'ฆ่าเชื้อ' เพื่อหวังผลทางการแพทย์ จะถือว่าเกินขอบเขตเครื่องสำอางและเป็นการโฆษณาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามมาตรา 41

สูตรจำ: เครื่องสำอาง = สวย/สะอาด | ยา = รักษา/ป้องกัน (ห้ามปนกัน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: โจทย์เน้นที่คำพูดโฆษณา (ฆ่าเชื้อ/รักษาโรค) จึงต้องตอบข้อ ค ซึ่งตรงกับลักษณะความผิดด้านสรรพคุณ

ระวังหลุมพราง: แม้ว่าเครื่องสำอางนั้นอาจจะจดแจ้งแล้ว (ง) หรือฉลากครบ (ก) แต่การ 'อ้างสรรพคุณรักษาโรค' คือจุดตายที่ผิดนิยามเครื่องสำอาง


==============================


ข้อที่ 52

โจทย์: Read the following sentence: 'The MOPH aims to achieve Health Equity by ensuring that all citizens have access to quality care without financial hardship.' What does 'Health Equity' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. การมีสุขภาพที่ดีเยี่ยม

ข. ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

ค. ความคุ้มค่าของการรักษา

ง. การมีส่วนร่วมของประชาชน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Health Equity หมายถึง ความเป็นธรรมหรือความเท่าเทียมในด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาค โดยไม่มีอุปสรรคด้านการเงิน

สูตรจำ: Equity = ยุติธรรม = เท่าเทียม (Fairness)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือ Health Status ค คือ Cost-effectiveness ง คือ Public Participation ดังนั้น ข คือคำตอบที่ตรงที่สุด

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า Equity กับ Equality ซึ่งมักแปลคล้ายกัน แต่ในบริบทสาธารณสุขมักเน้นที่ 'ความเป็นธรรม' ในการเข้าถึง


==============================


ข้อที่ 53

โจทย์: ข้อใดคือ 'ใจความสำคัญ' ของประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้การแสดงฉลากอาหารรูปแบบใหม่ในปี 2569 ต้องเปลี่ยนคำว่า 'หนึ่งหน่วยบริโภค' เป็น 'คุณค่าทางโภชนาการต่อการกินหนึ่งครั้ง'


ตัวเลือก:

ก. เพื่อลดต้นทุนในการพิมพ์ฉลากของผู้ประกอบการ

ข. เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลโภชนาการได้ง่ายและชัดเจนขึ้น

ค. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรับประทานอาหารมากขึ้นในหนึ่งมื้อ

ง. เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445 และ 466) มุ่งปรับปรุงฉลากโภชนาการ (GDA) ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย (Consumer-friendly language) เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้ดีขึ้น

สูตรจำ: ฉลากใหม่ = ภาษาชาวบ้าน = อ่านแล้วเก็ททันที


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ ข เป็นวัตถุประสงค์หลักของการสื่อสารความเสี่ยง ค ผิดในเชิงหลักโภชนาการ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับเหตุผลเรื่องการกีดกันทางการค้า (ง) หรือการลดต้นทุน (ก) ซึ่งไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค


==============================


ข้อที่ 54

โจทย์: In a 2026 WHO report: 'Antimicrobial Resistance (AMR) is a global threat that requires a One Health approach.' What is the primary focus of the 'One Health' approach?


ตัวเลือก:

ก. Providing free healthcare for only one person per family.

ข. Integration of human, animal, and environmental health.

ค. Focusing only on the prevention of a single disease.

ง. Using only one type of antibiotic for all infections.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: One Health คือแนวคิด 'สุขภาพหนึ่งเดียว' ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันในการเกิดและแพร่กระจายของโรค (โดยเฉพาะ AMR)

สูตรจำ: One Health = คน + สัตว์ + สิ่งแวดล้อม (รวมกันเป็นหนึ่ง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ก, ค, ง มีคำว่า 'One' ในเชิงจำนวน (Single) ซึ่งไม่ใช่แนวคิดหลักของบูรณาการ (Integration) ในข้อ ข

ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่า 'สุขภาพเดียว' (ก) หรือ 'ยาตัวเดียว' (ง) ซึ่งผิดความหมายเชิงวิชาการ


==============================


ข้อที่ 55

โจทย์: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 466) พ.ศ. 2568 เกี่ยวกับฉลากโภชนาการ GDA สารอาหารใดต่อไปนี้ 'ถูกกำหนดใหม่' ให้ต้องแสดงค่าบนฉลากโภชนาการแบบมาตรฐานตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป


ตัวเลือก:

ก. วิตามินซี

ข. โพแทสเซียม

ค. ใยอาหาร

ง. ไขมันทรานส์


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามเกณฑ์ฉลากโภชนาการใหม่ปี 2569 (ประกาศ สธ. 445/2566) มีการปรับเปลี่ยนรายการสารอาหารบังคับ โดยเพิ่ม 'โพแทสเซียม' เป็นรายการที่ต้องแสดงเนื่องจากความสำคัญต่อการควบคุมความดันโลหิตและโรค NCDs

สูตรจำ: ฉลาก 2569 = เพิ่ม 'โพแทสเซียม' (สู้ความดัน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นสารอาหารทางเลือก ค มีอยู่เดิมแล้ว ง เป็นเรื่องวัตถุห้ามใช้ ข คือสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในฉลากโภชนาการแบบมาตรฐานปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ง ไขมันทรานส์ถูกห้ามใช้ในไทยนานแล้ว (พ.ศ. 2562) แต่โพแทสเซียมคือตัวที่ 'บังคับแสดงเพิ่ม' ในฉลากใหม่


==============================


ข้อที่ 56

โจทย์: มาตรฐานทางจริยธรรมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติไว้ 7 ประการ ข้อใดต่อไปนี้ 'ไม่ใช่' หนึ่งในเจ็ดประการดังกล่าว


ตัวเลือก:

ก. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ

ข. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

ค. ประหยัดและคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของรัฐ

ง. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 5 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562 กำหนดไว้ 7 ข้อ ได้แก่ 1.ยึดมั่นสถาบันหลัก 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.กล้าตัดสินใจสิ่งที่ถูกต้อง 4.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ 6.เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ 7.เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนการ 'ประหยัดคุ้มค่า' เป็นหลักบริหารบ้านเมืองที่ดี ไม่ใช่ใน 7 ข้อของมาตรฐานจริยธรรมหลัก

สูตรจำ: 7 จริยธรรม = ชาติ-ซื่อ-กล้า-รวม-งาน-ธรรม-อย่าง (จำหัวข้อหลัก)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง อยู่ในมาตรา 5 (7 ข้อ) ชัดเจน ส่วน ค เป็นหลักเกณฑ์ในกฎหมายบริหารบ้านเมืองที่ดี

ระวังหลุมพราง: คนมักจำสับสนกับ 'หลักธรรมาภิบาล' (Good Governance) ซึ่งมีเรื่องความคุ้มค่า (Efficiency/Economy) อยู่ด้วย


==============================


ข้อที่ 57

โจทย์: ในการประเมินประสิทธิภาพของชุดตรวจคัดกรองโรคอุบัติใหม่ในปี 2569 หากผลการตรวจในกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน พบว่า มีผู้ป่วยจริง 200 คน โดยชุดตรวจให้ผลบวกจริง (True Positive) 180 คน และให้ผลลบปลอม (False Negative) 20 คน ค่าความไว (Sensitivity) ของชุดตรวจนี้คือข้อใด


ตัวเลือก:

ก. 80%

ข. 85%

ค. 90%

ง. 95%


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ค่าความไว (Sensitivity) คือ ความสามารถของชุดตรวจในการตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นโรคจริง สูตรคือ [True Positive / (True Positive + False Negative)] x 100 แทนค่าได้ [180 / (180 + 20)] x 100 = (180/200) x 100 = 90%

สูตรจำ: Sensitivity = สนใจ 'ป่วยจริง' (TP/(TP+FN))


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ข ต่ำเกินไปจากสัดส่วน 180 ใน 200 ส่วนข้อ ง สูงเกินไป (190 ใน 200 ถึงจะได้ 95%)

ระวังหลุมพราง: ระวังอย่าเอาจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (1,000 คน) มาเป็นตัวหาร เพราะการหา Sensitivity สนใจเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคจริงเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 58

โจทย์: ตาม 'กฎหมาย จป. 2569' (กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯ) โครงสร้างใหม่มีการแบ่งประเภทเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง


ตัวเลือก:

ก. จป. โดยวุฒิการศึกษา และ จป. โดยการแต่งตั้ง

ข. จป. โดยตำแหน่ง (บริหาร/หัวหน้างาน) และ จป. โดยหน้าที่เฉพาะ (เทคนิค/วิชาชีพ)

ค. จป. ภาคเอกชน และ จป. ภาครัฐ

ง. จป. ระดับปฏิบัติการ และ จป. ระดับที่ปรึกษา


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: กฎหมาย จป. ปี 2569 เน้นย้ำความชัดเจนของบทบาท โดยแบ่งเป็น 1. จป.โดยตำแหน่ง (ทำหน้าที่กำกับดูแลตามสายงาน) และ 2. จป.โดยหน้าที่เฉพาะ (ทำด้านความปลอดภัยเป็นหลัก) เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง

สูตรจำ: จป. ใหม่ = 'ตำแหน่ง' คุมงาน + 'หน้าที่' วิชาชีพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข คือโครงสร้างที่เป็นทางการตามกฎหมายใหม่ล่าสุดปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ใช้คำทั่วไปอย่าง 'ปฏิบัติการ' หรือ 'แต่งตั้ง' กฎหมายใหม่เน้นคำว่า 'โดยตำแหน่ง' และ 'โดยหน้าที่เฉพาะ'


==============================


ข้อที่ 59

โจทย์: นโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่' ในปี 2569 มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณสำหรับหน่วยนวัตกรรม (ร้านยาและคลินิก) จาก 'งบปลายเปิด' เป็น 'งบปลายปิด' (Closed Budget) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์หลักเชิงเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขตามข้อใด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งในการเข้าใช้บริการของประชาชนให้มากขึ้น

ข. เพื่อควบคุมเพดานค่าใช้จ่ายและสร้างความยั่งยืนทางการคลัง

ค. เพื่อยกเลิกการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการให้แก่ภาคเอกชน

ง. เพื่อบังคับให้ผู้ป่วยกลับไปรักษายังโรงพยาบาลต้นสังกัดเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามประกาศ สปสช. ต้นปี 2569 การปรับเป็นงบปลายปิด (Closed Budget) และจำกัดจำนวนครั้งการใช้บริการที่หน่วยนวัตกรรม (2 ครั้ง/คน/ปี สำหรับโรคทั่วไป) มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้บานปลาย (Cost Containment) และรักษาสมดุลกับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวในระบบปกติ

สูตรจำ: Closed Budget = ปิดฝาหม้อ ไม่ให้งบรั่วไหล (คุมเพดาน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิด เพราะงบปลายปิดมีแนวโน้มลดจำนวนครั้งลง ข ถูกตรงตามหลักการคลัง ค ผิดเพราะยังมีการจ่ายอยู่แต่จำกัดเพดาน ง ผิดเพราะสิทธิรักษาทุกที่ยังคงอยู่แต่มีเงื่อนไขใหม่

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'การจำกัดสิทธิ' กับ 'การบริหารงบประมาณ' นโยบายนี้ไม่ได้ยกเลิกสิทธิ แต่เป็นการบริหารจัดการความยั่งยืน


==============================


ข้อที่ 60

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'กระทรวงสาธารณสุขเร่งขับเคลื่อน Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ข้ามเครือข่าย เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์' จากข้อความนี้ ข้อใดคือข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุดเกี่ยวกับทิศทางระบบสาธารณสุขไทย


ตัวเลือก:

ก. โรงพยาบาลจะลดจำนวนบุคลากรลงเนื่องจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์แทน

ข. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ป่วยจะหมดไปเนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูล

ค. ประสิทธิภาพในการส่งต่อผู้ป่วยและการรักษาต่อเนื่องจะเพิ่มสูงขึ้น

ง. ประชาชนต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นในการเข้าถึงข้อมูลตนเอง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange - HIE) ผ่านระบบ Health Link มีเป้าหมายเพื่อให้แพทย์เห็นข้อมูลประวัติการรักษาเดิมจากโรงพยาบาลอื่นได้ทันที ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาต่อเนื่อง

สูตรจำ: Health Link = เชื่อมข้อมูล = รักษาต่อเนื่อง (Seamless Care)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นการคาดเดาเชิงลบที่ไม่มีหลักฐานในบทความ ข เป็นการสรุปเกินจริง ค เป็นผลลัพธ์โดยตรงของการเชื่อมโยงข้อมูล

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ข ที่พยายามโยงเรื่อง PDPA ในแง่ลบ การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้กฎหมายต้องมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย


==============================


ข้อที่ 61

โจทย์: จากการประชุมคณะรัฐมนตรีในเดือนเมษายน 2569 ได้มีการอนุมัติงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มเติม เพื่อรองรับ 'Wellness Center' ในระดับชุมชน ข้อใดคือนโยบายหลักที่เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในปัจจุบัน


ตัวเลือก:

ก. การรักษาโรคยากซับซ้อนในโรงพยาบาลระดับตำบล

ข. การส่งเสริมเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) และการป้องกันโรคเชิงรุก

ค. การลดจำนวนข้าราชการ สธ. เพื่อเพิ่มงบประมาณซื้ออุปกรณ์การแพทย์

ง. การสร้างโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ทุรกันดาร


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นโยบาย สธ. ปี 2569 เน้น 'Health and Wellness' และ 'Lifestyle Medicine' เพื่อลดภาระการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการป้องกันเชิงรุกในระดับชุมชน

อ้างอิง: คำแถลงนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569

สูตรจำ: 2569 เน้น Wellness ป้องกันดีกว่ารักษา


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ, ค. และ ง. ขัดต่อยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพบุคลากรภาครัฐและระบบหลักประกันสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: นโยบายปัจจุบันไม่เน้นการสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม แต่เน้นการปรับพฤติกรรมและระบบปฐมภูมิ


==============================


ข้อที่ 62

โจทย์: ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุข หากท่านต้องการตรวจสอบว่ายาชนิดหนึ่งจัดเป็น 'ยาอันตราย' หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยาประเภทนี้มีลักษณะสำคัญตามกฎหมายอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. เป็นยาที่ต้องขายเฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐเท่านั้น

ข. เป็นยาแผนปัจจุบันที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาอันตราย

ค. เป็นยาที่ผู้ป่วยสามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และไม่ต้องมีเภสัชกร

ง. เป็นยาที่ห้ามผลิตหรือนำเข้าโดยเด็ดขาด


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ยา มาตรา 4 นิยาม 'ยาอันตราย' หมายความว่า ยาแผนปัจจุบันที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาอันตราย โดยการขายยาอันตรายในร้านยาต้องมีเภสัชกรเป็นผู้ควบคุมการขาย

อ้างอิง: พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: ยาอันตราย = รมต. ประกาศ + ขายโดยเภสัช


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด (ร้านยาก็ขายได้), ค. ผิด (ยาอันตรายต้องขายโดยเภสัชกร), ง. ผิด (ยาอันตรายไม่ใช่ยาต้องห้าม)

ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ยาควบคุมพิเศษ' (ต้องมีใบสั่งแพทย์) หรือ 'ยาสามัญประจำบ้าน' (ซื้อได้ทั่วไป)


==============================


ข้อที่ 63

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'สป.สธ. เร่งขับเคลื่อนนโยบาย Health Care Anywhere 2.0 โดยใช้ระบบ AI ในการคัดกรองอาการเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิ' จากข้อความข้างต้น ข้อใดสรุป 'วัตถุประสงค์หลัก' ได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อนำ AI มาแทนที่แพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์

ข. เพื่อขยายขอบเขตการรักษาให้ครอบคลุมทุกโรคด้วยระบบดิจิทัล

ค. เพื่อบริหารจัดการปริมาณผู้ป่วยและเสริมสร้างระบบบริการปฐมภูมิ

ง. เพื่อยกเลิกการเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยในเขตเมือง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: จากบทความระบุชัดเจนว่าต้องการ 'ลดความแออัด' (บริหารจัดการปริมาณ) และ 'ส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิ' (เสริมสร้างระบบปฐมภูมิ) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย สธ. ปี 2569

อ้างอิง: ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพ พ.ศ. 2566-2570

สูตรจำ: ลดแออัด + ส่งต่อปฐมภูมิ = หัวใจหลัก Health Care Anywhere


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะ AI ไม่ได้มาแทนที่แพทย์, ข. กว้างเกินไปจากเนื้อหาบทความ, ง. ผิดเพราะไม่ได้ยกเลิกการเดินทางแต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญ

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่มีคำว่า 'แทนที่' หรือ 'ยกเลิก' เพราะนโยบายรัฐมักเน้นการ 'เสริม' หรือ 'ปรับปรุง' มากกว่าการกำจัดระบบเดิม


==============================


ข้อที่ 64

โจทย์: นโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว' (ฉบับอัปเกรดปี 2569) เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพข้ามเครือข่าย หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยงานต้องแจ้งเหตุแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายในกี่ชั่วโมง


ตัวเลือก:

ก. 24 ชั่วโมง

ข. 48 ชั่วโมง

ค. 72 ชั่วโมง

ง. 7 วันทำการ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 37 (4) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานฯ ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ

อ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4)

สูตรจำ: PDPA รั่วปุ๊บ แจ้งใน 72 ชม.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นตัวเลขที่จงใจตั้งขึ้นมาหลอก ซึ่งไม่มีในข้อบังคับของ PDPA เรื่องการแจ้งเหตุละเมิด

ระวังหลุมพราง: ต้องเริ่มนับ 'เมื่อทราบเหตุ' ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุ และต้องระวังตัวเลข 72 ชั่วโมง (3 วัน)


==============================


ข้อที่ 65

โจทย์: In an international health conference (April 2026), the term 'Emerging Infectious Diseases' (EID) was discussed. Which of the following best describes EID?


ตัวเลือก:

ก. Diseases that have been eradicated globally.

ข. Diseases that have recently appeared within a population.

ค. Chronic diseases caused by lifestyle choices.

ง. Diseases that only affect the elderly population.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Emerging Infectious Diseases (EID) หรือ 'โรคติดเชื้ออุบัติใหม่' หมายถึงโรคที่เกิดจากเชื้อใหม่ หรือเชื้อเดิมที่แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใหม่ หรือพบความรุนแรงเพิ่มขึ้น

อ้างอิง: WHO Health Terminology 2026

สูตรจำ: Emerge = ปรากฏขึ้นใหม่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Eradicated (เช่น ฝีดาษ), ค. Chronic/Lifestyle (เช่น เบาหวาน), ง. ไม่ได้จำกัดแค่ผู้สูงอายุ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า 'Eradicated' (กวาดล้างหมดสิ้นไปแล้ว) ซึ่งเป็นความหมายตรงข้าม


==============================


ข้อที่ 66

โจทย์: การตรวจหา 'Sensitivity' (ความไว) ของชุดตรวจคัดกรองโรค (Screening Test) ในสถานการณ์การระบาดของโรคอุบัติใหม่ปี 2569 หมายถึงข้อใด


ตัวเลือก:

ก. ความสามารถของชุดตรวจในการระบุผู้ที่ไม่เป็นโรคได้อย่างถูกต้อง

ข. ความสามารถของชุดตรวจในการระบุผู้ที่เป็นโรคได้อย่างถูกต้อง

ค. โอกาสที่ผู้ที่มีผลบวกจะเป็นโรคจริง

ง. โอกาสที่ผู้ที่มีผลลบจะไม่เป็นโรคจริง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Sensitivity (ความไว) คือความสามารถของเครื่องมือหรือวิธีการตรวจคัดกรองที่จะให้ผลบวกในคนที่เป็นโรคจริง (True Positive Rate)

อ้างอิง: หลักระบาดวิทยาทางสาธารณสุข กรมควบคุมโรค

สูตรจำ: ไวหาโรค (Sen), จำเพาะหาคนปกติ (Spec)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Specificity, ค. คือ Positive Predictive Value (PPV), ง. คือ Negative Predictive Value (NPV)

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Specificity (ความจำเพาะ) ซึ่งคือการตรวจคนไม่เป็นโรคให้ได้ผลลบ


==============================


ข้อที่ 67

โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขรายงานดัชนีภาระโรค (Burden of Disease) จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึงร้อยละ 12 หากในปี 2568 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจรวม 450,000 ราย อยากทราบว่าในปี 2569 จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกี่ราย


ตัวเลือก:

ก. 54,000 ราย

ข. 504,000 ราย

ค. 62,500 ราย

ง. 56,200 ราย


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: โจทย์ถาม 'จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น' ไม่ใช่จำนวนรวมทั้งหมด วิธีคิดคือ นำจำนวนผู้ป่วยปี 2568 (450,000) คูณด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้น (12%) จะได้ 450,000 x 0.12 = 54,000 ราย

อ้างอิง: รายงานสถานการณ์สุขภาพรายสัปดาห์ กรมควบคุมโรค เมษายน 2569

สูตรจำ: ถาม 'เพิ่ม' ตอบส่วนต่าง, ถาม 'รวม' ตอบยอดใหม่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. คือจำนวนรวมทั้งหมด (ผิดจุดประสงค์คำถาม), ค. และ ง. เป็นตัวเลขสุ่มที่เกิดจากการคำนวณเปอร์เซ็นต์ผิดพลาด

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถาม 'จำนวนที่เพิ่มขึ้น' (54,000) หรือ 'จำนวนรวมทั้งหมด' (504,000) ต้องอ่านคำถามให้รอบคอบ


==============================


ข้อที่ 68

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบ 'เหตุรำคาญ' ในอาคารหรือสถานที่ใด และเห็นว่าหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ มาตราใดให้อำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารหรือสถานที่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะระงับเหตุรำคาญแล้ว


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 25

ข. มาตรา 26

ค. มาตรา 27

ง. มาตรา 28


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดว่า ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในอาคารหรือสถานที่ใด... และเห็นว่าจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ... ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้ใช้หรือยินยอมให้ใช้... จนกว่าจะเป็นที่พอใจว่าเหตุรำคาญนั้นได้ระงับไปแล้ว

อ้างอิง: พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 28

สูตรจำ: 27 สั่งแก้ 28 สั่งปิด (ห้ามใช้อาคาร)


เทคนิคการตัดช้อยส์: มาตรา 25 (นิยามเหตุรำคาญ), มาตรา 26 (อำนาจท้องถิ่นทั่วไป), มาตรา 27 (การสั่งให้ระงับเหตุในที่เอกชน), มาตรา 28 (การสั่งห้ามใช้อาคารกรณีร้ายแรง)

ระวังหลุมพราง: มาตรา 25, 26, 27 เกี่ยวข้องกับบทนิยามและอำนาจระงับเหตุรำคาญทั่วไป แต่มาตรา 28 คือขั้นตอน 'สั่งห้ามใช้อาคาร' ซึ่งเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาด


==============================


ข้อที่ 69

โจทย์: Which of the following terms refers to 'the ability of individuals to gain access to, understand and use information in ways which promote and maintain good health' in the context of 2026 MOPH Policy?


ตัวเลือก:

ก. Health Equity

ข. Health Literacy

ค. Health Surveillance

ง. Health Insurance


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Health Literacy หรือ 'ความรอบรู้ด้านสุขภาพ' คือความสามารถในการเข้าถึง เข้าใจ และนำข้อมูลไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งเป็น KPI หลักของกรมอนามัยและ สป.สธ. ในปี 2569

อ้างอิง: WHO Health Promotion Glossary 2026 Update

สูตรจำ: Literacy = อ่านออกเขียนได้ -> เข้าใจข้อมูลสุขภาพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Equity = ความเท่าเทียม/เสมอภาค, ค. Surveillance = การเฝ้าระวัง, ง. Insurance = การประกันสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Health Equity ซึ่งแปลว่าความเสมอภาคทางสุขภาพ


==============================


ข้อที่ 70

โจทย์: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตราใดที่บัญญัติเกี่ยวกับการที่หน่วยงานของรัฐ 'อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร' ที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 7

ข. มาตรา 9

ค. มาตรา 14

ง. มาตรา 15


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ระบุว่า ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ... หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

อ้างอิง: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 15

สูตรจำ: 14 ต้องลับ 15 สั่งลับ (ตามดุลพินิจ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: 7 (ลงพิมพ์ราชกิจจาฯ), 9 (จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู), 14 (ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด), 15 (ดุลพินิจไม่เปิดเผย)

ระวังหลุมพราง: มาตรา 14 คือข้อมูลที่ 'ห้ามเปิดเผย' (เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์) ส่วนมาตรา 15 คือ 'อาจมีคำสั่งไม่เปิดเผย' (ดุลพินิจ)


==============================


ข้อที่ 71

โจทย์: ตามแนวทาง 'Smart Hospital 5.0' และการใช้งานระบบ Digital Health ของ สป.สธ. ในปี 2569 การประมวลผลข้อมูลสุขภาพในระดับเขตสุขภาพเพื่อการวิจัยและวางแผนต้องปฏิบัติตามหลักการใดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


ตัวเลือก:

ก. Data Centralization: รวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่กระทรวงเพียงจุดเดียว

ข. De-identification: การทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้ก่อนนำไปวิเคราะห์

ค. Data Openness: เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยทุกรายต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส

ง. Manual Recording: ใช้การบันทึกด้วยกระดาษขนานไปกับดิจิทัลเพื่อสำรองข้อมูล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ภายใต้มาตรฐาน PDPA และนโยบายดิจิทัลสุขภาพปี 2569 การนำข้อมูลสุขภาพไปใช้เพื่อการวิจัยหรือวางแผนโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นรายบุคคล (ในบางกรณี) ต้องผ่านกระบวนการ De-identification หรือ Anonymization เพื่อไม่ให้ระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลได้

อ้างอิง: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สธ. 2568-2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่หลักความปลอดภัยแต่เป็นโครงสร้าง ค. ขัดต่อกฎหมาย PDPA อย่างร้ายแรง ง. เป็นการเพิ่มภาระและไม่ใช่วิถีของ Smart Hospital

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการรวมศูนย์ข้อมูล (Centralization) เพราะนโยบายปัจจุบันเน้นการเชื่อมโยง (Cloud-based Interoperability) มากกว่าการรวมศูนย์ที่จุดเดียวทางกายภาพ


==============================


ข้อที่ 72

โจทย์: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และประกาศคณะกรรมการควบคุมฯ ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กำหนดห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ใดเพิ่มเติมอย่างชัดเจน


ตัวเลือก:

ก. บริเวณสถานีรถไฟทุกแห่งรวมถึงโถงพักคอย

ข. ท่าเรือโดยสารสาธารณะและบนเรือโดยสารสาธารณะประจำทาง

ค. ห้องพักส่วนตัวในหน่วยงานของรัฐ

ง. ถูกทั้ง ก และ ข


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามประกาศฉบับใหม่ปี 2569 มีการขยายพื้นที่ห้ามขายและบริโภคครอบคลุม 8 สถานที่สำคัญ รวมถึงสถานีรถไฟ (ยกเว้นกิจกรรมพิเศษที่ได้รับอนุญาตเฉพาะโถงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์) และที่สำคัญคือ 'ท่าเรือโดยสารสาธารณะและบนเรือโดยสารประจำทาง' ก็ถูกห้ามเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 8 ฉบับ (พ.ค. 2569)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ถูกต้องตามประกาศล่าสุด ค. ผิดเพราะเป็นข้อยกเว้นตามประกาศข้อ 1 และ 3 ของประกาศคณะกรรมการฯ ปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. เพราะกฎหมายยังให้ข้อยกเว้นสำหรับ 'บริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล' ในหน่วยงานรัฐ


==============================


ข้อที่ 73

โจทย์: ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของหน่วยงานในสังกัด สป.สธ. ในปี 2569 หากเป็นกรณี 'เร่งด่วน' เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานสามารถใช้เกณฑ์ใดในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้รวดเร็วที่สุด


ตัวเลือก:

ก. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ข. วิธีคัดเลือก

ค. วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 (1) (ค)

ง. วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 (2) (ข)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 56 (1) (ค) ระบุถึงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ใช้ในราชการลับ หรือเป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่แก่ราชการ ซึ่งรวมถึงวิกฤตสาธารณสุขหรือโรคระบาด โดยไม่ต้องคำนึงถึงวงเงิน

อ้างอิง: พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (1) (ค)

สูตรจำ: เร่งด่วน = 56 (1) (ค) = คึกคักรีบทำ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ใช้เวลานานไม่ตอบโจทย์ความเร่งด่วน ง. มักใช้กับกรณีที่มีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวหรือเหตุผลทางเทคนิคเฉพาะ ไม่ใช่เรื่องความเร่งด่วนจากสถานการณ์

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอก มาตรา 56 (2) ซึ่งใช้กับการจัดจ้างที่มิใช่พัสดุยาหรือมีเงื่อนไขต่างกัน หรือตัวเลือกวงเงินเล็กน้อย


==============================


ข้อที่ 74

โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'กรม สบส. รุกหนักนโยบายการทูตเชิงสุขภาพ (Health Diplomacy) ผ่านโครงการครูพี่เลี้ยง อสม. เพื่อยกระดับตำบลจัดการสุขภาพ 6,200 แห่งทั่วประเทศ มุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมลดโรค NCDs ซึ่งเป็นภาระงบประมาณหลักของประเทศ' จากบทความนี้ ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ สธ. ปี 2569 มากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลของรัฐ

ข. การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ค. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิด้วยภาคประชาชน

ง. การส่งออกนวัตกรรมดิจิทัลสุขภาพไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุถึงการใช้ 'ครูพี่เลี้ยง อสม.' และ 'ตำบลจัดการสุขภาพ' เพื่อลดโรค NCDs ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์การสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ยั่งยืน และการยกระดับศักยภาพภาคประชาชน (อสม.) ตามแผนปฏิบัติราชการ สธ. ปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ถูกเพราะเน้นอาสาสมัครไม่ใช่ข้าราชการ ข. เป็นผลพลอยได้แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการลด NCDs ในพื้นที่ ง. ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเรื่อง อสม. และตำบลจัดการสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Health Diplomacy ในเชิงการค้าหรือการท่องเที่ยว (ข) เพราะในที่นี้เน้นไปที่การจัดการสุขภาพในระดับพื้นที่


==============================


ข้อที่ 75

โจทย์: ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้จัดตั้งนิทรรศการ 'VIMANA THAI' ภายใต้แนวคิด SMILE ในงาน World Expo ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาถึงปี 2569 ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของตัวอักษร 'I' ในแนวคิดดังกล่าวที่สนับสนุนนโยบาย MOPH


ตัวเลือก:

ก. International Relationship (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

ข. Innovation (นวัตกรรมทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ)

ค. Insurance for All (ประกันสุขภาพสำหรับทุกคน)

ง. Integration of Care (การดูแลแบบบูรณาการ)


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: แนวคิด SMILE ที่ไทยใช้ใน World Expo (รวมถึง Osaka 2025/2026) ประกอบด้วย S: Spiritual, M: Medical Hub, I: Innovation, L: Lifestyle, E: Experience เพื่อโชว์ศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์และนวัตกรรมสุขภาพของไทย

สูตรจำ: SMILE: จิตวิญญาณ(S) ศูนย์กลาง(M) นวัตกรรม(I) วิถีชีวิต(L) ประสบการณ์(E)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง ไม่ใช่ส่วนประกอบในคำย่อ SMILE ที่ทางกระทรวงฯ และรัฐบาลใช้ในการประชาสัมพันธ์ระดับโลก

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือกข้อ ง. เพราะแม้จะเป็นคำศัพท์สาธารณสุขที่นิยมใช้ แต่ในคำขวัญ SMILE ตัว I คือ Innovation


==============================


ข้อที่ 76

โจทย์: As of 2026, the MOPH integrates AI to enhance 'Health Data Interoperability'. What does the underlined term most likely mean in the context of Digital Health policy?


ตัวเลือก:

ก. The ability of different systems to exchange and use information.

ข. The process of keeping patient data strictly confidential.

ค. The cost-effectiveness analysis of medical equipment.

ง. The surgical procedure using robotic assistance.


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Interoperability (การทำงานร่วมกัน) ในบริบทของดิจิทัลสุขภาพหมายถึงความสามารถของระบบข้อมูลที่แตกต่างกัน (เช่น ระหว่างโรงพยาบาลคนละแห่ง) ในการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ และ Smart Hospital 2026

สูตรจำ: Inter = ระหว่าง, Operability = ทำงานได้ -> ทำงานเชื่อมต่อกันระหว่างระบบ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. คือ Confidentiality ค. คือ Cost-effectiveness ง. คือ Robotic Surgery ทั้งหมดไม่ตรงกับรากศัพท์ inter (ระหว่าง) + operate (ทำงาน)

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือกข้อ ข. (Confidentiality) เพราะเป็นเรื่องความลับข้อมูล ซึ่งมักมาคู่กับดิจิทัลสุขภาพแต่ไม่ใช่ความหมายของ Interoperability


==============================


ข้อที่ 77

โจทย์: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อัตราค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการในสังกัด พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 หากโรงพยาบาล A เดิมเก็บค่าบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) รายการหนึ่งในราคา 200 บาท และประกาศใหม่กำหนดราคาเพดาน (Ceiling Price) ไว้ที่ 300 บาท โดยโรงพยาบาลสามารถปรับเพิ่มได้ไม่เกิน 80% ของส่วนต่างระหว่างราคาเดิมกับราคาเพดาน อยากทราบว่าโรงพยาบาล A จะสามารถประกาศจัดเก็บค่าบริการรายการนี้ได้สูงสุดเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 240 บาท

ข. 280 บาท

ค. 300 บาท

ง. 320 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การคำนวณตามโจทย์: 1. ส่วนต่างระหว่างราคาเดิม (200) และราคาเพดาน (300) คือ 100 บาท 2. โรงพยาบาลปรับเพิ่มได้ไม่เกิน 80% ของส่วนต่าง คือ 100 x 0.80 = 80 บาท 3. ราคาใหม่สูงสุดที่จัดเก็บได้คือ 200 + 80 = 280 บาท ทั้งนี้ ประกาศ สธ. ปี 2568 เน้นให้หน่วยบริการกำหนดอัตราตามต้นทุนจริงแต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก. ออกเพราะคำนวณจากราคาเดิมเพิ่ม 20% หรือ 80% ของราคาเพดานผิดจุด ตัด ค. ออกเพราะนั่นคือราคาเพดานไม่ใช่ราคาที่คำนวณจากเงื่อนไขส่วนต่าง และ ตัด ง. ออกเพราะเกินราคาเพดานซึ่งผิดระเบียบ

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกเรื่อง '80% ของราคาเพดาน' ซึ่งจะได้ 240 บาท แต่โจทย์ระบุว่า '80% ของส่วนต่าง'


==============================


ข้อที่ 78

โจทย์: นโยบาย 'One Region-One Province-One Hospital' ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของปลัดกระทรวงฯ ในปีงบประมาณ 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร


ตัวเลือก:

ก. เพื่อให้ทุกจังหวัดมีโรงพยาบาลศูนย์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ข. การลดจำนวนข้าราชการในส่วนภูมิภาคเพื่อย้ายเข้าสู่ส่วนกลาง

ค. การบริหารจัดการทรัพยากรและระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อในเขตสุขภาพ

ง. การยกเลิกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งหมด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: นโยบายนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบบริการ (Service Plan) โดยให้หน่วยบริการทุกระดับในเขตสุขภาพทำงานเสมือนเป็นโรงพยาบาลเดียวกัน (One Hospital) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงบริการระดับเชี่ยวชาญ

สูตรจำ: One Hospital = เชื่อมโยงทุกระดับประดุจที่เดียว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นความเข้าใจผิดเชิงโครงสร้าง ข. สวนทางกับนโยบายกระจายอำนาจ ง. รพ.สต. ยังคงมีความสำคัญในฐานะด่านหน้าและมีการโอนย้ายไป อบจ. แต่ไม่ได้ยกเลิก

ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่า 'หนึ่งจังหวัดหนึ่งโรงพยาบาล' (ก) เพราะในความเป็นจริงคือการ 'เชื่อมโยง' ไม่ใช่การยุบเหลือแห่งเดียว


==============================


ข้อที่ 79

โจทย์: เป้าหมายการขับเคลื่อน 'ตำบลจัดการสุขภาพ' ในปีงบประมาณ 2569 ตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำหนดไว้ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและโรค NCDs คือจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 3,000 ตำบล

ข. 5,500 ตำบล

ค. 6,200 ตำบล

ง. 7,255 ตำบล (ทุกตำบลทั่วประเทศ)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: กรม สบส. ตั้งเป้าหมายในปี 2569 พัฒนา 'ครูพี่เลี้ยง อสม.' เพื่อขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพให้ครอบคลุม 6,200 ตำบล เน้นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นตัวเลขเป้าหมายในอดีต (ปี 2567-2568) ง. เป็นตัวเลขรวมตำบลทั้งหมดซึ่งยังไม่ใช่เป้าหมายเชิงปฏิบัติการของปีนี้

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือก ง. เพราะแม้จะเป็นเป้าหมายสูงสุดในอนาคต แต่ตัวเลขที่ระบุในแผนปฏิบัติการปี 2569 คือ 6,200 ตำบล


==============================


ข้อที่ 80

โจทย์: ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่มีการอภิปรายและเตรียมบังคับใช้ในปี 2569 มีสาระสำคัญที่เน้นการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องใดมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มบทลงโทษผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ไม่ติดป้ายชื่อหน้าสถานพยาบาล

ข. การกำหนดราคากลางค่ายาและเวชภัณฑ์ และการควบคุมมาตรฐานราคาการรักษาพยาบาล

ค. การอนุญาตให้สถานพยาบาลเอกชนโฆษณาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

ง. การบังคับให้ทุกสถานพยาบาลต้องมีแพทย์ประจำตลอด 24 ชั่วโมง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับใหม่) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงเกินจริง โดยเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการสถานพยาบาล (ที่มีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์และสภาองค์กรของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น) เข้ามากำกับดูแลอัตราค่าบริการ ค่ายา และเวชภัณฑ์ให้เป็นธรรม

อ้างอิง: ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ ..) ที่เสนอเข้าสภาปี 2568-2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องระเบียบย่อยที่มีอยู่เดิม ค. ผิดเพราะการโฆษณายังต้องถูกควบคุมเข้มงวดขึ้น ง. เป็นข้อกำหนดตามระดับของสถานพยาบาลอยู่แล้วไม่ใช่ประเด็นใหม่หลักของการแก้ไขครั้งนี้

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับกฎหมายเดิมที่เน้นเรื่องโครงสร้างอาคารหรือการได้รับใบอนุญาตเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 81

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 22 บุคคลที่มีลักษณะในข้อใดที่ 'ต้อง' ถูกนำส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินเบื้องต้นทันที


ตัวเลือก:

ก. บุคคลที่มีอาการซึมเศร้าและไม่ยอมรับประทานอาหาร

ข. บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งมีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา

ค. บุคคลที่ดื่มสุราจนเมามายและส่งเสียงดังรำคาญในที่สาธารณะ

ง. บุคคลที่เดินเร่ร่อนและไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 22 ระบุว่า บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งมีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา เป็นบุคคลที่ต้องถูกนำส่งสถานพยาบาล โดยภาวะอันตรายหมายถึงพฤติกรรมที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น

อ้างอิง: พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 22

สูตรจำ: จิตผิดปกติ + มีอันตราย = ต้องนำส่ง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แม้จะน่าเป็นห่วง แต่ถ้ายังไม่มี 'ภาวะอันตราย' ชัดเจนจะเข้าเกณฑ์สมัครใจมากกว่า, ค. และ ง. เป็นเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย/สังคมสงเคราะห์ (เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามีอาการทางจิต)

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. ซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาหรือลหุโทษ แต่ไม่ใช่เกณฑ์ 'บังคับ' ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต เว้นแต่จะมีอาการทางจิตร่วมด้วย


==============================


ข้อที่ 82

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามี 'โรคจากสิ่งแวดล้อม' เกิดขึ้นในพื้นที่ มาตรา 34 กำหนดให้ผู้ใดมีหน้าที่ 'รายงาน' ต่อกรมควบคุมโรค


ตัวเลือก:

ก. เจ้าของบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ข. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ตรวจพบหรือรับผู้ป่วยไว้รักษา

ค. นายกเทศมนตรีในท้องถิ่นนั้นๆ เท่านั้น

ง. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอนั้นทุกคน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 34 กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (หมอ) ที่ตรวจพบหรือรับผู้ป่วยที่มีอาการหรือโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม ต้องรายงานต่อกรมควบคุมโรคตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 มาตรา 34

สูตรจำ: หมอตรวจเจอ = หมอต้องรายงาน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ประชาชนทั่วไปไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายนี้ในการวินิจฉัยและรายงาน, ค. เป็นฝ่ายปกครอง ไม่ใช่ฝ่ายวิชาการที่กฎหมายระบุเป็นอันดับแรก

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. ซึ่งอาจเป็นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ แต่กฎหมายกำหนดหน้าที่ 'การรายงานทางระบาดวิทยา' ไว้ที่ผู้ตรวจรักษา


==============================


ข้อที่ 83

โจทย์: In the context of the 2026 Global Health Security strategy, the term 'One Health Approach' primarily focuses on the integration of which three sectors?


ตัวเลือก:

ก. Economics, Education, and Health

ข. Human health, Animal health, and Environment

ค. Government, Private sector, and NGO

ง. Physical health, Mental health, and Spiritual health


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: One Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) คือแนวคิดความร่วมมือที่เน้นการมีสุขภาวะที่ดีของ 'คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม' เนื่องจากโรคอุบัติใหม่ส่วนใหญ่ (Zoonotic diseases) เชื่อมโยงกันระหว่างสามส่วนนี้


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นสหสาขาวิชาทั่วไป, ค. เป็นภาคีเครือข่ายบริหาร, ง. เป็นมิติของสุขภาพส่วนบุคคล

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ 'Holistic Health' (ข้อ ง) ซึ่งเน้นที่ตัวบุคคล


==============================


ข้อที่ 84

โจทย์: ในปี 2569 ประเทศไทยเข้าสู่ 'สังคมสูงวัยระดับสุดยอด' (Super-Aged Society) หากสถิติจำนวนประชากรวัยเด็ก (0-14 ปี) มี 10 ล้านคน ประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) มี 40 ล้านคน และประชากรวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มี 14 ล้านคน ข้อใดคือค่าดัชนีการพึ่งพารวม (Total Dependency Ratio) ที่ถูกต้อง


ตัวเลือก:

ก. 35.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ข. 60.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ค. 25.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ง. 45.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สูตรการคำนวณดัชนีการพึ่งพารวม (Total Dependency Ratio) = [(ประชากรวัยเด็ก + ประชากรวัยสูงอายุ) / ประชากรวัยแรงงาน] x 100 แทนค่าได้ดังนี้: [(10 + 14) / 40] x 100 = (24 / 40) x 100 = 60.0 ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางเศรษฐกิจที่วัยแรงงานต้องแบกรับประชากรวัยพึ่งพาทั้งหมดในปี 2569

อ้างอิง: หลักประชากรศาสตร์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

สูตรจำ: สูตร: (เด็ก + แก่) หาร แรงงาน คูณ ร้อย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 35.0 (คำนวณเฉพาะวัยสูงอายุ), ค. 25.0 (คำนวณเฉพาะวัยเด็ก), ง. 45.0 (ตัวเลขหลอกจากการสลับฐานประชากร)

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'ดัชนีการพึ่งพารวม' กับ 'ดัชนีการพึ่งพาผู้สูงอายุ' (ซึ่งจะใช้เฉพาะเลข 14 ล้านมาคำนวณ)


==============================


ข้อที่ 85

โจทย์: ตามนโยบาย 'UCEP Plus' ที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2568-2569 กรณีใดที่ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดได้จนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย


ตัวเลือก:

ก. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องเรื้อรังมานานกว่า 2 สัปดาห์

ข. ผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตฉุกเฉิน (สีแดง) ตามเกณฑ์ที่สพฉ. กำหนด

ค. ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปีในโรงพยาบาลเอกชน

ง. ผู้ป่วยที่มีผลตรวจ ATK เป็นบวกแต่ไม่มีอาการผิดปกติ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) หรือสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ คือนโยบายรัฐเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) เช่น หมดสติ หยุดหายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ฟรี 72 ชั่วโมงแรก

อ้างอิง: พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 และประกาศคณะกรรมการสถานพยาบาล

สูตรจำ: แดง = วิกฤต = UCEP (ฟรี 72 ชม.)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นโรคเรื้อรัง, ค. เป็นบริการส่งเสริมสุขภาพไม่ใช่วิกฤต, ง. เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว (ไม่วิกฤต)

ระวังหลุมพราง: UCEP Plus เคยรวมโควิดสีเหลือง/แดง แต่หัวใจสำคัญคือต้องเป็น 'เกณฑ์วิกฤต' (สีแดง) เท่านั้นถึงจะเข้าสิทธิ UCEP มาตรฐาน


==============================


ข้อที่ 86

โจทย์: Which of the following describes the '30-Baht Plus' (Digital Health ID) policy implemented in 2026 correctly?


ตัวเลือก:

ก. Increasing the co-payment fee to 300 Baht per visit.

ข. Using a single Citizen ID card to access healthcare services nationwide.

ค. Limiting healthcare access only to the elderly population.

ง. A policy that requires all patients to pay by credit card only.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว (30-Baht Plus) เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Health ID) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ทุกเครือข่ายหน่วยบริการโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวในบางกรณี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด (ค่าธรรมเนียมไม่ได้เพิ่ม), ค. ผิด (ใช้ได้ทุกวัย), ง. ผิด (ไม่เกี่ยวกับการจำกัดวิธีชำระเงิน)

ระวังหลุมพราง: คำว่า 'Plus' ในที่นี้หมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยดิจิทัล ไม่ใช่การเพิ่มราคา (Plus price)


==============================


ข้อที่ 87

โจทย์: วิสัยทัศน์ (Vision) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ตามแผนยุทธศาสตร์ที่อัปเดตถึงปี 2569) มุ่งเน้นการเป็นองค์กรในลักษณะใด


ตัวเลือก:

ก. องค์กรที่เน้นการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศเป็นหลัก

ข. องค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย (Digital MOPH)

ค. หน่วยงานที่ทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอาหารและยาเพียงอย่างเดียว

ง. องค์กรที่มุ่งเน้นการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิสัยทัศน์ของ สป.สธ. มุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบสุขภาพของประเทศให้มีความเป็นเลิศ มีประสิทธิภาพ และก้าวทันเทคโนโลยี (Digital Transformation) เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลและการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างทั่วถึง

อ้างอิง: แผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: สป.สธ. = ตัวแม่บริหาร = ดิจิทัล + มีประสิทธิภาพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่ภารกิจหลักของสป., ค. เป็นบทบาทหลักของ อย., ง. ขัดกับหลักการกระจายอำนาจและการดูแลระดับปฐมภูมิ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับบทบาทของ อย. (ข้อ ค) หรือบทบาทของกรมการแพทย์ (ข้อ ง)


==============================


ข้อที่ 88

โจทย์: ในการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ (Economic Evaluation) เพื่อบรรจุสิทธิประโยชน์ใหม่ในปี 2569 หากโครงการ A มีค่า Incremental Cost-Effectiveness Ratio (ICER) เท่ากับ 120,000 บาทต่อปีสุขภาวะ (QALY) ขณะที่เกณฑ์เพดานความคุ้มค่าของไทย (Threshold) อยู่ที่ 160,000 บาทต่อ QALY ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. โครงการ A ไม่คุ้มค่า เพราะใช้งบประมาณสูงกว่า 1 แสนบาท

ข. โครงการ A มีความคุ้มค่า เนื่องจากค่า ICER ต่ำกว่าเพดานความคุ้มค่าที่กำหนด

ค. ไม่สามารถสรุปได้ ต้องพิจารณาอัตราเงินเฟ้อของปี 2569 เพิ่มเติม

ง. โครงการ A ควรถูกตัดออกเพราะมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Incremental Cost) เป็นบวก


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของไทย (HITAP/NHSO) หากค่า ICER (ต้นทุนส่วนเพิ่มต่อหนึ่งหน่วยผลลัพธ์ที่ได้) ต่ำกว่าเกณฑ์เพดานความคุ้มค่า (Willingness to Pay) ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่ประมาณ 160,000 บาทต่อ QALY ถือว่าโครงการนั้นมีความคุ้มค่าที่จะลงทุน

อ้างอิง: แนวทางการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพสำหรับประเทศไทย (Health Intervention and Technology Assessment Program - HITAP)

สูตรจำ: ICER ต่ำกว่าเกณฑ์ = เปย์ได้ (คุ้มค่า)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะอ้างอิงเลข 1 แสนซึ่งไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐาน, ค. ผิดเพราะเกณฑ์ 1.6 แสนครอบคลุมสภาวะเศรษฐกิจแล้ว, ง. ผิดเพราะการมีต้นทุนส่วนเพิ่มเป็นเรื่องปกติในเทคโนโลยีใหม่

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่างค่า ICER กับงบประมาณรวม (Total Budget) โครงการที่คุ้มค่าอาจใช้งบสูง แต่ผลลัพธ์ต่อหน่วยคุ้มค่ากว่า


==============================


ข้อที่ 89

โจทย์: จากสถานการณ์ 'Heat-Related Illness' ที่ทวีความรุนแรงในเดือนเมษายน 2569 ข้อใดเป็นมาตรการสื่อสารความเสี่ยง (Risk Communication) ที่สอดคล้องกับหลักระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อมมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. ประกาศให้ประชาชนดื่มน้ำอัดลมแช่เย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายทันที

ข. การแจ้งเตือนระดับดัชนีความร้อน (Heat Index) พร้อมข้อควรปฏิบัติรายกลุ่มวัย

ค. สั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวเพื่อประหยัดพลังงานในช่วงไฟพีค

ง. การจำกัดการใช้น้ำประปาในครัวเรือนเพื่อสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Heat Index (ดัชนีความร้อน) เป็นค่าที่สะท้อนความรู้สึกร้อนจริงของร่างกายโดยคำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ การสื่อสารความเสี่ยงที่ดีต้องระบุระดับอันตรายและแนวทางปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงตามความเสี่ยงของแต่ละกลุ่ม (เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว)

อ้างอิง: แนวทางการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงจากความร้อน กรมอนามัย

สูตรจำ: ร้อนนี้ต้องดู Heat Index ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดกับหลักโภชนาการ, ค. และ ง. เป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อการบริการและสุขอนามัย

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อ ก. แม้จะฟังดูช่วยลดความร้อน แต่ในทางสาธารณสุขน้ำอัดลมส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า


==============================


ข้อที่ 90

โจทย์: พิจารณาบทความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้นำระบบ AI-Augmented Screening มาใช้ในระดับปฐมภูมิเพื่อคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้น โดยเน้นย้ำเรื่องจริยธรรมข้อมูลและอัลกอริทึมที่ต้องไม่มีอคติ (Bias) ต่อกลุ่มเปราะบาง' จากบทความนี้ ข้อใดคือ 'หัวใจสำคัญ' ของการนำ AI มาใช้ตามนโยบายดังกล่าว


ตัวเลือก:

ก. ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก

ข. การทดแทนบุคลากรทางการแพทย์ด้วยระบบอัตโนมัติ

ค. ความเท่าเทียมและการเข้าถึงบริการอย่างมีจริยธรรม

ง. การลดงบประมาณการจ้างงานนักวิชาการสาธารณสุข


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความเน้นย้ำ 2 ประเด็นหลักคือ 1) จริยธรรมข้อมูล และ 2) การไม่มีอคติต่อกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสรุปรวมได้เป็นความเท่าเทียม (Equity) และการบริการที่มีจริยธรรม (Ethics) ตามแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลสุขภาพ 2569

อ้างอิง: แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566-2570

สูตรจำ: อ่านบทความหาคำสรุป: 'ไม่มีอคติ' = 'เท่าเทียม/จริยธรรม'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเพียงส่วนเสริม, ข. และ ง. ขัดแย้งกับหลักการสาธารณสุขที่ใช้ AI เพื่อ 'สนับสนุน' (Augment) ไม่ใช่ 'ทดแทน' (Replace)

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ก. และ ข. เป็นคุณสมบัติของ AI ทั่วไป แต่ไม่ใช่ 'จุดเน้น' (Focus) ของบทความนี้ที่เน้นเรื่อง Bias และจริยธรรม


==============================


ข้อที่ 91

โจทย์: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ปรับปรุงล่าสุดปี 2567-2568 เกี่ยวกับ 'กัญชา' ข้อใดกล่าวถึงสถานะทางกฎหมายที่ถูกต้องที่สุดในปัจจุบัน (เมษายน 2569)


ตัวเลือก:

ก. กัญชาทุกส่วนไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป

ข. เฉพาะสารสกัดที่มี THC เกินร้อยละ 0.2 เท่านั้นที่เป็นยาเสพติด

ค. กัญชาถูกระบุเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ยกเว้นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย และส่วนของราก ลำต้น เส้นใย ที่มีเงื่อนไขตามที่กำหนด

ง. กัญชาถือเป็นยาเสพติดประเภท 1 เช่นเดียวกับยาบ้า


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามนโยบายที่เริ่มปรับเปลี่ยนช่วงกลางปี 2567 และมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องถึงปี 2569 กัญชาถูกดึงกลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขรองรับการยกเว้นบางส่วนเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจบางประเภท (ที่มา: ร่างประกาศ สธ. เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ปี 2567)

อ้างอิง: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2567


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะมีการควบคุมกลับมาแล้ว ข. เป็นเกณฑ์เดิมช่วงเสรีกัญชา ง. ผิด กัญชาอยู่ประเภท 5 ไม่ใช่ประเภท 1

ระวังหลุมพราง: ระวังคำตอบข้อ ข. ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าช่วงปี 2565 ปัจจุบันสถานะกัญชาเปลี่ยนไปแล้ว


==============================


ข้อที่ 92

โจทย์: ในการประเมินภาวะสุขภาพระดับจังหวัดปี 2568 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดเฉลี่ยที่อายุ 55 ปี หากกำหนดให้อายุคาดเฉลี่ย (Standard Reference Age) ของประชากรคือ 75 ปี และมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มนี้จำนวน 200 คน จงคำนวณหาค่า Years of Potential Life Lost (YPLL) รวมของกลุ่มนี้เป็นเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 3,000 ปี

ข. 4,000 ปี

ค. 5,000 ปี

ง. 11,000 ปี


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: สูตรการคำนวณ YPLL = Sum of [(อายุอ้างอิงมาตรฐาน - อายุที่เสียชีวิตจริง) x จำนวนผู้เสียชีวิต] ในที่นี้คือ (75 - 55) = 20 ปีที่สูญเสียต่อคน เมื่อมีผู้เสียชีวิต 200 คน จะได้ 20 x 200 = 4,000 ปี แต่เดี๋ยวก่อน! โจทย์ถามหา YPLL รวมของกลุ่มนี้ ซึ่งการคำนวณที่ถูกต้องคือ (75-55) * 200 = 4,000 หากคำนวณตามหลักระบาดวิทยา YPLL คือการวัดการตายก่อนวัยอันควร (Premature Mortality) คำตอบคือ 4,000 ปี (แก้ไขการคำนวณในใจ: 20 * 200 = 4,000)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 3,000 เกิดจาก (70-55)*200 (ใช้อายุอ้างอิงผิด) ข. 4,000 คือคำตอบที่ถูก ง. 11,000 เกิดจากการนำอายุ 55*200 ซึ่งไม่ใช่การหาปีที่สูญเสีย

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่างค่า YPLL รวมกับค่าเฉลี่ยต่อบุคคล และระวังการใช้อายุคาดเฉลี่ยผิดปี


==============================


ข้อที่ 93

โจทย์: ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินค่าป่วยการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ปรับปรุงล่าสุดปี 2567 กำหนดอัตราค่าป่วยการรายเดือนไว้ที่เท่าใด และมีภารกิจใหม่ที่สำคัญเพิ่มขึ้นคืออะไร


ตัวเลือก:

ก. 1,000 บาท, งานเฝ้าระวังโควิด-19

ข. 1,500 บาท, งานคัดกรองเบาหวานความดัน

ค. 2,000 บาท, งานคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 9 ด้าน และการติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด

ง. 2,500 บาท, งานจัดการขยะในชุมชน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ครม. มีมติและกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศปรับเพิ่มค่าป่วยการ อสม. เป็น 2,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป โดยเพิ่มภารกิจเชิงรุกในการดูแลผู้สูงอายุและการติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในระบบสมัครใจบำบัด

อ้างอิง: ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินค่าป่วยการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. 2567


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. อัตราเก่า ข. ตัวเลขหลอก ง. ตัวเลขหลอก

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อที่ยังให้อัตราเดิม 1,000 บาท หรือตัวเลขหลอก 1,500 บาท


==============================


ข้อที่ 94

โจทย์: ในการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการรณรงค์คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเขตพื้นที่หนึ่ง พบว่าต้นทุนรวมของโครงการคือ 2,000,000 บาท และสามารถลดค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้ 5,000,000 บาท ค่า Benefit-Cost Ratio (BCR) ของโครงการนี้เป็นเท่าใด และควรดำเนินโครงการต่อหรือไม่


ตัวเลือก:

ก. 0.4, ไม่ควรดำเนินต่อ

ข. 1.5, ควรดำเนินต่อ

ค. 2.5, ควรดำเนินต่อ

ง. 3.0, ควรดำเนินต่อ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: BCR = Benefit / Cost = 5,000,000 / 2,000,000 = 2.5 หากค่า BCR มากกว่า 1 หมายความว่าโครงการมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ จึงควรดำเนินการต่อ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกิดจาก 2/5 (สลับสูตร) ข. คำนวณเลขผิด ง. คำนวณเลขผิด

ระวังหลุมพราง: ระวังการสลับสูตรเอา Cost ตั้งหารด้วย Benefit


==============================


ข้อที่ 95

โจทย์: ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุข ท่านได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบการละเมิดกฎหมาย 'พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560' ในพื้นที่สาธารณะ ข้อใดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 26 ที่ระบุเรื่องการโฆษณาและการสื่อสารการตลาด


ตัวเลือก:

ก. การตั้งป้ายราคาบุหรี่ขนาดเล็กในร้านค้าตามที่กฎหมายกำหนด

ข. การแสดงชื่อและเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ยาสูบในสื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อจูงใจให้บริโภค

ค. การขายบุหรี่ให้กับบุคคลที่มีอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์

ง. การรณรงค์บ้านปลอดบุหรี่ร่วมกับ อสม.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือทำการสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายในสื่อต่างๆ เพื่อจูงใจให้มีการบริโภค

อ้างอิง: พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มาตรา 26


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ทำได้ตามขอบเขต ข. ผิดชัดเจนตามมาตรา 26 ค. ทำได้ ง. เป็นงานส่งเสริมสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องอายุ (ต้อง 20 ปี) และระวังการโฆษณาออนไลน์ที่มักเป็นหลุมพรางในปัจจุบัน


==============================


ข้อที่ 96

โจทย์: ระบบ 'e-Living Will' ที่เริ่มใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 เชื่อมโยงกับสิทธิการตายตามธรรมชาติในกฎหมายฉบับใด และบุคคลสามารถแสดงเจตนาผ่านช่องทางใดได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ผ่านแอปพลิเคชัน 'สพฉ.'

ข. พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 ผ่านระบบคลาวด์กลางภาครัฐที่เชื่อมต่อกับ ThaiID

ค. พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผ่านการลงนามในกระดาษเท่านั้น

ง. พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ผ่านเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 รองรับสิทธิในการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย โดยในปี 2568-2569 สช. ได้พัฒนาระบบ e-Living Will ให้ประชาชนสามารถทำนิติกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบคลาวด์โดยยืนยันตัวตนผ่าน ThaiID

อ้างอิง: พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด พ.ร.บ. เป็นเรื่องกู้ชีพไม่ใช่การปฏิเสธการรักษา ค. ผิด PDPA ไม่ใช่ฐานสิทธิการตาย ง. ผิด หน่วยงานหลักคือ สช. และ สธ. ไม่ใช่มหาดไทย

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อที่อ้างเรื่องกระดาษเท่านั้น เพราะปัจจุบันกฎหมายการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์รองรับแบบดิจิทัลแล้ว


==============================


ข้อที่ 97

โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'สภาการสาธารณสุขชุมชนเร่งผลักดัน อ.ก.พ. วิสามัญ ปรับเกณฑ์ตำแหน่งข้าราชการ เพื่อรองรับตำแหน่ง นักสาธารณสุข (Professional) ให้แตกต่างจาก นักวิชาการสาธารณสุข (Technical Officer) เพื่อให้สามารถทำหัตถการเบื้องต้นได้ตามกฎหมาย' จากข้อความนี้ ข้อใดสรุปความแตกต่างที่สำคัญที่สุดตามกฎหมายได้ถูกต้อง


ตัวเลือก:

ก. นักวิชาการสาธารณสุขสามารถจ่ายยาสามัญประจำบ้านได้โดยไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ

ข. นักสาธารณสุขต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนจึงจะปฏิบัติงานหัตถการตามขอบเขตที่กำหนดได้

ค. ทั้งสองตำแหน่งมีฐานเงินเดือนและสวัสดิการเหมือนกันทุกประการตามระเบียบ ก.พ. ฉบับใหม่ปี 2569

ง. นักวิชาการสาธารณสุขเน้นงานดูแลผู้ป่วยใน รพ.สต. เป็นหลัก ส่วนนักสาธารณสุขเน้นงานวิจัย


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 และการปรับปรุงเกณฑ์ ก.พ. ในปี 2566-2569 ตำแหน่ง 'นักสาธารณสุข' ถูกกำหนดเป็นตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ (Professional) ซึ่งต้องมีใบประกอบวิชาชีพเพื่อทำหน้าที่ตรวจประเมินและบำบัดโรคเบื้องต้นตามมาตรา 3 และมาตรา 18 ขณะที่ 'นักวิชาการสาธารณสุข' เป็นตำแหน่งสายงานเกื้อกูลที่เน้นงานวิชาการและวางแผน

อ้างอิง: พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 มาตรา 3


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะการจ่ายยาต้องเป็นไปตามขอบเขตวิชาชีพ ค. ผิด เพราะตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะมีเงินประจำตำแหน่งที่แตกต่าง ง. ผิด เพราะสลับหน้าที่กัน

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนชื่อตำแหน่งที่คล้ายกัน 'นักสาธารณสุข' (ใหม่/วิชาชีพเฉพาะ) vs 'นักวิชาการสาธารณสุข' (เดิม/วิชาการ)


==============================


ข้อที่ 98

โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'To strengthen the health system against future threats, the Ministry of Public Health has integrated AI-driven surveillance to enhance the _______ of infectious disease outbreaks.'


ตัวเลือก:

ก. Prevention

ข. Detection

ค. Treatment

ง. Rehabilitation


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในบริบทของระบบเฝ้าระวัง (Surveillance) และการใช้ AI มักจะเน้นไปที่การ 'ตรวจจับ' (Detection) การระบาดเพื่อให้ตอบโต้ได้ทันท่วงที ตามยุทธศาสตร์ Global Health Security 2024-2029


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Prevention คือการป้องกันก่อนเกิด ข. Detection คือการตรวจจับเมื่อเริ่มเกิด (ตรงกับ Surveillance) ค. Treatment คือการรักษา ง. Rehabilitation คือการฟื้นฟู

ระวังหลุมพราง: คำว่า Prevention (การป้องกัน) ดูเป็นไปได้ แต่ Surveillance (การเฝ้าระวัง) มีเป้าหมายหลักคือการ Detection (การตรวจพบ)


==============================


ข้อที่ 99

โจทย์: โครงการ 'Health for Wealth 2569' เน้นการสร้างรายได้จากบริการ Medical Hub ข้อใดคือตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของนักวิชาการสาธารณสุขในระดับพื้นที่มากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย

ข. มูลค่าการส่งออกยาสมุนไพรไทยไปต่างประเทศ

ค. ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ของประชาชนในชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ง. กำไรสุทธิของโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทบาทของนักวิชาการสาธารณสุขในพื้นที่ตามยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข 2569 คือการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน (Community Empowerment) ดังนั้นการวัด Health Literacy ในพื้นที่เป้าหมายจึงเป็น KPI ที่ตรงสายงานที่สุด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. หน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ข. หน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและกระทรวงพาณิชย์ ง. เป็นภาคเอกชน

ระวังหลุมพราง: อย่าเผลอไปเลือกตัวเลขเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จำนวนนักท่องเที่ยว เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงท่องเที่ยวฯ


==============================


ข้อที่ 100

โจทย์: Read the following technical brief: 'Antimicrobial Resistance (AMR) is a global health crisis. To combat this, the One Health approach emphasizes the interconnectedness between human health, animal health, and the environment.' According to the text, what is the core concept of the 'One Health' approach?


ตัวเลือก:

ก. Focusing solely on hospital hygiene to reduce AMR.

ข. The collaborative effort across multiple sectors including humans, animals, and ecosystems.

ค. The development of new antibiotics by pharmaceutical companies.

ง. Treating human patients with expensive medicines.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: แนวคิด 'One Health' หรือ 'สุขภาพหนึ่งเดียว' เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาโรคอุบัติใหม่และเชื้อดื้อยา (AMR)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เน้นด้านเดียว ข. ครอบคลุมตามหลัก One Health ค. เป็นเรื่องวิจัยยา ง. เป็นการรักษาเฉพาะบุคคล

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่เน้นเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เช่น เฉพาะคน หรือเฉพาะโรงพยาบาล

#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #ตะลุยข้อสอบสปสธ #ข้อสอบจริงสปสธ #ข้อสอบย้อนหลังสาธารณสุข #สอบกระทรวงสาธารณสุข #ติวสอบสปสธ #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสปสธ #สอบข้าราชการสาธารณสุข #เตรียมสอบสปสธ #สอบสปสธ2569 #เก็งข้อสอบสาธารณสุข #ข้อสอบภาคข #กระทรวงสาธารณสุข #สปสธ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น