ads.txt

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้อที่ 81-90

 


ข้อที่ 81

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 22 บุคคลที่มีลักษณะในข้อใดที่ 'ต้อง' ถูกนำส่งสถานพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินเบื้องต้นทันที


ตัวเลือก:

ก. บุคคลที่มีอาการซึมเศร้าและไม่ยอมรับประทานอาหาร

ข. บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งมีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา

ค. บุคคลที่ดื่มสุราจนเมามายและส่งเสียงดังรำคาญในที่สาธารณะ

ง. บุคคลที่เดินเร่ร่อนและไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 22 ระบุว่า บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตซึ่งมีภาวะอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา เป็นบุคคลที่ต้องถูกนำส่งสถานพยาบาล โดยภาวะอันตรายหมายถึงพฤติกรรมที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น

อ้างอิง: พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 22

สูตรจำ: จิตผิดปกติ + มีอันตราย = ต้องนำส่ง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แม้จะน่าเป็นห่วง แต่ถ้ายังไม่มี 'ภาวะอันตราย' ชัดเจนจะเข้าเกณฑ์สมัครใจมากกว่า, ค. และ ง. เป็นเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย/สังคมสงเคราะห์ (เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่ามีอาการทางจิต)

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. ซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาหรือลหุโทษ แต่ไม่ใช่เกณฑ์ 'บังคับ' ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต เว้นแต่จะมีอาการทางจิตร่วมด้วย


==============================


ข้อที่ 82

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามี 'โรคจากสิ่งแวดล้อม' เกิดขึ้นในพื้นที่ มาตรา 34 กำหนดให้ผู้ใดมีหน้าที่ 'รายงาน' ต่อกรมควบคุมโรค


ตัวเลือก:

ก. เจ้าของบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ข. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ตรวจพบหรือรับผู้ป่วยไว้รักษา

ค. นายกเทศมนตรีในท้องถิ่นนั้นๆ เท่านั้น

ง. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอนั้นทุกคน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 34 กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (หมอ) ที่ตรวจพบหรือรับผู้ป่วยที่มีอาการหรือโรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม ต้องรายงานต่อกรมควบคุมโรคตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 มาตรา 34

สูตรจำ: หมอตรวจเจอ = หมอต้องรายงาน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ประชาชนทั่วไปไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายนี้ในการวินิจฉัยและรายงาน, ค. เป็นฝ่ายปกครอง ไม่ใช่ฝ่ายวิชาการที่กฎหมายระบุเป็นอันดับแรก

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. ซึ่งอาจเป็นผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ แต่กฎหมายกำหนดหน้าที่ 'การรายงานทางระบาดวิทยา' ไว้ที่ผู้ตรวจรักษา


==============================


ข้อที่ 83

โจทย์: In the context of the 2026 Global Health Security strategy, the term 'One Health Approach' primarily focuses on the integration of which three sectors?


ตัวเลือก:

ก. Economics, Education, and Health

ข. Human health, Animal health, and Environment

ค. Government, Private sector, and NGO

ง. Physical health, Mental health, and Spiritual health


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: One Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) คือแนวคิดความร่วมมือที่เน้นการมีสุขภาวะที่ดีของ 'คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม' เนื่องจากโรคอุบัติใหม่ส่วนใหญ่ (Zoonotic diseases) เชื่อมโยงกันระหว่างสามส่วนนี้


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นสหสาขาวิชาทั่วไป, ค. เป็นภาคีเครือข่ายบริหาร, ง. เป็นมิติของสุขภาพส่วนบุคคล

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ 'Holistic Health' (ข้อ ง) ซึ่งเน้นที่ตัวบุคคล


==============================


ข้อที่ 84

โจทย์: ในปี 2569 ประเทศไทยเข้าสู่ 'สังคมสูงวัยระดับสุดยอด' (Super-Aged Society) หากสถิติจำนวนประชากรวัยเด็ก (0-14 ปี) มี 10 ล้านคน ประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) มี 40 ล้านคน และประชากรวัยสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มี 14 ล้านคน ข้อใดคือค่าดัชนีการพึ่งพารวม (Total Dependency Ratio) ที่ถูกต้อง


ตัวเลือก:

ก. 35.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ข. 60.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ค. 25.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน

ง. 45.0 ต่อประชากรวัยแรงงาน 100 คน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: สูตรการคำนวณดัชนีการพึ่งพารวม (Total Dependency Ratio) = [(ประชากรวัยเด็ก + ประชากรวัยสูงอายุ) / ประชากรวัยแรงงาน] x 100 แทนค่าได้ดังนี้: [(10 + 14) / 40] x 100 = (24 / 40) x 100 = 60.0 ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางเศรษฐกิจที่วัยแรงงานต้องแบกรับประชากรวัยพึ่งพาทั้งหมดในปี 2569

อ้างอิง: หลักประชากรศาสตร์ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

สูตรจำ: สูตร: (เด็ก + แก่) หาร แรงงาน คูณ ร้อย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 35.0 (คำนวณเฉพาะวัยสูงอายุ), ค. 25.0 (คำนวณเฉพาะวัยเด็ก), ง. 45.0 (ตัวเลขหลอกจากการสลับฐานประชากร)

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'ดัชนีการพึ่งพารวม' กับ 'ดัชนีการพึ่งพาผู้สูงอายุ' (ซึ่งจะใช้เฉพาะเลข 14 ล้านมาคำนวณ)


==============================


ข้อที่ 85

โจทย์: ตามนโยบาย 'UCEP Plus' ที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2568-2569 กรณีใดที่ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดได้จนกว่าจะพ้นภาวะวิกฤตโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย


ตัวเลือก:

ก. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องเรื้อรังมานานกว่า 2 สัปดาห์

ข. ผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตฉุกเฉิน (สีแดง) ตามเกณฑ์ที่สพฉ. กำหนด

ค. ผู้ป่วยที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปีในโรงพยาบาลเอกชน

ง. ผู้ป่วยที่มีผลตรวจ ATK เป็นบวกแต่ไม่มีอาการผิดปกติ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) หรือสิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ คือนโยบายรัฐเพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) เช่น หมดสติ หยุดหายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ฟรี 72 ชั่วโมงแรก

อ้างอิง: พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 และประกาศคณะกรรมการสถานพยาบาล

สูตรจำ: แดง = วิกฤต = UCEP (ฟรี 72 ชม.)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นโรคเรื้อรัง, ค. เป็นบริการส่งเสริมสุขภาพไม่ใช่วิกฤต, ง. เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว (ไม่วิกฤต)

ระวังหลุมพราง: UCEP Plus เคยรวมโควิดสีเหลือง/แดง แต่หัวใจสำคัญคือต้องเป็น 'เกณฑ์วิกฤต' (สีแดง) เท่านั้นถึงจะเข้าสิทธิ UCEP มาตรฐาน


==============================


ข้อที่ 86

โจทย์: Which of the following describes the '30-Baht Plus' (Digital Health ID) policy implemented in 2026 correctly?


ตัวเลือก:

ก. Increasing the co-payment fee to 300 Baht per visit.

ข. Using a single Citizen ID card to access healthcare services nationwide.

ค. Limiting healthcare access only to the elderly population.

ง. A policy that requires all patients to pay by credit card only.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว (30-Baht Plus) เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Health ID) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ทุกเครือข่ายหน่วยบริการโดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวในบางกรณี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด (ค่าธรรมเนียมไม่ได้เพิ่ม), ค. ผิด (ใช้ได้ทุกวัย), ง. ผิด (ไม่เกี่ยวกับการจำกัดวิธีชำระเงิน)

ระวังหลุมพราง: คำว่า 'Plus' ในที่นี้หมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยดิจิทัล ไม่ใช่การเพิ่มราคา (Plus price)


==============================


ข้อที่ 87

โจทย์: วิสัยทัศน์ (Vision) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ตามแผนยุทธศาสตร์ที่อัปเดตถึงปี 2569) มุ่งเน้นการเป็นองค์กรในลักษณะใด


ตัวเลือก:

ก. องค์กรที่เน้นการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์จากต่างประเทศเป็นหลัก

ข. องค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย (Digital MOPH)

ค. หน่วยงานที่ทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายอาหารและยาเพียงอย่างเดียว

ง. องค์กรที่มุ่งเน้นการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิสัยทัศน์ของ สป.สธ. มุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบสุขภาพของประเทศให้มีความเป็นเลิศ มีประสิทธิภาพ และก้าวทันเทคโนโลยี (Digital Transformation) เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลและการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างทั่วถึง

อ้างอิง: แผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: สป.สธ. = ตัวแม่บริหาร = ดิจิทัล + มีประสิทธิภาพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่ภารกิจหลักของสป., ค. เป็นบทบาทหลักของ อย., ง. ขัดกับหลักการกระจายอำนาจและการดูแลระดับปฐมภูมิ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับบทบาทของ อย. (ข้อ ค) หรือบทบาทของกรมการแพทย์ (ข้อ ง)


==============================


ข้อที่ 88

โจทย์: ในการประเมินความคุ้มค่าทางการแพทย์ (Economic Evaluation) เพื่อบรรจุสิทธิประโยชน์ใหม่ในปี 2569 หากโครงการ A มีค่า Incremental Cost-Effectiveness Ratio (ICER) เท่ากับ 120,000 บาทต่อปีสุขภาวะ (QALY) ขณะที่เกณฑ์เพดานความคุ้มค่าของไทย (Threshold) อยู่ที่ 160,000 บาทต่อ QALY ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. โครงการ A ไม่คุ้มค่า เพราะใช้งบประมาณสูงกว่า 1 แสนบาท

ข. โครงการ A มีความคุ้มค่า เนื่องจากค่า ICER ต่ำกว่าเพดานความคุ้มค่าที่กำหนด

ค. ไม่สามารถสรุปได้ ต้องพิจารณาอัตราเงินเฟ้อของปี 2569 เพิ่มเติม

ง. โครงการ A ควรถูกตัดออกเพราะมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Incremental Cost) เป็นบวก


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามหลักเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของไทย (HITAP/NHSO) หากค่า ICER (ต้นทุนส่วนเพิ่มต่อหนึ่งหน่วยผลลัพธ์ที่ได้) ต่ำกว่าเกณฑ์เพดานความคุ้มค่า (Willingness to Pay) ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่ประมาณ 160,000 บาทต่อ QALY ถือว่าโครงการนั้นมีความคุ้มค่าที่จะลงทุน

อ้างอิง: แนวทางการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพสำหรับประเทศไทย (Health Intervention and Technology Assessment Program - HITAP)

สูตรจำ: ICER ต่ำกว่าเกณฑ์ = เปย์ได้ (คุ้มค่า)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะอ้างอิงเลข 1 แสนซึ่งไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐาน, ค. ผิดเพราะเกณฑ์ 1.6 แสนครอบคลุมสภาวะเศรษฐกิจแล้ว, ง. ผิดเพราะการมีต้นทุนส่วนเพิ่มเป็นเรื่องปกติในเทคโนโลยีใหม่

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่างค่า ICER กับงบประมาณรวม (Total Budget) โครงการที่คุ้มค่าอาจใช้งบสูง แต่ผลลัพธ์ต่อหน่วยคุ้มค่ากว่า


==============================


ข้อที่ 89

โจทย์: จากสถานการณ์ 'Heat-Related Illness' ที่ทวีความรุนแรงในเดือนเมษายน 2569 ข้อใดเป็นมาตรการสื่อสารความเสี่ยง (Risk Communication) ที่สอดคล้องกับหลักระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อมมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. ประกาศให้ประชาชนดื่มน้ำอัดลมแช่เย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายทันที

ข. การแจ้งเตือนระดับดัชนีความร้อน (Heat Index) พร้อมข้อควรปฏิบัติรายกลุ่มวัย

ค. สั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวเพื่อประหยัดพลังงานในช่วงไฟพีค

ง. การจำกัดการใช้น้ำประปาในครัวเรือนเพื่อสำรองไว้ใช้ในโรงพยาบาล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Heat Index (ดัชนีความร้อน) เป็นค่าที่สะท้อนความรู้สึกร้อนจริงของร่างกายโดยคำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ การสื่อสารความเสี่ยงที่ดีต้องระบุระดับอันตรายและแนวทางปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจงตามความเสี่ยงของแต่ละกลุ่ม (เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว)

อ้างอิง: แนวทางการเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงจากความร้อน กรมอนามัย

สูตรจำ: ร้อนนี้ต้องดู Heat Index ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดกับหลักโภชนาการ, ค. และ ง. เป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อการบริการและสุขอนามัย

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อ ก. แม้จะฟังดูช่วยลดความร้อน แต่ในทางสาธารณสุขน้ำอัดลมส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า


==============================


ข้อที่ 90

โจทย์: พิจารณาบทความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้นำระบบ AI-Augmented Screening มาใช้ในระดับปฐมภูมิเพื่อคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้น โดยเน้นย้ำเรื่องจริยธรรมข้อมูลและอัลกอริทึมที่ต้องไม่มีอคติ (Bias) ต่อกลุ่มเปราะบาง' จากบทความนี้ ข้อใดคือ 'หัวใจสำคัญ' ของการนำ AI มาใช้ตามนโยบายดังกล่าว


ตัวเลือก:

ก. ความเร็วในการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก

ข. การทดแทนบุคลากรทางการแพทย์ด้วยระบบอัตโนมัติ

ค. ความเท่าเทียมและการเข้าถึงบริการอย่างมีจริยธรรม

ง. การลดงบประมาณการจ้างงานนักวิชาการสาธารณสุข


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความเน้นย้ำ 2 ประเด็นหลักคือ 1) จริยธรรมข้อมูล และ 2) การไม่มีอคติต่อกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสรุปรวมได้เป็นความเท่าเทียม (Equity) และการบริการที่มีจริยธรรม (Ethics) ตามแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลสุขภาพ 2569

อ้างอิง: แผนปฏิบัติการด้านดิจิทัลกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566-2570

สูตรจำ: อ่านบทความหาคำสรุป: 'ไม่มีอคติ' = 'เท่าเทียม/จริยธรรม'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเพียงส่วนเสริม, ข. และ ง. ขัดแย้งกับหลักการสาธารณสุขที่ใช้ AI เพื่อ 'สนับสนุน' (Augment) ไม่ใช่ 'ทดแทน' (Replace)

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ก. และ ข. เป็นคุณสมบัติของ AI ทั่วไป แต่ไม่ใช่ 'จุดเน้น' (Focus) ของบทความนี้ที่เน้นเรื่อง Bias และจริยธรรม

#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #โครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข #อำนาจหน้าที่สปสธ #ข้อสอบจริงสปสธ #สอบข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข #ติวสอบสปสธ #สอบสปสธ2569 #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสปสธ #ข้อสอบองค์กรสปสธ #เตรียมสอบราชการ #เก็งข้อสอบสปสธ #ข้อสอบภาคข #กระทรวงสาธารณสุข

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น