ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อที่ 81-90

 


ข้อที่ 81

โจทย์: หากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทำละเมิดต่อประชาชนโดย 'ความประมาทเลินเล่อธรรมดา' (ไม่ใช่ร้ายแรง) ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องต่อใคร


ตัวเลือก:

ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่คนนั้นโดยตรง

ข. ฟ้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ค. ฟ้องทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐร่วมกัน

ง. ฟ้องศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งไล่ออก


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายโดยตรง ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้

อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5

สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องกรม | นอกหน้าที่ = ฟ้องส่วนตัว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ค ผิดเพราะมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่หากเป็นการกระทำในหน้าที่ ข้อ ง ไม่ใช่ขั้นตอนการเรียกค่าสินไหมทดแทน

ระวังหลุมพราง: จำหลักการให้ดี: ปฏิบัติหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน, ส่วนตัว = ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่


==============================


ข้อที่ 82

โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the social report: 'The Department of Social Development and Welfare is committed to providing _______ services to ensure that no one is left behind in the rapidly changing economy.'


ตัวเลือก:

ก. exclusive

ข. inclusive

ค. negligible

ง. redundant


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Inclusive แปลว่า 'ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคน' หรือ 'ไม่ทอดทิ้งใคร' ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย No one left behind. ส่วน Exclusive (เฉพาะกลุ่ม), Negligible (น้อยมากจนละเลยได้), Redundant (ฟุ่มเฟือย/ซ้ำซ้อน) ไม่เข้ากับบริบท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด Exclusive เพราะความหมายตรงข้ามกับ 'No one left behind', ตัด Negligible และ Redundant เพราะความหมายเชิงลบ

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนระหว่าง Inclusive (ครอบคลุม) กับ Exclusive (กีดกัน/เฉพาะกลุ่ม) ซึ่งความหมายตรงข้ามกัน


==============================


ข้อที่ 83

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาทางปกครองเป็น 'คู่หมั้น' ของผู้ยื่นคำขอรับสวัสดิการสังคมในนิคมสร้างตนเอง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. สามารถพิจารณาต่อได้หากมั่นใจในความยุติธรรม

ข. ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรอคำสั่ง

ค. หยุดการพิจารณาและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อแต่งตั้งผู้อื่น

ง. ทำความเห็นเสนอหัวหน้าหน่วยงานว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) เจ้าหน้าที่ที่เป็น 'คู่สมรสหรือคู่หมั้น' ของคู่กรณี ถือว่ามีเหตุที่ทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง ต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งการให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน

อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13

สูตรจำ: คู่สมรส-คู่หมั้น-ญาติสนิท-ศัตรู-เจ้าหนี้-ลูกหนี้ = ห้ามทำพิจารณา (มาตรา 13)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ขัดต่อกฎหมายชัดเจนเรื่องความไม่เป็นกลาง ข้อ ข คลุมเครือแต่ข้อ ค ระบุขั้นตอนตามกฎหมายได้ชัดเจนกว่า

ระวังหลุมพราง: มักสับสนว่าต้องแจ้งก่อน หรือต้องหยุดทันที กฎหมายระบุห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นทำการพิจารณาทางปกครอง


==============================


ข้อที่ 84

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดเป็นประธานกรรมการ


ตัวเลือก:

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามมาตรา 7 คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (กสส.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานกรรมการ

อ้างอิง: พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 7

สูตรจำ: สวัสดิการชาติ = รมว.พม. นำทีม


เทคนิคการตัดช้อยส์: กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัด พม. ดังนั้นประธานคณะกรรมการชุดหลักที่กำกับดูแลจึงต้องเป็น รมว.พม.

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคณะกรรมการชุดอื่นที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ชุดนี้เป็นระดับกระทรวง พม.


==============================


ข้อที่ 85

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สมาชิกนิคมจะได้รับ 'หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค. 3)' เมื่อใด


ตัวเลือก:

ก. ทันทีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

ข. เมื่อทำประโยชน์ในที่ดินแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และชำระเงินช่วยค่าทุนทรัพย์ของรัฐเสร็จสิ้น

ค. เมื่อเป็นสมาชิกนิคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี

ง. เมื่อสมาชิกมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 11 สมาชิกนิคมที่ทำประโยชน์ในที่ดินมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ชำระเงินค่าช่วยทุนทรัพย์ และชำระหนี้เกี่ยวกับกิจการนิคมเสร็จสิ้นแล้ว จึงจะได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์

อ้างอิง: พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 11

สูตรจำ: 5 ปี + ใช้หนี้ครบ = จบที่ น.ค. 3


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะขัดกับเจตนารมณ์ที่ต้องทดลองทำประโยชน์ก่อน ตัดข้อ ค และ ง เพราะตัวเลขปีและเงื่อนไขอายุไม่ปรากฏในมาตรา 11

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่บอกว่าให้ทันที หรือใช้จำนวนปีที่ผิด (เช่น 10 ปี)


==============================


ข้อที่ 86

โจทย์: ในสถานการณ์การบริหารงานโครงการปี 2569 หากท่านต้องประเมิน 'ความคุ้มค่า' ของโครงการฝึกอาชีพคนไร้ที่พึ่ง เครื่องมือใดต่อไปนี้มีความเหมาะสมที่สุดในการวัดผลตอบแทนทางสังคม


ตัวเลือก:

ก. SROI (Social Return on Investment)

ข. Break-Even Point (จุดคุ้มทุน)

ค. Inventory Management (การจัดการสินค้าคงคลัง)

ง. Gantt Chart


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: SROI เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและสรุปมูลค่าของผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ที่เกิดขึ้นจากโครงการเทียบกับงบประมาณที่ลงทุนไป ซึ่งตรงกับภารกิจของกรมที่สุด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ใช้กับธุรกิจกำไร, ข้อ ค ใช้กับคลังสินค้า, ข้อ ง ใช้กับการวางแผนเวลา

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก Gantt Chart เพราะนั่นคือการวางแผน 'เวลา' ไม่ใช่ 'ความคุ้มค่า'


==============================


ข้อที่ 87

โจทย์: ในปี พ.ศ. 2569 ข้อมูลสถิติระบุว่าจำนวน 'ผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง' ในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด หากเขตหนึ่งมีผู้สูงอายุ 24,000 คน และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต้องจัดสรรงบประมาณดูแลเฉลี่ยคนละ 1,200 บาทต่อเดือน ถามว่าต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้สำหรับเขตดังกล่าวปีละเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 4,320,000 บาท

ข. 43,200,000 บาท

ค. 51,840,000 บาท

ง. 518,400,000 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ขั้นตอนการคำนวณ: 1) หาจำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง: 15% ของ 24,000 = (15/100) * 24,000 = 3,600 คน 2) คำนวณงบต่อเดือน: 3,600 * 1,200 = 4,320,000 บาทต่อเดือน 3) คำนวณงบต่อปี: 4,320,000 * 12 = 51,840,000 บาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก คือยอดต่อเดือน, ข้อ ข เป็นการคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม, ข้อ ง สูงเกินความเป็นจริงมากเกินไป

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถามงบประมาณ 'ต่อปี' แต่ข้อมูลที่ให้มาเป็น 'ต่อเดือน' หากลืมคูณ 12 จะตอบข้อ ก ซึ่งผิด


==============================


ข้อที่ 88

โจทย์: จากบทความสถานการณ์สังคมไทย เมษายน 2569: 'การนำระบบ Digital Social ID มาใช้ช่วยลดความซ้ำซ้อนของการรับสวัสดิการ แต่ในขณะเดียวกันกลับสร้างกำแพงดิจิทัล (Digital Divide) ให้กับกลุ่มคนไร้ที่พึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้' ข้อใดคือสาระสำคัญที่บทความนี้ต้องการสื่อ


ตัวเลือก:

ก. Digital Social ID เป็นระบบที่ล้มเหลวในการจัดสวัสดิการ

ข. คนไร้ที่พึ่งควรได้รับการแจกสมาร์ทโฟนจากรัฐบาลทุกคน

ค. เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีในการจัดการข้อมูลและข้อเสียที่สร้างความเหลื่อมล้ำ

ง. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการควรยกเลิกการใช้ระบบดิจิทัล


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุถึงความสำเร็จ (ลดความซ้ำซ้อน) และปัญหา (กำแพงดิจิทัล/Digital Divide) ควบคู่กัน ซึ่งตรงกับลักษณะ 'เหรียญสองด้าน' ของเทคโนโลยี


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง สุดโต่งเกินไป บทความไม่ได้บอกว่าล้มเหลวหรือควรเลิก ข้อ ข เป็นการคาดเดาวิธีแก้ปัญหาที่บทความไม่ได้ระบุ

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อสรุปที่รุนแรงเกินไป (เช่น 'ล้มเหลว' หรือ 'ยกเลิก') ให้เลือกข้อที่เป็นกลางและครอบคลุมเนื้อหาทั้งสองด้าน


==============================


ข้อที่ 89

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ข้อใดต่อไปนี้ 'ไม่ถือว่า' เป็นการขอทาน


ตัวเลือก:

ก. การร้องเพลงเพื่อขอรับเงินบริจาคโดยมีการขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

ข. การแสดงกายกรรมในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ค. การนั่งพนมมือขอเงินบนสะพานลอย

ง. การอุ้มเด็กมานั่งรอรับเงินจากผู้สัญจรไปมา


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: มาตรา 13 ระบุว่า การแสดงความสามารถเพื่อขอรับทรัพย์สินจากผู้ชม ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด (ต้องมีการแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่น) ไม่ถือว่าเป็นการขอทาน

อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 มาตรา 13

สูตรจำ: แสดงความสามารถ + แจ้งเจ้าถิ่น = ไม่ใช่ขอทาน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ถึงแม้จะแสดงกายกรรมแต่ถ้าไม่ขออนุญาตก็เสี่ยงถูกตีความเป็นการขอทาน ส่วน ค และ ง คือนิยามของการขอทานชัดเจน

ระวังหลุมพราง: การแสดงความสามารถจะเป็นข้อยกเว้นก็ต่อเมื่อมีการแจ้งหรือขออนุญาตตามระเบียบ หากไม่แจ้งจะถือว่าเป็นการขอทาน


==============================


ข้อที่ 90

โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อส่วนราชการได้รับคำร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติราชการ ต้องดำเนินการแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบภายในกี่วัน


ตัวเลือก:

ก. 15 วัน

ข. 30 วัน

ค. 45 วัน

ง. โดยเร็วที่สุด


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามมาตรา 41 เมื่อมีการเสนอแนะหรือร้องเรียนต่อส่วนราชการ ให้ส่วนราชการนั้นพิจารณาและแจ้งผลให้ผู้เสนอแนะหรือผู้ร้องเรียนทราบภายใน 15 วัน

อ้างอิง: พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 41

สูตรจำ: ร้องเรียนมา-บริหารดี-15 วันรู้ผล


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ข ค และ ง เพราะเลข 15 วันเป็นมาตรฐานเฉพาะที่ระบุใน พ.ร.ฎ. นี้ มาตรา 41

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลข 15 วัน (รับเรื่อง) กับ 30 วัน (กฎหมายอื่น)

#ตะลุยโจทย์พม #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #ข้อสอบจริงพม #สอบพม2569 #ทฤษฎีพัฒนาสังคม #แนวข้อสอบพม #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #ข้อสอบนักพัฒนาสังคม #ข้อสอบเจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #ติวสอบพม #สังคมสงเคราะห์ #สอบภาคข #เตรียมสอบราชการ2569 #กระทรวงพม #แนวข้อสอบสวัสดิการสังคม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น