ads.txt

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้อที่ 61-70

 


ข้อที่ 61

โจทย์: จากการประชุมคณะรัฐมนตรีในเดือนเมษายน 2569 ได้มีการอนุมัติงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มเติม เพื่อรองรับ 'Wellness Center' ในระดับชุมชน ข้อใดคือนโยบายหลักที่เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในปัจจุบัน


ตัวเลือก:

ก. การรักษาโรคยากซับซ้อนในโรงพยาบาลระดับตำบล

ข. การส่งเสริมเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) และการป้องกันโรคเชิงรุก

ค. การลดจำนวนข้าราชการ สธ. เพื่อเพิ่มงบประมาณซื้ออุปกรณ์การแพทย์

ง. การสร้างโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ทุรกันดาร


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นโยบาย สธ. ปี 2569 เน้น 'Health and Wellness' และ 'Lifestyle Medicine' เพื่อลดภาระการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านการป้องกันเชิงรุกในระดับชุมชน

อ้างอิง: คำแถลงนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569

สูตรจำ: 2569 เน้น Wellness ป้องกันดีกว่ารักษา


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ, ค. และ ง. ขัดต่อยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพบุคลากรภาครัฐและระบบหลักประกันสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: นโยบายปัจจุบันไม่เน้นการสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม แต่เน้นการปรับพฤติกรรมและระบบปฐมภูมิ


==============================


ข้อที่ 62

โจทย์: ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุข หากท่านต้องการตรวจสอบว่ายาชนิดหนึ่งจัดเป็น 'ยาอันตราย' หรือไม่ ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยาประเภทนี้มีลักษณะสำคัญตามกฎหมายอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. เป็นยาที่ต้องขายเฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐเท่านั้น

ข. เป็นยาแผนปัจจุบันที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาอันตราย

ค. เป็นยาที่ผู้ป่วยสามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์และไม่ต้องมีเภสัชกร

ง. เป็นยาที่ห้ามผลิตหรือนำเข้าโดยเด็ดขาด


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ยา มาตรา 4 นิยาม 'ยาอันตราย' หมายความว่า ยาแผนปัจจุบันที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาอันตราย โดยการขายยาอันตรายในร้านยาต้องมีเภสัชกรเป็นผู้ควบคุมการขาย

อ้างอิง: พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข

สูตรจำ: ยาอันตราย = รมต. ประกาศ + ขายโดยเภสัช


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด (ร้านยาก็ขายได้), ค. ผิด (ยาอันตรายต้องขายโดยเภสัชกร), ง. ผิด (ยาอันตรายไม่ใช่ยาต้องห้าม)

ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ยาควบคุมพิเศษ' (ต้องมีใบสั่งแพทย์) หรือ 'ยาสามัญประจำบ้าน' (ซื้อได้ทั่วไป)


==============================


ข้อที่ 63

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'สป.สธ. เร่งขับเคลื่อนนโยบาย Health Care Anywhere 2.0 โดยใช้ระบบ AI ในการคัดกรองอาการเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิ' จากข้อความข้างต้น ข้อใดสรุป 'วัตถุประสงค์หลัก' ได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อนำ AI มาแทนที่แพทย์ในโรงพยาบาลศูนย์

ข. เพื่อขยายขอบเขตการรักษาให้ครอบคลุมทุกโรคด้วยระบบดิจิทัล

ค. เพื่อบริหารจัดการปริมาณผู้ป่วยและเสริมสร้างระบบบริการปฐมภูมิ

ง. เพื่อยกเลิกการเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยในเขตเมือง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: จากบทความระบุชัดเจนว่าต้องการ 'ลดความแออัด' (บริหารจัดการปริมาณ) และ 'ส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิ' (เสริมสร้างระบบปฐมภูมิ) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย สธ. ปี 2569

อ้างอิง: ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบดิจิทัลสุขภาพ พ.ศ. 2566-2570

สูตรจำ: ลดแออัด + ส่งต่อปฐมภูมิ = หัวใจหลัก Health Care Anywhere


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะ AI ไม่ได้มาแทนที่แพทย์, ข. กว้างเกินไปจากเนื้อหาบทความ, ง. ผิดเพราะไม่ได้ยกเลิกการเดินทางแต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญ

ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่มีคำว่า 'แทนที่' หรือ 'ยกเลิก' เพราะนโยบายรัฐมักเน้นการ 'เสริม' หรือ 'ปรับปรุง' มากกว่าการกำจัดระบบเดิม


==============================


ข้อที่ 64

โจทย์: นโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว' (ฉบับอัปเกรดปี 2569) เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพข้ามเครือข่าย หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยงานต้องแจ้งเหตุแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายในกี่ชั่วโมง


ตัวเลือก:

ก. 24 ชั่วโมง

ข. 48 ชั่วโมง

ค. 72 ชั่วโมง

ง. 7 วันทำการ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มาตรา 37 (4) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานฯ ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ

อ้างอิง: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4)

สูตรจำ: PDPA รั่วปุ๊บ แจ้งใน 72 ชม.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นตัวเลขที่จงใจตั้งขึ้นมาหลอก ซึ่งไม่มีในข้อบังคับของ PDPA เรื่องการแจ้งเหตุละเมิด

ระวังหลุมพราง: ต้องเริ่มนับ 'เมื่อทราบเหตุ' ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุ และต้องระวังตัวเลข 72 ชั่วโมง (3 วัน)


==============================


ข้อที่ 65

โจทย์: In an international health conference (April 2026), the term 'Emerging Infectious Diseases' (EID) was discussed. Which of the following best describes EID?


ตัวเลือก:

ก. Diseases that have been eradicated globally.

ข. Diseases that have recently appeared within a population.

ค. Chronic diseases caused by lifestyle choices.

ง. Diseases that only affect the elderly population.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Emerging Infectious Diseases (EID) หรือ 'โรคติดเชื้ออุบัติใหม่' หมายถึงโรคที่เกิดจากเชื้อใหม่ หรือเชื้อเดิมที่แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใหม่ หรือพบความรุนแรงเพิ่มขึ้น

อ้างอิง: WHO Health Terminology 2026

สูตรจำ: Emerge = ปรากฏขึ้นใหม่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Eradicated (เช่น ฝีดาษ), ค. Chronic/Lifestyle (เช่น เบาหวาน), ง. ไม่ได้จำกัดแค่ผู้สูงอายุ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า 'Eradicated' (กวาดล้างหมดสิ้นไปแล้ว) ซึ่งเป็นความหมายตรงข้าม


==============================


ข้อที่ 66

โจทย์: การตรวจหา 'Sensitivity' (ความไว) ของชุดตรวจคัดกรองโรค (Screening Test) ในสถานการณ์การระบาดของโรคอุบัติใหม่ปี 2569 หมายถึงข้อใด


ตัวเลือก:

ก. ความสามารถของชุดตรวจในการระบุผู้ที่ไม่เป็นโรคได้อย่างถูกต้อง

ข. ความสามารถของชุดตรวจในการระบุผู้ที่เป็นโรคได้อย่างถูกต้อง

ค. โอกาสที่ผู้ที่มีผลบวกจะเป็นโรคจริง

ง. โอกาสที่ผู้ที่มีผลลบจะไม่เป็นโรคจริง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Sensitivity (ความไว) คือความสามารถของเครื่องมือหรือวิธีการตรวจคัดกรองที่จะให้ผลบวกในคนที่เป็นโรคจริง (True Positive Rate)

อ้างอิง: หลักระบาดวิทยาทางสาธารณสุข กรมควบคุมโรค

สูตรจำ: ไวหาโรค (Sen), จำเพาะหาคนปกติ (Spec)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Specificity, ค. คือ Positive Predictive Value (PPV), ง. คือ Negative Predictive Value (NPV)

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Specificity (ความจำเพาะ) ซึ่งคือการตรวจคนไม่เป็นโรคให้ได้ผลลบ


==============================


ข้อที่ 67

โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขรายงานดัชนีภาระโรค (Burden of Disease) จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึงร้อยละ 12 หากในปี 2568 มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจรวม 450,000 ราย อยากทราบว่าในปี 2569 จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกี่ราย


ตัวเลือก:

ก. 54,000 ราย

ข. 504,000 ราย

ค. 62,500 ราย

ง. 56,200 ราย


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: โจทย์ถาม 'จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น' ไม่ใช่จำนวนรวมทั้งหมด วิธีคิดคือ นำจำนวนผู้ป่วยปี 2568 (450,000) คูณด้วยอัตราที่เพิ่มขึ้น (12%) จะได้ 450,000 x 0.12 = 54,000 ราย

อ้างอิง: รายงานสถานการณ์สุขภาพรายสัปดาห์ กรมควบคุมโรค เมษายน 2569

สูตรจำ: ถาม 'เพิ่ม' ตอบส่วนต่าง, ถาม 'รวม' ตอบยอดใหม่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. คือจำนวนรวมทั้งหมด (ผิดจุดประสงค์คำถาม), ค. และ ง. เป็นตัวเลขสุ่มที่เกิดจากการคำนวณเปอร์เซ็นต์ผิดพลาด

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถาม 'จำนวนที่เพิ่มขึ้น' (54,000) หรือ 'จำนวนรวมทั้งหมด' (504,000) ต้องอ่านคำถามให้รอบคอบ


==============================


ข้อที่ 68

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบ 'เหตุรำคาญ' ในอาคารหรือสถานที่ใด และเห็นว่าหากปล่อยไว้จะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ มาตราใดให้อำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองใช้หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารหรือสถานที่นั้นทั้งหมดหรือบางส่วนจนกว่าจะระงับเหตุรำคาญแล้ว


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 25

ข. มาตรา 26

ค. มาตรา 27

ง. มาตรา 28


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดว่า ในกรณีที่มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นในอาคารหรือสถานที่ใด... และเห็นว่าจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ... ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือห้ามมิให้ใช้หรือยินยอมให้ใช้... จนกว่าจะเป็นที่พอใจว่าเหตุรำคาญนั้นได้ระงับไปแล้ว

อ้างอิง: พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 28

สูตรจำ: 27 สั่งแก้ 28 สั่งปิด (ห้ามใช้อาคาร)


เทคนิคการตัดช้อยส์: มาตรา 25 (นิยามเหตุรำคาญ), มาตรา 26 (อำนาจท้องถิ่นทั่วไป), มาตรา 27 (การสั่งให้ระงับเหตุในที่เอกชน), มาตรา 28 (การสั่งห้ามใช้อาคารกรณีร้ายแรง)

ระวังหลุมพราง: มาตรา 25, 26, 27 เกี่ยวข้องกับบทนิยามและอำนาจระงับเหตุรำคาญทั่วไป แต่มาตรา 28 คือขั้นตอน 'สั่งห้ามใช้อาคาร' ซึ่งเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาด


==============================


ข้อที่ 69

โจทย์: Which of the following terms refers to 'the ability of individuals to gain access to, understand and use information in ways which promote and maintain good health' in the context of 2026 MOPH Policy?


ตัวเลือก:

ก. Health Equity

ข. Health Literacy

ค. Health Surveillance

ง. Health Insurance


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Health Literacy หรือ 'ความรอบรู้ด้านสุขภาพ' คือความสามารถในการเข้าถึง เข้าใจ และนำข้อมูลไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งเป็น KPI หลักของกรมอนามัยและ สป.สธ. ในปี 2569

อ้างอิง: WHO Health Promotion Glossary 2026 Update

สูตรจำ: Literacy = อ่านออกเขียนได้ -> เข้าใจข้อมูลสุขภาพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Equity = ความเท่าเทียม/เสมอภาค, ค. Surveillance = การเฝ้าระวัง, ง. Insurance = การประกันสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Health Equity ซึ่งแปลว่าความเสมอภาคทางสุขภาพ


==============================


ข้อที่ 70

โจทย์: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตราใดที่บัญญัติเกี่ยวกับการที่หน่วยงานของรัฐ 'อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร' ที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 7

ข. มาตรา 9

ค. มาตรา 14

ง. มาตรา 15


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ระบุว่า ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ... หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

อ้างอิง: พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 15

สูตรจำ: 14 ต้องลับ 15 สั่งลับ (ตามดุลพินิจ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: 7 (ลงพิมพ์ราชกิจจาฯ), 9 (จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู), 14 (ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด), 15 (ดุลพินิจไม่เปิดเผย)

ระวังหลุมพราง: มาตรา 14 คือข้อมูลที่ 'ห้ามเปิดเผย' (เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์) ส่วนมาตรา 15 คือ 'อาจมีคำสั่งไม่เปิดเผย' (ดุลพินิจ)

#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #ข้อสอบสถานการณ์ #วิเคราะห์ข้อสอบสปสธ #ข้อสอบจริงสปสธ #ติวสอบสาธารณสุข #สอบกระทรวงสาธารณสุข #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสปสธ #สอบข้าราชการ #ติวสอบสปสธ #เตรียมสอบสปสธ #สอบสปสธ2569 #ข้อสอบภาคข #กระทรวงสาธารณสุข

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น