ข้อที่ 41
โจทย์: ในการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 จังหวัดหนึ่งมีประชากร 800,000 คน พบผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม จำนวน 400 ราย และในวันที่ 1 เมษายน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 24 ราย ข้อใดคืออัตราอุบัติการณ์ (Incidence Rate) ของโรคนี้ในวันที่ 1 เมษายน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน
ตัวเลือก:
ก. 0.5 รายต่อประชากรแสนคน
ข. 3.0 รายต่อประชากรแสนคน
ค. 5.0 รายต่อประชากรแสนคน
ง. 53.0 รายต่อประชากรแสนคน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: อัตราอุบัติการณ์ (Incidence Rate) คำนวณจาก (จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ / ประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด) x ตัวคูณ (100,000) ในที่นี้คือ (24 / 800,000) x 100,000 = 0.00003 x 100,000 = 3.0 รายต่อประชากรแสนคน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม ตัดข้อ ค เพราะเป็นการนำ 400 ไปหาร ตัดข้อ ง เพราะเป็นการนำรายเก่ารวมรายใหม่ (424) ไปคำนวณซึ่งจะได้ค่าความชุกไม่ใช่ความอุบัติการณ์
ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่างอัตราอุบัติการณ์ (Incidence - นับเฉพาะรายใหม่) กับอัตราความชุก (Prevalence - นับรวมรายเก่าและรายใหม่)
==============================
ข้อที่ 42
โจทย์: พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 กำหนดให้ 'หน่วยบริการปฐมภูมิ' มีหน้าที่หลักตามข้อใดที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบปฐมภูมิ
ตัวเลือก:
ก. การผ่าตัดขั้นสูงเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์
ข. การจัดบริการสุขภาพที่เน้นการรักษาโรคเพียงอย่างเดียว
ค. การดูแลสุขภาพโดยหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีแพทย์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม
ง. การจำหน่ายยาอันตรายให้ประชาชนโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เน้นการมีทีมผู้ให้บริการปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้นำทีม ดูแลประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องและเบ็ดเสร็จ
อ้างอิง: พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 มาตรา 16
สูตรจำ: ปฐมภูมิ = ใกล้บ้าน ใกล้ใจ มีหมอครอบครัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะเป็นงานทุติยภูมิ/ตติยภูมิ ข ผิดเพราะขาดมิติด้านการส่งเสริมและป้องกัน ง ผิดกฎหมายวิชาชีพเภสัชกรรม
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่เน้นเฉพาะการ 'รักษา' เพราะปฐมภูมิต้องรวมถึงการส่งเสริมและป้องกันด้วย
==============================
ข้อที่ 43
โจทย์: การวิเคราะห์ประเด็นทางสาธารณสุข: 'ในยุคสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขต้องเผชิญกับภาระโรคเรื้อรัง (NCDs) ที่พุ่งสูงขึ้น การขยายตัวของเทคโนโลยี Telemedicine จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ' ข้อใดคือความท้าทายหลักของเทคโนโลยีนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุตามบทความ
ตัวเลือก:
ก. การลดลงของจำนวนผู้สูงอายุในชนบท
ข. ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide)
ค. ประสิทธิภาพของยารักษาโรคเรื้อรังที่ลดลง
ง. การขาดแคลนงบประมาณในการจัดซื้อสมาร์ทโฟนให้ประชาชนทุกคน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ความท้าทายสำคัญของการใช้เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลกับผู้สูงอายุคือ ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) หรือความสามารถในการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยีที่ไม่เท่ากัน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ค ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ง เป็นนโยบายที่เกินจริงและไม่ใช่ความท้าทายหลักเชิงเทคนิค
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่ดูเป็นปัญหาใหญ่แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ 'เทคโนโลยี' ในบทความ
==============================
ข้อที่ 44
โจทย์: Select the most appropriate term for this definition: 'A collaborative, multisectoral, and transdisciplinary approach with the goal of achieving optimal health outcomes recognizing the interconnection between people, animals, plants, and their shared environment.'
ตัวเลือก:
ก. Universal Health Coverage
ข. Primary Health Care
ค. One Health
ง. Global Health Security
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: One Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) คือแนวคิดที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ WHO และกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำในปี 2026
เทคนิคการตัดช้อยส์: นิยามระบุชัดเจนถึง interconnection ของ คน-สัตว์-พืช-สิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับหลักการ One Health เท่านั้น
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Universal Health Coverage ที่เน้นเรื่องการเข้าถึงบริการทางการเงิน
==============================
ข้อที่ 45
โจทย์: รัฐบาลจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน 265,295 ล้านบาท หากในปีงบประมาณ 2568 ได้รับการจัดสรร 235,000 ล้านบาท งบประมาณปี 2569 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละเท่าใด (โดยประมาณ)
ตัวเลือก:
ก. ร้อยละ 10.8
ข. ร้อยละ 12.9
ค. ร้อยละ 15.2
ง. ร้อยละ 18.5
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: ((265,295 - 235,000) / 235,000) x 100 = (30,295 / 235,000) x 100 = 0.1289 x 100 = 12.89% หรือประมาณ 12.9%
เทคนิคการตัดช้อยส์: คำนวณตามสูตร (ส่วนต่าง / ค่าเดิม) x 100 จะได้ค่าที่ใกล้เคียงข้อ ข ที่สุด
ระวังหลุมพราง: ระวังการหารผิดตัวตั้ง ต้องใช้ตัวเลขปีเก่า (2568) เป็นฐานในการหาเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น
==============================
ข้อที่ 46
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตในกรณีใดที่ถือว่าเป็นบุคคลที่ 'ต้อง' ได้รับการบำบัดรักษา
ตัวเลือก:
ก. มีภาวะอันตราย และมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา
ข. มีภาวะอันตราย หรือมีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา
ค. มีภาวะอันตรายเพียงอย่างเดียว
ง. ไม่มีผู้ดูแลและมีพฤติกรรมรบกวนผู้อื่น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 22 บัญญัติว่า บุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตในกรณี (1) มีภาวะอันตราย หรือ (2) มีความจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา
อ้างอิง: พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 22
สูตรจำ: จิตเวช 22: อันตราย 'หรือ' จำเป็นต้องรักษา
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดที่ใช้ 'และ' ค ผิดเพราะขาดเงื่อนไขความจำเป็นในการรักษา ง ผิดเพราะไม่ใช่เกณฑ์ตามมาตรา 22 โดยตรง
ระวังหลุมพราง: จุดหลอกคือคำว่า 'และ' กับ 'หรือ' ซึ่งในกฎหมายมาตรานี้ใช้คำว่า 'หรือ' (อย่างใดอย่างหนึ่ง)
==============================
ข้อที่ 47
โจทย์: ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง (อัปเดตล่าสุดปี 2569) การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยวิธีการเผาในเตาเผา ห้องเผาควันต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่ากี่องศาเซลเซียส
ตัวเลือก:
ก. ไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส
ข. ไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส
ค. ไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส
ง. ไม่ต่ำกว่า 1,200 องศาเซลเซียส
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรฐานการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ การเผาต้องมี 2 ขั้นตอน คือห้องเผามูลฝอยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส และห้องเผาควัน (Secondary Chamber) อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส
อ้างอิง: กฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 ข้อ 29
สูตรจำ: เผาขยะ 7-6-0 เผาควัน 1-0-0-0
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คืออุณหภูมิห้องเผาขยะ ข และ ง เป็นตัวเลขหลอกที่ไม่มีในข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของไทย
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับระหว่างอุณหภูมิห้องเผาขยะ (760) กับห้องเผาควัน (1,000)
==============================
ข้อที่ 48
โจทย์: โครงสร้างสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯ หน่วยงานใดมีภารกิจหลักในการ 'จัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศ'
ตัวเลือก:
ก. กองสาธารณสุขฉุกเฉิน
ข. กองต่างประเทศ
ค. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
ง. กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (Bureau of Strategy and Planning) สังกัด สป.สธ. มีหน้าที่หลักในการพัฒนายุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติราชการ และมีกลุ่มงานความร่วมมือระหว่างประเทศในการประสานนโยบาย
อ้างอิง: กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560
สูตรจำ: วางแผน-ทำยุทธศาสตร์-คุมงบ = กองยุทธศาสตร์ฯ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เน้นภัยพิบัติ ข เป็นตัวหลอก (ภารกิจนี้แฝงอยู่ในงานยุทธศาสตร์) ง เน้นเรื่องต้นทุนและการเงิน
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอก 'กองต่างประเทศ' แม้ชื่อจะคล้ายแต่ภารกิจหลักเชิงยุทธศาสตร์อยู่ที่กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
==============================
ข้อที่ 49
โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'สปสช. ปรับเกณฑ์นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ โดยจำกัดการเข้าใช้บริการที่หน่วยนวัตกรรม (ร้านยา/คลินิกเอกชน) สำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยไว้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อคนต่อปี เพื่อรักษาสมดุลของงบประมาณปลายปิด แต่ยังคงสิทธิการรักษาที่หน่วยบริการประจำได้ไม่จำกัดครั้ง' จากข้อความนี้ ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. รัฐบาลยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่เพื่อประหยัดงบประมาณ
ข. ประชาชนสามารถใช้สิทธิบัตรทองที่ร้านยาได้เพียง 2 ครั้งต่อปีเท่านั้นในทุกกรณี
ค. การจำกัดจำนวนครั้งที่หน่วยนวัตกรรมเป็นการควบคุมค่าใช้จ่ายในระบบงบประมาณปลายปิด
ง. หน่วยบริการประจำจะไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยเข้าตรวจหากใช้สิทธิที่ร้านยาครบ 2 ครั้งแล้ว
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามประกาศ สปสช. ปี 2569 การปรับเกณฑ์มีวัตถุประสงค์เพื่อความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Sustainability) โดยใช้ระบบงบประมาณปลายปิด (Global Budget) สำหรับหน่วยนวัตกรรม แต่ไม่ได้ตัดสิทธิพื้นฐานที่หน่วยบริการประจำ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดเพราะไม่ได้ยกเลิก ข ผิดเพราะจำกัดเฉพาะ 'หน่วยนวัตกรรม' ไม่ใช่ทุกกรณี ง ผิดเพราะบทความระบุชัดว่าใช้ที่หน่วยบริการประจำได้ไม่จำกัด
ระวังหลุมพราง: โจทย์แนวนี้มักใช้คำว่า 'ทุกกรณี' หรือ 'ยกเลิก' มาเป็นตัวหลอกเพื่อสร้างความเข้าใจผิด
==============================
ข้อที่ 50
โจทย์: Read the following sentence: 'The 2026 MOPH strategic plan prioritizes the ______ of mental health services into primary care to ensure equitable access for rural populations.' Which word best fits the blank?
ตัวเลือก:
ก. segregation
ข. integration
ค. limitation
ง. elimination
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Integration หมายถึง การบูรณาการ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สาธารณสุขปี 2569 ที่เน้นการบูรณาการบริการสุขภาพจิตเข้ากับระบบปฐมภูมิ (Primary Care)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (การแบ่งแยก) ขัดกับนโยบาย ค (การจำกัด) ไม่ใช่เป้าหมายเชิงบวก ง (การกำจัด) ไม่สมเหตุสมผลในบริบทของการบริการ
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มี Prefix ใกล้เคียงกัน เช่น integration กับ segregation ซึ่งมีความหมายตรงข้ามกัน
#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #ระเบียบข้าราชการพลเรือน #วินัยข้าราชการ #ข้อสอบจริงสปสธ #ติวสอบราชการ #สอบข้าราชการสาธารณสุข #ติวสอบสปสธ #สอบสปสธ2569 #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบกระทรวงสาธารณสุข #กฎหมายข้าราชการ #เตรียมสอบสปสธ #งานราชการ #กระทรวงสาธารณสุข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น