ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อที่ 41-50

 





ข้อที่ 41

โจทย์: Choose the most appropriate word to fill in the blank: 'The Department of Social Development and Welfare aims to promote social _______ by ensuring that vulnerable groups have equal access to public services.'


ตัวเลือก:

ก. Inclusion

ข. Isolation

ค. Exclusion

ง. Competition


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Social Inclusion หมายถึง การดึงคนเข้าสู่สังคมหรือการยอมรับทางสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม ส่วน Exclusion หมายถึงการกีดกัน และ Isolation หมายถึงการแยกตัวออกไป

สูตรจำ: In = เข้า (ดึงเข้าสังคม) | Ex = ออก (กีดกันออกไป)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข และ ค มีความหมายเชิงลบซึ่งขัดกับนโยบายหน่วยงาน, ง ไม่เกี่ยวข้องกับบริบทการบริการสาธารณะเพื่อกลุ่มเปราะบาง

ระวังหลุมพราง: คำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย In- และ Ex- มักมีความหมายตรงข้ามกันในบริบทสังคม (Social Inclusion vs Social Exclusion)


==============================


ข้อที่ 42

โจทย์: เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ได้เรียกเก็บเงินจากราษฎรสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 เท่า โดยเจตนานำเงินส่วนเกินไปใช้ส่วนตัว การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดชัดเจนที่สุด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 149

ข. มาตรา 151

ค. มาตรา 154

ง. มาตรา 157


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 154 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บเกินกว่าที่ควรเก็บ...' ซึ่งตรงกับพฤติการณ์ในโจทย์ที่เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

สูตรจำ: 154 = เก็บเกิน/ไม่เก็บ (เรื่องเงินๆ ทองๆ ในหน้าที่)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เรียกรับสินบน (Bribe), ข. ใช้อำนาจจัดการทรัพย์โดยทุจริต, ง. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบทั่วไป

ระวังหลุมพราง: มาตรา 154 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับการ 'เรียกเก็บเงินเกิน' ซึ่งมีความโทษหนักและชัดเจนกว่ามาตรา 157 (บททั่วไป)


==============================


ข้อที่ 43

โจทย์: กรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายจากการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ และหน่วยงานต้องการใช้สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้เงินคืน (ไล่เบี้ย) จะต้องดำเนินการภายในอายุความตามข้อใด


ตัวเลือก:

ก. 1 ปี นับแต่วันที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย

ข. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ค. 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ง. 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 12 สิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ แต่ถ้ากระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด อายุความคือ 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานมีคำสั่งตามความเห็นกระทรวงการคลัง

สูตรจำ: ไล่เบี้ย = 1 ปี รู้ตัว (ม.12)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่นับจากวันจ่ายเงิน, ค. ระยะเวลาผิด, ง. เป็นอายุความทั่วไปไม่ใช่การไล่เบี้ย

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอายุความฟ้องหน่วยงาน (1 ปี/10 ปีตาม ปพพ.) อายุความ 'ไล่เบี้ย' นับจาก 'วันที่รู้ตัวเจ้าหน้าที่'


==============================


ข้อที่ 44

โจทย์: เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองรายหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลสมุดทะเบียนสมาชิกนิคมฯ ได้ทำการ 'ลบชื่อ' สมาชิกที่ถูกต้องออก และ 'กรอกชื่อ' ญาติของตนเองลงไปแทนเพื่อให้ได้รับสิทธิจัดสรรที่ดินโดยมิชอบ การกระทำนี้มีความผิดฐานใดตามประมวลกฎหมายอาญา


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์)

ข. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ)

ค. มาตรา 161 (เจ้าพนักงานทำปลอมหรือทำลายเอกสาร)

ง. มาตรา 162 (เจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร... กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น' การแก้ไขหรือลบข้อความในสมุดทะเบียนที่เป็นเอกสารราชการในหน้าที่ตนเองเข้าข่ายมาตรานี้โดยตรง (มาตรา 161 เน้นการกระทำต่อตัวเอกสารที่ตนมีหน้าที่ดูแล)

สูตรจำ: 161 = ปลอม/แก้เอกสารในหน้าที่ | 162 = จดความเท็จในหน้าที่


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่การยักยอกเงินหรือทรัพย์, ข. เป็นบททั่วไป, ง. มาตรา 162 เน้นการจดข้อความเท็จลงในเอกสารที่กำลังทำขึ้นใหม่ แต่เคสนี้เป็นการ 'แก้ไข/ลบ' ของเดิม

ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็นบททั่วไป แต่หากมีการกระทำที่ระบุไว้ในบทเฉพาะอย่างมาตรา 161 หรือ 162 ต้องปรับบทกฎหมายเฉพาะก่อน


==============================


ข้อที่ 45

โจทย์: Which sentence is grammatically CORRECT regarding the 2026 Social Development Plan?


ตัวเลือก:

ก. The new welfare system was implement by the ministry last month.

ข. Each of the social workers are required to submit a report.

ค. The budget for the destitute protection fund has been increased.

ง. If the government provides more funds, the project will success.


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ข้อ ค. ถูกต้องตามโครงสร้าง Present Perfect Passive Voice (has/have + been + v.3) ซึ่งใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและส่งผลถึงปัจจุบัน ข้อ ก. ผิดเพราะต้องเป็น 'was implemented' (v.3), ข้อ ข. ผิดเพราะ Each ต้องใช้กริยาเอกพจน์ (is), ข้อ ง. ผิดเพราะ 'success' เป็นคำนาม ต้องใช้ 'succeed' (กริยา)

สูตรจำ: Each = เอกพจน์เสมอ | Has been + V.3 = ถูกกระทำมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ลืมเติม -ed ใน Passive Voice, ข. ใช้กริยาพหูพจน์กับ Each, ง. ใช้ Part of Speech ผิดตำแหน่ง

ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่อง Subject-Verb Agreement กับคำว่า 'Each of' และการใช้ Word Form ระหว่าง success/succeed


==============================


ข้อที่ 46

โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'หากสถานะทางการเงินต่ำกว่าเส้นความยากจนปี 2569 และเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง จะได้รับสิทธิเข้าพักในนิคมสร้างตนเองเป็นกรณีพิเศษ' หากนายสมชายได้รับสิทธิเข้าพักในนิคมสร้างตนเองเป็นกรณีพิเศษ ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุด


ตัวเลือก:

ก. นายสมชายเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง

ข. นายสมชายมีสถานะทางการเงินต่ำกว่าเส้นความยากจน

ค. หากนายสมชายไม่ได้รับสิทธิ แสดงว่าเขาไม่ใช่ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง

ง. ไม่มีข้อสรุปใดสมเหตุสมผลตามหลักตรรกศาสตร์


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์แบบนิรนัย (Deductive Logic) หากกำหนด 'ถ้า P และ Q แล้ว R' เมื่อเกิด R (ผล) เราไม่สามารถสรุปย้อนกลับได้ว่าต้องเกิด P หรือ Q เสมอไป (อาจมีเงื่อนไขอื่นที่ทำให้ได้ R) การสรุปว่านายสมชายเป็นผู้สูงอายุ (ก) หรือจน (ข) จึงเป็นการสรุปที่เกินจากเงื่อนไขที่ให้มา

สูตรจำ: ถ้าเหตุไปผล = ชัวร์ | ถ้าผลไปเหตุ = ไม่ชัวร์


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ข เป็นการสรุปย้อนเหตุ ซึ่งไม่แน่นอน, ค เป็นการสรุปแบบแย้งสลับที่ที่ผิดพลาดเพราะเงื่อนไขเป็น 'และ' ไม่ใช่ 'หรือ'

ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักสรุปย้อนกลับจาก 'ผล' ไปหา 'เหตุ' ซึ่งเป็นข้อบกพร่องทางตรรกะ (Affirming the Consequent)


==============================


ข้อที่ 47

โจทย์: ข้อใดใช้ภาษาในหนังสือราชการหรือรายงานผลการดำเนินงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด


ตัวเลือก:

ก. กรมฯ ได้ทำการแจกเงินช่วยเหลือให้แก่คนไร้ที่พึ่งเรียบร้อยแล้ว

ข. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ดำเนินการมอบเงินอุดหนุนเพื่อสงเคราะห์แก่คนไร้ที่พึ่งเป็นที่เรียบร้อย

ค. เจ้าหน้าที่ได้เอาเงินไปให้พวกคนเร่ร่อนตามนโยบายจัดระเบียบสังคมปี 2569

ง. การให้เงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งในเขตกรุงเทพมหานครเสร็จสิ้นลงแล้วในวันนี้


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ภาษาที่ใช้ในหนังสือราชการต้องมีความสุภาพ เป็นทางการ และใช้คำศัพท์เฉพาะทางที่ถูกต้อง (Terminology) เช่น 'มอบเงินอุดหนุนเพื่อสงเคราะห์' แทนคำว่า 'แจกเงิน' และใช้ชื่อหน่วยงานเต็มในบริบทที่ต้องการความชัดเจน

สูตรจำ: ภาษาราชการ = สุภาพ + ตรงประเด็น + ใช้คำศัพท์เฉพาะทาง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้คำว่า 'แจก' ไม่เป็นทางการ, ค. ใช้คำว่า 'เอาไปให้' และ 'พวกคนเร่ร่อน' ซึ่งไม่สุภาพ, ง. ขาดรูปแบบประโยคที่เป็นแบบแผนราชการ

ระวังหลุมพราง: ระวังคำกริยาที่ไม่เป็นทางการ เช่น 'แจก', 'เอาไปให้', 'เรียบร้อยแล้ว' (ควรใช้ ดำเนินการ...เรียบร้อย)


==============================


ข้อที่ 48

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตราใด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 13 (การคัดค้านเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสีย)

ข. มาตรา 30 (การให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน)

ค. มาตรา 37 (การระบุเหตุผลในคำสั่งทางปกครอง)

ง. มาตรา 40 (การระบุสิทธิการอุทธรณ์)


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 30 วรรคสอง (1) บัญญัติข้อยกเว้นที่ไม่ต้องให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน หากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์สาธารณะหรือแก่บุคคลใด

สูตรจำ: รีบมาก = ไม่ต้องฟัง (ม.30) แต่ยังต้องบอกเหตุผล (ม.37)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เรื่องความเป็นกลางยกเว้นไม่ได้, ค และ ง ต้องทำเพื่อให้คำสั่งชอบด้วยกฎหมายแม้จะเร่งด่วน

ระวังหลุมพราง: ความจำเป็นเร่งด่วนยกเว้นการ 'ฟังคู่กรณี' (มาตรา 30) แต่ไม่ยกเว้น 'การให้เหตุผล' หรือ 'การบอกสิทธิอุทธรณ์'


==============================


ข้อที่ 49

โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้จัดสรรงบประมาณเยียวยากลุ่มเปราะบางจากภาวะคลื่นความร้อนใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 1.2 ล้านบาท, อุดรธานี 0.8 ล้านบาท, นครราชสีมา 1.5 ล้านบาท, สุราษฎร์ธานี 0.9 ล้านบาท และชลบุรี 1.1 ล้านบาท หากในเดือนพฤษภาคมต้องการเพิ่มงบประมาณเฉลี่ยต่อจังหวัดให้สูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 20 จะต้องตั้งงบประมาณรวมทั้ง 5 จังหวัดเป็นเงินเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 6.12 ล้านบาท

ข. 6.60 ล้านบาท

ค. 7.20 ล้านบาท

ง. 7.50 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: 1. คำนวณงบประมาณรวมเดิม: 1.2 + 0.8 + 1.5 + 0.9 + 1.1 = 5.5 ล้านบาท 2. คำนวณค่าเฉลี่ยเดิม: 5.5 / 5 = 1.1 ล้านบาทต่อจังหวัด 3. เพิ่มค่าเฉลี่ยร้อยละ 20: 1.1 + (1.1 x 0.20) = 1.32 ล้านบาทต่อจังหวัด 4. งบประมาณรวมใหม่ 5 จังหวัด: 1.32 x 5 = 6.6 ล้านบาท


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ต่ำเกินไป (เพิ่มเพียงเล็กน้อย), ค. และ ง. สูงเกินไปจากการคำนวณผิดพลาดในขั้นตอนการหาค่าเฉลี่ย

ระวังหลุมพราง: ระวังการนำร้อยละ 20 ไปบวกกับงบรวมโดยตรงแม้จะได้ผลลัพธ์เท่ากันในกรณีนี้ แต่โจทย์เน้นที่การเปลี่ยนแปลง 'ค่าเฉลี่ย' ซึ่งเป็นทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่พบบ่อยในข้อสอบภาค ก.


==============================


ข้อที่ 50

โจทย์: บทความเรื่อง 'นวัตกรรมสังคมไทย 2569: จากสงเคราะห์สู่การสร้างพลัง' กล่าวว่า 'การจัดสวัสดิการในยุคดิจิทัลต้องมิใช่เพียงการจ่ายเงินโอน แต่คือการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงทางสังคมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก่อนเกิดวิกฤต' สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. เน้นการแก้ไขปัญหาหลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นแล้ว

ข. เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเชิงรุก (Proactive)

ค. เน้นการเพิ่มวงเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม

ง. เน้นการยกเลิกการจ่ายเงินโอนและเปลี่ยนเป็นการให้ความรู้แทน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: บทความเน้นคำว่า 'พยากรณ์ความเสี่ยง' และ 'เข้าถึงก่อนเกิดวิกฤต' ซึ่งหมายถึงการทำงานเชิงรุก (Proactive) โดยใช้ Data-driven approach ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวง พม. ในปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดแย้งกับคำว่า 'ก่อนเกิดวิกฤต', ค. บทความไม่ได้กล่าวถึงการเพิ่มวงเงิน, ง. บทความบอกว่า 'ต้องมิใช่เพียง' ไม่ได้บอกให้ 'ยกเลิก'

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'การใช้ข้อมูลพยากรณ์' กับ 'การเพิ่มเงิน' โจทย์เน้นที่ 'วิธีการ' ไม่ใช่ 'จำนวนเงิน'

#พรบผู้สูงอายุ #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม69 #แนวข้อสอบพรบผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #ข้อสอบพมจริง #ติวสอบพม2569 #กองทุนผู้สูงอายุ #สิทธิผู้สูงอายุ #นักพัฒนาสังคม #เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #สอบภาคขพม #กฎหมายสอบราชการ #เตรียมสอบพม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น