ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พฐ.2 พฐ.3 ข้อที่ 61-70

 


ข้อที่ 61

โจทย์: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ 'การลงชื่อ' ในหนังสือภายนอก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


ตัวเลือก:

ก. ต้องมีคำลงท้ายเสมอ เช่น 'ขอแสดงความนับถือ'

ข. ไม่ต้องพิมพ์ชื่อเต็มใต้ลายมือชื่อ

ค. ต้องใช้หมึกสีแดงเพื่อแสดงความสำคัญ

ง. ไม่ต้องระบุตำแหน่งของผู้ลงชื่อ


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: หนังสือภายนอก (หนังสือที่ติดต่อระหว่างส่วนราชการหรือส่วนราชการกับบุคคลภายนอก) รูปแบบต้องมีคำลงท้ายตามความเหมาะสม (ส่วนใหญ่คือ ขอแสดงความนับถือ) และต้องพิมพ์ชื่อเต็มและตำแหน่งกำกับเสมอ

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 11

สูตรจำ: ภายนอก = มีพิธี = มีคำลงท้าย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ผิด เพราะต้องมีชื่อเต็มในวงเล็บ ค. ต้องใช้หมึกสีดำหรือน้ำเงิน ง. ต้องระบุตำแหน่งเสมอ

ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับ 'หนังสือภายใน' (บันทึกข้อความ) ซึ่งไม่ต้องมีคำลงท้าย


==============================


ข้อที่ 62

โจทย์: หากได้รับมอบหมายให้สรุปข้อมูลผลการทดสอบสารเสพติดจากไฟล์ Excel จำนวน 5,000 รายการ เพื่อหาค่าเฉลี่ยของปริมาณสารที่พบในแต่ละกลุ่มตัวอย่าง คุณควรใช้ฟังก์ชันใดจึงจะรวดเร็วและแม่นยำที่สุด


ตัวเลือก:

ก. VLOOKUP

ข. PivotTable

ค. Mail Merge

ง. AutoCorrect


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: PivotTable เป็นเครื่องมือใน Excel ที่ใช้วิเคราะห์ สรุป และจัดกลุ่มข้อมูลปริมาณมาก (Data Summarization) เพื่อหาค่าเฉลี่ย ผลรวม หรือนับจำนวนได้อย่างรวดเร็ว

สูตรจำ: สรุปข้อมูลเยอะ = Pivot


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้ค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไขรายแถว ค. เป็นฟังก์ชันใน Word สำหรับจดหมายเวียน ง. เป็นการแก้ไขคำผิดอัตโนมัติ

ระวังหลุมพราง: VLOOKUP ใช้ค้นหาข้อมูลรายตัว แต่ PivotTable ใช้สรุปภาพรวม


==============================


ข้อที่ 63

โจทย์: จากบทความข่าวเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 'รัฐบาลประกาศยกระดับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลแห่งอาเซียน' ข้อใดคือจุดประสงค์หลักของนโยบายนี้ตามนัยของบทความ


ตัวเลือก:

ก. เพื่อขยายฐานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ภาคตะวันออก

ข. เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์และดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีชั้นสูง

ค. เพื่อเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ EEC ให้ครบทุกตำบล

ง. เพื่อโอนย้ายงบประมาณจากงานทะเบียนราษฎร์มาใช้งานสืบสวนคดีพิเศษ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การยกระดับสู่ 'ศูนย์กลางอุตสาหกรรมพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล' (Digital Forensics Hub) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เน้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยข้อมูลและการดึงดูดนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีในพื้นที่ EEC ปี 2569

สูตรจำ: EEC + Digital = Investment + Safety


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล ค. เป็นการบริหารจัดการกำลังพลซึ่งไม่ใช่ระดับอุตสาหกรรม ง. การโอนงบประมาณเป็นเรื่องเทคนิค ไม่ใช่จุดประสงค์หลักเชิงนโยบาย

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกับงานบริการประชาชนทั่วไป


==============================


ข้อที่ 64

โจทย์: ข้าราชการตำรวจผู้ใด 'ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น' มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด


ตัวเลือก:

ก. มาตรา 147

ข. มาตรา 148

ค. มาตรา 157

ง. มาตรา 162


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 148 คือความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ซึ่งมีโทษหนักกว่ามาตรา 157

อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148

สูตรจำ: 148 = ข่มขืนใจ (เอาของเขา) / 147 = เอาของหลวง (ที่ตัวเองถือ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือยักยอกทรัพย์หลวง ค. คือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ (มาตราครอบจักรวาล) ง. คือการทำเอกสารเท็จ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ ม.147 ซึ่งเป็นเรื่องการ 'เบียดบัง' ทรัพย์ที่ตนดูแล (ยักยอกหลวง)


==============================


ข้อที่ 65

โจทย์: ในการส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบงานสารบรรณตำรวจ พ.ศ. 2556 ข้อใดถือเป็น 'วันที่ส่งหนังสือ' ที่สมบูรณ์ที่สุด


ตัวเลือก:

ก. วันที่ผู้พิมพ์เริ่มพิมพ์เนื้อความในคอมพิวเตอร์

ข. วันที่เจ้าหน้าที่สารบรรณนำเอกสารใส่แฟ้มเสนอ

ค. วันที่ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ออกหมายเลขรับส่งโดยอัตโนมัติ

ง. วันที่ข้อมูลเข้าสู่ระบบสื่อสารของหน่วยงานผู้รับ


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามระเบียบงานสารบรรณ (ฉบับล่าสุด 2566) และแนวทางปฏิบัติดิจิทัล การส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะถือว่าส่งสำเร็จเมื่อข้อมูลเข้าสู่ระบบสื่อสารของผู้รับ (Entry into the receiver's system)

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564

สูตรจำ: ส่งสำเร็จ = ถึงบ้าน (ระบบ) ผู้รับ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นขั้นตอนเตรียมการ ค. เป็นเพียงลำดับเลขที่ในระบบฝั่งผู้ส่ง แต่ยังไม่การันตีการถึงมือผู้รับ

ระวังหลุมพราง: มักจะตอบ 'วันที่ลงนาม' หรือ 'วันที่กดส่ง' แต่กฎหมายเน้นการ 'เข้าถึงระบบผู้รับ'


==============================


ข้อที่ 66

โจทย์: Select the most appropriate word to complete the forensic report: 'The forensic team found that the DNA samples were ______ due to improper storage temperature, making them unreliable for trial.'


ตัวเลือก:

ก. enhanced

ข. contaminated

ค. preserved

ง. documented


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ในบริบทของการพิสูจน์หลักฐาน (Forensic) หากอุณหภูมิเก็บรักษาไม่ถูกต้อง ตัวอย่าง DNA จะเกิดการ 'contaminated' (ปนเปื้อน/เสื่อมสภาพ) ทำให้ใช้เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือในศาล (unreliable for trial) ไม่ได้

สูตรจำ: Bad Temp = Contaminated (เสีย/ปนเปื้อน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แปลว่าทำให้ดีขึ้น ค. แปลว่าเก็บรักษาไว้อย่างดี ง. แปลว่าถูกบันทึกเป็นเอกสาร ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่เป็นลบ (unreliable)

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า preserved ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับสิ่งที่โจทย์ต้องการสื่อ


==============================


ข้อที่ 67

โจทย์: Identify the grammatical error in this sentence: 'The forensic expert (A) which (B) analyzed the evidence (C) has been working (D) for the police force since 2020.'


ตัวเลือก:

ก. (A)

ข. (B)

ค. (C)

ง. (D)


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ความผิดพลาดอยู่ที่ Relative Pronoun 'which' เพราะ 'The forensic expert' เป็นคน ต้องใช้ 'who' หรือ 'that' แทน

สูตรจำ: คนใช้ Who / สิ่งของใช้ Which


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. analyzed เป็น V2 ตามหลัง Relative Clause ถูกต้อง ค. Present Perfect Continuous ใช้กับเหตุการณ์ที่ทำต่อเนื่องถูกแล้ว ง. since + จุดเริ่มต้นเวลา ถูกต้อง

ระวังหลุมพราง: ระวังหลงประเด็นไปที่ Tense (has been working) ซึ่งถูกแล้วเพราะมี 'since 2020'


==============================


ข้อที่ 68

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งปกครองเล็งเห็นว่าตนมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการอย่างไรเป็นอันดับแรก


ตัวเลือก:

ก. รีบทำคำสั่งให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

ข. แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบเพื่อสั่งการ

ค. โอนเรื่องให้เพื่อนร่วมงานที่มีความสนิทสนมจัดการแทน

ง. ทำหนังสือชี้แจงเหตุผลต่อศาลปกครองทันที


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตาม ม.13 และ ม.16 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เมื่อเจ้าหน้าที่รู้ตัวว่ามีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง ต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบเพื่อสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด

อ้างอิง: ม.13 และ ม.16 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

สูตรจำ: มีส่วนได้เสีย = แจ้งนาย (เหนือ 1 ชั้น)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักความเป็นกลาง ค. ทำไม่ได้ต้องให้ผู้บังคับบัญชาสั่ง ง. เป็นการข้ามขั้นตอนการบริหารราชการ

ระวังหลุมพราง: มักสับสนระหว่าง 'แจ้งผู้บังคับบัญชา' กับ 'ถอนตัวทันทีโดยไม่บอกใคร'


==============================


ข้อที่ 69

โจทย์: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 กำหนดให้ 'องค์กรกลางบริหารงานบุคคล' มีหน้าที่สำคัญในข้อใด


ตัวเลือก:

ก. จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในความรับผิดชอบ

ข. ตัดสินโทษประหารชีวิตข้าราชการที่ทุจริต

ค. ยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่ทำตามนโยบายรัฐบาล

ง. แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อเกิดสูญญากาศทางการเมือง


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตาม ม.6 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการ

อ้างอิง: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 6

สูตรจำ: องค์กรกลางฯ = ร่างประมวลจริยธรรม


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ค. ง. เป็นอำนาจที่ไม่มีอยู่จริงในกฎหมายฉบับนี้และเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรกลางบริหารงานบุคคล

ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ก.ม.จ.' (คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม) ซึ่งมีหน้าที่กากับดูแลภาพรวม


==============================


ข้อที่ 70

โจทย์: ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพิ่มขึ้นจากปี 2568 คิดเป็นร้อยละ 15 โดยในปี 2568 มีจำนวนคดีทั้งสิ้น 12,000 คดี หากรัฐบาลตั้งเป้าหมายลดจำนวนคดีในไตรมาสที่สองให้ลงมาเท่ากับค่าเฉลี่ยรายไตรมาสของปี 2568 รัฐบาลต้องลดจำนวนคดีลงอย่างน้อยกี่คดี (กำหนดให้ปี 2568 แต่ละไตรมาสมีจำนวนคดีเท่ากัน)


ตัวเลือก:

ก. 450 คดี

ข. 1,350 คดี

ค. 1,800 คดี

ง. 3,450 คดี


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: คำนวณตามขั้นตอน: 1. หาค่าเฉลี่ยรายไตรมาสปี 2568 = 12,000 / 4 = 3,000 คดี 2. หาจำนวนคดีไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสเฉลี่ยเดิม = 3,000 + (3,000 * 0.15) = 3,450 คดี 3. เป้าหมายคือลดให้เหลือ 3,000 คดี ดังนั้นต้องลดลง 3,450 - 3,000 = 450 คดี

สูตรจำ: ตั้งเป้าที่ไหน เอาค่านั้นเป็นตัวลบ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. เกิดจากการนำ 15% ไปคูณยอดรวมปี 68 แล้วหาร 4 ซึ่งผิดขั้นตอน ค. คือ 15% ของ 12,000 ซึ่งไม่ใช่ฐานที่ถูกต้อง ง. คือจำนวนคดีทั้งหมดใน Q1/69 ไม่ใช่จำนวนที่ต้องลดลง

ระวังหลุมพราง: ระวังอย่าใช้ยอดรวมทั้งปี 12,000 มาคิด ต้องใช้ค่าเฉลี่ยรายไตรมาสตามที่โจทย์ระบุ

#ภาษาไทยสอบตำรวจ #ติวภาษาไทย #สอบตำรวจพิสูจน์หลักฐาน #พฐ2 #พฐ3 #สอบตำรวจ2569 #ติวข้อสอบตำรวจ #แนวข้อสอบตำรวจ #พิสูจน์หลักฐาน #ตำรวจวิทยาการ #เตรียมสอบตำรวจ #สายอำนวยการ #นายร้อยตำรวจ #สอบข้าราชการ #แนวข้อสอบพฐ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น