ข้อที่ 11
โจทย์: พิจารณาอนุกรมตัวเลขต่อไปนี้: 5, 11, 23, 47, 95, ... ตัวเลขถัดไปคือข้อใด (วิเคราะห์จากแนวโน้มดัชนีราคาผู้บริโภคเมษายน 2569)
ตัวเลือก:
ก. 189
ข. 191
ค. 193
ง. 201
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: อนุกรมนี้มีฐานการคำนวณแบบ (n x 2) + 1 โดยเริ่มจาก 5x2+1 = 11, 11x2+1 = 23, 23x2+1 = 47, 47x2+1 = 95 ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 95x2+1 = 191
อ้างอิง: N/A
สูตรจำ: สูตร 'คูณสองบวกหนึ่ง' พึ่งพาได้เสมอในอนุกรมก้าวกระโดด
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 189 เกิดจาก 95x2-1 (ผิดเครื่องหมาย), ค. 193 เกิดจากการบวกเพิ่มผิดตำแหน่ง, ง. 201 เป็นตัวเลขโดดที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงระบบ
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับอนุกรมการบวกเพิ่มที่เพิ่มเป็นเท่าตัว (6, 12, 24...) ให้เช็คความสัมพันธ์ระหว่างพจน์ให้ชัดเจน
==============================
ข้อที่ 12
โจทย์: ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ได้ 'ถูกต้อง' ตามโบราณราชประเพณี ในการกล่าวถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตัวเลือก:
ก. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเล็กน้อย
ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอาการประชวร
ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวร
ง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีอาการพระประชวร
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'ประชวร' เป็นคำกริยาราชาศัพท์อยู่แล้ว เมื่อใช้ 'ทรง' นำหน้าคำกริยาราชาศัพท์ไม่ต้องมีคำว่า 'มี' หรือ 'เป็น' มาคั่น และไม่ใช้ 'ทรงมี/ทรงเป็น' นำหน้าคำที่เป็นราชาศัพท์ในตัวมันเอง
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ภาคผนวกราชาศัพท์)
สูตรจำ: ทรง + กริยาสามัญ = ได้ / ทรง + กริยาราชาศัพท์ = ไม่ได้ (ห้ามซ้อน!)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้คำขยาย 'เล็กน้อย' ไม่เหมาะสม, ข. และ ง. ใช้โครงสร้าง 'ทรงมี' หรือ 'มีอาการ' ซ้อนกับคำราชาศัพท์ซึ่งผิดหลักภาษา
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ 'ทรงมี/ทรงเป็น' นำหน้ากริยาราชาศัพท์ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในข้อสอบตำรวจ
==============================
ข้อที่ 13
โจทย์: หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ใครเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน
ตัวเลือก:
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. คณะรัฐมนตรี (ครม.)
ค. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในกรณีของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีผู้รักษาราชการแทนตามกฎหมาย ให้ 'คณะรัฐมนตรี' เป็นผู้แต่งตั้งข้าราชการที่เห็นสมควรให้เป็นผู้รักษาราชการแทน
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 41 และ 42
สูตรจำ: ไม่มีใครอยู่ -> ครม. จัดให้ (ตัวใหญ่ระดับกรมขึ้นไป)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. นายกฯ มีอำนาจสั่งการแต่การแต่งตั้งรักษาราชการแทนตำแหน่งสำคัญเป็นอำนาจ ครม., ค. ก.ตร. ดูแลเรื่องบริหารงานบุคคลแต่ไม่ใช่ผู้แต่งตั้งรักษาราชการแทนตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน, ง. สตช. ไม่ได้สังกัดมหาดไทย
ระวังหลุมพราง: อย่าตอบ 'นายกรัฐมนตรี' แม้ สตช. จะขึ้นตรงต่อนายกฯ แต่การแต่งตั้งรักษาราชการแทนในระดับนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม.
==============================
ข้อที่ 14
โจทย์: Read the following statement about 2026 Sustainable Energy: 'Thailand aims to increase the share of renewable energy to 40% of total consumption by 2030.' What does 'renewable energy' mean?
ตัวเลือก:
ก. Energy from fossil fuels
ข. Energy that can be used only once
ค. Energy from natural sources that are constantly replenished
ง. Energy that causes high pollution
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: Renewable energy หมายถึง พลังงานหมุนเวียนที่ได้จากแหล่งธรรมชาติที่ไม่มีวันหมดสิ้น เช่น แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ
อ้างอิง: แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024-2030)
สูตรจำ: RE = Again, NEW = ใหม่ -> ทำใหม่ได้เรื่อยๆ = หมุนเวียน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Fossil fuels คือพลังงานสิ้นเปลือง, ข. เป็นนิยามของ Non-renewable, ง. พลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นพลังงานสะอาด
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Non-renewable ซึ่งหมายถึงพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป
==============================
ข้อที่ 15
โจทย์: จากสถานการณ์ค่าความร้อนสะสม (Heat Index) ในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่พุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ข้อใดสรุป 'ใจความสำคัญ' ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. รัฐบาลควรประกาศให้เดือนเมษายนเป็นเดือนแห่งการพักร้อนแห่งชาติ
ข. ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและระบบนิเวศ
ค. ประชาชนควรดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงเวลาเที่ยงวัน
ง. ค่าความร้อนสะสมเป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวของการจัดการผังเมืองในกรุงเทพฯ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใจความสำคัญต้องครอบคลุมภาพรวมของเหตุการณ์และสาเหตุเชิงโครงสร้าง ซึ่งข้อ ข. อธิบายถึงปัจจัยหลัก (เอลนีโญ) และผลกระทบที่กว้างขวางที่สุด
อ้างอิง: รายงานสถานการณ์ภาวะโลกร้อน กรมอุตุนิยมวิทยา (ฉบับคาดการณ์ปี 2569)
สูตรจำ: ใจความสำคัญ = ใคร/อะไร + ทำอะไร/ส่งผลอย่างไร (ต้องกว้างและครอบคลุม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ยังไม่มีมูล, ค. เป็นรายละเอียดปลีกย่อย/คำแนะนำ, ง. เป็นการตีความเชิงลบที่แคบเกินไปเฉพาะพื้นที่
ระวังหลุมพราง: ข้อ ค. เป็นเพียง 'ข้อควรปฏิบัติ' ไม่ใช่ 'ใจความสำคัญ' ของปรากฏการณ์
==============================
ข้อที่ 16
โจทย์: อุปมาอุปไมย: 'พัดลม : ไฟฟ้า' มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ตัวเลือก:
ก. รถยนต์ : ยางพารา
ข. โทรศัพท์ : สัญญาณ
ค. เรือใบ : ลม
ง. เตาแก๊ส : กระทะ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ 'เครื่องจักร/อุปกรณ์ : พลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนหลัก' พัดลมต้องใช้ไฟฟ้า เรือใบต้องใช้ลม
อ้างอิง:
สูตรจำ: จำไว้ว่า: ซ้ายคือเครื่องยนต์ ขวาคือพลัง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ยางพาราเป็นวัตถุดิบไม่ใช่พลังงานหลัก, ข. สัญญาณเป็นสื่อกลางไม่ใช่พลังงานขับเคลื่อนมอเตอร์, ง. กระทะเป็นอุปกรณ์รองที่ใช้คู่กัน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'พลังงานที่ขับเคลื่อน' กับ 'ส่วนประกอบ' หรือ 'สิ่งที่ทำงานร่วมกัน'
==============================
ข้อที่ 17
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะตราโล่ไปปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ร้าย แล้วเกิดอุบัติเหตุชนรถประชาชนเสียหายโดย 'ประมาทเลินเล่อ' ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัว
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องร่วมกันจ่ายครึ่งหนึ่ง
ง. ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องร้องได้เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ ระบุว่า หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงาน (สตช.) จะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้
อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5
สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน / นอกหน้าที่ = ฟ้องส่วนตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักมาตรา 5 (ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ถ้าอยู่ในหน้าที่), ค. ไม่มีหลักการหารครึ่งในกฎหมายนี้, ง. ผิดหลักสิทธิมนุษยชนและการปกครองระบอบนิติรัฐ
ระวังหลุมพราง: ระวัง! แม้เจ้าหน้าที่จะประมาท แต่ถ้าเป็นการ 'ในหน้าที่' ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานก่อนเสมอ เจ้าหน้าที่จะรับผิดส่วนตัวก็ต่อเมื่อ 'ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' (ซึ่งหน่วยงานจะไปไล่เบี้ยทีหลัง)
==============================
ข้อที่ 18
โจทย์: หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุค 'Digital Transformation 2026' ข้อใดคือการประยุกต์ใช้หลัก 'ความมีเหตุผล' ได้ถูกต้องที่สุดสำหรับข้าราชการตำรวจ
ตัวเลือก:
ก. การซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีที่แพงที่สุดเพื่อแสดงถึงความทันสมัยของหน่วยงาน
ข. การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและผลกระทบก่อนตัดสินใจนำระบบ AI มาใช้ในงานบริหารงานเอกสาร
ค. การปฏิเสธการใช้เทคโนโลยีทุกชนิดเพื่อประหยัดงบประมาณของชาติ
ง. การรอให้หน่วยงานอื่นใช้เทคโนโลยีนั้นจนเก่าก่อนแล้วจึงค่อยนำมาปรับใช้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: หลัก 'ความมีเหตุผล' คือการตัดสินใจอย่างมีพิจารณญาณ โดยคำนึงถึงเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ การใช้ AI โดยวิเคราะห์ความคุ้มค่าจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องที่สุด
อ้างอิง: หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
สูตรจำ: เหตุผล = คิดถึงผลกระทบ + ความคุ้มค่า
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขาดความพอประมาณ, ค. ขาดความมีเหตุผลและไม่ทันโลก, ง. ขาดการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการพัฒนาองค์กร
ระวังหลุมพราง: เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การ 'ประหยัดจนไม่ทำอะไร' แต่คือการ 'ใช้ให้ฉลาดและพอดี'
==============================
ข้อที่ 19
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence regarding the 2026 World Expo preparations: 'The committee members _______ the final decision on the venue by the end of next month.'
ตัวเลือก:
ก. will reach
ข. will have reached
ค. reaching
ง. reach
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประโยคนี้มีตัวบ่งชี้เวลาคือ 'by the end of next month' (ภายในสิ้นเดือนหน้า) ซึ่งแสดงถึงเหตุการณ์ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในอนาคต จึงต้องใช้ Future Perfect Tense (will have + V.3)
อ้างอิง: N/A
สูตรจำ: เจอ BY เมื่อไหร่ ให้มองหา HAVE + V3 ทันที!
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. will reach ใช้กับอนาคตทั่วไป ไม่เน้นการสิ้นสุดตามกำหนดเวลา, ค. reaching ผิดโครงสร้างไวยากรณ์ (ขาด Verb ช่วย), ง. reach เป็น Present Simple ไม่สอดคล้องกับอนาคต
ระวังหลุมพราง: คำว่า 'by the time' หรือ 'by + [เวลาในอนาคต]' คือสัญญาณเตือนของ Perfect Tense เสมอ
==============================
ข้อที่ 20
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดตั้ง ส่วนราชการในระดับ 'สำนัก' หรือ 'กอง' ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องตราเป็นกฎหมายลำดับใด
ตัวเลือก:
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การแบ่งส่วนราชการภายในกรม (หรือเทียบเท่าอย่าง สตช.) ให้ตราเป็น 'กฎกระทรวง' โดยต้องระบุอำนาจหน้าที่ไว้ด้วย
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ทวิ
สูตรจำ: ตั้งกรม/กระทรวง = พ.ร.บ. / แบ่งข้างในกรม = กฎกระทรวง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้สำหรับการตั้ง/ยุบ กระทรวงหรือกรม (นิติบุคคล), ข. ใช้สำหรับการเปลี่ยนชื่อหรือโอนอำนาจหน้าที่ที่ไม่เพิ่มตำแหน่ง, ง. ไม่ใช่รูปแบบกฎหมายในการแบ่งส่วนราชการหลัก
ระวังหลุมพราง: ถ้าเป็นการตั้ง 'กระทรวง' หรือ 'กรม' ใหม่ (มีผลต่อสถานะนิติบุคคล) ต้องเป็น พ.ร.บ. แต่ถ้าแบ่งภายในเป็นสำนัก/กอง ใช้แค่กฎกระทรวง
#ติวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการ #คณิตศาสตร์ตำรวจ #สอบตำรวจ2569 #ตำรวจสายอำนวยการ #แนวข้อสอบตำรวจ #ติวสอบตำรวจ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข้อสอบตำรวจอำนวยการ #สูตรลัดคณิต #ติวสอบราชการ #คณิตตำรวจอำนวยการ #เตรียมสอบตำรวจ #ติวฟรีตำรวจ #ข้อสอบจริงตำรวจ #ตำรวจอำนวยการ69
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น