ข้อที่ 51
โจทย์: ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131/1 ในการสอบสวนคดีพิเศษ หากจำเป็นต้องตรวจพิสูจน์บุคคลโดยวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์ (เช่น DNA) แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้กฎหมายสันนิษฐานอย่างไร
ตัวเลือก:
ก. ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหานั้นเป็นผู้กระทำความผิดในคดีนั้นทันที
ข. ให้สันนิษฐานว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ที่น่าจะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหานั้น
ค. ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจใช้กำลังบังคับเพื่อเจาะเลือดหรือเก็บตัวอย่างได้
ง. ไม่มีบทสันนิษฐานใดๆ แต่ให้พนักงานสอบสวนบันทึกการไม่ยินยอมไว้ในสำนวน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ป.วิ.อาญา มาตรา 131/1 วรรคสอง บัญญัติว่าหากผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ที่หากได้ตรวจพิสูจน์แล้วจะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหานั้น
อ้างอิง: ป.วิ.อาญา มาตรา 131/1
สูตรจำ: ไม่ให้ตรวจ = เป็นผลเสียต่อตัว (สันนิษฐานลบ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะขัดหลักการสันนิษฐานบริสุทธิ์ | ค. ผิดเพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจบังคับทางกายภาพในลักษณะนั้น | ง. ผิดเพราะกฎหมายกำหนดบทสันนิษฐานไว้ชัดเจน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับกฎหมายแพ่งหรือคดีจราจร การสันนิษฐานในทางอาญาตามมาตรานี้คือ 'เป็นผลเสีย' ไม่ใช่ 'เป็นผู้ผิด' ทันที
==============================
ข้อที่ 52
โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'การแพร่ระบาดของ Deepfake ในการปลอมแปลงหลักฐานการโอนเงินทำให้ระบบการค้าออนไลน์สั่นคลอน DSI จึงเร่งพัฒนาระบบ AI-Forensic เพื่อตรวจจับร่องรอยดิจิทัล' ข้อใดคือ 'ใจความสำคัญ' ของบทความนี้
ตัวเลือก:
ก. ระบบการค้าออนไลน์ของไทยกำลังจะล่มสลาย
ข. DSI กำลังปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรับมืออาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบใหม่
ค. Deepfake เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้เฉพาะในการปลอมหลักฐานการเงินเท่านั้น
ง. ประชาชนควรงดการทำธุรกรรมออนไลน์ชั่วคราวเพื่อรอระบบ AI-Forensic
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใจความสำคัญคือการระบุถึงปัญหา (Deepfake/Cybercrime) และแนวทางการแก้ไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (DSI พัฒนา AI-Forensic) ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทภารกิจในการปรับตัวตามเทคโนโลยี
อ้างอิง: ทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทย
สูตรจำ: ปัญหาคืออะไร ใครแก้ แก้ยังไง = ใจความสำคัญ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะเกินจริง | ค. ผิดเพราะ Deepfake ทำได้มากกว่านั้น | ง. ผิดเพราะบทความไม่ได้แนะให้หยุดธุรกรรม
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ด่วนสรุปเกินจริง (ก.) หรือจำกัดขอบเขตแคบเกินไป (ค.) หรือข้อเสนอแนะที่บทความไม่ได้กล่าวถึง (ง.)
==============================
ข้อที่ 53
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคำขอข้อมูลเกี่ยวกับสำนวนคดีที่พนักงานอัยการสั่งฟ้องแล้ว แต่อธิบดีเห็นว่าการเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ อธิบดีควรดำเนินการอย่างไร
ตัวเลือก:
ก. เปิดเผยได้ทันทีเพราะคดีถึงที่สุดในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว
ข. มีคำสั่งมิให้เปิดเผย โดยต้องระบุเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ค. ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการพิจารณาก่อนออกคำสั่ง
ง. ให้ผู้ร้องขอไปยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการแทนเนื่องจากสำนวนอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการแล้ว
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 15 บัญญัติว่า หน่วยงานรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะตาม (2) คือการเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ โดยผู้รับคำสั่งมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายใน 15 วัน
อ้างอิง: พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 15 และ 18
สูตรจำ: ขอมิเปิด = บอกเหตุผล + แนะช่องอุทธรณ์ (ใน 15 วัน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะกฎหมายให้สิทธิคุ้มครองหากกระทบประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ | ค. ผิด เพราะหน่วยงานเจ้าของข้อมูลมีอำนาจสั่งเบื้องต้นได้เอง | ง. ผิด เพราะหากข้อมูลอยู่ที่ DSI กรมต้องเป็นผู้พิจารณาคำสั่ง
ระวังหลุมพราง: ระวังการคิดว่าข้อมูลคดีที่เสร็จสิ้นแล้วต้องเปิดเผยทุกกรณี มาตรา 15 ให้อำนาจดุลพินิจหากกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมาย
==============================
ข้อที่ 54
โจทย์: ในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) หากมีการลงมติในประโยคที่สำคัญเกี่ยวกับการรับคดีความผิดทางภาษีอากรเป็นคดีพิเศษ และมีคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย
ตัวเลือก:
ก. ให้ถือว่ามตินั้นตกไป และให้นำเข้าที่ประชุมใหม่ใน 15 วัน
ข. ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ค. ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินในฐานะรองประธาน
ง. ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 บัญญัติว่า การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
อ้างอิง: พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 8 วรรคสอง
สูตรจำ: กคพ. ลงคะแนน: มากชนะ เท่าประธานชี้
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะไม่เป็นไปตามมาตรา 8 | ค. ผิด แม้ปลัดกระทรวงยุติธรรมจะเป็นกรรมการ แต่ในกรณีเสียงเท่ากัน อำนาจอยู่ที่ประธาน (นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย) | ง. ผิด เพราะอัยการสูงสุดเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ไม่มีอำนาจชี้ขาดแยกส่วน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับระเบียบคณะกรรมการบางชุดที่อาจให้มติตกไปหากคะแนนเท่ากัน แต่สำหรับ กคพ. ประธานมีเสียงชี้ขาดเสมอ
==============================
ข้อที่ 55
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการซุกซ่อนทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดคดีพิเศษไว้ในเคหสถาน หากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นเร่งด่วนและหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจดำเนินการตามข้อใดมากที่สุด
ตัวเลือก:
ก. ต้องขออนุมัติจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อนเข้าตรวจค้น
ข. เข้าตรวจค้นได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายค้น แต่ต้องเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป
ค. เข้าตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น แต่ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือ
ง. ไม่สามารถดำเนินการได้ในทุกกรณีหากไม่มีหมายค้นจากศาล เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 24 (4) แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดซุกซ่อนอยู่ และมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ทรัพย์สินนั้นจะถูกโยกย้าย โดยต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมายก่อน
อ้างอิง: พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 24 (4)
สูตรจำ: ค้นด่วนไร้หมาย = ต้องสายตรงอธิบดี (หรือผู้มอบหมาย)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะเป็นอำนาจของอธิบดี DSI ไม่ใช่ ผบ.ตร. | ข. ผิด เพราะเงื่อนไขระดับชำนาญการใช้กับการค้นในเวลากลางคืนตามมาตรา 27 | ง. ผิด เพราะกฎหมายเฉพาะให้อำนาจไว้เพื่อประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ข. ที่อ้างถึงระดับชำนาญการ ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการค้นในเวลากลางคืนตามมาตรา 27 แต่ไม่ใช่เงื่อนไขหลักในการอนุมัติเข้าค้นโดยไม่มีหมายตามมาตรา 24(4)
==============================
ข้อที่ 56
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ในความรับผิดชอบเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ทุกๆ กี่ปี
ตัวเลือก:
ก. ทุกปี
ข. ทุก 3 ปี
ค. ทุก 5 ปี
ง. ทุก 10 ปี
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 41 บัญญัติให้ส่วนราชการมีหน้าที่ตรวจพิจารณาและทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อดำเนินการยกเลิก ปรับปรุง หรือจัดให้มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศขึ้นใหม่ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ โดยให้กระทำทุก 5 ปี
อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 41
สูตรจำ: ทบทวนกฎหมาย (Good Gov) = รอบ 5 ปี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง ผิดตามตัวเลขที่ระบุไว้ในกฎหมายมาตรา 41
ระวังหลุมพราง: ระวังเลข 3 ปี ซึ่งมักปรากฏในรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการบางประเภท แต่การทบทวนกฎหมายคือ 5 ปี
==============================
ข้อที่ 57
โจทย์: In the context of international criminal cooperation, what does the term 'Red Notice' issued by INTERPOL signify for a Special Case Inquiry Official?
ตัวเลือก:
ก. A request to locate and provisionally arrest a person pending extradition.
ข. A warrant that allows DSI officers to arrest suspects anywhere in the world immediately.
ค. A notification that the suspect has already been convicted and jailed.
ง. A request for information about a person's identity and criminal record.
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: Red Notice คือการประกาศสืบจับบุคคลที่เป็นที่ต้องการตัวเพื่อการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (To seek the location and arrest of persons wanted for prosecution or to serve a sentence).
อ้างอิง: INTERPOL Rules on the Processing of Data
สูตรจำ: Red = Wanted (Arrest), Blue = Info (Location)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ผิดตรง 'arrest immediately anywhere' (อำนาจอธิปไตยต่างกัน) | ค. ผิดเพราะใช้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ด้วย | ง. คือความหมายของ Blue Notice
ระวังหลุมพราง: Red Notice ไม่ใช่ 'หมายจับสากล' (International Arrest Warrant) ที่มีอำนาจจับกุมได้เองทั่วโลก แต่เป็นการขอความร่วมมือให้ตำรวจท้องที่นั้นๆ ดำเนินการตามกฎหมายของประเทศตน
==============================
ข้อที่ 58
โจทย์: ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในการขอข้อมูลจากสถาบันการเงิน ตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ
ตัวเลือก:
ก. สามารถขอข้อมูลได้เฉพาะกรณีที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น
ข. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทุกคนมีอำนาจทำหนังสือขอข้อมูลถึงธนาคารได้โดยตรง
ค. ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก่อนแจ้งให้สถาบันการเงินส่งข้อมูล
ง. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอออกคำสั่งเรียกข้อมูลทางการเงิน
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 25 บัญญัติว่า เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนคดีพิเศษ ให้อธิบดีมีอำนาจเป็นหนังสือขอให้สถาบันการเงินส่งข้อมูล ข่าวสาร หรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษมาเพื่อตรวจสอบได้
อ้างอิง: พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 25
สูตรจำ: เงิน (มาตรา 25) = อธิบดีสั่งได้, สาย (มาตรา 26) = ต้องใช้ศาล
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด เพราะกฎหมายให้อำนาจ DSI โดยตรงไม่ต้องผ่าน ธปท. | ข. ผิด เพราะต้องเป็นระดับอธิบดี (หรือผู้ได้รับมอบหมายตามระเบียบ) | ง. ผิด เพราะไม่ต้องขอศาลสำหรับข้อมูลสถาบันการเงินตามมาตรา 25
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ง. ที่อาจจำสับสนกับการขอข้อมูลการสื่อสารตามมาตรา 26 ซึ่งต้องขออำนาจศาล แต่อำนาจตามมาตรา 25 เรื่องสถาบันการเงินเป็นอำนาจของอธิบดีโดยตรง
==============================
ข้อที่ 59
โจทย์: จากข้อมูลสถิติอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่าคดีแชร์ลูกโซ่มีมูลค่าความเสียหายรวม 2,400 ล้านบาท หากเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่า 1,600 ล้านบาท อัตราการขยายตัวของมูลค่าความเสียหายคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
ตัวเลือก:
ก. 33.33%
ข. 50.00%
ค. 66.67%
ง. 80.00%
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: สูตรการหาเปอร์เซ็นต์การขยายตัว = [(มูลค่าใหม่ - มูลค่าเก่า) / มูลค่าเก่า] x 100 | คำนวณ: [(2400 - 1600) / 1600] x 100 = [800 / 1600] x 100 = 0.5 x 100 = 50%
อ้างอิง: หลักการทางสถิติและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ
สูตรจำ: ส่วนต่าง หาร ตัวเก่า คูณร้อย
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะหารด้วยเลขใหม่ | ค, ง ผิดเพราะคำนวณสัดส่วนผิดพลาด
ระวังหลุมพราง: ระวังการนำมูลค่าใหม่ไปเป็นตัวหาร (2400) ซึ่งจะได้คำตอบผิดเป็น 33.33%
==============================
ข้อที่ 60
โจทย์: สถานการณ์ปัจจุบันในปี 2569 รัฐบาลไทยได้ประกาศนโยบาย 'Green Investigation 2026' เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ ข้อใดคือเป้าหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษมากที่สุด
ตัวเลือก:
ก. การลดการใช้กระดาษในสำนวนคดีให้เป็นศูนย์ภายในปี 2570
ข. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิต
ค. การเปลี่ยนรถยนต์สายตรวจ DSI เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด
ง. การปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ที่ยึดคืนมาจากคดีรุกรานป่าไม้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: นโยบาย Green Investigation ในปี 2569 เน้นการปราบปรามรูปแบบอาชญากรรมสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น การฟอกเงินผ่านการซื้อขายคาร์บอนเครดิตปลอม และการลักลอบขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่มีมูลค่าความเสียหายสูง
อ้างอิง: นโยบายและยุทธศาสตร์กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปี 2569
สูตรจำ: Green + Investigation = ปราบโกงสิ่งแวดล้อม
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องธุรการ | ค. เป็นเรื่องพัสดุ | ง. เป็นเรื่องของกรมป่าไม้/กรมอุทยานฯ หลังปิดคดี | ข. ตรงกับภารกิจ DSI ในฐานะหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับนโยบายประหยัดพลังงานในสำนักงาน (ก. และ ค.) ซึ่งเป็นเรื่องการบริหารภายใน แต่ข้อสอบมักเน้นที่ 'ภารกิจหลัก' คือการสืบสวนสอบสวน
#เทคนิคทำข้อสอบDSI #ติวข้อสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษDSI2569 #บริหารเวลาสอบ #สอบDSI #ทำข้อสอบไม่ทัน #สอบกรมสอบสวนคดีพิเศษ #แนวข้อสอบDSI #เตรียมสอบDSI69 #สอบราชการ #สอบเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ #ติวDSI #ตำรวจDSI #สอบติดDSI #ข้อสอบDSI #ทริคทำข้อสอบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น