ads.txt

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้อที่ 71-80

 


ข้อที่ 71

โจทย์: ตามแนวทาง 'Smart Hospital 5.0' และการใช้งานระบบ Digital Health ของ สป.สธ. ในปี 2569 การประมวลผลข้อมูลสุขภาพในระดับเขตสุขภาพเพื่อการวิจัยและวางแผนต้องปฏิบัติตามหลักการใดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


ตัวเลือก:

ก. Data Centralization: รวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่กระทรวงเพียงจุดเดียว

ข. De-identification: การทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้ก่อนนำไปวิเคราะห์

ค. Data Openness: เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยทุกรายต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส

ง. Manual Recording: ใช้การบันทึกด้วยกระดาษขนานไปกับดิจิทัลเพื่อสำรองข้อมูล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ภายใต้มาตรฐาน PDPA และนโยบายดิจิทัลสุขภาพปี 2569 การนำข้อมูลสุขภาพไปใช้เพื่อการวิจัยหรือวางแผนโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นรายบุคคล (ในบางกรณี) ต้องผ่านกระบวนการ De-identification หรือ Anonymization เพื่อไม่ให้ระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลได้

อ้างอิง: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สธ. 2568-2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่หลักความปลอดภัยแต่เป็นโครงสร้าง ค. ขัดต่อกฎหมาย PDPA อย่างร้ายแรง ง. เป็นการเพิ่มภาระและไม่ใช่วิถีของ Smart Hospital

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการรวมศูนย์ข้อมูล (Centralization) เพราะนโยบายปัจจุบันเน้นการเชื่อมโยง (Cloud-based Interoperability) มากกว่าการรวมศูนย์ที่จุดเดียวทางกายภาพ


==============================


ข้อที่ 72

โจทย์: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และประกาศคณะกรรมการควบคุมฯ ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 กำหนดห้ามผู้ใดขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ใดเพิ่มเติมอย่างชัดเจน


ตัวเลือก:

ก. บริเวณสถานีรถไฟทุกแห่งรวมถึงโถงพักคอย

ข. ท่าเรือโดยสารสาธารณะและบนเรือโดยสารสาธารณะประจำทาง

ค. ห้องพักส่วนตัวในหน่วยงานของรัฐ

ง. ถูกทั้ง ก และ ข


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ตามประกาศฉบับใหม่ปี 2569 มีการขยายพื้นที่ห้ามขายและบริโภคครอบคลุม 8 สถานที่สำคัญ รวมถึงสถานีรถไฟ (ยกเว้นกิจกรรมพิเศษที่ได้รับอนุญาตเฉพาะโถงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์) และที่สำคัญคือ 'ท่าเรือโดยสารสาธารณะและบนเรือโดยสารประจำทาง' ก็ถูกห้ามเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย

อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 8 ฉบับ (พ.ค. 2569)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ถูกต้องตามประกาศล่าสุด ค. ผิดเพราะเป็นข้อยกเว้นตามประกาศข้อ 1 และ 3 ของประกาศคณะกรรมการฯ ปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. เพราะกฎหมายยังให้ข้อยกเว้นสำหรับ 'บริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล' ในหน่วยงานรัฐ


==============================


ข้อที่ 73

โจทย์: ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาของหน่วยงานในสังกัด สป.สธ. ในปี 2569 หากเป็นกรณี 'เร่งด่วน' เพื่อป้องกันโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานสามารถใช้เกณฑ์ใดในการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้รวดเร็วที่สุด


ตัวเลือก:

ก. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ข. วิธีคัดเลือก

ค. วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 (1) (ค)

ง. วิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 (2) (ข)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 56 (1) (ค) ระบุถึงกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ใช้ในราชการลับ หรือเป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่แก่ราชการ ซึ่งรวมถึงวิกฤตสาธารณสุขหรือโรคระบาด โดยไม่ต้องคำนึงถึงวงเงิน

อ้างอิง: พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (1) (ค)

สูตรจำ: เร่งด่วน = 56 (1) (ค) = คึกคักรีบทำ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ใช้เวลานานไม่ตอบโจทย์ความเร่งด่วน ง. มักใช้กับกรณีที่มีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวหรือเหตุผลทางเทคนิคเฉพาะ ไม่ใช่เรื่องความเร่งด่วนจากสถานการณ์

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอก มาตรา 56 (2) ซึ่งใช้กับการจัดจ้างที่มิใช่พัสดุยาหรือมีเงื่อนไขต่างกัน หรือตัวเลือกวงเงินเล็กน้อย


==============================


ข้อที่ 74

โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'กรม สบส. รุกหนักนโยบายการทูตเชิงสุขภาพ (Health Diplomacy) ผ่านโครงการครูพี่เลี้ยง อสม. เพื่อยกระดับตำบลจัดการสุขภาพ 6,200 แห่งทั่วประเทศ มุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมลดโรค NCDs ซึ่งเป็นภาระงบประมาณหลักของประเทศ' จากบทความนี้ ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ สธ. ปี 2569 มากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลของรัฐ

ข. การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ค. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพปฐมภูมิด้วยภาคประชาชน

ง. การส่งออกนวัตกรรมดิจิทัลสุขภาพไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: บทความระบุถึงการใช้ 'ครูพี่เลี้ยง อสม.' และ 'ตำบลจัดการสุขภาพ' เพื่อลดโรค NCDs ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์การสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ยั่งยืน และการยกระดับศักยภาพภาคประชาชน (อสม.) ตามแผนปฏิบัติราชการ สธ. ปี 2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ถูกเพราะเน้นอาสาสมัครไม่ใช่ข้าราชการ ข. เป็นผลพลอยได้แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการลด NCDs ในพื้นที่ ง. ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเรื่อง อสม. และตำบลจัดการสุขภาพ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Health Diplomacy ในเชิงการค้าหรือการท่องเที่ยว (ข) เพราะในที่นี้เน้นไปที่การจัดการสุขภาพในระดับพื้นที่


==============================


ข้อที่ 75

โจทย์: ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้จัดตั้งนิทรรศการ 'VIMANA THAI' ภายใต้แนวคิด SMILE ในงาน World Expo ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาถึงปี 2569 ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของตัวอักษร 'I' ในแนวคิดดังกล่าวที่สนับสนุนนโยบาย MOPH


ตัวเลือก:

ก. International Relationship (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

ข. Innovation (นวัตกรรมทางการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ)

ค. Insurance for All (ประกันสุขภาพสำหรับทุกคน)

ง. Integration of Care (การดูแลแบบบูรณาการ)


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: แนวคิด SMILE ที่ไทยใช้ใน World Expo (รวมถึง Osaka 2025/2026) ประกอบด้วย S: Spiritual, M: Medical Hub, I: Innovation, L: Lifestyle, E: Experience เพื่อโชว์ศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์และนวัตกรรมสุขภาพของไทย

สูตรจำ: SMILE: จิตวิญญาณ(S) ศูนย์กลาง(M) นวัตกรรม(I) วิถีชีวิต(L) ประสบการณ์(E)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง ไม่ใช่ส่วนประกอบในคำย่อ SMILE ที่ทางกระทรวงฯ และรัฐบาลใช้ในการประชาสัมพันธ์ระดับโลก

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือกข้อ ง. เพราะแม้จะเป็นคำศัพท์สาธารณสุขที่นิยมใช้ แต่ในคำขวัญ SMILE ตัว I คือ Innovation


==============================


ข้อที่ 76

โจทย์: As of 2026, the MOPH integrates AI to enhance 'Health Data Interoperability'. What does the underlined term most likely mean in the context of Digital Health policy?


ตัวเลือก:

ก. The ability of different systems to exchange and use information.

ข. The process of keeping patient data strictly confidential.

ค. The cost-effectiveness analysis of medical equipment.

ง. The surgical procedure using robotic assistance.


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: Interoperability (การทำงานร่วมกัน) ในบริบทของดิจิทัลสุขภาพหมายถึงความสามารถของระบบข้อมูลที่แตกต่างกัน (เช่น ระหว่างโรงพยาบาลคนละแห่ง) ในการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ และ Smart Hospital 2026

สูตรจำ: Inter = ระหว่าง, Operability = ทำงานได้ -> ทำงานเชื่อมต่อกันระหว่างระบบ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. คือ Confidentiality ค. คือ Cost-effectiveness ง. คือ Robotic Surgery ทั้งหมดไม่ตรงกับรากศัพท์ inter (ระหว่าง) + operate (ทำงาน)

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือกข้อ ข. (Confidentiality) เพราะเป็นเรื่องความลับข้อมูล ซึ่งมักมาคู่กับดิจิทัลสุขภาพแต่ไม่ใช่ความหมายของ Interoperability


==============================


ข้อที่ 77

โจทย์: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อัตราค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการในสังกัด พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 หากโรงพยาบาล A เดิมเก็บค่าบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) รายการหนึ่งในราคา 200 บาท และประกาศใหม่กำหนดราคาเพดาน (Ceiling Price) ไว้ที่ 300 บาท โดยโรงพยาบาลสามารถปรับเพิ่มได้ไม่เกิน 80% ของส่วนต่างระหว่างราคาเดิมกับราคาเพดาน อยากทราบว่าโรงพยาบาล A จะสามารถประกาศจัดเก็บค่าบริการรายการนี้ได้สูงสุดเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 240 บาท

ข. 280 บาท

ค. 300 บาท

ง. 320 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: การคำนวณตามโจทย์: 1. ส่วนต่างระหว่างราคาเดิม (200) และราคาเพดาน (300) คือ 100 บาท 2. โรงพยาบาลปรับเพิ่มได้ไม่เกิน 80% ของส่วนต่าง คือ 100 x 0.80 = 80 บาท 3. ราคาใหม่สูงสุดที่จัดเก็บได้คือ 200 + 80 = 280 บาท ทั้งนี้ ประกาศ สธ. ปี 2568 เน้นให้หน่วยบริการกำหนดอัตราตามต้นทุนจริงแต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก. ออกเพราะคำนวณจากราคาเดิมเพิ่ม 20% หรือ 80% ของราคาเพดานผิดจุด ตัด ค. ออกเพราะนั่นคือราคาเพดานไม่ใช่ราคาที่คำนวณจากเงื่อนไขส่วนต่าง และ ตัด ง. ออกเพราะเกินราคาเพดานซึ่งผิดระเบียบ

ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกเรื่อง '80% ของราคาเพดาน' ซึ่งจะได้ 240 บาท แต่โจทย์ระบุว่า '80% ของส่วนต่าง'


==============================


ข้อที่ 78

โจทย์: นโยบาย 'One Region-One Province-One Hospital' ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของปลัดกระทรวงฯ ในปีงบประมาณ 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร


ตัวเลือก:

ก. เพื่อให้ทุกจังหวัดมีโรงพยาบาลศูนย์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

ข. การลดจำนวนข้าราชการในส่วนภูมิภาคเพื่อย้ายเข้าสู่ส่วนกลาง

ค. การบริหารจัดการทรัพยากรและระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อในเขตสุขภาพ

ง. การยกเลิกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งหมด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: นโยบายนี้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบบริการ (Service Plan) โดยให้หน่วยบริการทุกระดับในเขตสุขภาพทำงานเสมือนเป็นโรงพยาบาลเดียวกัน (One Hospital) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงบริการระดับเชี่ยวชาญ

สูตรจำ: One Hospital = เชื่อมโยงทุกระดับประดุจที่เดียว


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นความเข้าใจผิดเชิงโครงสร้าง ข. สวนทางกับนโยบายกระจายอำนาจ ง. รพ.สต. ยังคงมีความสำคัญในฐานะด่านหน้าและมีการโอนย้ายไป อบจ. แต่ไม่ได้ยกเลิก

ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่า 'หนึ่งจังหวัดหนึ่งโรงพยาบาล' (ก) เพราะในความเป็นจริงคือการ 'เชื่อมโยง' ไม่ใช่การยุบเหลือแห่งเดียว


==============================


ข้อที่ 79

โจทย์: เป้าหมายการขับเคลื่อน 'ตำบลจัดการสุขภาพ' ในปีงบประมาณ 2569 ตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกำหนดไว้ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและโรค NCDs คือจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 3,000 ตำบล

ข. 5,500 ตำบล

ค. 6,200 ตำบล

ง. 7,255 ตำบล (ทุกตำบลทั่วประเทศ)


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: กรม สบส. ตั้งเป้าหมายในปี 2569 พัฒนา 'ครูพี่เลี้ยง อสม.' เพื่อขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพให้ครอบคลุม 6,200 ตำบล เน้นหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นตัวเลขเป้าหมายในอดีต (ปี 2567-2568) ง. เป็นตัวเลขรวมตำบลทั้งหมดซึ่งยังไม่ใช่เป้าหมายเชิงปฏิบัติการของปีนี้

ระวังหลุมพราง: ระวังเลือก ง. เพราะแม้จะเป็นเป้าหมายสูงสุดในอนาคต แต่ตัวเลขที่ระบุในแผนปฏิบัติการปี 2569 คือ 6,200 ตำบล


==============================


ข้อที่ 80

โจทย์: ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่มีการอภิปรายและเตรียมบังคับใช้ในปี 2569 มีสาระสำคัญที่เน้นการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องใดมากที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การเพิ่มบทลงโทษผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่ไม่ติดป้ายชื่อหน้าสถานพยาบาล

ข. การกำหนดราคากลางค่ายาและเวชภัณฑ์ และการควบคุมมาตรฐานราคาการรักษาพยาบาล

ค. การอนุญาตให้สถานพยาบาลเอกชนโฆษณาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

ง. การบังคับให้ทุกสถานพยาบาลต้องมีแพทย์ประจำตลอด 24 ชั่วโมง


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ร่างแก้ไข พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับใหม่) มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงเกินจริง โดยเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการสถานพยาบาล (ที่มีผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์และสภาองค์กรของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น) เข้ามากำกับดูแลอัตราค่าบริการ ค่ายา และเวชภัณฑ์ให้เป็นธรรม

อ้างอิง: ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ ..) ที่เสนอเข้าสภาปี 2568-2569


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องระเบียบย่อยที่มีอยู่เดิม ค. ผิดเพราะการโฆษณายังต้องถูกควบคุมเข้มงวดขึ้น ง. เป็นข้อกำหนดตามระดับของสถานพยาบาลอยู่แล้วไม่ใช่ประเด็นใหม่หลักของการแก้ไขครั้งนี้

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับกฎหมายเดิมที่เน้นเรื่องโครงสร้างอาคารหรือการได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #เทคนิคตัดช้อยส์ #ทริคทำข้อสอบ #ข้อสอบจริงสปสธ #ติวสอบกระทรวงสาธารณสุข #สอบสปสธ69 #สอบข้าราชการสาธารณสุข #ติวสอบราชการ #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสปสธ #เตรียมสอบสปสธ #ข้อสอบภาคข #งานราชการ #กระทรวงสาธารณสุข #สปสธ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น