ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อที่ 21-30

 



ข้อที่ 21

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 30 การจ่าย 'เงินรางวัล' ให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้จับกุมในคดีพิเศษ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ใครกำหนด


ตัวเลือก:

ก. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยความเห็นชอบของ กคพ.

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ค. คณะรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของสำนักงานงบประมาณ

ง. คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 30 บัญญัติว่า การจ่ายเงินรางวัลให้แก่บุคคลซึ่งแจ้งเบาะแสหรือช่วยเหลือพนักงานสอบสวนฯ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรี (รมว.ยุติธรรม) กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

อ้างอิง: พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 30

สูตรจำ: เงินรางวัล = รัฐมนตรี + คลัง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. อธิบดีไม่มีอำนาจออกระเบียบจ่ายเงิน | ค. ครม. กว้างเกินไป | ง. กคพ. มีหน้าที่เชิงนโยบายคดี แต่การคลังเป็นเรื่องของรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง

ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ อธิบดี หรือ กคพ. เพราะคิดว่าเป็นอำนาจภายในกรม แต่เรื่อง 'การเงิน' มักต้องผ่านกระทรวงการคลังเสมอ


==============================


ข้อที่ 22

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ หากหน่วยงานได้ชดใช้ค่าสินไหมแทนไปแล้ว จะใช้สิทธิ 'ไล่เบี้ย' (Recourse) เรียกเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ได้ในกรณีใด


ตัวเลือก:

ก. เมื่อเจ้าหน้าที่กระทำไปโดยความประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย

ข. เมื่อเจ้าหน้าที่กระทำไปโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ค. เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นมีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชดใช้

ง. หน่วยงานสามารถไล่เบี้ยได้เสมอไม่ว่ากรณีใดๆ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 8 บัญญัติว่าหน่วยงานจะมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหม (ไล่เบี้ย) ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดนั้นไปด้วยความ 'จงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' เท่านั้น

อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8

สูตรจำ: ไล่เบี้ยได้ = ตั้งใจ(จงใจ) หรือ พลาดหนักมาก(ร้ายแรง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เลินเล่อปกติไล่เบี้ยไม่ได้ (รัฐรับผิดชอบเอง) | ค. ฐานะการเงินไม่เกี่ยวกับการเกิดสิทธิไล่เบี้ย | ง. ผิดหลักการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต

ระวังหลุมพราง: ห้ามตอบ 'ประมาทเลินเล่อ' เฉยๆ ต้องมีคำว่า 'อย่างร้ายแรง' (Gross Negligence) เท่านั้นถึงจะไล่เบี้ยได้


==============================


ข้อที่ 23

โจทย์: บทความเกี่ยวกับการประชุม 'DSI Connect 2026' ระบุว่า 'DSI ไม่สามารถทำงานแบบแยกส่วน (Isolation) ได้อีกต่อไปในยุคที่อาชญากรรมมีความซับซ้อนเชื่อมโยงกันทั่วโลก' คำว่า 'ทำงานแบบแยกส่วน' ในบริบทนี้หมายความว่าอย่างไร


ตัวเลือก:

ก. การทำงานที่แบ่งแยกตามลำดับยศตำแหน่งอย่างเคร่งครัด

ข. การปฏิบัติภารกิจโดยไม่ขออนุมัติจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด

ค. การขาดการบูรณาการข้อมูลและอำนาจหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานภาคี

ง. การทำงานเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: DSI Connect 2026 เน้นย้ำเรื่อง Cooperation Network และ Central Platform เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูล (Data Intelligence) ดังนั้นการทำงานแบบ Isolation คือการทำงานที่ต่างคนต่างทำ ขาดการเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานอื่น

อ้างอิง: ยุทธศาสตร์ DSI Connect 2026

สูตรจำ: Connect = เชื่อมโยง vs Isolation = แยกส่วน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องการบริหารบุคคล | ข. เป็นเรื่องสายการบังคับบัญชา | ง. เป็นเรื่องเขตอำนาจทางกายภาพ ซึ่งไม่ตรงประเด็นการเชื่อมโยงข้อมูล

ระวังหลุมพราง: คำว่า 'แยกส่วน' อาจถูกตีความเป็นเรื่องภูมิศาสตร์ได้ (ข้อ ง) แต่บริบทของ DSI Connect คือเรื่องข้อมูลและเครือข่าย


==============================


ข้อที่ 24

โจทย์: In the 2026 International Cyber-Security Report, the term 'Extradition' is crucial for DSI's cooperation with Interpol. Which of the following best describes this term?


ตัวเลือก:

ก. The process of confiscating illegal assets from overseas.

ข. The legal surrender of a fugitive by one state to another for trial.

ค. The informal exchange of intelligence between two police departments.

ง. The cancellation of a diplomatic passport of a suspect.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: 'Extradition' หมายถึง การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายในการส่งตัวบุคคลจากรัฐหนึ่งไปยังอีกรัฐหนึ่งเพื่อดำเนินคดีหรือรับโทษ

อ้างอิง: พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551

สูตรจำ: Extradition = Exit + Tradition (ส่งตัวกลับตามกฎหมาย)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Asset Seizure/Forfeiture | ค. คือ Intelligence Sharing | ง. คือ Revocation of Passport

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Asset Forfeiture (การยึดทรัพย์) ในข้อ ก. หรือ Intelligence Sharing ในข้อ ค.


==============================


ข้อที่ 25

โจทย์: จากรายงานสถิติอาชญากรรมไซเบอร์ประจำปี 2568 (อ้างอิงข้อมูลแถลงเมื่อต้นปี 2569) พบว่ามีการแจ้งความคดีออนไลน์รวม 380,378 คดี โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 25,195,936,027 บาท หากเปรียบเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่าความเสียหาย 18,000,000,000 บาท มูลค่าความเสียหายในปี 2568 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละเท่าใด (โดยประมาณ)


ตัวเลือก:

ก. 30%

ข. 40%

ค. 50%

ง. 60%


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: [(มูลค่าใหม่ - มูลค่าเดิม) / มูลค่าเดิม] x 100 แทนค่า [(25,195.9 - 18,000) / 18,000] x 100 = (7,195.9 / 18,000) x 100 ≈ 39.97% ซึ่งใกล้เคียงกับ 40% มากที่สุด ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและ DSI รวบรวมในปี 2568 และแถลงในช่วงมีนาคม 2569

อ้างอิง: รายงานประจำปี กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2568

สูตรจำ: สูตร % เพิ่ม: (ใหม่ - เก่า) / เก่า x 100


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 30% ต่ำเกินไป เพราะ 30% ของ 18,000 คือ 5,400 ซึ่งบวกแล้วได้ 23,400 | ค. 50% สูงเกินไป เพราะครึ่งหนึ่งคือ 9,000 รวมเป็น 27,000 | ง. 60% ผิดชัดเจน

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลขหลอกระหว่างจำนวนคดีกับมูลค่าความเสียหาย โจทย์ถามมูลค่าความเสียหาย (Value) ไม่ใช่จำนวนคดี (Volume)


==============================


ข้อที่ 26

โจทย์: จากบทความเรื่องแผนปฏิบัติการ 'SHIELD' (เมษายน 2569) ที่ DSI ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ข้อใดคือ 'วัตถุประสงค์หลัก' ที่สำคัญที่สุดของแผนงานนี้


ตัวเลือก:

ก. การจัดตั้งศูนย์จัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ร่วมกัน

ข. การยกระดับประเทศไทยสู่ Tier 1 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report)

ค. การแลกเปลี่ยนข้อมูลลายนิ้วมือดิจิทัลของผู้ต้องคดีคดีการเมือง

ง. การยกเว้นวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่ FBI ที่เข้ามาปฏิบัติงานในไทย


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: แผนปฏิบัติการ SHIELD ที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2569 เน้นการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการยกระดับไทยสู่ Tier 1 ใน TIP Report ของสหรัฐฯ

อ้างอิง: นโยบายรัฐบาล พ.ศ. 2569 และความร่วมมือระหว่างประเทศ

สูตรจำ: SHIELD = ป้องภัย + ค้ามนุษย์ + Tier 1


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ DSI ในแผนนี้ | ค. DSI ไม่เน้นคดีการเมืองในระดับสากลแบบ SHIELD | ง. เป็นเรื่องระเบียบพิธีการ ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลัก

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ก. ที่ดูเหมือนจะเป็นความร่วมมือ แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของ SHIELD


==============================


ข้อที่ 27

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) คดีความผิดทางอาญาอื่นนอกจากที่บัญญัติไว้ในบัญชีท้าย พ.ร.บ. จะเป็น 'คดีพิเศษ' ได้ต่อเมื่อเข้าลักษณะตามข้อใด


ตัวเลือก:

ก. เป็นคดีที่มีผู้เสียหายเกิน 100 คนขึ้นไปเท่านั้น

ข. เป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายเกิน 100 ล้านบาทเสมอ

ค. เป็นคดีที่มีความซับซ้อนและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

ง. เป็นคดีที่พนักงานสอบสวนตำรวจทำสำนวนไม่เสร็จภายใน 3 เดือน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) กำหนดลักษณะคดีพิเศษ คือ (ก) มีความซับซ้อน (ข) มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย/ศีลธรรม/ความมั่นคง/เศรษฐกิจ (ค) เป็นอาญาระหว่างประเทศ หรือ (ง) ผู้มีอิทธิพลเป็นตัวการ

อ้างอิง: พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21

สูตรจำ: 21(2) = ซับซ้อน + รุนแรง + ข้ามชาติ + อิทธิพล


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นรายละเอียดที่อาจกำหนดในกฎกระทรวงหรือมติ กคพ. เฉพาะเรื่อง ไม่ใช่หลักการในมาตรา 21 โดยตรง | ง. ไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'เงื่อนไขในกฎหมาย' (ความซับซ้อน/ผลกระทบ) กับ 'เงื่อนไขในกฎกระทรวง' (ตัวเลขมูลค่าความเสียหาย)


==============================


ข้อที่ 28

โจทย์: ภายใต้พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งทางปกครองที่กระทบต่อสิทธิของคู่กรณี 'ยกเว้น' กรณีใดที่เจ้าหน้าที่ 'ไม่ต้อง' ให้คู่กรณีทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งก่อน


ตัวเลือก:

ก. เมื่อคู่กรณีเป็นข้าราชการในสังกัดเดียวกัน

ข. เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์สาธารณะ

ค. เมื่อมูลค่าของคำสั่งทางปกครองนั้นต่ำกว่า 10,000 บาท

ง. เมื่อคู่กรณีเคยให้ถ้อยคำไว้แล้วในชั้นสืบสวนคดีอาญา


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 30 วรรคสอง (1) กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่าหากมีความจำเป็นรีบด่วนและจะเสียหายต่อสาธารณะ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องให้สิทธิโต้แย้งก่อน เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม

อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30

สูตรจำ: รีบด่วน + พังหนัก = สั่งก่อน ค่อยคุย


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สถานะข้าราชการไม่ตัดสิทธินี้ | ค. กฎหมายไม่กำหนดมูลค่าเป็นเกณฑ์สิทธิ | ง. ชั้นอาญากับชั้นปกครองแยกส่วนกัน ต้องให้สิทธิในชั้นปกครองใหม่

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ก. ข้าราชการก็มีสิทธิในฐานะคู่กรณีหากคำสั่งนั้นกระทบสิทธิส่วนบุคคล


==============================


ข้อที่ 29

โจทย์: Read the following 2026 news snippet: 'The DSI (Danantara Sumberdaya Indonesia) has recently activated new regulations on thermal coal exports, causing confusion among Thai logistics firms.' Why might this news be a 'trap' for a Thai candidate looking at DSI updates?


ตัวเลือก:

ก. Because the Thai DSI has no authority over coal exports.

ข. Because DSI in this context refers to an Indonesian state entity, not the Thai Department of Special Investigation.

ค. Because coal is now an illegal substance under the 2026 Environmental Act.

ง. Because the Thai DSI only deals with digital assets, not physical commodities.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: นี่คือข่าวจริงในเดือนมิถุนายน 2569 ที่อาจสร้างความสับสน เนื่องจาก 'DSI' ของอินโดนีเซีย (Danantara Sumberdaya Indonesia) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่งเริ่มใช้มาตรการ Single-door policy ซึ่งมีชื่อย่อเหมือนกันกับ DSI ของไทย

อ้างอิง: International Trade News (Fitch Ratings 2026)

สูตรจำ: DSI Thailand = Investigation | DSI Indonesia = Export Control


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ถูกครึ่งเดียวแต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของการเป็นตัวหลอก | ค. และ ง. เป็นการคาดเดาที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

ระวังหลุมพราง: ข้อสอบระดับสูงมักนำข่าวต่างประเทศที่มีชื่อย่อซ้ำกับหน่วยงานไทยมาทดสอบการคัดกรองข้อมูล (Fact-check)


==============================


ข้อที่ 30

โจทย์: ในการวิเคราะห์ขีดความสามารถของมิจฉาชีพในปี 2569 หากสถิติชี้ว่าความสำเร็จในการหลอกลวงเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุกครั้งที่มิจฉาชีพเปลี่ยนจากการใช้ Voice Call ปกติมาใช้ AI Generative Voice และในปี 2568 มีมูลค่าการสูญเสียจาก AI Voice อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท หากเทคโนโลยีนี้แพร่กระจายจนมิจฉาชีพใช้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าในปี 2569 มูลค่าความเสียหายที่คาดการณ์เฉพาะส่วน AI Voice จะเป็นเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 8,000 ล้านบาท

ข. 12,000 ล้านบาท

ค. 24,000 ล้านบาท

ง. 36,000 ล้านบาท


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: โจทย์กำหนดเงื่อนไข: 1. ความสำเร็จเพิ่มขึ้น 2 เท่า (Multiplicative factor 2) และ 2. ปริมาณการใช้เพิ่มเป็น 3 เท่า (Quantity factor 3) ดังนั้น มูลค่าคาดการณ์ = มูลค่าเดิม (4,000) x ปัจจัยขีดความสามารถ (2) x ปัจจัยปริมาณการใช้ (3) = 4,000 x 6 = 24,000 ล้านบาท

อ้างอิง: แผนยุทธศาสตร์ DSI 20-Year (Phase 2: 2566-2570)

สูตรจำ: Projection = Base x Ability x Frequency


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 8,000 คือคิดแค่ปัจจัยขีดความสามารถ | ข. 12,000 คือคิดแค่ปัจจัยปริมาณการใช้ | ง. 36,000 เป็นตัวเลขหลอกจากการนำ 4,000 x 3 x 3

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมนำปัจจัย 'ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้น' (2 เท่า) มาคูณกับ 'ปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้น' (3 เท่า)

#เฉลยข้อสอบDSI #ติวข้อสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษDSI2569 #แนวข้อสอบเก่าDSI #สอบDSI69 #ติวสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษ #ตะลุยโจทย์DSI #ข้อสอบเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ #เทคนิคตัดชอยส์ #สอบข้าราชการ #ติวสอบตำรวจDSI #เตรียมสอบDSI2569 #เจาะข้อสอบเก่า #คู่มือสอบDSI #DSI2569 #ข้อสอบราชการ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น