ข้อที่ 21
โจทย์: ในสถานการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) เดือนเมษายน 2569 กรมอนามัยและ สป.สธ. แนะนำเกณฑ์ 'Heat Index' ระดับใดที่ถือเป็นระดับ 'อันตรายมาก' (Very Dangerous) ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชนควรสั่งระงับการทำงานกลางแจ้งทันที
ตัวเลือก:
ก. 27 - 32 องศาเซลเซียส
ข. 32 - 41 องศาเซลเซียส
ค. 41 - 54 องศาเซลเซียส
ง. มากกว่า 54 องศาเซลเซียส
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามเกณฑ์ดัชนีความร้อน (Heat Index) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและกระทรวงสาธารณสุข: ระดับเฝ้าระวัง (27-32), เตือนภัย (32-41), อันตราย (41-54) และ 'อันตรายมาก' คือ มากกว่า 54 องศาเซลเซียส ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากต่อโรคลมแดด (Heat Stroke)
อ้างอิง: คำแนะนำการป้องกันสุขภาพจากความร้อน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
สูตรจำ: อันตราย 41, อันตรายมาก 54 (จำเลข 4 ตัวท้าย)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ระดับเฝ้าระวัง, ข. ระดับเตือนภัย, ค. ระดับอันตราย (Dangerous)
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับระหว่างระดับ 'อันตราย' (41-54) กับ 'อันตรายมาก' (>54)
==============================
ข้อที่ 22
โจทย์: จากนโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่' ในปี 2569 ที่กำหนดให้หน่วยบริการนวัตกรรม (ร้านยา-คลินิก) ต้อง Reactivate ข้อมูลผ่านระบบ e-Portal และยืนยันตัวตนด้วย ThaiD เพื่อเหตุผลในข้อใดสำคัญที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เพื่อขยายฐานข้อมูลผู้ป่วยให้เป็น Big Data ของกระทรวง
ข. เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในระบบการเบิกจ่ายและป้องกันการสวมสิทธิ
ค. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน 'หมอพร้อม' ได้เพียงช่องทางเดียว
ง. เพื่อเปลี่ยนสถานะจากหน่วยบริการรัฐเป็นหน่วยบริการเอกชน 100%
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประกาศ สปสช. ปี 2569 ระบุว่าการ Reactivate และใช้ระบบสแกนใบหน้า/ThaiD มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันตัวตนหน่วยบริการและบุคลากร ป้องกันการสวมสิทธิการเบิกจ่ายเงินกองทุน และเพิ่มความโปร่งใสในระบบเบิกจ่ายเรียลไทม์
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผลพลอยได้, ค. ผิดเพราะสามารถจองผ่านไลน์ OA สปสช. ได้ด้วย, ง. ผิดในสาระสำคัญ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'ความสะดวกของผู้ป่วย' กับ 'เหตุผลทางระบบงบประมาณ' การ Reactivate เน้นที่ตัวผู้ให้บริการ
==============================
ข้อที่ 23
โจทย์: Read the following news snippet (April 2026): 'WHO member states have reached an impasse regarding the PABS annex, a key part of the Pandemic Agreement. Negotiations are now extended until May 2027.' What does 'impasse' mean in this context?
ตัวเลือก:
ก. A breakthrough in cooperation
ข. A situation in which no progress is possible
ค. A signing ceremony for the new treaty
ง. A fast-track approval process
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของข่าว WHO ปี 2569 คำว่า 'impasse' หมายถึง 'ทางตัน' หรือสภาวะที่การเจรจาไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง (ในกรณีนี้คือเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์จากเชื้อโรค PABS) จึงต้องขยายเวลาออกไป
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ตรงข้ามกับความหมายจริง, ค. และ ง. ไม่สอดคล้องกับการที่ต้องขยายเวลาเจรจา
ระวังหลุมพราง: คำนี้มักออกสอบในบริบทการทูตหรือการเจรจา พบบ่อยในข่าวสารสาธารณสุขโลก
==============================
ข้อที่ 24
โจทย์: ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกสั่ง 'พักราชการ' หรือ 'ให้ออกจากราชการไว้ก่อน' เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย หากภายหลังปรากฏว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ข้อใดคือสิทธิตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ตัวเลือก:
ก. ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยถูกสั่งพักราชการและให้ได้รับเงินเดือนในระหว่างนั้น
ข. ให้กลับเข้ามารับราชการโดยเริ่มนับอายุราชการใหม่ทั้งหมด
ค. ให้ได้รับเงินค่าทำขวัญเป็นจำนวน 10 เท่าของเงินเดือนล่าสุด
ง. ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการได้ แต่ให้ได้รับเงินบำเหน็จตอบแทนแทน
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 101 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เมื่อผลการสอบสวนเป็นที่สุดว่าไม่มีความผิด ให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่เดิม และให้ถือว่าผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อเนื่องโดยไม่เคยถูกสั่งพัก/ให้ออก และให้ได้รับเงินเดือน/ประโยชน์อื่นย้อนหลังเสมือนไม่ได้ถูกสั่ง
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 101-103
สูตรจำ: บริสุทธิ์ = กลับที่เดิม + เงินครบ + อายุราชการต่อเนื่อง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ผิดหลักสิทธิประโยชน์ราชการ, ค. ไม่มีระบุในกฎหมาย (เป็นเรื่องค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดซึ่งต้องฟ้องแยก), ง. ผิดในสาระสำคัญของการสอบวินัย
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอกเรื่อง 'การเริ่มนับอายุราชการใหม่' ซึ่งจะเสียสิทธิประโยชน์มาก
==============================
ข้อที่ 25
โจทย์: บทความข่าวเดือนพฤษภาคม 2569 ระบุว่า 'สภาผู้บริโภคเสนอให้ ETDA ปรับลดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายคุมโฆษณาโซเชียลจาก 180 วัน เหลือเพียง 30 วัน เนื่องจากปัจจุบันคนไทยโดนหลอกทุกชั่วโมง' ข้อใดคือประเด็นสำคัญที่สุดที่บทความนี้ต้องการสื่อสาร
ตัวเลือก:
ก. คนไทยมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกผ่านโฆษณาออนไลน์ในระดับวิกฤต
ข. ETDA ออกกฎหมายใหม่เพื่อบังคับให้คนยิงโฆษณาต้องสแกนใบหน้า
ค. ความล่าช้าของผลบังคับใช้ทางกฎหมายส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
ง. สภาผู้บริโภคมีอำนาจสั่งการให้ ETDA แก้ไขระยะเวลาในราชกิจจานุเบกษา
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประเด็นหลักคือความขัดแย้งระหว่าง 'ความเร็วของมิจฉาชีพ' กับ 'ความช้าของกฎหมาย' (180 วัน) ซึ่งบทความชี้ให้เห็นว่าความล่าช้านี้ทำให้ประชาชนยังไม่ปลอดภัย สอดคล้องกับข้อ ค. ส่วนข้อ ก. และ ข. เป็นเพียงข้อมูลสนับสนุน ไม่ใช่ใจความสำคัญของการคัดค้าน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นข้อเท็จจริงประกอบไม่ใช่แก่น, ข. เป็นรายละเอียดข้อกฎหมาย, ง. ผิดเพราะสภาผู้บริโภคไม่มีอำนาจสั่งการ เป็นเพียงผู้เสนอแนะ
ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ก. ดูเหมือนจะถูกเพราะเป็นเรื่องจริง แต่โจทย์ถาม 'ประเด็นสำคัญที่สุด' ของบทความการคัดค้านนี้
==============================
ข้อที่ 26
โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 มีการรายงานสถานการณ์การระบาดของ Hantavirus บนเรือสำราญในแถบอเมริกาใต้ หากพบว่ามีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม 150 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 12 ราย ข้อใดคืออัตราป่วยตาย (Case Fatality Rate: CFR) ของเหตุการณ์นี้
ตัวเลือก:
ก. ร้อยละ 0.08
ข. ร้อยละ 1.25
ค. ร้อยละ 8.00
ง. ร้อยละ 12.50
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: สูตรการคำนวณอัตราป่วยตาย (CFR) = (จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรค / จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนั้นทั้งหมด) x 100 แทนค่าได้เป็น (12 / 150) x 100 = 0.08 x 100 = 8.00% ข้อมูลนี้อ้างอิงจากสถานการณ์ระบาดจริงในช่วงต้นปี 2569 ที่ WHO รายงานถึงความล้มเหลวในการเจรจา PABS โดยมีการกล่าวถึงเคส Hantavirus เป็นตัวเร่งด่วน
อ้างอิง: หลักการระบาดวิทยาเบื้องต้น กรมควบคุมโรค
สูตรจำ: CFR = (ตาย / ป่วย) x 100
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผลหารยังไม่ได้คูณ 100, ข. และ ง. เป็นตัวเลขที่เกิดจากการคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอัตราตาย (Mortality Rate) ที่ต้องใช้ประชากรกลางปีเป็นตัวหาร สำหรับ CFR ตัวหารต้องเป็นจำนวน 'ผู้ป่วย' เท่านั้น
==============================
ข้อที่ 27
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การขอสำเนา 'รายงานการแพทย์' ของผู้ป่วยรายหนึ่ง หน่วยงานของรัฐสามารถปฏิบัติอย่างไรได้บ้างหากเห็นว่ามีเหตุอันควรเพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล
ตัวเลือก:
ก. ปฏิเสธการเปิดเผยโดยเด็ดขาดเพราะเป็นข้อมูลความลับทางการแพทย์
ข. เปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายเท่านั้น
ค. เปิดเผยต่อญาติสายโลหิตชั้นที่ 1 โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของข้อมูล
ง. เปิดเผยได้ทันทีเพราะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิรับรู้ตามมาตรา 9
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 25 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ระบุว่า 'การเปิดเผยรายงานการแพทย์ที่เกี่ยวกับบุคคลใด ถ้ากรณีมีเหตุอันควรเจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายก็ได้'
อ้างอิง: พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 25
สูตรจำ: รายงานการแพทย์ -> ให้แพทย์ที่ได้รับมอบหมายดูแทน (เพื่อความปลอดภัยทางจิตใจ/ข้อมูล)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะบุคคลมีสิทธิรู้ข้อมูลของตน, ค. ญาติไม่มีสิทธิโดยอัตโนมัติหากเจ้าของยังอยู่, ง. มาตรา 9 คือข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูทั่วไป ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล
ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักสับสนกับมาตรา 9 ที่ต้องเปิดเผยเป็นการทั่วไป หรือสับสนกับ PDPA แต่กฎหมายข้อมูลข่าวสารมีบทบัญญัติเฉพาะเรื่อง 'รายงานการแพทย์'
==============================
ข้อที่ 28
โจทย์: In the 2026 'Smart Consumer City' initiative, health authorities use AI APIs to monitor 'misleading health claims' on digital platforms. Which word is a synonym for 'misleading'?
ตัวเลือก:
ก. Authentic
ข. Deceptive
ค. Evidence-based
ง. Transparent
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Misleading แปลว่า 'ซึ่งทำให้เข้าใจผิด' หรือ 'หลอกลวง' ซึ่งตรงกับคำว่า Deceptive (หลอกลวง) ในงานสาธารณสุขมักใช้คู่กับคำว่า Advertising หรือ Health Claims
สูตรจำ: Mis- = ผิด, Lead = นำ -> Misleading = นำไปสู่ทางที่ผิด (หลอกลวง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. แปลว่าจริงแท้, ค. แปลว่าตามหลักฐานอ้างอิง, ง. แปลว่าโปร่งใส ทั้งหมดเป็นคำบวก
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายเชิงบวก (ก, ค, ง) ซึ่งมักเป็นตัวหลอกในโจทย์เกี่ยวกับโฆษณาผิดกฎหมาย
==============================
ข้อที่ 29
โจทย์: ตามแนวทางการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) สำหรับหน่วยงานส่วนภูมิภาค (สสจ.) ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสัดส่วนงบประมาณตามภารกิจพื้นฐาน
ตัวเลือก:
ก. จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัดร้อยละ 60 และแปรผันตามกลุ่มประชากรร้อยละ 40
ข. จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัดร้อยละ 40 และแปรผันตามเกณฑ์พื้นที่/ประชากรร้อยละ 60
ค. จัดสรรตามจำนวนอำเภอและ รพ.สต. เท่ากันร้อยละ 50
ง. จัดสรรตามดัชนีความขัดสน (Gini Index) ของแต่ละจังหวัดร้อยละ 100
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของ สป.สธ. งวดที่ 1 หลักเกณฑ์การจัดสรรงบพื้นฐานสำหรับ สสจ. คือ 1) ร้อยละ 40 จัดสรรเท่ากันทุกจังหวัด 2) ร้อยละ 60 จัดสรรแปรผันตามจำนวนอำเภอ (20%), จำนวน รพ.สต. (20%), ระดับความทุรกันดาร (10%) และจำนวนประชากร (10%)
อ้างอิง: แนวทางการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
สูตรจำ: 40 เท่ากัน 60 ผันแปร (อำเภอ-รพสต-ดาร-คน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สลับสัดส่วนร้อยละ, ค. เป็นการระบุสัดส่วนย่อยที่ผิดหลักการ, ง. ไม่มีเกณฑ์การใช้ Gini Index 100% ในระเบียบนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังสลับสัดส่วนระหว่าง 40/60 ซึ่งเป็นเกณฑ์ใหม่ปี 2569 ที่เน้นความเป็นธรรมในระดับพื้นที่มากขึ้น
==============================
ข้อที่ 30
โจทย์: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จัดงาน 'วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย 2569' ภายใต้แนวคิดใด ซึ่งเน้นการยกระดับเมืองสู่การคุ้มครองสิทธิที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล
ตัวเลือก:
ก. Digital Health for All
ข. The Smart Consumer City
ค. Safe Products, Confident Consumers
ง. One Tablet per Hospital
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: จากการรายงานข่าววันที่ 27 เมษายน 2569 สคบ. และ สป.สธ. ร่วมกันชูแนวคิด 'THE SMART CONSUMER CITY: ยกระดับเมือง สู่การคุ้มครองสิทธิที่ยั่งยืน' สำหรับวันคุ้มครองผู้บริโภคไทยปี 2569 เพื่อรับมือกับการซื้อขายออนไลน์ที่ขยายตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นนโยบายทั่วไปของกระทรวง, ค. เป็นธีมสากล (OECD/CI), ง. เป็นตัวหลอกที่ไม่มีจริง
ระวังหลุมพราง: ข้อ ค. เป็นธีมของวันสิทธิผู้บริโภค 'สากล' (15 มี.ค.) แต่โจทย์ถามวันคุ้มครองผู้บริโภค 'ไทย' (30 เม.ย.)
#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข #นโยบายสาธารณสุข #ข้อสอบจริงสปสธ #เก็งข้อสอบสปสธ #ติวสอบกระทรวงสาธารณสุข #สอบสปสธ2569 #นักวิชาการสาธารณสุข #สอบราชการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสาธารณสุข #เตรียมสอบสปสธ #ข้อสอบภาคข #งานราชการ #กระทรวงสาธารณสุข #สปสธ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น