ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ข้อที่ 21-30

 





ข้อที่ 21

โจทย์: บุคคลใดต่อไปนี้ 'ไม่มีคุณสมบัติ' หรือมีลักษณะต้องห้ามในการรับจัดที่ดินเพื่อการครองชีพตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511


ตัวเลือก:

ก. นายสมชาย อายุ 22 ปี มีสัญชาติไทย

ข. นางสาวสมศรี มีร่างกายสมบูรณ์และขยันขันแข็ง

ค. นายสมศักดิ์ เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

ง. นายสมพล ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การครองชีพ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 8 กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับจัดที่ดินว่าต้องมีสัญชาติไทย บรรลุกิตติภาวะ มีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

อ้างอิง: พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 8

สูตรจำ: ไทย-โต-ถึก-ดี (สัญชาติไทย-บรรลุนิติภาวะ-ร่างกายดี-ความประพฤติดี/ไม่บ้า)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายมาตรา 8

ระวังหลุมพราง: โจทย์ถามว่า 'ไม่มีคุณสมบัติ' ดังนั้นต้องเลือกข้อที่เป็นลักษณะต้องห้าม


==============================


ข้อที่ 22

โจทย์: ตามรายงานผลประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ของกระทรวงการคลัง ณ เดือนเมษายน 2569 หากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 800 ล้านบาท และคณะกรรมการมีมติให้นำเงิน 20% ของงบที่ได้รับใหม่ไปสำรองไว้เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนที่เหลือให้นำไปกระจายให้องค์กรสาธารณประโยชน์ 100 แห่งเท่าๆ กัน อยากทราบว่าแต่ละองค์กรจะได้รับเงินอุดหนุนเฉลี่ยแห่งละเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 7.36 ล้านบาท

ข. 9.20 ล้านบาท

ค. 1.84 ล้านบาท

ง. 736,000 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: คำนวณตามลำดับดังนี้: 1. งบประมาณใหม่ = 800 + (800 x 15/100) = 800 + 120 = 920 ล้านบาท 2. หักเงินสำรอง 20% = 920 x 20/100 = 184 ล้านบาท 3. งบที่เหลือสำหรับอุดหนุน = 920 - 184 = 736 ล้านบาท 4. กระจายให้ 100 แห่ง = 736 / 100 = 7.36 ล้านบาทต่อแห่ง ข้อมูลอ้างอิงสถานการณ์เศรษฐกิจจากคลัง 2569 ที่คาดการณ์งบประมาณรัฐขยายตัวเพื่อพยุงกำลังซื้อฐานราก


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ค. คือยอดเงินสำรอง (184 ล้าน) ข้อ ข. คือยอดงบรวมก่อนหักสำรอง (9.2 ล้าน/แห่ง) และข้อ ง. หน่วยผิด (หลักแสน)

ระวังหลุมพราง: ระวังหน่วยของคำตอบระหว่าง 'ล้านบาท' กับ 'บาท' และต้องหักเงินสำรองออกก่อนนำไปหารจำนวนองค์กร


==============================


ข้อที่ 23

โจทย์: จากบทความสถานการณ์สังคมไทย เมษายน 2569: 'ภาวะความยากจนดิจิทัล (Digital Poverty) กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ แม้รัฐบาลจะพยายามใช้ AI ในการคัดกรองผู้มีสิทธิ แต่กลุ่มเปราะบางที่ขาดอุปกรณ์และทักษะกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง' ข้อใดสรุปประเด็นสำคัญของบทความได้ถูกต้องที่สุด


ตัวเลือก:

ก. AI เป็นเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับงานด้านสวัสดิการสังคม

ข. ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ค. รัฐบาลควรยกเลิกการใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมดเพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง

ง. กลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่มีความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่สังคมดิจิทัล


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: บทความระบุชัดเจนว่า 'ความยากจนดิจิทัลเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงสวัสดิการ' ซึ่งตรงกับแนวคิดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี (Digital Divide) ที่ทำให้คนบางกลุ่มเสียสิทธิ

สูตรจำ: อ่านจับใจความ: ใคร + ทำอะไร + ผลเป็นอย่างไร (กลุ่มเปราะบาง + ขาดเทคโนโลยี + เข้าไม่ถึงรัฐ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. และ ค. มีความเห็นส่วนตัวที่รุนแรงเกินไปจากบทความ ข้อ ง. ขัดแย้งกับเนื้อหาที่บอกว่า 'ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง'

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ใช้คำรุนแรงเกินจริง (Extremist words) เช่น 'ไม่เหมาะสมเลย' หรือ 'ควรยกเลิกทั้งหมด' ซึ่งมักจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง


==============================


ข้อที่ 24

โจทย์: ในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพปี 2569 หากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 (ฉบับแก้ไข) โดยกำหนดค่าธรรมเนียมบำรุงนิคมเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้า ถ้าพื้นที่ 10 ไร่แรกจ่ายไร่ละ 500 บาท และไร่ที่ 11 เป็นต้นไปจ่ายไร่ละ 1,000 บาท หากบริษัท 'Social Green' ขอใช้พื้นที่ 25 ไร่เพื่อทำวิสาหกิจชุมชน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมรวมเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 15,000 บาท

ข. 20,000 บาท

ค. 25,000 บาท

ง. 12,500 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: คำนวณแบบอัตราก้าวหน้า: 1. 10 ไร่แรก x 500 = 5,000 บาท 2. พื้นที่ส่วนที่เกิน (25 - 10) = 15 ไร่ 3. 15 ไร่ x 1,000 = 15,000 บาท 4. รวม 5,000 + 15,000 = 20,000 บาท อ้างอิงอำนาจอธิบดีตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511

อ้างอิง: พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 21


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. คิดจาก 15 ไร่หลังอย่างเดียว ข้อ ค. คิดเหมา 1,000 บาททุกไร่ ข้อ ง. คิดเหมา 500 บาททุกไร่

ระวังหลุมพราง: อย่าเอาพื้นที่ทั้งหมดไปคูณอัตราสูงสุดทันที เพราะเป็นโจทย์แบบ 'อัตราก้าวหน้า'


==============================


ข้อที่ 25

โจทย์: Choose the correct sentence to complete the 2026 DSDW Vision: 'To ensure that all vulnerable groups _______ protected and empowered by the year 2030.'


ตัวเลือก:

ก. is

ข. was

ค. are

ง. being


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: Subject คือ 'vulnerable groups' ซึ่งเป็นพหูพจน์ (plural) และประโยคแสดงข้อเท็จจริง/อนาคต จึงใช้ Verb 'are' ให้สอดคล้องกับประธาน

สูตรจำ: S (พหู) + V (พหู) -> Groups + Are


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้กับเอกพจน์, ข. ใช้กับอดีต, ง. ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ในโครงสร้างนี้ได้โดยตรง

ระวังหลุมพราง: อย่าลืมดูคำว่า 'groups' ที่มี s แสดงความเป็นพหูพจน์


==============================


ข้อที่ 26

โจทย์: In the 2026 DSDW International Conference on Social Equality, the speaker emphasized the need for 'Grant-in-aid' to support NGOs. What does 'Grant-in-aid' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ

ข. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

ค. เงินค่าปรับทางปกครอง

ง. เงินเดือนพนักงานราชการ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Grant-in-aid หมายถึง เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจ่ายให้กับหน่วยงานท้องถิ่นหรือองค์กรเอกชนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย

สูตรจำ: Grant = Give (ให้), Aid = Help (ช่วย) -> รวมกันคือเงินช่วยเหลืออุดหนุน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Loan, ค. คือ Fine/Penalty, ง. คือ Salary

ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง 'Grant' (เงินให้เปล่า/อุดหนุน) กับ 'Loan' (เงินกู้)


==============================


ข้อที่ 27

โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 หากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเดินทางไปราชการต่างประเทศและไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ใครคือผู้มีอำนาจหน้าที่ 'รักษาราชการแทน' ตามกฎหมายโดยอันดับแรก


ตัวเลือก:

ก. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข. รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ค. เลขานุการกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ง. ข้าราชการในกรมที่อธิบดีมอบหมายเป็นหนังสือ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 46 หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน หากมีรองอธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองอธิบดีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

อ้างอิง: พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 46

สูตรจำ: รักษาราชการแทน = 'แทนเพราะไม่อยู่' (รอง แทน อธิบดี)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปไม่ใช่ผู้แทนในระดับกรม ค. มีหน้าที่ดูแลงานส่วนกลางของกรมแต่อำนาจแทนต้องเป็นรองอธิบดีก่อน ง. จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่มีรองอธิบดี

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'รักษาราชการแทน' (ตำแหน่งว่าง/ไม่อยู่) กับ 'ปฏิบัติราชการแทน' (การมอบอำนาจ)


==============================


ข้อที่ 28

โจทย์: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานราชการ 'ประเภททั่วไป' ในกลุ่มงานเทคนิค จะต้องมีกำหนดระยะเวลาในการจ้างตามสัญญาจ้างคราวละไม่เกินกี่ปี


ตัวเลือก:

ก. 2 ปี

ข. 4 ปี

ค. 5 ปี

ง. ตามเกษียณอายุราชการ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามระเบียบฯ ข้อ 12 การจ้างพนักงานราชการให้กระทำเป็นสัญญาจ้างไม่เกินคราวละ 4 ปี หรือตามโครงการที่มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ แต่ต้องไม่เกิน 4 ปี

อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 12

สูตรจำ: พนักงานราชการ = 'สี่-สี่' (กรอบกำลัง 4 ปี, สัญญาจ้างไม่เกิน 4 ปี)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สั้นเกินไป ค. ยาวเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ง. เป็นของข้าราชการประจำ

ระวังหลุมพราง: พนักงานราชการ 'ไม่ใช่' ข้าราชการ จึงไม่มีการจ้างยาวจนเกษียณในสัญญาเดียว แต่เป็นการต่อสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี


==============================


ข้อที่ 29

โจทย์: ข้อใดใช้ภาษาในหนังสือราชการของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด


ตัวเลือก:

ก. กรมฯ ใคร่ขอเชิญท่านมาช่วยเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่คนไร้ที่พึ่ง

ข. จึงขอเรียนมาเพื่อโปรดให้ความอนุเคราะห์พิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าวด้วย

ค. ขอให้หน่วยงานของท่านส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนมาให้กรมฯ ด่วนจี๋

ง. ทางกรมพัฒนาสังคมฯ รู้สึกขอบใจมากที่ท่านให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ข้อ ข. ใช้ภาษาที่เป็นทางการและถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ (เพื่อโปรด...พิจารณาอนุมัติ) ส่วนข้ออื่นมีการใช้คำภาษาพูดหรือคำไม่เหมาะสม

สูตรจำ: สูตร 3 ต: ถูกต้อง (แบบแผน), ถูกกาล (เทศะ), ถูกต้อง (ตามระเบียบ)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. 'ใคร่ขอ' ไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน ข้อ ค. 'ด่วนจี๋' เป็นภาษาปาก ข้อ ง. 'ขอบใจ' ใช้กับผู้น้อยหรือเพื่อนสนิท ไม่ใช้ในหนังสือราชการทั่วไป

ระวังหลุมพราง: คำว่า 'ใคร่ขอ' หรือ 'ขอบใจ' เป็นคำที่ควรระวังในการใช้กับบุคคลภายนอกหรือผู้ใหญ่ในระดับทางการ


==============================


ข้อที่ 30

โจทย์: ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ก.ส.ค.) ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ใครดำรงตำแหน่งเป็น 'รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง'


ตัวเลือก:

ก. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ค. ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง

ง. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 7 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ รมว.พม. เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง ส่วนรองประธานคนที่สองคือนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรสวัสดิการชุมชน

อ้างอิง: พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 7

สูตรจำ: ประธาน = นายก, รอง 1 = รมต., รอง 2 = เอกชน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ปลัด พม. เป็นกรรมการและเลขานุการ ค. เป็นรองคนที่สอง ง. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

ระวังหลุมพราง: ระวังลำดับรองประธาน คนที่หนึ่งมักเป็น รมต. ส่วนคนที่สองเป็นผู้แทนภาคเอกชน/ประชาชน

#นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม69 #แนวข้อสอบนักพัฒนาสังคม #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #ข้อสอบภาคข #ติวสอบพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นักพัฒนาสังคม #สอบข้าราชการ2569 #ข้อสอบจริงพม #คู่มือเตรียมสอบพม #สวัสดิการสังคม #ติวสอบราชการ #พม2569

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น