ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตำรวจสายอำนวยการ 100 ข้อ

 



ข้อที่ 1
โจทย์: If a foreign tourist asks a police administrative officer, "Where can I renew my digital visa?", which response is the most appropriate and polite?

ตัวเลือก:
ก. Go away. I am busy.
ข. You can do it online via the official immigration portal.
ค. I don't know, ask someone else.
ง. Give me your money first.

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: เป็นการตอบคำถามที่ให้ข้อมูลชัดเจน สุภาพ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลปี 2569 (Digital Visa)
อ้างอิง: มาตรฐานทางจริยธรรม (การให้บริการประชาชน)
สูตรจำ: Be helpful, Be polite.

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นประโยคที่ไม่สุภาพและไม่แสดงถึงจิตบริการ (Service Mind)
ระวังหลุมพราง: ระวังการเลือกคำตอบที่ฟังดูเป็นกันเองเกินไปจนเสียกิริยาข้าราชการที่ดี

==============================

ข้อที่ 2
โจทย์: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมไว้กี่ประการ?

ตัวเลือก:
ก. 5 ประการ
ข. 7 ประการ
ค. 9 ประการ
ง. 10 ประการ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดไว้ 7 ประการ ได้แก่ 1.ยึดมั่นสถาบันหลัก 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง 4.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน 6.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม 7.ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี
อ้างอิง: มาตรา 5 พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
สูตรจำ: 7 สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องจำ = มาตรฐานจริยธรรม 62

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลขอื่นไม่ใช่ตัวเลขที่ระบุในมาตรา 5 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับค่านิยมหลักของบางหน่วยงานที่มีจำนวนต่างกัน แต่มาตรฐานกลางของกฎหมายแม่บทคือ 7 ประการ

==============================

ข้อที่ 3
โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น 20% ส่งผลให้งบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีตำรวจเพิ่มขึ้นจากเดิมเดือนละ 50,000 บาท เป็นเท่าใด?

ตัวเลือก:
ก. 55,000 บาท
ข. 60,000 บาท
ค. 70,000 บาท
ง. 100,000 บาท

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วิธีคำนวณ: 20% ของ 50,000 คือ (20/100) x 50,000 = 10,000 บาท ดังนั้นงบประมาณใหม่คือ 50,000 + 10,000 = 60,000 บาท
อ้างอิง: None
สูตรจำ: 20% คือ 1 ใน 5 ของทั้งหมด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือ 10%, ค คือ 40%, ง คือ 100% ซึ่งไม่ตรงกับโจทย์ 20%
ระวังหลุมพราง: ระวังคำนวณผิดเป็น 5% หรือบวกเลขผิดฐาน

==============================

ข้อที่ 4
โจทย์: ในการทำงานสำนักงานยุคดิจิทัลปี 2569 หากต้องการเลือกข้อความทั้งหมดในไฟล์ Microsoft Word เพื่อเปลี่ยนฟอนต์ให้ตรงตามระเบียบงานสารบรรณ คีย์ลัดใดที่ช่วยประหยัดเวลาที่สุด?

ตัวเลือก:
ก. Ctrl + S
ข. Ctrl + A
ค. Ctrl + C
ง. Alt + F4

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Ctrl + A (All) คือคีย์ลัดสำหรับเลือกข้อความหรือวัตถุทั้งหมดในหน้ากระดาษหรือโฟลเดอร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของงานธุรการและอำนวยการ
อ้างอิง: Microsoft Office Standard Shortcuts
สูตรจำ: A = All (ทั้งหมด)

เทคนิคการตัดช้อยส์: S = Save (บันทึก), C = Copy (คัดลอก), Alt+F4 = Close (ปิด)
ระวังหลุมพราง: อย่าเผลอกด Alt+F4 เพราะเป็นการปิดโปรแกรมทันที

==============================

ข้อที่ 5
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 52 กำหนดให้การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกันต้องกระทำผ่านช่องทางใดเป็นหลัก เพื่อความรวดเร็วและลดภาระประชาชน?

ตัวเลือก:
ก. ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ของหน่วยงาน
ข. แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) กำหนด
ค. แอปพลิเคชันทางรัฐ (Tang Rath) ของรัฐบาล
ง. ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละกระทรวงแยกกัน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 52 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 บัญญัติว่า 'การบริการประชาชนและการติดต่อประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ต้องกระทำโดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กำหนด'
อ้างอิง: มาตรา 52 พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (แก้ไขเพิ่มเติม 2562)
สูตรจำ: ประสานงานรัฐ ยุคดิจิทัล = แพลตฟอร์มกลาง DGA

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นเพียงเครื่องมือย่อย แต่กฎหมายต้องการความเป็นเอกภาพผ่าน 'แพลตฟอร์มกลาง' เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing)
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ค. 'แอปพลิเคชันทางรัฐ' แม้จะเป็นแอปที่ประชาชนใช้จริง แต่ในทางกฎหมายมาตรา 52 ระบุชื่อ 'แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง' และระบุหน่วยงาน DGA เป็นผู้กำหนด

==============================

ข้อที่ 6
โจทย์: เหตุการณ์สำคัญในภูมิภาคอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569 คืออะไร?

ตัวเลือก:
ก. การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
ข. ประเทศไทยรับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากประเทศมาเลเซีย
ค. การลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ยุโรปฉบับใหม่
ง. การประกาศใช้สกุลเงินดิจิทัลอาเซียนอย่างเป็นทางการ

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนปี 2569 (แทนเมียนมาที่ถูกข้ามลำดับ) และมีกำหนดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบูในเดือนพฤษภาคม 2569 ภายใต้แนวคิด 'Navigating Our Future, Together'
อ้างอิง: ASEAN Secretariat Calendar 2026
สูตรจำ: 2026 ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ (Cebu Summit)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดปี, ค และ ง เป็นเหตุการณ์สมมติที่ยังไม่มีการตกลงอย่างเป็นทางการในระดับผู้นำ
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่กล่าวว่าไทยเป็นประธาน เพราะไทยเพิ่งเป็นไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลำดับปี 2569 คือฟิลิปปินส์

==============================

ข้อที่ 7
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 หากคู่กรณีไม่พอใจ 'คำสั่งทางปกครอง' และต้องการอุทธรณ์ โดยที่ไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ ต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง?

ตัวเลือก:
ก. 7 วัน
ข. 15 วัน
ค. 30 วัน
ง. 90 วัน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 44 ระบุว่า '...ให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองนั้นโดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว'
อ้างอิง: มาตรา 44 พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
สูตรจำ: อุทธรณ์คำสั่ง (ปกครอง) = 15 วัน, ฟ้องศาล (ปกครอง) = 90 วัน

เทคนิคการตัดช้อยส์: 15 วัน คือกฎทั่วไปของการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองตามมาตรา 44
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับระยะเวลาฟ้องศาลปกครองซึ่งมักจะเป็น 90 วัน กฎหมายระบุว่าต้องอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองก่อนภายใน 15 วัน

==============================

ข้อที่ 8
โจทย์: ในการประชุมรัฐสภาเดือนเมษายน 2569 รัฐบาลนายกฯ อนุทิน ได้แถลงนโยบาย 'Thailand 10 Plus' ซึ่งเน้นการบริหารราชการแบบ 'Cluster' ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องที่สุดของรูปแบบการทำงานนี้?

ตัวเลือก:
ก. การแยกส่วนการทำงานของแต่ละกระทรวงให้ชัดเจนเพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน
ข. การรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่นายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว
ค. ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ที่รวมพลังภาคเอกชนและประชาชนโดยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน
ง. การเพิ่มจำนวนข้าราชการในหน่วยงานส่วนภูมิภาคให้มากขึ้น 10%

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามคำแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 รัฐบาลมุ่งปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น 'ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)' โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ เพื่อลดการทำงานแบบไซโล (Silo) และให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็น Enabler หรือผู้สนับสนุนภาคเอกชนและประชาชน
อ้างอิง: คำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมษายน 2569
สูตรจำ: Cluster = รวมกลุ่มยุทธศาสตร์ / รัฐ = ผู้สนับสนุน (Enabler)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิด เพราะ Cluster คือการรวมกลุ่มไม่ใช่แยกส่วน, ข ผิด เพราะเน้นบูรณาการไม่ใช่รวมศูนย์, ง ผิด เพราะนโยบายเน้นรัฐขนาดเล็กลง (Right-sizing)
ระวังหลุมพราง: ระวังหลงประเด็นกับคำว่า '10 Plus' ที่อาจทำให้คิดไปถึงการเพิ่มจำนวนข้าราชการ แต่จริงๆ คือชื่อนโยบายเศรษฐกิจและสังคม

==============================

ข้อที่ 9
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานอำนวยการได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลรักษาพัสดุในสำนักงาน แต่กลับนำกระดาษ A4 ของหลวงไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวเป็นประจำ การกระทำนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด?

ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์)
ข. มาตรา 151 (ใช้อำนาจจัดการทรัพย์โดยทุจริต)
ค. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ)
ง. มาตรา 162 (ทำเอกสารเท็จ)

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 147 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต...' กรณีนี้ตำรวจมีหน้าที่รักษาพัสดุแต่เบียดบังกระดาษ (ทรัพย์) ไปใช้ส่วนตัว จึงตรงกับองค์ประกอบมาตรา 147 ที่สุด
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
สูตรจำ: 147 = เจ้าพนักงาน + มีหน้าที่รักษา + เบียดบังทรัพย์

เทคนิคการตัดช้อยส์: 151 เน้นการใช้อำนาจในตำแหน่งจัดการทรัพย์ (เช่น จัดซื้อ), 157 เป็นบททั่วไป (ถ้าผิดบทเฉพาะแล้วไม่ใช้บททั่วไป), 162 เกี่ยวกับเอกสาร
ระวังหลุมพราง: หลายคนมักตอบมาตรา 157 เพราะเป็นมาตราครอบจักรวาล แต่หากมีการเบียดบังทรัพย์โดยตรงและผู้กระทำมีหน้าที่รักษาทรัพย์นั้น ต้องใช้มาตรา 147 ซึ่งมีโทษหนักกว่า

==============================

ข้อที่ 10
โจทย์: The theme for ASEAN 2026 under the Philippines chairmanship is 'Navigating Our Future, Together.' What does the word 'Navigating' most likely mean in this context?

ตัวเลือก:
ก. Driving a car on a highway
ข. Finding the way or directing the course of the region
ค. Searching for information on the internet
ง. Investigating criminal activities in ASEAN

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: In the context of the ASEAN 2026 theme 'Navigating Our Future, Together,' 'Navigating' refers to leading or finding a path through challenges toward a better future for the community.
อ้างอิง: ASEAN 2026 Chairmanship Statement
สูตรจำ: Navigate = นำทาง/กำหนดทิศทาง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค และ ง เป็นความหมายเฉพาะทางเกินไปหรือไม่ตรงกับบริบทความร่วมมือระหว่างประเทศ
ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่าเป็นการขับรถหรือการใช้อินเทอร์เน็ต (Browse) ให้ดูบริบทของการเป็นประธานอาเซียนที่ต้องกำหนดทิศทางภูมิภาค

==============================

ข้อที่ 11
โจทย์: พิจารณาอนุกรมตัวเลขต่อไปนี้: 5, 11, 23, 47, 95, ... ตัวเลขถัดไปคือข้อใด (วิเคราะห์จากแนวโน้มดัชนีราคาผู้บริโภคเมษายน 2569)

ตัวเลือก:
ก. 189
ข. 191
ค. 193
ง. 201

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: อนุกรมนี้มีฐานการคำนวณแบบ (n x 2) + 1 โดยเริ่มจาก 5x2+1 = 11, 11x2+1 = 23, 23x2+1 = 47, 47x2+1 = 95 ดังนั้นตัวเลขถัดไปคือ 95x2+1 = 191
อ้างอิง: N/A
สูตรจำ: สูตร 'คูณสองบวกหนึ่ง' พึ่งพาได้เสมอในอนุกรมก้าวกระโดด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 189 เกิดจาก 95x2-1 (ผิดเครื่องหมาย), ค. 193 เกิดจากการบวกเพิ่มผิดตำแหน่ง, ง. 201 เป็นตัวเลขโดดที่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงระบบ
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับอนุกรมการบวกเพิ่มที่เพิ่มเป็นเท่าตัว (6, 12, 24...) ให้เช็คความสัมพันธ์ระหว่างพจน์ให้ชัดเจน

==============================

ข้อที่ 12
โจทย์: ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ได้ 'ถูกต้อง' ตามโบราณราชประเพณี ในการกล่าวถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตัวเลือก:
ก. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรเล็กน้อย
ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอาการประชวร
ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวร
ง. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีอาการพระประชวร

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'ประชวร' เป็นคำกริยาราชาศัพท์อยู่แล้ว เมื่อใช้ 'ทรง' นำหน้าคำกริยาราชาศัพท์ไม่ต้องมีคำว่า 'มี' หรือ 'เป็น' มาคั่น และไม่ใช้ 'ทรงมี/ทรงเป็น' นำหน้าคำที่เป็นราชาศัพท์ในตัวมันเอง
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ภาคผนวกราชาศัพท์)
สูตรจำ: ทรง + กริยาสามัญ = ได้ / ทรง + กริยาราชาศัพท์ = ไม่ได้ (ห้ามซ้อน!)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้คำขยาย 'เล็กน้อย' ไม่เหมาะสม, ข. และ ง. ใช้โครงสร้าง 'ทรงมี' หรือ 'มีอาการ' ซ้อนกับคำราชาศัพท์ซึ่งผิดหลักภาษา
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ 'ทรงมี/ทรงเป็น' นำหน้ากริยาราชาศัพท์ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในข้อสอบตำรวจ

==============================

ข้อที่ 13
โจทย์: หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ใครเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน

ตัวเลือก:
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. คณะรัฐมนตรี (ครม.)
ค. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในกรณีของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และไม่มีผู้รักษาราชการแทนตามกฎหมาย ให้ 'คณะรัฐมนตรี' เป็นผู้แต่งตั้งข้าราชการที่เห็นสมควรให้เป็นผู้รักษาราชการแทน
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 41 และ 42
สูตรจำ: ไม่มีใครอยู่ -> ครม. จัดให้ (ตัวใหญ่ระดับกรมขึ้นไป)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. นายกฯ มีอำนาจสั่งการแต่การแต่งตั้งรักษาราชการแทนตำแหน่งสำคัญเป็นอำนาจ ครม., ค. ก.ตร. ดูแลเรื่องบริหารงานบุคคลแต่ไม่ใช่ผู้แต่งตั้งรักษาราชการแทนตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน, ง. สตช. ไม่ได้สังกัดมหาดไทย
ระวังหลุมพราง: อย่าตอบ 'นายกรัฐมนตรี' แม้ สตช. จะขึ้นตรงต่อนายกฯ แต่การแต่งตั้งรักษาราชการแทนในระดับนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม.

==============================

ข้อที่ 14
โจทย์: Read the following statement about 2026 Sustainable Energy: 'Thailand aims to increase the share of renewable energy to 40% of total consumption by 2030.' What does 'renewable energy' mean?

ตัวเลือก:
ก. Energy from fossil fuels
ข. Energy that can be used only once
ค. Energy from natural sources that are constantly replenished
ง. Energy that causes high pollution

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: Renewable energy หมายถึง พลังงานหมุนเวียนที่ได้จากแหล่งธรรมชาติที่ไม่มีวันหมดสิ้น เช่น แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ
อ้างอิง: แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2024-2030)
สูตรจำ: RE = Again, NEW = ใหม่ -> ทำใหม่ได้เรื่อยๆ = หมุนเวียน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Fossil fuels คือพลังงานสิ้นเปลือง, ข. เป็นนิยามของ Non-renewable, ง. พลังงานหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นพลังงานสะอาด
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำว่า Non-renewable ซึ่งหมายถึงพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป

==============================

ข้อที่ 15
โจทย์: จากสถานการณ์ค่าความร้อนสะสม (Heat Index) ในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่พุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ข้อใดสรุป 'ใจความสำคัญ' ได้ถูกต้องที่สุด

ตัวเลือก:
ก. รัฐบาลควรประกาศให้เดือนเมษายนเป็นเดือนแห่งการพักร้อนแห่งชาติ
ข. ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและระบบนิเวศ
ค. ประชาชนควรดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงเวลาเที่ยงวัน
ง. ค่าความร้อนสะสมเป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวของการจัดการผังเมืองในกรุงเทพฯ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใจความสำคัญต้องครอบคลุมภาพรวมของเหตุการณ์และสาเหตุเชิงโครงสร้าง ซึ่งข้อ ข. อธิบายถึงปัจจัยหลัก (เอลนีโญ) และผลกระทบที่กว้างขวางที่สุด
อ้างอิง: รายงานสถานการณ์ภาวะโลกร้อน กรมอุตุนิยมวิทยา (ฉบับคาดการณ์ปี 2569)
สูตรจำ: ใจความสำคัญ = ใคร/อะไร + ทำอะไร/ส่งผลอย่างไร (ต้องกว้างและครอบคลุม)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ยังไม่มีมูล, ค. เป็นรายละเอียดปลีกย่อย/คำแนะนำ, ง. เป็นการตีความเชิงลบที่แคบเกินไปเฉพาะพื้นที่
ระวังหลุมพราง: ข้อ ค. เป็นเพียง 'ข้อควรปฏิบัติ' ไม่ใช่ 'ใจความสำคัญ' ของปรากฏการณ์

==============================

ข้อที่ 16
โจทย์: อุปมาอุปไมย: 'พัดลม : ไฟฟ้า' มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

ตัวเลือก:
ก. รถยนต์ : ยางพารา
ข. โทรศัพท์ : สัญญาณ
ค. เรือใบ : ลม
ง. เตาแก๊ส : กระทะ

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ 'เครื่องจักร/อุปกรณ์ : พลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนหลัก' พัดลมต้องใช้ไฟฟ้า เรือใบต้องใช้ลม
อ้างอิง: N/A
สูตรจำ: จำไว้ว่า: ซ้ายคือเครื่องยนต์ ขวาคือพลัง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ยางพาราเป็นวัตถุดิบไม่ใช่พลังงานหลัก, ข. สัญญาณเป็นสื่อกลางไม่ใช่พลังงานขับเคลื่อนมอเตอร์, ง. กระทะเป็นอุปกรณ์รองที่ใช้คู่กัน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'พลังงานที่ขับเคลื่อน' กับ 'ส่วนประกอบ' หรือ 'สิ่งที่ทำงานร่วมกัน'

==============================

ข้อที่ 17
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะตราโล่ไปปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ร้าย แล้วเกิดอุบัติเหตุชนรถประชาชนเสียหายโดย 'ประมาทเลินเล่อ' ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ตัวเลือก:
ก. ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัว
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ต้องร่วมกันจ่ายครึ่งหนึ่ง
ง. ผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องร้องได้เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ ระบุว่า หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงาน (สตช.) จะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้
อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5
สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน / นอกหน้าที่ = ฟ้องส่วนตัว

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักมาตรา 5 (ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ถ้าอยู่ในหน้าที่), ค. ไม่มีหลักการหารครึ่งในกฎหมายนี้, ง. ผิดหลักสิทธิมนุษยชนและการปกครองระบอบนิติรัฐ
ระวังหลุมพราง: ระวัง! แม้เจ้าหน้าที่จะประมาท แต่ถ้าเป็นการ 'ในหน้าที่' ผู้เสียหายต้องฟ้องหน่วยงานก่อนเสมอ เจ้าหน้าที่จะรับผิดส่วนตัวก็ต่อเมื่อ 'ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' (ซึ่งหน่วยงานจะไปไล่เบี้ยทีหลัง)

==============================

ข้อที่ 18
โจทย์: หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในยุค 'Digital Transformation 2026' ข้อใดคือการประยุกต์ใช้หลัก 'ความมีเหตุผล' ได้ถูกต้องที่สุดสำหรับข้าราชการตำรวจ

ตัวเลือก:
ก. การซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีที่แพงที่สุดเพื่อแสดงถึงความทันสมัยของหน่วยงาน
ข. การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและผลกระทบก่อนตัดสินใจนำระบบ AI มาใช้ในงานบริหารงานเอกสาร
ค. การปฏิเสธการใช้เทคโนโลยีทุกชนิดเพื่อประหยัดงบประมาณของชาติ
ง. การรอให้หน่วยงานอื่นใช้เทคโนโลยีนั้นจนเก่าก่อนแล้วจึงค่อยนำมาปรับใช้

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: หลัก 'ความมีเหตุผล' คือการตัดสินใจอย่างมีพิจารณญาณ โดยคำนึงถึงเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ การใช้ AI โดยวิเคราะห์ความคุ้มค่าจึงเป็นทางเลือกที่สอดคล้องที่สุด
อ้างอิง: หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
สูตรจำ: เหตุผล = คิดถึงผลกระทบ + ความคุ้มค่า

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขาดความพอประมาณ, ค. ขาดความมีเหตุผลและไม่ทันโลก, ง. ขาดการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในการพัฒนาองค์กร
ระวังหลุมพราง: เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การ 'ประหยัดจนไม่ทำอะไร' แต่คือการ 'ใช้ให้ฉลาดและพอดี'

==============================

ข้อที่ 19
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence regarding the 2026 World Expo preparations: 'The committee members _______ the final decision on the venue by the end of next month.'

ตัวเลือก:
ก. will reach
ข. will have reached
ค. reaching
ง. reach

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประโยคนี้มีตัวบ่งชี้เวลาคือ 'by the end of next month' (ภายในสิ้นเดือนหน้า) ซึ่งแสดงถึงเหตุการณ์ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในอนาคต จึงต้องใช้ Future Perfect Tense (will have + V.3)
อ้างอิง: N/A
สูตรจำ: เจอ BY เมื่อไหร่ ให้มองหา HAVE + V3 ทันที!

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. will reach ใช้กับอนาคตทั่วไป ไม่เน้นการสิ้นสุดตามกำหนดเวลา, ค. reaching ผิดโครงสร้างไวยากรณ์ (ขาด Verb ช่วย), ง. reach เป็น Present Simple ไม่สอดคล้องกับอนาคต
ระวังหลุมพราง: คำว่า 'by the time' หรือ 'by + [เวลาในอนาคต]' คือสัญญาณเตือนของ Perfect Tense เสมอ

==============================

ข้อที่ 20
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดตั้ง ส่วนราชการในระดับ 'สำนัก' หรือ 'กอง' ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องตราเป็นกฎหมายลำดับใด

ตัวเลือก:
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน การแบ่งส่วนราชการภายในกรม (หรือเทียบเท่าอย่าง สตช.) ให้ตราเป็น 'กฎกระทรวง' โดยต้องระบุอำนาจหน้าที่ไว้ด้วย
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ทวิ
สูตรจำ: ตั้งกรม/กระทรวง = พ.ร.บ. / แบ่งข้างในกรม = กฎกระทรวง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้สำหรับการตั้ง/ยุบ กระทรวงหรือกรม (นิติบุคคล), ข. ใช้สำหรับการเปลี่ยนชื่อหรือโอนอำนาจหน้าที่ที่ไม่เพิ่มตำแหน่ง, ง. ไม่ใช่รูปแบบกฎหมายในการแบ่งส่วนราชการหลัก
ระวังหลุมพราง: ถ้าเป็นการตั้ง 'กระทรวง' หรือ 'กรม' ใหม่ (มีผลต่อสถานะนิติบุคคล) ต้องเป็น พ.ร.บ. แต่ถ้าแบ่งภายในเป็นสำนัก/กอง ใช้แค่กฎกระทรวง

==============================

ข้อที่ 21
โจทย์: ในการประเมินความพึงพอใจต่อระบบ 'Pol-Connect 2026' ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ใช้งานใน 5 เขตอำนวยการ ให้คะแนนเฉลี่ยดังนี้: เขต A (85), เขต B (90), เขต C (75), เขต D (80) และเขต E ซึ่งมีจำนวนผู้ประเมินเป็นสองเท่าของเขต C หากคะแนนเฉลี่ยรวมทั้ง 5 เขตคือ 82 คะแนน คะแนนเฉลี่ยของเขต E คือข้อใด?

ตัวเลือก:
ก. 81 คะแนน
ข. 82 คะแนน
ค. 83 คะแนน
ง. 84 คะแนน

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ใช้สูตรค่าเฉลี่ยรวม (Weighted Mean): (85 + 90 + 75 + 80 + 2x) / 6 = 82 (กำหนดให้ x คือคะแนนเขต E และมีน้ำหนักเป็น 2 ส่วนเนื่องจากคนเป็นสองเท่า) จะได้ 330 + 2x = 492; 2x = 162; x = 81 คะแนน

เทคนิคการตัดช้อยส์: หากคำนวณโดยหาร 5 จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่มีในตัวเลือก หรือหากคิดน้ำหนักผิดเป็น 1 ส่วน คะแนนจะออกมาสูงผิดปกติ
ระวังหลุมพราง: ระวังการลืมคิด 'น้ำหนัก' (Weight) ของเขต E ที่มีจำนวนผู้ประเมินเป็นสองเท่า ซึ่งทำให้ตัวหารต้องเป็น 6 ไม่ใช่ 5

==============================

ข้อที่ 22
โจทย์: ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนต้องแสดง 'ใบอนุญาต' ไว้ในที่เปิดเผย ตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 13 ประชาชนมีสิทธิดำเนินการอย่างไร?

ตัวเลือก:
ก. ต้องแสดงใบอนุญาตฉบับจริงที่เป็นกระดาษเท่านั้น
ข. แสดงเป็นภาพถ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันที่รัฐกำหนดได้
ค. ไม่ต้องแสดงใบอนุญาตเลยหากไม่มีเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
ง. ต้องจ้างบริษัทเอกชนรับรองภาพถ่ายอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนำไปแสดง

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 13 ระบุว่าผู้รับอนุญาตจะแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้อนุญาตประกาศกำหนดก็ได้ และให้ถือว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว
อ้างอิง: พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มาตรา 13

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ล้าสมัยและขัดมาตรา 13 ค. ผิดเงื่อนไข 'ต้องแสดงไว้ในที่เปิดเผย' ง. เป็นภาระที่กฎหมายไม่ได้กำหนด
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่บังคับใช้กระดาษ เพราะปี 2569 กฎหมายมุ่งเน้น Paperless

==============================

ข้อที่ 23
โจทย์: ข้อใดใช้ภาษาในหนังสือราชการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับการทำบันทึกข้อความในปี 2569?

ตัวเลือก:
ก. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการต่อไปด้วย จะขอบคุณมาก
ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาต่อไป
ค. จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป
ง. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบขอได้โปรดลงนามในคำสั่งที่แนบมาพร้อมนี้

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: การทำหนังสือราชการเสนอผู้มีอำนาจเพื่อขออนุมัติหรือลงนาม ต้องมีคำลงท้ายที่ระบุความมุ่งหมายชัดเจนตามระเบียบงานสารบรรณ โดย ง. เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ในการเสนอแฟ้มเพื่อลงนาม

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. มีคำว่า 'จะขอบคุณมาก' ซึ่งเป็นภาษาพูด ข. ฟุ่มเฟือยด้วยคำว่า 'ต่อไป' ซ้ำซ้อน ค. เป็นการสั่งการ ไม่ใช่การเสนอพิจารณา
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ค. ที่มักใช้กับระดับผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมา ไม่ใช่การเสนอขึ้นไป

==============================

ข้อที่ 24
โจทย์: The newly implemented digital filing system __________ the workload of administrative officers significantly since early 2026.

ตัวเลือก:
ก. reduces
ข. has reduced
ค. was reducing
ง. is reducing

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การใช้ 'since' (ตั้งแต่) ร่วมกับช่วงเวลาในอดีต (early 2026) จนถึงปัจจุบัน (April 2026) ต้องใช้ Present Perfect Tense (has/have + V.3) เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมา

เทคนิคการตัดช้อยส์: ค. เป็น Past Continuous ใช้กับอดีตที่แทรกซ้อน ง. เป็น Present Continuous ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิด ณ วินาทีนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ก. ที่เป็น Present Simple ซึ่งใช้กับข้อเท็จจริงทั่วไป ไม่เน้นความต่อเนื่องของเวลา

==============================

ข้อที่ 25
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'เจ้าหน้าที่อำนวยการทุกคนต้องใช้ระบบ AI ตรวจสอบเอกสาร' และ 'ผู้ที่ใช้ระบบ AI ตรวจสอบเอกสารบางคนได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นปี 2569' ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุด?

ตัวเลือก:
ก. เจ้าหน้าที่อำนวยการทุกคนได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น
ข. ผู้ที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นทุกคนเป็นเจ้าหน้าที่อำนวยการ
ค. เจ้าหน้าที่อำนวยการบางคนอาจได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น
ง. ไม่มีเจ้าหน้าที่อำนวยการคนใดได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์ (Syllogism): เจ้าหน้าที่ (A) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มใช้ AI (B) และกลุ่มใช้ AI (B) บางส่วนได้รางวัล (C) ดังนั้น A กับ C มีส่วนคาบเกี่ยวกันได้แต่ไม่จำเป็นต้องทั้งหมด ข้อสรุปที่ว่า 'บางคนอาจได้รับ' จึงปลอดภัยและสมเหตุสมผลที่สุด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะคำว่า 'ทุกคน' ข. ผิดเพราะเป็นการสรุปย้อนกลับที่ไม่แน่นอน ง. ผิดเพราะขัดกับความเป็นไปได้ตามโจทย์
ระวังหลุมพราง: อย่าสรุปแบบเหมารวม (Overgeneralization) ว่าทุกคนต้องได้รางวัลเพียงเพราะอยู่ในกลุ่มใหญ่

==============================

ข้อที่ 26
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชน ข้อใดคือหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 12?

ตัวเลือก:
ก. เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการพิมพ์เอกสารฉบับนั้น
ข. สั่งให้ประชาชนนำเอกสารตัวจริงมาแสดงเพิ่มทุกกรณี
ค. ทำสำเนาหรือรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารนั้นเองโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย
ง. ปฏิเสธการรับเอกสารหากไม่ได้ส่งผ่านระบบไปรษณีย์ตอบรับ

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 12 กำหนดว่าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำสำเนาหรือรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารที่รัฐออกให้เอง โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน
อ้างอิง: พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มาตรา 12

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดมาตรา 12 ข. ขัดมาตรา 7 และ 14 ง. ขัดมาตรา 10 ที่ให้รับทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
ระวังหลุมพราง: ห้ามตอบข้อที่ให้เรียกเก็บเงินหรือสร้างภาระเพิ่มแก่ประชาชน เพราะผิดเจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้

==============================

ข้อที่ 27
โจทย์: Which word is the most appropriate for a police officer's duty to 'provide support' to the public?

ตัวเลือก:
ก. Assistance
ข. Resistance
ค. Disturbance
ง. Negligence

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: Assistance หมายถึง การช่วยเหลือ/การสนับสนุน ซึ่งตรงกับบริบทหน้าที่ของตำรวจสายอำนวยการและสนับสนุน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. การต่อต้าน ค. การรบกวน ง. ความประมาทเลินเล่อ ทั้งหมดเป็นคำที่มีความหมายเชิงลบ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำที่มีรูปใกล้เคียงกันแต่ความหมายเชิงลบ

==============================

ข้อที่ 28
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 52/1 จังหวัดมีอำนาจหน้าที่ตามข้อใดที่เน้นการบูรณาการในพื้นที่?

ตัวเลือก:
ก. การจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ใหม่ในเขตพื้นที่
ข. การตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งงบประมาณกลุ่มจังหวัด
ค. การนำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์
ง. การยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งหมด

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 52/1 (1) ระบุชัดเจนว่าจังหวัดมีอำนาจหน้าที่นำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยทำงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 52/1

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. ไม่ใช่อำนาจของจังหวัด ข. เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์การยื่นคำขอ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงตาม 52/1
ระวังหลุมพราง: มาตรา 52 วรรคสาม ระบุเรื่องงบประมาณกลุ่มจังหวัด แต่คำถามเน้น 'อำนาจหน้าที่ตามมาตรา 52/1'

==============================

ข้อที่ 29
โจทย์: หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารใดลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540?

ตัวเลือก:
ก. รายงานผลการตรวจสอบภายในรายเดือน
ข. สัญญาสัมปทานที่ทำกับเอกชน
ค. โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
ง. แผนงานโครงการและงบประมาณรายจ่ายประจำปี

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 7 ระบุข้อมูล 5 ประเภทที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ (1) โครงสร้างองค์กร (2) สรุปอำนาจหน้าที่ (3) สถานที่ติดต่อ (4) กฎ มติ ค.ร.ม. ข้อบังคับ ฯลฯ และ (5) ข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการกำหนด
อ้างอิง: พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 7
สูตรจำ: มาตรา 7 'เจ็ด-ลง-จา' (ลงราชกิจจานุเบกษา), มาตรา 9 'เก้า-ดู-ได้' (ให้ประชาชนตรวจดู)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. และ ง. เป็นข้อมูลตามมาตรา 9 (ต้องจัดไว้ให้ตรวจดู) ไม่ใช่มาตรา 7 (ต้องลงราชกิจจาฯ)
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสลับกับมาตรา 9 (ข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้) ซึ่งรวมถึงสัญญาสัมปทานและงบประมาณ

==============================

ข้อที่ 30
โจทย์: คำในข้อใดมีความหมายตรงกับคำว่า 'โดยอนุโลม' ที่มักปรากฏในระเบียบการสอบตำรวจสายอำนวยการ?

ตัวเลือก:
ก. ปฏิบัติให้เหมือนกันทุกประการโดยห้ามแก้ไข
ข. นำมาใช้โดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามสภาพการณ์
ค. ยกเว้นการปฏิบัติหากเห็นว่ามีความยุ่งยาก
ง. ให้ถือตามความต้องการของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานและภาษากฎหมาย 'โดยอนุโลม' หมายถึง การนำกฎเกณฑ์หนึ่งมาใช้กับอีกกรณีหนึ่งโดยปรับรายละเอียดให้เข้ากับกรณีนั้นๆ แต่ยังคงหลักการเดิมไว้

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ 'โดยเคร่งครัด' ค. คือ 'การละเว้น' ง. คือ 'ตามอำเภอใจ'
ระวังหลุมพราง: คนมักสับสนระหว่าง 'โดยอนุโลม' (ปรับใช้) กับ 'โดยระบุ' (ทำตามเป๊ะ)

==============================

ข้อที่ 31
โจทย์: ข้อใดคือประเด็นสำคัญที่สุด (Main Idea) ของถ้อยแถลงรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport'?

ตัวเลือก:
ก. การใช้งบประมาณ 1.6 พันล้านบาทเพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
ข. การพัฒนาโมเดล AI ของไทยเองเพื่อความมั่นคงและอธิปไตยทางข้อมูล
ค. การบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องใช้ AI ในการติดต่อราชการ
ง. การตอบโต้พรรคฝ่ายค้านเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: สาระสำคัญของโครงการ TH-AI Passport ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE แถลงเมื่อ 7 เม.ย. 69 คือการสร้าง 'Sovereign AI Model' หรือโมเดล AI ที่ไทยเป็นเจ้าของเอง เพื่อลดการพึ่งพาระบบต่างชาติและรักษาความปลอดภัยข้อมูลประชาชน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเพียงรายละเอียดงบประมาณ, ค. เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อนจากความสมัครใจใช้งาน, ง. เป็นผลกระทบทางการเมืองไม่ใช่ประเด็นหลักของโครงการ
ระวังหลุมพราง: แม้จะมีข่าวเรื่องงบประมาณหรือข้อโต้แย้งฝ่ายค้าน (ก. และ ง.) แต่ไม่ใช่ 'วัตถุประสงค์หลัก' ของโครงการ

==============================

ข้อที่ 32
โจทย์: จากสถิติศูนย์ ACSC ในช่วง 120 วันแรกของปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีคดีอาชญากรรมออนไลน์รวม 120,000 คดี โดยแบ่งเป็นคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้า 84,000 คดี และคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 36,000 คดี หากสุ่มตรวจสำนวนคดีในระบบ 1 สำนวน ความน่าจะเป็นที่จะได้สำนวนคดีที่ไม่ใช่การหลอกลวงซื้อขายสินค้าคือเท่าใด

ตัวเลือก:
ก. 0.30
ข. 0.70
ค. 1 ใน 3
ง. 3 ใน 7

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ความน่าจะเป็น (Probability) คำนวณจาก จำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ / จำนวนเหตุการณ์ทั้งหมด ในที่นี้คดีที่ไม่ใช่การหลอกลวงซื้อขายสินค้า คือคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (36,000 คดี) ดังนั้น P(E) = 36,000 / 120,000 = 36/120 = 3/10 หรือ 0.30

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ข. ออกเพราะคือค่าของคดีที่สนใจลบออก, ตัด ค. และ ง. เพราะค่าทศนิยม 0.30 ไม่เท่ากับ 1/3 (0.33) หรือ 3/7 (0.42)
ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถาม 'ไม่ใช่' การหลอกลวงซื้อขายสินค้า หลายคนจะรีบตอบ 0.70 ซึ่งเป็นความน่าจะเป็นของคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าแทน

==============================

ข้อที่ 33
โจทย์: Choose the most appropriate word: 'If the department's firewall ________ breached by hackers in the next cycle, the system administrator will activate the emergency protocol immediately.'

ตัวเลือก:
ก. is
ข. was
ค. will be
ง. has been

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: นี่คือ Conditional Sentence Type 1 (Real Condition) ซึ่งใช้โครงสร้าง If + Present Simple, Subject + will + Verb 1 เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ (next cycle) 'Firewall' เป็นเอกพจน์จึงใช้ 'is'
สูตรจำ: If ปัจจุบัน (V.1), อนาคต (will) มาหา

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ข. เพราะเป็น Type 2, ตัด ค. เพราะผิดหลักไวยากรณ์ If clause, ตัด ง. เพราะเน้นความต่อเนื่องซึ่งไม่เข้ากับเงื่อนไขเหตุการณ์ในอนาคต
ระวังหลุมพราง: ห้ามใช้ will หลัง If (ข้อ ค. ผิด) และอย่าหลงกลใช้ was (ข้อ ข.) เพราะประโยคหลักใช้ will activate ไม่ใช่ would activate

==============================

ข้อที่ 34
โจทย์: เจ้าหน้าที่อำนวยการ 3 คน สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารดิจิทัลวอลเล็ตได้ 150 รายการ ในเวลา 2 ชั่วโมง หากมีเอกสารค้างในระบบ 750 รายการ และต้องการให้เสร็จภายใน 5 ชั่วโมง จะต้องใช้เจ้าหน้าที่รวมทั้งหมดกี่คน

ตัวเลือก:
ก. 5 คน
ข. 6 คน
ค. 9 คน
ง. 15 คน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใช้วิธีบัญญัติไตรยางศ์ส่วนกลับหรือสูตรงาน: (คน1 * เวลา1) / งาน1 = (คน2 * เวลา2) / งาน2 -> (3 * 2) / 150 = (X * 5) / 750 -> 6/150 = 5X/750 -> 1/25 = 5X/750 -> 25 * 5X = 750 -> 125X = 750 -> X = 6 คน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก. เพราะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น 5 เท่า, ตัด ค. และ ง. เพราะเกินความจำเป็นเมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้นช่วย
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องเวลาที่เพิ่มขึ้นจะช่วยลดจำนวนคนลง ต้องคำนวณสัดส่วนให้ดี

==============================

ข้อที่ 35
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ส่วนราชการใดต่อไปนี้มีฐานะเป็นนิติบุคคลและจัดเป็นการบริหารราชการส่วนกลางทั้งหมด

ตัวเลือก:
ก. จังหวัด, อำเภอ, เทศบาล
ข. สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, กรม
ค. กระทรวง, จังหวัด, องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง. กรม, อำเภอ, สำนักงานรัฐมนตรี

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 7 ระบุการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลาง ได้แก่ (1) สำนักนายกรัฐมนตรี (2) กระทรวง (3) ทบวง (4) กรม โดยทุกส่วนราชการตามมาตรานี้มีฐานะเป็นนิติบุคคล
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 7
สูตรจำ: ส่วนกลาง = นิติบุคคล 100% (สำนักนายก-ทรวง-บวง-กรม)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก. เพราะมีภูมิภาคและท้องถิ่น, ตัด ค. เพราะมีภูมิภาคและท้องถิ่น, ตัด ง. เพราะอำเภอไม่ใช่ส่วนกลางและไม่เป็นนิติบุคคล
ระวังหลุมพราง: อำเภอ ไม่เป็นนิติบุคคล และ จังหวัด เป็นราชการส่วนภูมิภาค ไม่ใช่ส่วนกลาง

==============================

ข้อที่ 36
โจทย์: บทความเรื่อง 'TH-AI Passport 2569' ระบุว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการสร้าง Sovereign AI Model เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน จากข้อความนี้ 'Sovereign AI' มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด

ตัวเลือก:
ก. ปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดที่สุดในโลก
ข. ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่รัฐบาลถือครองและควบคุมได้เองโดยอิสระ
ค. แอปพลิเคชันสำหรับทำหนังสือเดินทางแบบดิจิทัล
ง. การยกเลิกการใช้ AI จากต่างประเทศทั้งหมดในประเทศไทย

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Sovereign AI หมายถึงการที่ประเทศมีขีดความสามารถในการสร้างและควบคุมระบบ AI ของตนเอง (อธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์) เพื่อความมั่นคงของข้อมูลและไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงกับนโยบาย TH-AI Passport ที่ประกาศในเดือนเมษายน 2569

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. เกินความจริง, ข้อ ค. แปลตรงตัวเกินไป, ข้อ ง. เป็นการตีความที่สุดโต่งเกินไป (Exaggeration)
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนคำว่า 'Passport' ในชื่อโปรเจกต์ว่าเป็นแค่เรื่องการทำหนังสือเดินทาง (ข้อ ค.) เพราะในบริบทนี้คือชื่อยุทธศาสตร์ดิจิทัล

==============================

ข้อที่ 37
โจทย์: ในระบบการทำงานแบบ Hybrid Work ของหน่วยงานตำรวจอำนวยการปี 2569 หากต้องการเลือกใช้บริการคลาวด์ที่ผู้ให้บริการเตรียม 'แพลตฟอร์มและเครื่องมือสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์' ไว้ให้โดยที่หน่วยงานไม่ต้องจัดการระบบปฏิบัติการเอง จัดเป็นบริการประเภทใด

ตัวเลือก:
ก. IaaS (Infrastructure as a Service)
ข. PaaS (Platform as a Service)
ค. SaaS (Software as a Service)
ง. XaaS (Everything as a Service)

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: PaaS (Platform as a Service) คือบริการที่ให้แพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชัน (เช่น Runtime, Middleware, OS) โดยที่ผู้ใช้เน้นเฉพาะการเขียนโค้ดและการจัดการข้อมูลแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตสูงสุดในปี 2026 สำหรับหน่วยงานรัฐ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ต้องคุม OS เอง, ค. คือแอปฯ สำเร็จรูป (เช่น Gmail), ง. เป็นคำรวมกว้างๆ ไม่เจาะจงแพลตฟอร์มพัฒนา
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสลับกับ IaaS (Infrastructure) ที่ต้องจัดการ OS เอง หรือ SaaS (Software) ที่เป็นแอปฯ สำเร็จรูปพร้อมใช้เลย

==============================

ข้อที่ 38
โจทย์: การแบ่งส่วนราชการภายใน 'กรม' ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกระทรวงต่างๆ ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ ให้ตราเป็นกฎหมายลำดับใด

ตัวเลือก:
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศกระทรวง

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 8 วรรคสี่ ระบุว่าการแบ่งส่วนราชการภายในกรม ให้ตราเป็น 'กฎกระทรวง' และให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย
อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8
สูตรจำ: ในกรม -> กฎกระทรวง (เล็กกว่ากรมต้องใช้กฎกระทรวง)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ใช้สำหรับระดับกรมขึ้นไปหรือการจัดการภาพรวม, ง. มีศักดิ์ทางกฎหมายต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 8
ระวังหลุมพราง: การ 'จัดตั้ง/รวม/โอน' กรม ใช้ พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ฎ. แต่การ 'แบ่งส่วนราชการภายใน' ใช้ กฎกระทรวง

==============================

ข้อที่ 39
โจทย์: Identify the technical term in the context of 2026 Cyber Threats: 'A type of malicious software that blocks access to a computer system or data until a sum of money is paid.'

ตัวเลือก:
ก. Spyware
ข. Ransomware
ค. Phishing
ง. Deepfake

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่) คือคำศัพท์ที่ตรงตามคำนิยามในโจทย์มากที่สุด (Sum of money is paid) ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักต่อฐานข้อมูลรัฐในปี 2569
สูตรจำ: Ransom = ค่าไถ่ | Ware = ซอฟต์แวร์

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เน้นสอดแนม, ค. เน้นตกเบ็ดหลอกข้อมูล, ง. เน้นการปลอมแปลงสื่อ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ Phishing (การหลอกเอาข้อมูล) หรือ Deepfake (การปลอมแปลงใบหน้า/เสียง)

==============================

ข้อที่ 40
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอและตรวจสอบพบว่า 'เอกสารไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูลสำคัญ' จะต้องดำเนินการอย่างไรตามกฎหมาย

ตัวเลือก:
ก. ปฏิเสธการรับคำขอทันทีและให้ผู้ยื่นกลับไปเตรียมมาใหม่
ข. รับคำขอไว้ก่อนแล้วค่อยโทรศัพท์ไปแจ้งให้มาส่งเพิ่มภายหลัง
ค. แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมทันที หรือบันทึกความบกพร่องและรายการเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มไว้
ง. ส่งคำขอไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 8 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอและเอกสารทันที หากไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารต้องแจ้งให้แก้ไขทันที หรือทำบันทึกความบกพร่องไว้และลงนามร่วมกัน โดยจะขอเอกสารเพิ่มภายหลังบันทึกดังกล่าวไม่ได้ (เว้นแต่จะระบุไว้ในบันทึก)
อ้างอิง: พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 มาตรา 8
สูตรจำ: ขาด/ผิด -> แจ้งทันที + ทำบันทึก (ร่วมกันลงนาม)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักการอำนวยความสะดวก, ข. ห้ามเรียกเพิ่มภายหลังโดยไม่มีบันทึก, ง. เป็นขั้นตอนที่ล่าช้าเกินความจำเป็น
ระวังหลุมพราง: กฎหมายนี้เน้น 'การบันทึกความบกพร่อง' เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เรียกเอกสารจุกจิกหลายรอบ

==============================

ข้อที่ 41
โจทย์: คำในข้อใดเขียนสะกดคำได้ถูกต้องทุกคำตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (อัปเดตล่าสุดสำหรับการใช้ในงานสารบรรณตำรวจ)

ตัวเลือก:
ก. รสนิยม, สังเกตุ, กะเพรา
ข. อินเทอร์เน็ต, ดิจิทัล, โลกาภิวัตน์
ค. กฎหมาย, กะทัดรัด, ลายเซ็นต์
ง. ประณีต, ผูกพัน, อนุญาติ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: อินเทอร์เน็ต (Internet), ดิจิทัล (Digital), โลกาภิวัตน์ สะกดถูกต้องตามบัญชีคำยืมและพจนานุกรม
สูตรจำ: สังเกต-อนุญาต 'ไม่มีอุ' จำไว้ให้แม่น

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดที่ สังเกตุ (ต้องไม่มี สระอุ), ค ผิดที่ ลายเซ็นต์ (ต้องไม่มี ต์), ง ผิดที่ อนุญาติ (ต้องไม่มี สระอุ)
ระวังหลุมพราง: คำว่า 'สังเกต' และ 'อนุญาต' ไม่มีสระอุ และ 'ลายเซ็น' ไม่มี ต.การันต์

==============================

ข้อที่ 42
โจทย์: Choose the most appropriate word: 'The new regional security agreement ______ by all member states by the end of this year.'

ตัวเลือก:
ก. will sign
ข. will be signed
ค. is signing
ง. has signed

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประโยคนี้ประธานคือ 'agreement' (ข้อตกลง) ซึ่งไม่สามารถเซ็นชื่อตัวเองได้ ต้องถูกกระทำ จึงต้องใช้ Passive Voice (will be + V.3) เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็น Active Voice ซึ่งหมายความว่าข้อตกลงเป็นผู้กระทำกริยาเอง ซึ่งไม่สมเหตุสมผล
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง Active และ Passive Voice เมื่อประธานเป็นสิ่งของ

==============================

ข้อที่ 43
โจทย์: ในการปฏิบัติงานธุรการตำรวจ หากต้องส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายในคดีอาญาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใดเป็นสำคัญในปี 2569

ตัวเลือก:
ก. พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ข. พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ค. พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ง. ถูกทุกข้อ

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: การส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตาม PDPA (การคุ้มครองข้อมูล), พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ (การนำเข้า/ส่งต่อข้อมูล), และ พ.ร.บ. ไซเบอร์ (การรักษาความปลอดภัยของระบบฐานข้อมูล)
อ้างอิง: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
สูตรจำ: คุ้มครองข้อมูล (PDPA) + ปลอดภัยระบบ (Cyber) + กฎกติกาใช้งาน (Com)

เทคนิคการตัดช้อยส์: กฎหมายทั้ง 3 ฉบับส่งเสริมและบังคับใช้ควบคู่กันในการจัดการข้อมูลภาครัฐ
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกเฉพาะ PDPA เพราะการทำงานราชการในระบบดิจิทัลต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ควบคู่กัน

==============================

ข้อที่ 44
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) มีหน้าที่สำคัญในข้อใด

ตัวเลือก:
ก. พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้กำกับการ
ข. กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารงานตำรวจ
ค. พิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับวินัยตำรวจ
ง. ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 17 กำหนดให้ ก.ต.ช. มีหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตำรวจแห่งชาติ ส่วนการบริหารงานบุคคลเป็นหน้าที่ของ ก.ตร.
อ้างอิง: พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 17

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. (คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ) ส่วน ง เป็นระเบียบพัสดุกลาง
ระวังหลุมพราง: มักจำสับสนระหว่าง ก.ต.ช. (นโยบาย) กับ ก.ตร. (บริหารงานบุคคล/วินัย)

==============================

ข้อที่ 45
โจทย์: According to the 2026 Digital Privacy Guidelines, officers ______ access personal data without a valid court order.

ตัวเลือก:
ก. must
ข. ought to
ค. cannot
ง. shall

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ในบริบทของกฎหมายและความเป็นส่วนตัว (Privacy Guidelines) เจ้าหน้าที่ 'ไม่สามารถ' (cannot) เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้หากไม่มีหมายศาลที่ถูกต้อง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง สื่อความหมายในทางอนุญาตหรือบังคับให้ทำ ซึ่งขัดกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ระวังหลุมพราง: ระวังการแปลความหมายของ Modal Verbs ที่แสดงถึงข้อห้ามทางกฎหมาย

==============================

ข้อที่ 46
โจทย์: ในการปรับปรุงพื้นที่สถานีตำรวจอัจฉริยะ (Smart Precinct) ปี 2569 หากต้องการกั้นห้องกระจกสำหรับศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังที่มีพื้นที่รูปวงกลม โดยมีเส้นรอบรูปยาว 88 เมตร พื้นที่ของห้องนี้จะมีขนาดประมาณกี่ตารางเมตร (กำหนดให้ π = 22/7)

ตัวเลือก:
ก. 154 ตารางเมตร
ข. 308 ตารางเมตร
ค. 616 ตารางเมตร
ง. 1,232 ตารางเมตร

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: จากสูตรเส้นรอบวง 2πr = 88 จะได้ 2 * (22/7) * r = 88 แก้สมการได้ r = 14 เมตร จากนั้นหาพื้นที่จากสูตร πr² = (22/7) * 14 * 14 = 22 * 2 * 14 = 616 ตารางเมตร

เทคนิคการตัดช้อยส์: ถ้าตอบ 154 คือคำนวณจาก r=7 (ผิด), ถ้าตอบ 308 คือลืมคูณ 2 ในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสูตรเส้นรอบวงกับพื้นที่สลับกัน หรือลืมยกกำลังสองที่รัศมี

==============================

ข้อที่ 47
โจทย์: จากบทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'รัฐบาลยกระดับมาตรการรองรับภาวะโดมความร้อน (Heat Dome) ที่แผ่ปกคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นการจัดตั้งศูนย์คลายร้อนสาธารณะและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกลางแจ้ง' ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความนี้

ตัวเลือก:
ก. ภาวะโดมความร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในระดับภูมิภาค
ข. การจัดตั้งศูนย์คลายร้อนเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
ค. รัฐบาลออกมาตรการรับมือวิกฤตความร้อนอย่างเป็นระบบ
ง. แรงงานกลางแจ้งคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ใจความสำคัญต้องครอบคลุมทั้ง 'การจัดตั้งศูนย์' และ 'กฎหมายคุ้มครอง' ซึ่งรวมอยู่ในคำว่า 'มาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ' ของรัฐบาลตามที่ระบุในต้นประโยค

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ข และ ง เป็นส่วนขยายหรือรายละเอียดเฉพาะจุด ไม่ครอบคลุมภาพรวมของประโยคหลัก
ระวังหลุมพราง: ตัวเลือกอื่นเป็นเพียงรายละเอียดส่วนย่อย (Supporting detail) ไม่ใช่ใจความสำคัญ (Main Idea)

==============================

ข้อที่ 48
โจทย์: หากจำนวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ลดลงจากปี 2568 ถึง 15% โดยปี 2568 มีคดีเกิดขึ้น 12,000 คดี อยากทราบว่าในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 มีคดีเกิดขึ้นกี่คดี

ตัวเลือก:
ก. 10,000 คดี
ข. 10,200 คดี
ค. 10,500 คดี
ง. 10,800 คดี

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การลดลง 15% หมายถึงเหลืออยู่ 85% ของยอดเดิม คำนวณโดย (85/100) * 12,000 = 85 * 120 = 10,200 คดี

เทคนิคการตัดช้อยส์: 15% ของ 12,000 คือ 1,800 ดังนั้น 12,000 - 1,800 = 10,200
ระวังหลุมพราง: ระวังการลบเลขผิด หรือคำนวณ 15% แล้วลืมนำไปลบออกจากยอดเต็ม

==============================

ข้อที่ 49
โจทย์: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษตามข้อใด

ตัวเลือก:
ก. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 บัญญัติไว้ว่าผู้แจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
สูตรจำ: แจ้งเท็จทั่วไป '6 เดือน หมื่นนึง' จำให้ขึ้นใจ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค และ ง เป็นอัตราโทษของฐานความผิดอื่นที่ร้ายแรงกว่า เช่น การแจ้งความเท็จในคดีอาญา (ม.172) หรือเบิกความเท็จ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับมาตรา 172 (แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา) ซึ่งมีโทษหนักกว่า

==============================

ข้อที่ 50
โจทย์: ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 'สิทธิในกระบวนการยุติธรรม' ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

ตัวเลือก:
ก. บุคคลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิด
ข. ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด
ค. คำขอประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาต้องได้รับการพิจารณาและจะเรียกหลักประกันเกินควรแก่กรณีมิได้
ง. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้นานเท่าที่จำเป็นเพื่อการสอบสวนโดยไม่ต้องมีหมายจากศาล

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ข้อ ง ผิด เพราะการควบคุมตัวบุคคลต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และโดยปกติหากเกินระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 48 ชม.) ต้องนำตัวไปฝากขังต่อศาล จะควบคุมตัว 'นานเท่าที่จำเป็น' โดยไม่มีกฎหมายรองรับมิได้
อ้างอิง: รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 28 และ 29

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ค เป็นหลักการพื้นฐานที่ระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ (Presumption of Innocence / Non-retroactivity of Penal Law)
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูเหมือนจะเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ แต่จริงๆ แล้วขัดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

==============================

ข้อที่ 51
โจทย์: บุคคลจะบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุครบกี่ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีกรณีใดที่ทำให้บรรลุนิติภาวะก่อนกำหนดได้?

ตัวเลือก:
ก. 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรสตามกฎหมาย (อายุ 17 ปี)
ข. 18 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อบิดามารดาให้ความยินยอม
ค. 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล
ง. 21 ปีบริบูรณ์ ตามกฎหมายเก่า

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 19 บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ และมาตรา 20 บรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรสตามเงื่อนไขมาตรา 1448 (อายุ 17 ปีขึ้นไปหรือศาลอนุญาต)
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 และ 20

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข และ ง ระบุตัวเลขปีผิด ข้อ ค ไม่ใช่การบรรลุนิติภาวะแต่เป็นการอนุญาตเฉพาะกรณี
ระวังหลุมพราง: การสมรสต้อง 'ชอบด้วยกฎหมาย' เท่านั้นถึงจะบรรลุนิติภาวะ

==============================

ข้อที่ 52
โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ต้องดำเนินการอย่างไร?

ตัวเลือก:
ก. จัดตั้งศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)
ข. ยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยทันทีโดยไม่ต้องผ่านสภา
ค. มอบหมายให้เอกชนมาทำหน้าที่แทนทั้งหมด
ง. เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้นเป็นสองเท่า

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 30 บัญญัติให้กระทรวงจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดต่อสอบถามและขออนุญาตในที่เดียว
อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 30

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ผิดหลักนิติธรรม ข้อ ค เป็นเรื่องการจ้างเหมาแต่ไม่ใช่การลดขั้นตอนตามกฎหมายนี้ ข้อ ง เป็นการเพิ่มงบประมาณไม่ใช่การบริหารงานที่ดี
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการกระจายอำนาจ นี่คือการรวมจุดบริการเพื่อความสะดวกรวดเร็ว

==============================

ข้อที่ 53
โจทย์: กำหนดให้ 4 * 2 = 14 และ 5 * 3 = 22 แล้ว 6 * 4 มีค่าเท่ากับเท่าใด?

ตัวเลือก:
ก. 28
ข. 30
ค. 32
ง. 34

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ (หน้า * หลัง) + (หน้า + หลัง) -> 4*2: (4*2)+(4+2) = 8+6 = 14; 5*3: (5*3)+(5+3) = 15+8 = 23 (หมายเหตุ: โจทย์ตัวอย่าง 5*3=22 อาจเป็นกับดักหรือพิมพ์ผิดในข้อสอบจริง แต่ความสัมพันธ์ที่สอดคล้องที่สุดในเชิง Operator คือ (A*B)+(A+B) ดังนั้น 6*4: (6*4)+(6+4) = 24+10 = 34) *ตรวจสอบความสัมพันธ์ใหม่: (หน้า+หลัง)x2 -> (4+2)x2=12 (ไม่ใช่), (หน้า^2)-หลัง -> 16-2=14 และ 25-3=22 ดังนั้น 6*4 คือ 36-4 = 32

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ง ออกถ้าใช้ความสัมพันธ์บวกแล้วคูณ เพราะไม่ตรงกับเงื่อนไขแรก ตัด ก และ ข เพราะไม่มีความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ที่รองรับ
ระวังหลุมพราง: Operator มักมีหลายความสัมพันธ์ซ้อนกัน ต้องเช็คให้ครบทุกเงื่อนไข

==============================

ข้อที่ 54
โจทย์: If the department ________ more budget for AI integration last month, the administrative process would be faster now.

ตัวเลือก:
ก. allocated
ข. has allocated
ค. had allocated
ง. would allocate

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: เป็นโครงสร้าง Mixed Conditional (Type 3 + Type 2) พูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต (Last month) ที่ส่งผลถึงปัจจุบัน (Now) โครงสร้างส่วนเงื่อนไข (If-clause) ต้องใช้ Past Perfect (had + V.3)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็น Past Simple (Type 2 แท้) ข เป็น Present Perfect ไม่ใช้ใน If-clause แบบสมมติ ง เป็นโครงสร้างที่ผิดแกรมม่า
ระวังหลุมพราง: สังเกตคำระบุเวลา 'last month' ในประโยคเงื่อนไข และ 'now' ในประโยคผลลัพธ์

==============================

ข้อที่ 55
โจทย์: พยัญชนะในข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นเป็น 'เสียงกัก' (Stop/Plosive) ทั้งหมด?

ตัวเลือก:
ก. ก, ด, บ, ต
ข. ฟ, ส, ฮ, ช
ค. ม, น, ง, ย
ง. ร, ล, ว, อ

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: เสียงกัก คือเสียงที่เกิดจากการกักลมไว้ในช่องปากแล้วปล่อยออกมาทันที ได้แก่ ก, จ, ด, ต, บ, ป, อ และเสียงพ่นลมอย่าง ค, ช, ท, พ ดังนั้นข้อ ก จึงถูกต้องที่สุด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข เป็นเสียงเสียดแทรก ข้อ ค เป็นเสียงนาสิกและเสียงประชิด ข้อ ง เป็นเสียงรัว เสียงข้างลิ้น และเสียงกึ่งสระ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับอักษรกลาง (ก จ ด ต บ ป อ) แม้จะคล้ายกันแต่หลักการทางสัทศาสตร์ต่างกัน

==============================

ข้อที่ 56
โจทย์: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีกี่ชนิด และข้อใดเรียงลำดับจากหนักไปหาเบาได้ถูกต้อง?

ตัวเลือก:
ก. 4 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ
ข. 5 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ, ริบทรัพย์สิน
ค. 5 ชนิด: ประหารชีวิต, กักขัง, จำคุก, ปรับ, ริบทรัพย์สิน
ง. 6 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ, ริบทรัพย์สิน, คุมประพฤติ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 บัญญัติว่า โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมี 5 ชนิด คือ (1) ประหารชีวิต (2) จำคุก (3) กักขัง (4) ปรับ (5) ริบทรัพย์สิน
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะขาดริบทรัพย์สิน ตัด ค เพราะสลับลำดับกักขังกับจำคุก ตัด ง เพราะคุมประพฤติเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่โทษ
ระวังหลุมพราง: จำลำดับ 'กักขัง' กับ 'จำคุก' ให้ดี จำคุกหนักกว่ากักขัง

==============================

ข้อที่ 57
โจทย์: ในการสำรวจเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการจำนวน 100 คน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ถนัดใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ 45 คน ถนัดใช้โปรแกรมกราฟิก 38 คน และไม่ถนัดทั้งสองอย่างเลย 32 คน อยากทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ถนัดทั้งสองโปรแกรมจำนวนกี่คน?

ตัวเลือก:
ก. 13 คน
ข. 15 คน
ค. 17 คน
ง. 21 คน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใช้สูตรเซต: n(A∪B) = n(A) + n(B) - n(A∩B) โดยที่ n(A∪B) คือจำนวนคนที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหาจาก จำนวนทั้งหมด - คนที่ไม่ถนัดเลย = 100 - 32 = 68 คน ดังนั้น 68 = 45 + 38 - n(A∩B) จะได้ n(A∩B) = 83 - 68 = 15 คน

เทคนิคการตัดช้อยส์: หากเลือก ก (13) คือลืมบวกค่าให้ครบ หากเลือก ค หรือ ง คือการคำนวณเลขผิดในขั้นตอนสุดท้าย
ระวังหลุมพราง: ระวังลืมลบจำนวนคนที่ไม่ถนัดทั้งสองอย่างออกจากจำนวนทั้งหมดก่อนนำไปเข้าสูตร

==============================

ข้อที่ 58
โจทย์: The committee is looking for a candidate who is ________ in both data analysis and public relations.

ตัวเลือก:
ก. efficient
ข. proficient
ค. sufficient
ง. deficient

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Proficient แปลว่า 'ชำนาญ/เชี่ยวชาญ' ซึ่งใช้คู่กับบุพบท 'in' เพื่ออธิบายทักษะของบุคคล ส่วน Efficient (มีประสิทธิภาพ) มักใช้กับระบบหรือวิธีการ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ค แปลว่า เพียงพอ ง แปลว่า ขาดแคลน ซึ่งไม่เข้ากับบริบทการสรรหาบุคคล
ระวังหลุมพราง: คำศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -ficient มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

==============================

ข้อที่ 59
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การพิจารณาทางปกครองที่มีคำสั่งทางปกครองให้ออกเป็นหนังสือ จะมีผลเมื่อใด?

ตัวเลือก:
ก. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่ง
ข. เมื่อได้มีการแจ้งให้ผู้รับคำสั่งได้รับทราบ
ค. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง. เมื่อพ้นระยะเวลา 7 วันนับแต่วันออกคำสั่ง

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 42 บัญญัติว่า คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 42

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก แค่ลงนามยังไม่มีผล ข้อ ค สำหรับกฎหมายไม่ใช่คำสั่งทางปกครองรายบุคคล ข้อ ง เป็นระยะเวลาสันนิษฐานการรับทราบไม่ใช่หลักการเริ่มต้น
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องวิธีการแจ้ง เช่น การแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนซึ่งมีระยะเวลาสันนิษฐาน 7 วัน แต่หลักการทั่วไปคือ 'เมื่อได้รับแจ้ง'

==============================

ข้อที่ 60
โจทย์: ข้อใดใช้คำประสมได้ถูกต้องและมีความหมายตรงตามบริบทของภาษาราชการในเดือนเมษายน 2569?

ตัวเลือก:
ก. หน่วยงานต้อง 'ตั้งรับ' กับวิกฤตความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น
ข. รัฐบาลเตรียม 'จัดเต็ม' งบประมาณสวัสดิการผู้สูงอายุ
ค. ตำรวจฝ่ายอำนวยการต้อง 'รัดกุม' ในการตรวจเอกสารงบประมาณ
ง. การทำงานแบบ 'เบิ้มๆ' จะช่วยให้งานเสร็จทันเวลา

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'รัดกุม' เป็นคำประสมที่ใช้ในภาษาราชการ มีความหมายว่า ละเอียด รอบคอบ ไม่ให้เกิดช่องโหว่ ส่วนข้อ ก ข และ ง เป็นภาษาปากหรือภาษาแสลงที่ไม่เหมาะสมกับบริบทงานสารบรรณหรือระดับทางการ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก (ตั้งรับ) เป็นภาษาข่าวทั่วไป ข้อ ข (จัดเต็ม) และ ง (เบิ้มๆ) เป็นภาษาปากชัดเจน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำที่ใช้บ่อยในข่าวโซเชียล ให้ยึดหลักความสุภาพและเป็นทางการ

==============================

ข้อที่ 61
โจทย์: The legal officer reported that the suspect ________ the information before the investigation started.

ตัวเลือก:
ก. has hidden
ข. had hidden
ค. hiding
ง. was hidden

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: เป็นโครงสร้าง Past Perfect Tense (had + V.3) ใช้เพื่อบอกเหตุการณ์ที่ 'เกิดขึ้นและจบลงก่อน' อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต (เหตุการณ์ที่เกิดทีหลังใช้ Past Simple: started) ตามกฎ Reported Speech และการลำดับเหตุการณ์

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Present Perfect ไม่ใช้คู่กับ Past Simple, ค. ขาดกริยาช่วย, ง. ความหมายผิด (Passive)
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ง. was hidden ซึ่งเป็นรูป Passive Voice (ถูกซ่อน) ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบทที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ซ่อนข้อมูลเอง

==============================

ข้อที่ 62
โจทย์: ในการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากกำหนดอัตราส่วนงบประมาณด้านความมั่นคงต่องบประมาณด้านบริหารจัดการเป็น 7 : 3 และงบประมาณด้านบริหารจัดการต่องบประมาณด้านสวัสดิการเป็น 4 : 5 ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณด้านสวัสดิการเป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท อยากทราบว่างบประมาณด้านความมั่นคงจะมีมูลค่ากี่ล้านบาท

ตัวเลือก:
ก. 2,400 ล้านบาท
ข. 2,800 ล้านบาท
ค. 3,200 ล้านบาท
ง. 3,500 ล้านบาท

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใช้วิธีการหาอัตราส่วนต่อเนื่อง: 1) เทียบงบด้านบริหารจัดการ (กลาง) ให้เท่ากัน โดย ค.ร.น. ของ 3 และ 4 คือ 12 | 2) อัตราส่วนใหม่คือ ความมั่นคง : บริหาร : สวัสดิการ = 28 : 12 : 15 | 3) โจทย์ระบุ สวัสดิการ = 1,500 ล้านบาท (ซึ่งคือ 15 ส่วน ดังนั้น 1 ส่วน = 100 ล้านบาท) | 4) งบความมั่นคงมี 28 ส่วน จึงเท่ากับ 28 x 100 = 2,800 ล้านบาท

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 2,400 เกิดจากการคำนวณสัดส่วนผิดพลาด, ค. 3,200 และ ง. 3,500 เป็นตัวเลขหลอกจากการใช้ตัวคูณ 80 หรือ 100 แบบไม่ผ่านการหา ค.ร.น. ของส่วนกลาง
ระวังหลุมพราง: ระวังการหาอัตราส่วนผิดทิศทาง หรือสลับตำแหน่งของตัวแปรระหว่างงบบริหารจัดการและงบสวัสดิการ

==============================

ข้อที่ 63
โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ในกรณีที่ส่วนราชการต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนยอมรับก่อนดำเนินการ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

ตัวเลือก:
ก. ให้กระทำเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
ข. หากการดำเนินการนั้นส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นตามที่กฎหมายกำหนด
ค. เป็นดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการว่าจะจัดรับฟังหรือไม่ก็ได้
ง. ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนจึงจะดำเนินการรับฟังได้

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 38 แห่ง พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีฯ กำหนดว่า เมื่อส่วนราชการจะดำเนินการใดที่มีผลกระทบต่อประชาชน ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นหรือชี้แจง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและโปร่งใส
อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 38
สูตรจำ: กระทบราษฎร์ ต้องฟังราษฎร์ (มาตรา 38)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานเงิน, ค. ไม่ใช่ดุลพินิจอิสระแต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายหากกระทบประชาชน, ง. ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นไม่ต้องขออนุมัติจากสภาฯ
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อที่ระบุเป็น 'จำนวนเงิน' หรือ 'ดุลพินิจ' เพราะกฎหมายฉบับนี้เน้นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง

==============================

ข้อที่ 64
โจทย์: คำเชื่อม (Conjunction) ในข้อใดที่เหมาะสมที่สุดในการเติมในช่องว่าง: '...สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มิจฉาชีพยังคงหาวิธีการใหม่ๆ มาหลอกลวงประชาชนอยู่เสมอ'

ตัวเลือก:
ก. เนื่องจาก
ข. ส่งผลให้
ค. แม้ว่า
ง. ในขณะที่

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประโยคนี้มีความหมายเชิงขัดแย้ง (Contrast) ระหว่าง 'การมีมาตรการเข้มงวด' และ 'มิจฉาชีพยังหลอกลวงได้' คำว่า 'แม้ว่า' จึงเหมาะสมที่สุดในการเชื่อมประโยคที่แสดงอุปสรรคหรือความขัดแย้ง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. ใช้สำหรับประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน ซึ่งไม่ตรงกับบริบทขัดแย้งของโจทย์
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำว่า 'ในขณะที่' ซึ่งใช้เชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่ไม่ได้เน้นน้ำหนักความขัดแย้งเท่า 'แม้ว่า'

==============================

ข้อที่ 65
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The committee members _______ the new administrative guidelines last week after a lengthy discussion.'

ตัวเลือก:
ก. adopt
ข. adopts
ค. adopted
ง. adopting

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ในประโยคมีคำระบุเวลาคือ 'last week' (สัปดาห์ที่แล้ว) ซึ่งบ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต (Past Simple Tense) ดังนั้นกริยาต้องอยู่ในรูปช่องที่ 2 คือ 'adopted'

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็น Present Simple ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบันหรือจริงเสมอ, ง. Gerund ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นกริยาแท้โดยไม่มีกริยาช่วยได้
ระวังหลุมพราง: อย่าลืมสังเกต Adverb of Time (คำระบุเวลา) เสมอ เพราะจะเป็นกุญแจสำคัญในการเลือก Tense

==============================

ข้อที่ 66
โจทย์: จงหาตัวเลขถัดไปของอนุกรม: 3, 11, 31, 69, 131, ...

ตัวเลือก:
ก. 221
ข. 223
ค. 231
ง. 245

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: อนุกรมชุดนี้คือ n^3 + (n+1) โดยเริ่มที่ n=1 ดังนี้: 1^3 + 2 = 3 | 2^3 + 3 = 11 | 3^3 + 4 = 31 | 4^3 + 5 = 69 | 5^3 + 6 = 131 | ดังนั้นพจน์ถัดไปคือ 6^3 + 7 = 216 + 7 = 223
สูตรจำ: ถ้าเลขกระโดดสูงให้เช็ค 'ยกกำลัง' ถ้าเลขเพิ่มคงที่ให้เช็ค 'ชั้นความต่าง'

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 221 ตกหล่นการบวกตัวแปรเสริม (n+1), ค. และ ง. เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีฐานรองรับทางคณิตศาสตร์ที่สอดคล้องกับพจน์แรกๆ
ระวังหลุมพราง: อย่ามองแค่ชั้นความต่าง (Difference) เพียงอย่างเดียว เพราะข้อสอบระดับอำนวยการมักแทรกอนุกรมเลขยกกำลัง

==============================

ข้อที่ 67
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่คู่กรณีต้องการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง จะต้องยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลากี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ตัวเลือก:
ก. 7 วัน
ข. 15 วัน
ค. 30 วัน
ง. 60 วัน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 44 ระบุว่า การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง (ที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะในกฎหมายอื่น) ให้คู่กรณียื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44
สูตรจำ: ได้รับคำสั่ง ไม่พอใจ ให้รีบไปอุทธรณ์ใน 15 วัน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นตัวเลขระยะเวลาในขั้นตอนอื่นๆ ของกฎหมายปกครอง เช่น การส่งสำเนา หรือการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับระยะเวลาการฟ้องศาลปกครอง (90 วัน) หรือระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ (30 วัน)

==============================

ข้อที่ 68
โจทย์: จากบทบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจเดือนเมษายน 2569 เรื่อง 'การเปิดใช้ Digital Baht เต็มรูปแบบกับภาครัฐ' ข้อใดคือจุดประสงค์หลักที่รัฐบาลเร่งผลักดันระบบนี้ในหน่วยงานตำรวจ

ตัวเลือก:
ก. เพื่อยกเลิกการใช้เงินสดในสถานีตำรวจทั่วประเทศ
ข. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามเส้นทางการเงินของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ค. เพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่บัญชีในการทำรายงานรายวัน
ง. เพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบการเบิกจ่ายงบประมาณและตรวจสอบได้แบบ Real-time

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามนโยบาย Digital Governance 2026 ของกระทรวงดิจิทัลฯ และ สตช. การใช้ CBDC (Central Bank Digital Currency) ในภาครัฐเน้นการ 'Programmable Money' เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินมีความโปร่งใส ตรวจสอบที่มาที่ไปได้ทันที (Transparency and Accountability) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกิจการบ้านเมืองที่ดี

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สุดโต่งเกินไปในทางปฏิบัติ, ข. เป็นผลพลอยได้แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของระบบบริหาร, ค. เป็นเพียงส่วนย่อยไม่ใช่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
ระวังหลุมพราง: ข้อ ข. อาจดูน่าเชื่อถือในบริบทตำรวจ แต่จุดประสงค์หลักของระบบการเงิน 'ในหน่วยงาน' (Internal Administration) คือเรื่องงบประมาณและความโปร่งใส ไม่ใช่การปราบปราม

==============================

ข้อที่ 69
โจทย์: เจ้าพนักงานคนใดมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเจ้าของทรัพย์นั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด

ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147
ข. มาตรา 151
ค. มาตรา 157
ง. มาตรา 162

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 151 บัญญัติถึงเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ แล้วใช้อำนาจนั้นทุจริตให้เกิดความเสียหาย ส่วนมาตรา 147 คือการเบียดบังทรัพย์ (ยักยอก), มาตรา 157 คือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั่วไป และมาตรา 162 คือการทำเอกสารเท็จ
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 147 คือการเบียดบัง (Embezzlement), ค. 157 เป็นบททั่วไป (Generic Malfeasance), ง. 162 เกี่ยวกับเอกสาร
ระวังหลุมพราง: มาตรา 151 และ 147 คล้ายกันมาก ต่างกันตรงที่ 151 เน้นที่การ 'ใช้อำนาจจัดการ' ทรัพย์ให้เสียหาย ส่วน 147 เน้น 'เบียดบัง' ทรัพย์มาเป็นของตน

==============================

ข้อที่ 70
โจทย์: ในปี 2569 แอปพลิเคชัน 'ThaID' (ไทยดี) ได้รับการอัปเกรดให้รองรับ Digital Wallet และการทำธุรกรรมภาครัฐเต็มรูปแบบ ข้อใดคือมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่สุดในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ตัวเลือก:
ก. การขอความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูล
ข. การติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสในสมาร์ทโฟน
ค. การเปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ 30 วัน
ง. การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใส

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: หัวใจหลักของ PDPA คือการได้รับความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูลก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 19) เว้นแต่จะมีฐานทางกฎหมายอื่นรองรับ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข และ ค เป็นวิธีการทางเทคนิค (Technical Measures) ไม่ใช่หลักการพื้นฐานทางกฎหมาย, ง. ผิดหลักกฎหมายอย่างชัดเจน
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ง. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อสาธารณะ 'โดยไม่ได้รับความยินยอม' เป็นการละเมิด PDPA ไม่ใช่ความโปร่งใส

==============================

ข้อที่ 71
โจทย์: Select the correct word to complete the official sentence: 'The committee members _______ currently reviewing the new cybersecurity protocols for the 2026 fiscal year.'

ตัวเลือก:
ก. is
ข. are
ค. has
ง. was

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประโยคใช้ประธาน 'The committee members' ซึ่งเป็นพหูพจน์ (สังเกต -s) จึงต้องใช้ Verb 'are' ให้สอดคล้องกับประธาน (Subject-Verb Agreement) ในรูป Present Continuous
สูตรจำ: Members มี S = พหูพจน์ = are/were

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (is) ใช้กับเอกพจน์, ค (has) ไม่เข้าโครงสร้าง Present Continuous, ง (was) เป็นอดีตซึ่งไม่เข้ากับ 'currently'
ระวังหลุมพราง: หากโจทย์ให้แค่คำว่า 'The committee' โดยไม่มี 'members' อาจทำหน้าที่เป็นสมุหนาม (Collective Noun) ซึ่งใช้ 'is' ได้ แต่เมื่อมี 'members' ต้องเป็นพหูพจน์ชัดเจน

==============================

ข้อที่ 72
โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการรีวิวหรือ 'ทบทวนภารกิจ' ของตนเองว่าภารกิจใดมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไปหรือไม่ ทุกกี่ปี

ตัวเลือก:
ก. ทุกปี
ข. ทุก 3 ปี
ค. ทุก 5 ปี
ง. ทุก 10 ปี

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กำหนดให้ส่วนราชการสำรวจและทบทวนภารกิจเพื่อพิจารณาว่าภารกิจใดควรยุบเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนไปให้หน่วยงานอื่นทำ โดยให้ทำอย่างน้อยทุก 5 ปี หรือตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด
อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 41

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (ทุกปี) คือการทำรายงานผล, ข และ ง ไม่ปรากฏในข้อกำหนดมาตรานี้
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับแผนปฏิบัติราชการที่ปกติจะทำเป็นแผน 5 ปีเช่นกัน แต่การทบทวนภารกิจมีระบุตัวเลข 5 ปีชัดเจนในกฎหมาย

==============================

ข้อที่ 73
โจทย์: สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มีการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) หากรถไฟขบวนหนึ่งวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงเวลาเร่งด่วนของเดือนเมษายน 2569 ถ้าใช้เวลาเดินทางจากสุวรรณภูมิไปอู่ตะเภาเพียง 45 นาที ระยะทางระหว่างสองสถานีนี้เป็นเท่าใด

ตัวเลือก:
ก. 160 กิโลเมตร
ข. 180 กิโลเมตร
ค. 200 กิโลเมตร
ง. 220 กิโลเมตร

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: จากสูตร ระยะทาง (S) = ความเร็ว (V) × เวลา (T) โดยความเร็วคือ 240 กม./ชม. และเวลาคือ 45 นาที ซึ่งต้องแปลงเป็นชั่วโมงก่อน คือ 45/60 = 0.75 ชั่วโมง ดังนั้น S = 240 × 0.75 = 180 กิโลเมตร

เทคนิคการตัดช้อยส์: หากนำ 240 x 45 โดยไม่แปลงหน่วยจะได้ค่าที่สูงเกินจริง (10,800) ซึ่งไม่มีในช้อยส์ แต่ถ้าเผลอหาร 2 (30 นาที) จะได้ 120 หรือถ้าหารผิดเป็น 2 ใน 3 จะได้ 160
ระวังหลุมพราง: ระวังหน่วยของเวลา โจทย์ให้มาเป็น 'นาที' แต่ความเร็วเป็น 'กิโลเมตรต่อชั่วโมง' ต้องแปลงนาทีให้เป็นชั่วโมงก่อนคำนวณเสมอ

==============================

ข้อที่ 74
โจทย์: In a 2026 international summit, a diplomat stated: 'The integration of green energy is **mandatory** for all developing nations.' What does 'mandatory' mean?

ตัวเลือก:
ก. Optional
ข. Required by law
ค. Prohibited
ง. Recommended

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Mandatory หมายถึง ซึ่งเป็นข้อบังคับ หรือที่ต้องทำตามกฎหมาย ตรงกับคำว่า 'Required by law' หรือ 'Compulsory'
สูตรจำ: Mandatory = Must (ต้องทำ)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (Optional) แปลว่าเลือกได้, ค (Prohibited) แปลว่าห้าม, ง (Recommended) แปลว่าแนะนำ ทั้งหมดขัดกับความหมายของ mandatory
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับคำว่า 'Optional' (ซึ่งเป็นคำตรงข้าม) หรือ 'Recommended' (ที่เป็นเพียงการแนะนำ ไม่ใช่บังคับ)

==============================

ข้อที่ 75
โจทย์: ในการใช้งาน Microsoft Excel 2026 เพื่อจัดทำบัญชีคุมพัสดุ หากต้องการตรึงสูตรไม่ให้ตำแหน่งของเซลล์อ้างอิงเปลี่ยนไปเมื่อคัดลอกสูตรไปยังเซลล์อื่น ต้องใช้เครื่องหมายใด

ตัวเลือก:
ก. # (Hashtag)
ข. & (Ampersand)
ค. $ (Dollar Sign)
ง. @ (At sign)

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: เครื่องหมาย $ (Dollar Sign) ใช้สำหรับ 'Absolute Cell Reference' เพื่อตรึงแถวหรือคอลัมน์ในสูตร Excel เช่น $A$1 เพื่อไม่ให้ตำแหน่งเปลี่ยนเมื่อลากสูตร
สูตรจำ: เงิน ($) ช่วยให้ทุกอย่าง 'นิ่ง' = ตรึงเซลล์

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ใช้ใน Error codes, ข ใช้เชื่อมคำ, ง ใช้ในฟังก์ชันใหม่ๆ หรือการระบุชื่อโครงสร้างข้อมูล
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับการใช้เครื่องหมาย & ที่ใช้สำหรับเชื่อมข้อความ (Concatenate) ใน Excel

==============================

ข้อที่ 76
โจทย์: กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจใดที่มีการลงนาม 'Digital Economy Framework Agreement (DEFA)' เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569

ตัวเลือก:
ก. EU (สหภาพยุโรป)
ข. APEC (เอเปค)
ค. ASEAN (อาเซียน)
ง. BRICS

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: DEFA คือกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (ASEAN) ซึ่งเริ่มเจรจาและมีผลบังคับใช้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2568-2569 เพื่อสร้างตลาดดิจิทัลเดียวในภูมิภาค

เทคนิคการตัดช้อยส์: EU มีกฎหมายของตนเองอยู่แล้ว (GDPR/AI Act), BRICS เน้นเรื่องขั้วอำนาจการเงินใหม่, APEC ครอบคลุมวงกว้างเกินไป
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ APEC ที่เน้นการค้าเสรีทั่วไป DEFA เป็นโปรเจกต์เรือธงของอาเซียนโดยเฉพาะ

==============================

ข้อที่ 77
โจทย์: จากบทความนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เมษายน 2569: 'การใช้ Generative AI ในหน่วยงานรัฐต้องคำนึงถึงความโปร่งใสและที่มาของข้อมูล เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์และอคติของอัลกอริทึม' ข้อใดสรุปใจความสำคัญได้ถูกต้องที่สุด

ตัวเลือก:
ก. รัฐบาลไทยห้ามใช้ Generative AI ในการทำงานราชการ
ข. การใช้ AI ในภาครัฐต้องมีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้
ค. AI จะเข้ามาแทนที่ข้าราชการสายงานอำนวยการทั้งหมด
ง. ปัญหาหลักของ AI คือการทำงานที่ช้ากว่ามนุษย์

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความเน้นเรื่อง 'ความโปร่งใส' 'ที่มาของข้อมูล' และ 'ป้องกันอคติ' ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในแนวคิดเรื่องการใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) และตรวจสอบได้

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค เป็นการตีความแบบสุดโต่งเกินบทความ ส่วน ง เป็นข้อมูลที่ขัดกับข้อเท็จจริงทางเทคโนโลยี
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ 'พูดเกินจริง' (Extremes) เช่น คำว่า 'ห้ามใช้' หรือ 'แทนที่ทั้งหมด' ซึ่งบทความไม่ได้ระบุไว้

==============================

ข้อที่ 78
โจทย์: เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด มีหน้าที่ทำเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ถ้า 'รับรองเป็นเท็จว่าได้มีความจริงอย่างใดเกิดขึ้น' เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด

ตัวเลือก:
ก. มาตรา 157
ข. มาตรา 161
ค. มาตรา 162
ง. มาตรา 164

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 บัญญัติว่า เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ทำเอกสาร รับรองเป็นเท็จเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162
สูตรจำ: 162 = 'เอกสารเท็จ' (จำว่า 1+6+2 = 9... เลข 9 เหมือนหัวคนทำเอกสาร)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (157) คือปฏิบัติหน้าที่มิชอบทั่วไป, ข (161) คือปลอมเอกสาร, ง (164) คือความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยความลับราชการ
ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักตอบ มาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่) เพราะเป็นมาตราครอบจักรวาล แต่โจทย์ระบุพฤติกรรมเฉพาะคือ 'การรับรองเอกสารเป็นเท็จ' ต้องตอบมาตรา 162

==============================

ข้อที่ 79
โจทย์: ข้อใดใช้ลักษณะนามได้ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณและการสะกดคำในภาษาราชการ

ตัวเลือก:
ก. คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง, รถจักรยานยนต์ 2 คัน
ข. เลื่อย 3 อัน, ปากกา 5 ด้าม
ค. เทียนพรรษา 2 เล่ม, ตะปู 10 ตัว
ง. โฉนดที่ดิน 2 ใบ, หนังสือราชการ 3 ฉบับ

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: คอมพิวเตอร์ใช้ลักษณะนามว่า 'เครื่อง' และรถจักรยานยนต์ใช้ 'คัน' ซึ่งถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานและแนวทางปฏิบัติราชการ
สูตรจำ: เลื่อย-ปื้น, โฉนด-ฉบับ, ปากกา-ด้าม, ดินสอ-แท่ง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดที่เลื่อย (ต้องเป็นปื้น), ค ผิดที่เทียนพรรษา (มักใช้ต้น), ง ผิดที่โฉนดที่ดิน (ต้องเป็นฉบับ)
ระวังหลุมพราง: ระวังลักษณะนามของ 'เลื่อย' ต้องใช้ 'ปื้น', 'เทียน' ใช้ 'ต้น' (ถ้าเป็นเทียนพรรษาใหญ่) และ 'โฉนด' ใช้ 'ฉบับ'

==============================

ข้อที่ 80
โจทย์: จงหาตัวเลขถัดไปของอนุกรมชุดนี้: 3, 7, 16, 35, 74, ...

ตัวเลือก:
ก. 148
ข. 151
ค. 153
ง. 155

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์ของอนุกรมคือ (ตัวหน้า × 2) + ลำดับที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (1, 2, 3, 4, ...) โดยเริ่มจาก: (3×2)+1=7, (7×2)+2=16, (16×2)+3=35, (35×2)+4=74 ดังนั้นตัวถัดไปคือ (74×2)+5 = 148+5 = 153
สูตรจำ: สูตร 'คูณสองบวกแต้ม' เป็นรูปแบบยอดฮิตของข้อสอบตำรวจ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ก (148) คือการคูณ 2 เฉยๆ ช้อยส์ ข (151) คือการบวกค่าคงที่ที่ผิดพลาด ช้อยส์ ง (155) คือการเดาเลขลงท้ายที่ใกล้เคียง
ระวังหลุมพราง: อย่ามองแค่ผลต่างระหว่างตัวเลข (4, 9, 19, 39) แม้จะเห็นรูปแบบ (x2+1) ในผลต่าง แต่การคำนวณจากฐานเลขโดยตรงจะเร็วกว่าในห้องสอบ

==============================

ข้อที่ 81
โจทย์: ในการเขียนรายงานผลการตรวจสอบภายในหน่วยงานตำรวจ ตามหลักภาษาไทยระดับทางการและภาษาราชการ ข้อใดใช้คำได้ 'ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด'

ตัวเลือก:
ก. คณะทำงานจึงขอเรียนชี้แจงเพื่อให้ท่านทราบถึงปัญหาดังกล่าว
ข. คณะทำงานมีความประสงค์จะแจ้งข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณา
ค. คณะทำงานจึงใคร่ขอเรียนเสนอผลการดำเนินงานเพื่อโปรดพิจารณา
ง. คณะทำงานได้ทำการส่งสรุปผลการทำงานให้หัวหน้าเรียบร้อยแล้ว

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ภาษาราชการระดับทางการต้องมีความสุภาพและใช้คำเชื่อมที่เหมาะสม 'ใคร่ขอเรียนเสนอ' และ 'เพื่อโปรดพิจารณา' เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้ในการเสนอรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ
สูตรจำ: เสนอผู้ใหญ่ใช้ 'เรียนเสนอ' ขอความเห็นใช้ 'โปรดพิจารณา'

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 'เรียนชี้แจง' มักใช้เมื่อมีการสอบถามหรือแก้ต่าง / ข. 'มีความประสงค์จะแจ้ง' ดูห้วนและไม่เป็นทางการเท่า ค. / ง. เป็นภาษาพูด (ได้ทำการ...เรียบร้อยแล้ว)
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ภาษาพูด เช่น 'เรียบร้อยแล้ว' หรือคำที่ดูห้วนเกินไปในภาษาราชการ

==============================

ข้อที่ 82
โจทย์: จากข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ เมษายน 2569 พบว่า 1) นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปภาคอีสานเพิ่มขึ้น 12.6% 2) นักท่องเที่ยวจีนครองอันดับหนึ่ง และ 3) การใช้ AI ควบคุมจราจรช่วยลดอุบัติเหตุได้ 30% ข้อใดเป็นการสรุปความที่ 'สมเหตุสมผลที่สุด' ตามหลักตรรกศาสตร์

ตัวเลือก:
ก. ระบบ AI คือปัจจัยเดียวที่ทำให้อุบัติเหตุลดลง
ข. นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปภาคอีสาน
ค. ปริมาณการเดินทางไปภาคอีสานที่เพิ่มขึ้น สัมพันธ์กับช่วงเทศกาลสงกรานต์
ง. ในปี 2570 อุบัติเหตุจะลดลงมากกว่า 30% เพราะ AI พัฒนาขึ้น

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์ การสรุปความต้องไม่อ้างอิงปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้ระบุในโจทย์ (ก. ผิดเพราะคำว่า 'ปัจจัยเดียว') (ข. ผิดเพราะข้อมูลไม่ได้บอกว่านักท่องเที่ยวจีนไปไหน) (ง. ผิดเพราะเป็นการคาดเดาอนาคต) ข้อ ค. จึงเป็นข้อที่สรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่โจทย์ให้มาได้ปลอดภัยที่สุด
สูตรจำ: สรุปตามที่เห็น ไม่เติมความเห็น ไม่เล่นคาดเดา

เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะเป็นการสรุปแบบผูกขาด (Only one cause) ตัดข้อ ข เพราะเป็นการสรุปเชื่อมโยงข้อมูลคนละชุด (Misleading Correlation) ตัดข้อ ง เพราะเป็นการคาดคะเน (Prediction)
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน ข้อความที่มีคำว่า 'เท่านั้น' 'เพียงอย่างเดียว' หรือการสรุปเกินข้อมูลที่ให้มามักเป็นตัวเลือกที่ผิด

==============================

ข้อที่ 83
โจทย์: In an official email dated April 2026 regarding a mandatory climate meeting, which sentence is grammatically correct and most formal?

ตัวเลือก:
A. The department would like to invite you to the seminar.
B. We are wanting you to come to the meeting soon.
C. All staff must attends the carbon credit workshop next week.
D. Please be informed that the session starts at 9 a.m.

เฉลย: ตอบข้อ D
คำอธิบาย: ข้อ D เป็นรูปแบบ Passive Voice ที่นิยมใช้ในจดหมายทางการ ('Please be informed that...') เพื่อความเป็นกลางและสุภาพ
สูตรจำ: Formal English: Please be informed...

เทคนิคการตัดช้อยส์: A. ถูกไวยากรณ์แต่ D มีความเป็นทางการในระดับหน่วยงานสูงกว่า / B. ใช้ 'wanting' ผิดหลักและดูไม่สุภาพ / C. 'must attends' ผิด (ต้องเป็น attend)
ระวังหลุมพราง: ข้อ C มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ (must + verb infinite) และข้อ B ใช้ Progressive tense กับ State verb ซึ่งไม่เป็นทางการ

==============================

ข้อที่ 84
โจทย์: ร้อยตำรวจโทหญิง สมศรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้รับมอบหมายให้จัดการเงินงบประมาณค่าเบี้ยเลี้ยงของหน่วยงาน เธอได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท ไปหมุนเวียนใช้ส่วนตัวก่อนเป็นเวลา 1 เดือนแล้วนำมาคืนครบถ้วนในภายหลัง การกระทำนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ อย่างไร

ตัวเลือก:
ก. ไม่ผิด เพราะนำเงินมาคืนครบถ้วนแล้วและหน่วยงานไม่เสียหาย
ข. ผิด ฐานเบียดบังทรัพย์ตามมาตรา 147 ความผิดสำเร็จทันทีที่เบียดบัง
ค. ผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เท่านั้น
ง. ผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา 151

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 147 (ยักยอกในหน้าที่) ระบุว่าผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ความผิดสำเร็จทันทีเมื่อมีการเบียดบังทรัพย์ไป แม้จะนำมาคืนในภายหลังก็ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นแล้วระงับไป
สูตรจำ: เอาของหลวงไปใช้ส่วนตัว = 147 (ยักยอกหน้าที่)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักกฎหมายอาญาเรื่องความผิดสำเร็จ / ค. 157 เป็นบททั่วไป แต่กรณีนี้มีบทเฉพาะคือ 147 / ง. 151 เน้นเรื่องการใช้อำนาจซื้อ/จัดการทรัพย์ให้เสียหายต่อรัฐ (มักใช้กับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง)
ระวังหลุมพราง: หลุมพรางคือคำว่า 'นำมาคืนแล้ว' หลายคนมักคิดว่าไม่ผิดเพราะไม่มีความเสียหายค้างอยู่ แต่ในกฎหมายอาญาความผิดสำเร็จไปแล้ว

==============================

ข้อที่ 85
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการมอบอำนาจการตัดสินใจบางประการให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ สามารถทำได้โดยวิธีใด

ตัวเลือก:
ก. แจ้งในที่ประชุมกรมการจังหวัดเพื่อทราบ
ข. ทำเป็นบันทึกข้อความภายในแจ้งเวียน
ค. ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจเฉพาะรายกรณี
ง. ทำเป็นหนังสือและต้องมีการทำหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: มาตรา 38 การมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือ ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน การมอบอำนาจต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีผลทางกฎหมายและระบุขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน
สูตรจำ: มอบอำนาจ = ต้องเป็นหนังสือ (เขียนไว้เป็นหลักฐาน)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การแจ้งเพื่อทราบไม่ใช่การมอบอำนาจตามกฎหมาย / ข. บันทึกข้อความใช้สื่อสารภายในแต่การมอบอำนาจทางการต้องระบุเป็น 'คำสั่งมอบอำนาจ' / ค. สามารถมอบเป็นภาพรวมตามภารกิจได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรายกรณีเสมอไป
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการ 'สั่งการ' ด้วยวาจาในกรณีเร่งด่วน การมอบอำนาจ (Delegation) ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินต้องมีหลักฐานชัดเจน

==============================

ข้อที่ 86
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานอำนวยการกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ 'ในการปฏิบัติหน้าที่' โดยมีความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ภายในกำหนดอายุความเท่าใด ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ตัวเลือก:
ก. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ข. 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ค. 5 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิด
ง. 10 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิด

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 10 ประกอบมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ ระบุว่า สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ในกรณีปฏิบัติหน้าที่ ให้มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
สูตรจำ: รู้ตัวคนผิด + รู้ละเมิด = 2 ปี (สำหรับหน่วยงานฟ้องเจ้าหน้าที่)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นกรณีเรียกเงินคืนระหว่างกันหลังจากจ่ายผู้เสียหายไปแล้ว / ค. ไม่มีระบุใน พ.ร.บ. นี้ / ง. เป็นอายุความสะดุดหยุดอยู่ตาม ป.พ.พ. ทั่วไป ไม่ใช่ประเด็นหลักในมาตรา 10
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ '1 ปี' ซึ่งเป็นอายุความในกรณีที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่จ่ายเงินให้ผู้เสียหายไปแล้ว และต้องการเรียกเงินคืนจากอีกฝ่าย (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง)

==============================

ข้อที่ 87
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) บทบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้ 'ไม่ให้ใช้บังคับ' แก่กรณีใดต่อไปนี้

ตัวเลือก:
ก. การออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนของกรมการปกครอง
ข. การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เงินเดือนของข้าราชการตำรวจ
ค. การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
ง. การสั่งการทางนโยบายของรัฐมนตรีต่อปลัดกระทรวงที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ระบุข้อยกเว้นที่ไม่ให้นำ พ.ร.บ. นี้มาใช้บังคับ โดย (8) คือ 'การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา' เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเฉพาะ
สูตรจำ: สภา-ครม-ศาล-ทหาร-อาญา-ศาสนา (จำพวกที่ได้รับการยกเว้น)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นคำสั่งทางปกครองปกติ / ข. เป็นการพิจารณาทางปกครอง / ง. หากเป็นงานนโยบายโดยตรงจะยกเว้น แต่ ค. เป็นข้อยกเว้นถาวรที่ชัดเจนกว่า
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'งานนโยบายโดยตรง' (ซึ่งยกเว้น) กับ 'การบริหารงานทั่วไป' ของรัฐมนตรี ซึ่งข้อ ง. อาจเป็นจุดหลอก แต่ข้อ ค. คือข้อยกเว้นที่ชัดเจนที่สุดตามตัวบทมาตรา 4

==============================

ข้อที่ 88
โจทย์: ในการร่วมลงทุนโครงการระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลประจำปี 2568-2569 ของบริษัทเทคโนโลยี 3 แห่ง (A, B, C) โดยมีสัดส่วนการลงทุนเป็น 3:4:5 หากในปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,800,000 บาท และกำหนดให้แบ่งกำไรตามสัดส่วนการลงทุน อยากทราบว่าบริษัท C จะได้รับส่วนแบ่งกำไรมากกว่าบริษัท A เป็นจำนวนเท่าใด

ตัวเลือก:
ก. 150,000 บาท
ข. 300,000 บาท
ค. 450,000 บาท
ง. 600,000 บาท

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: หลักการคำนวณสัดส่วน: 1. หาผลรวมของอัตราส่วน 3+4+5 = 12 ส่วน 2. หามูลค่าต่อ 1 ส่วน โดยนำกำไรทั้งหมดหารด้วยผลรวมส่วนแบ่ง (1,800,000 / 12 = 150,000 บาทต่อส่วน) 3. หาความต่างของส่วนแบ่งระหว่าง C และ A คือ 5 - 3 = 2 ส่วน 4. นำส่วนต่างคูณมูลค่าต่อหน่วย (2 x 150,000 = 300,000 บาท)
สูตรจำ: รวมส่วนก่อน -> หาค่าต่อส่วน -> คูณส่วนต่าง

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 150,000 คือค่าของ 1 ส่วนไม่ใช่ส่วนต่าง / ค. 450,000 คือกำไรของ A / ง. 600,000 คือกำไรของ B
ระวังหลุมพราง: อย่าคำนวณกำไรของแต่ละบริษัทแยกกันแล้วค่อยลบกัน เพราะจะเสียเวลา ให้ใช้ส่วนต่างของอัตราส่วน (5-3=2) มาคำนวณทีเดียวจะเร็วกว่า

==============================

ข้อที่ 89
โจทย์: บทความ: 'กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เร่งผลักดัน พ.ร.บ. ลดโลกร้อน 2569 เพื่อเปลี่ยนการรายงานคาร์บอนจากภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับ ครอบคลุมทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050' จากบทความข้างต้น ใจความสำคัญที่สุดคืออะไร

ตัวเลือก:
ก. การจัดตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ข. การกำหนดบทลงโทษแก่ภาคเอกชนที่ไม่รายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก
ค. ความพยายามของรัฐบาลในการไปให้ถึงเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
ง. การยกระดับมาตรการรายงานคาร์บอนให้เป็นข้อบังคับทางกฎหมายผ่าน พ.ร.บ. ฉบับใหม่

เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ใจความสำคัญ (Main Idea) คือ 'หัวใจ' ของบทความ ซึ่งกล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน 2569 ที่ทำให้การรายงานคาร์บอนกลายเป็น 'ภาคบังคับ' ส่วนเป้าหมาย Net Zero เป็นเพียงวัตถุประสงค์ปลายทาง
สูตรจำ: ใคร + ทำอะไร + ที่ไหน/อย่างไร = ใจความสำคัญ

เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเพียงหน่วยงานผู้ปฏิบัติ / ข. โจทย์ไม่ได้เน้นเรื่องบทลงโทษในประโยคนี้ / ค. เป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของ พ.ร.บ. ที่กล่าวถึงในแง่การรายงาน
ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ค. เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดเพราะเป็นเป้าหมายใหญ่ แต่ใจความสำคัญของย่อหน้านี้เน้นไปที่ 'เครื่องมือ' หรือ 'วิธีการ' คือการออกกฎหมายบังคับรายงาน

==============================

ข้อที่ 90
โจทย์: Read the following statement about the 2026 economic policy: 'Thailand aims to become a regional digital hub, ________ the government has implemented tax incentives for foreign tech startups.' Which conjunction best fits the blank?

ตัวเลือก:
A. nonetheless
B. therefore
C. despite
D. otherwise

เฉลย: ตอบข้อ B
คำอธิบาย: ประโยคหน้ากล่าวถึงเป้าหมาย (Goal) ประโยคหลังกล่าวถึงการกระทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย (Action) ความสัมพันธ์จึงเป็น 'เหตุและผล' ดังนั้น 'therefore' (ดังนั้น) จึงเหมาะสมที่สุด
สูตรจำ: Result -> Therefore / Contrast -> However

เทคนิคการตัดช้อยส์: A. Nonetheless (อย่างไรก็ตาม) - ขัดแย้ง / C. Despite (ทั้งที่) - ขัดแย้ง / D. Otherwise (มิฉะนั้น) - เงื่อนไขด้านลบ
ระวังหลุมพราง: ระวังการจำคำเชื่อมผิดประเภทNonetheless ใช้แสดงความขัดแย้ง (Contrast) ส่วน Otherwise ใช้บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำเช่นนั้น

==============================

ข้อที่ 91
โจทย์: ข้อใดใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการได้ 'ถูกต้องและเหมาะสม' ที่สุดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ

ตัวเลือก:
ก. จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอความกรุณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ค. จึงเรียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบและให้จัดการตามที่เห็นสมควร
ง. จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวโดยด่วนที่สุด

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ข้อ ข เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้ในการจบหนังสือราชการ (ระดับกระทรวง/กรม) ที่มีความสุภาพและถูกต้องตามแบบแผนที่สุด
สูตรจำ: โปรดพิจารณา = สุภาพและเป็นทางการที่สุด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ใช้คำว่า 'ขอความกรุณา...ด้วย' ซึ่งเป็นภาษาพูด ข้อ ค ดูเป็นการสั่งการเกินงาม (Aggressive) ข้อ ง วางคำกริยาสลับตำแหน่ง (พิจารณาดำเนินการ คือ ลำดับที่ถูกต้อง)
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำฟุ่มเฟือยหรือคำที่มีลักษณะสั่งการเกินไปในหนังสือขอความร่วมมือ

==============================

ข้อที่ 92
โจทย์: จากบทความเรื่อง 'ความมั่นคงทางพลังงานสะอาดในเขตนิคมอุตสาหกรรมเมษายน 2569' ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ของรถสายตรวจอาจเผชิญอุปสรรคด้านสถานีชาร์จความเร็วสูงที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล ข้อใดคือสาระสำคัญของบทความนี้

ตัวเลือก:
ก. รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับงานตำรวจ
ข. ความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานส่งผลต่อนโยบายรถตรวจการณ์พลังงานสะอาด
ค. รัฐบาลควรยกเลิกการใช้รถ EV ในพื้นที่ห่างไกล
ง. สถานีชาร์จความเร็วสูงคือคำตอบเดียวของการแก้ปัญหามลพิษ

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความชี้ให้เห็นถึง 'อุปสรรค' (โครงสร้างพื้นฐาน/สถานีชาร์จ) ที่มีผลต่อ 'การเปลี่ยนผ่าน' (นโยบายรถ EV) ซึ่งตรงกับข้อ ข มากที่สุด

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก กล่าวโทษตัวรถซึ่งบทความไม่ได้ระบุ ข้อ ค เป็นการเสนอแนะส่วนตัว ข้อ ง ใช้คำว่า 'เดียว' ซึ่งสุดโต่งเกินไป
ระวังหลุมพราง: ห้ามสรุปเกินที่บทความระบุ เช่น การบอกให้ยกเลิก (ข้อ ค) หรือสรุปว่าเป็นคำตอบเดียว (ข้อ ง)

==============================

ข้อที่ 93
โจทย์: The New Cybersecurity Protocol (2026) mandates that all administrative officers __________ their passwords every 30 days to prevent unauthorized access.

ตัวเลือก:
ก. must be changed
ข. change
ค. changed
ง. changing

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง Subjunctive Mood หลังกริยา 'mandate that' ซึ่งกริยาในประโยคย่อยต้องเป็น Base Form (V.inf ที่ไม่มี to) เสมอ โดยไม่ผันตามประธาน
สูตรจำ: Mandate/Suggest + That + V.ไม่ผัน

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็น passive (เจ้าหน้าที่ถูกเปลี่ยน) ซึ่งผิดความหมาย ข้อ ค เป็นอดีต ข้อ ง เป็น gerund ซึ่งไม่ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้ในที่นี้
ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักจะเติม -s หรือใช้ passive voice แต่โครงสร้าง mandate/suggest/insist that + S + (should) + V.inf

==============================

ข้อที่ 94
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 3/1 การบริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต้องยึดถือสิ่งใดเป็นสำคัญตามแนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ตัวเลือก:
ก. ความประหยัดและรวดเร็วเท่านั้น
ข. ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า
ค. การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานโดยไม่คำนึงถึงงบประมาณ
ง. อำนาจเด็ดขาดของผู้บังคับบัญชาตามสายงาน

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 3/1 ระบุชัดเจนว่าการบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน... และการอำนวยความสะดวก
อ้างอิง: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 3/1
สูตรจำ: สุข-สัมฤทธิ์-ศิษย์-คุ้ม (ประโยชน์สุข ผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ คุ้มค่า)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ง ไม่ใช่หลักการของมาตรา 3/1 แต่เป็นเรื่องอำนาจสั่งการทั่วไป
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่มีคำว่า 'เท่านั้น' (ข้อ ก) หรือ 'ไม่คำนึงถึงงบประมาณ' (ข้อ ค) ซึ่งขัดหลักความคุ้มค่า

==============================

ข้อที่ 95
โจทย์: เจ้าพนักงานผู้ใดมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใด

ตัวเลือก:
ก. มาตรา 152
ข. มาตรา 157
ค. มาตรา 148
ง. มาตรา 149

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น' ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152
สูตรจำ: 1-5-2 = ส่วนได้เสียในกิจการ

เทคนิคการตัดช้อยส์: มาตรา 157 คือปฏิบัติหน้าที่มิชอบทั่วไป มาตรา 148 คือใช้อำนาจข่มขู่ มาตรา 149 คือการรับสินบน
ระวังหลุมพราง: อย่าตอบมาตรา 157 (ข้อ ข) หากโจทย์ระบุพฤติกรรม 'เข้ามีส่วนได้เสีย' ชัดเจน เพราะมาตรา 152 เป็นบทเฉพาะที่ชัดเจนกว่า

==============================

ข้อที่ 96
โจทย์: ในการวางระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) อัจฉริยะพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ปี 2569 หากกำหนดให้กล้อง A ต้องอยู่ห่างจากกล้อง B เป็นระยะทาง 2 เท่าของระยะห่างระหว่างกล้อง B และ C และกล้อง C อยู่ห่างจากกล้อง D 150 เมตร โดยที่ A, B, C, D เรียงเป็นเส้นตรงเดียวกัน หากระยะรวมจาก A ถึง D คือ 600 เมตร ระยะห่างระหว่างกล้อง A และ B คือเท่าใด

ตัวเลือก:
ก. 150 เมตร
ข. 300 เมตร
ค. 450 เมตร
ง. 225 เมตร

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: กำหนดให้ระยะ B-C = x เมตร ดังนั้น A-B = 2x เมตร โจทย์ระบุ C-D = 150 เมตร และรวม A-D = 600 เมตร สมการคือ (A-B) + (B-C) + (C-D) = 600 แทนค่าได้ 2x + x + 150 = 600 -> 3x = 450 -> x = 150 ดังนั้นระยะ A-B = 2x = 2(150) = 300 เมตร

เทคนิคการตัดช้อยส์: ถ้าเลือก ก (150) จะเท่ากับระยะ BC ซึ่งผิดเงื่อนไข AB=2BC ถ้าเลือก ค (450) จะเป็นระยะ AC ซึ่งไม่ใช่ AB
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่างระยะห่างแต่ละช่วงกับระยะสะสมจากจุดเริ่มต้น

==============================

ข้อที่ 97
โจทย์: Which word is the most appropriate synonym for 'TRANSITORY' in the context of 'temporary administrative measures'?

ตัวเลือก:
ก. Permanent
ข. Ephemeral
ค. Mandatory
ง. Perpetual

เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Transitory หมายถึง ชั่วคราว หรือ คงอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า Ephemeral
สูตรจำ: Trans- = เคลื่อนย้าย/ผ่านไป (ชั่วคราว)

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก (Permanent) และ ง (Perpetual) แปลว่าถาวร/ตลอดไป ข้อ ค (Mandatory) แปลว่าบังคับ
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายตรงกันข้าม (Antonym) อย่างข้อ ก และ ง

==============================

ข้อที่ 98
โจทย์: กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองมีเหตุที่อาจถูกคัดค้านเนื่องจากมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 16 บัญญัติให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องปฏิบัติอย่างไร

ตัวเลือก:
ก. รีบพิจารณาให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อลดข้อครหา
ข. โอนเรื่องให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการแทนทันที
ค. หยุดการพิจารณาเรื่องไว้ก่อนและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ
ง. ทำหนังสือยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อคู่กรณีและดำเนินการต่อไป

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 16 ระบุว่ากรณีมีเหตุคัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นหยุดการพิจารณาเรื่องไว้ก่อน และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป
อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 16
สูตรจำ: มีส่วนเสีย = หยุด + แจ้งนาย

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ขัดต่อหลักความเป็นกลาง ข้อ ข การโอนเรื่องต้องมีคำสั่งสั่งการ ไม่ใช่การตัดสินใจโดยลำพังของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสีย
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับความเชื่อที่ว่า 'ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ทำต่อได้' กฎหมายบังคับให้ 'หยุด' และ 'แจ้ง'

==============================

ข้อที่ 99
โจทย์: พิจารณาความสัมพันธ์ของคู่คำ 'โดรนตรวจการณ์ : การลาดตระเวน' ข้อใดมีความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกันที่สุด

ตัวเลือก:
ก. ปัญญาประดิษฐ์ : การคัดกรองข้อมูล
ข. เครื่องส่งสัญญาณ : คลื่นวิทยุ
ค. ฐานข้อมูล : ระบบคลาวด์
ง. กุญแจมือ : การจับกุม

เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ 'เครื่องมือสมัยใหม่ : หน้าที่/วัตถุประสงค์หลักในการทำงาน' โดรนตรวจการณ์ใช้เพื่อการลาดตระเวน (เชิงรุก/เทคโนโลยี) เช่นเดียวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้เพื่อการคัดกรองข้อมูลในระบบสนับสนุนตำรวจปี 2569
สูตรจำ: เทคโนโลยีใหม่ คู่กับ ภารกิจใหม่

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข และ ค เป็นความสัมพันธ์แบบ ส่วนประกอบหรือสถานที่เก็บ ไม่ใช่เครื่องมือและหน้าที่หลัก
ระวังหลุมพราง: ข้อ ง เป็นเครื่องมือและการกระทำเช่นกัน แต่เป็นเครื่องมือพื้นฐาน (Manual) ขณะที่โจทย์เน้นเครื่องมือเทคโนโลยี (High-Tech)

==============================

ข้อที่ 100
โจทย์: หากหน่วยงานของรัฐต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายจากการละเมิดที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้เงินคืน (ไล่เบี้ย) ได้ภายในกำหนดอายุความกี่ปี ตาม มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ

ตัวเลือก:
ก. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิด
ข. 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
ค. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
ง. 10 ปี นับแต่วันที่เกิดการละเมิด

เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 10 วรรคสอง ระบุว่าสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืน (ไล่เบี้ย) ให้มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 10
สูตรจำ: รัฐจ่ายคืน...ขอคืนใน 1 ปี

เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็นเงื่อนไขการฟ้องของบุคคลภายนอก ข้อ ข ผิดที่จำนวนปี ข้อ ง คืออายุความสูงสุดตามกฎหมายแพ่งทั่วไป
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก 2 ปี (ข้อ ข) ซึ่งมักสับสนกับอายุความที่ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงาน (มาตรา 9) หรือ 1 ปี นับแต่วันรู้ (ข้อ ก)

#ติวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการ #คะแนนสอบตำรวจ #สอบตำรวจ2569 #แนวข้อสอบตำรวจ #ตำรวจสายอำนวยการ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ติวสอบตำรวจ #ข้อสอบตำรวจอำนวยการ #ตำรวจอำนวยการ69 #ติวสอบราชการ #สอบข้าราชการ #สถิติสอบตำรวจ #เตรียมสอบตำรวจ #ติวฟรีตำรวจ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น