ads.txt

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ตำรวจสายอำนวยการ ข้อที่ 81-90

 


ข้อที่ 81

โจทย์: ในการเขียนรายงานผลการตรวจสอบภายในหน่วยงานตำรวจ ตามหลักภาษาไทยระดับทางการและภาษาราชการ ข้อใดใช้คำได้ 'ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด'


ตัวเลือก:

ก. คณะทำงานจึงขอเรียนชี้แจงเพื่อให้ท่านทราบถึงปัญหาดังกล่าว

ข. คณะทำงานมีความประสงค์จะแจ้งข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณา

ค. คณะทำงานจึงใคร่ขอเรียนเสนอผลการดำเนินงานเพื่อโปรดพิจารณา

ง. คณะทำงานได้ทำการส่งสรุปผลการทำงานให้หัวหน้าเรียบร้อยแล้ว


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ภาษาราชการระดับทางการต้องมีความสุภาพและใช้คำเชื่อมที่เหมาะสม 'ใคร่ขอเรียนเสนอ' และ 'เพื่อโปรดพิจารณา' เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้ในการเสนอรายงานต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ

สูตรจำ: เสนอผู้ใหญ่ใช้ 'เรียนเสนอ' ขอความเห็นใช้ 'โปรดพิจารณา'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 'เรียนชี้แจง' มักใช้เมื่อมีการสอบถามหรือแก้ต่าง / ข. 'มีความประสงค์จะแจ้ง' ดูห้วนและไม่เป็นทางการเท่า ค. / ง. เป็นภาษาพูด (ได้ทำการ...เรียบร้อยแล้ว)

ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ภาษาพูด เช่น 'เรียบร้อยแล้ว' หรือคำที่ดูห้วนเกินไปในภาษาราชการ


==============================


ข้อที่ 82

โจทย์: จากข้อมูลสถิติการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ เมษายน 2569 พบว่า 1) นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปภาคอีสานเพิ่มขึ้น 12.6% 2) นักท่องเที่ยวจีนครองอันดับหนึ่ง และ 3) การใช้ AI ควบคุมจราจรช่วยลดอุบัติเหตุได้ 30% ข้อใดเป็นการสรุปความที่ 'สมเหตุสมผลที่สุด' ตามหลักตรรกศาสตร์


ตัวเลือก:

ก. ระบบ AI คือปัจจัยเดียวที่ทำให้อุบัติเหตุลดลง

ข. นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปภาคอีสาน

ค. ปริมาณการเดินทางไปภาคอีสานที่เพิ่มขึ้น สัมพันธ์กับช่วงเทศกาลสงกรานต์

ง. ในปี 2570 อุบัติเหตุจะลดลงมากกว่า 30% เพราะ AI พัฒนาขึ้น


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์ การสรุปความต้องไม่อ้างอิงปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้ระบุในโจทย์ (ก. ผิดเพราะคำว่า 'ปัจจัยเดียว') (ข. ผิดเพราะข้อมูลไม่ได้บอกว่านักท่องเที่ยวจีนไปไหน) (ง. ผิดเพราะเป็นการคาดเดาอนาคต) ข้อ ค. จึงเป็นข้อที่สรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลที่โจทย์ให้มาได้ปลอดภัยที่สุด

สูตรจำ: สรุปตามที่เห็น ไม่เติมความเห็น ไม่เล่นคาดเดา


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะเป็นการสรุปแบบผูกขาด (Only one cause) ตัดข้อ ข เพราะเป็นการสรุปเชื่อมโยงข้อมูลคนละชุด (Misleading Correlation) ตัดข้อ ง เพราะเป็นการคาดคะเน (Prediction)

ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน ข้อความที่มีคำว่า 'เท่านั้น' 'เพียงอย่างเดียว' หรือการสรุปเกินข้อมูลที่ให้มามักเป็นตัวเลือกที่ผิด


==============================


ข้อที่ 83

โจทย์: In an official email dated April 2026 regarding a mandatory climate meeting, which sentence is grammatically correct and most formal?


ตัวเลือก:

A. The department would like to invite you to the seminar.

B. We are wanting you to come to the meeting soon.

C. All staff must attends the carbon credit workshop next week.

D. Please be informed that the session starts at 9 a.m.


เฉลย: ตอบข้อ D

คำอธิบาย: ข้อ D เป็นรูปแบบ Passive Voice ที่นิยมใช้ในจดหมายทางการ ('Please be informed that...') เพื่อความเป็นกลางและสุภาพ

สูตรจำ: Formal English: Please be informed...


เทคนิคการตัดช้อยส์: A. ถูกไวยากรณ์แต่ D มีความเป็นทางการในระดับหน่วยงานสูงกว่า / B. ใช้ 'wanting' ผิดหลักและดูไม่สุภาพ / C. 'must attends' ผิด (ต้องเป็น attend)

ระวังหลุมพราง: ข้อ C มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ (must + verb infinite) และข้อ B ใช้ Progressive tense กับ State verb ซึ่งไม่เป็นทางการ


==============================


ข้อที่ 84

โจทย์: ร้อยตำรวจโทหญิง สมศรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้รับมอบหมายให้จัดการเงินงบประมาณค่าเบี้ยเลี้ยงของหน่วยงาน เธอได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท ไปหมุนเวียนใช้ส่วนตัวก่อนเป็นเวลา 1 เดือนแล้วนำมาคืนครบถ้วนในภายหลัง การกระทำนี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ อย่างไร


ตัวเลือก:

ก. ไม่ผิด เพราะนำเงินมาคืนครบถ้วนแล้วและหน่วยงานไม่เสียหาย

ข. ผิด ฐานเบียดบังทรัพย์ตามมาตรา 147 ความผิดสำเร็จทันทีที่เบียดบัง

ค. ผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เท่านั้น

ง. ผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา 151


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 147 (ยักยอกในหน้าที่) ระบุว่าผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ความผิดสำเร็จทันทีเมื่อมีการเบียดบังทรัพย์ไป แม้จะนำมาคืนในภายหลังก็ไม่ทำให้ความผิดที่เกิดขึ้นแล้วระงับไป

สูตรจำ: เอาของหลวงไปใช้ส่วนตัว = 147 (ยักยอกหน้าที่)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดหลักกฎหมายอาญาเรื่องความผิดสำเร็จ / ค. 157 เป็นบททั่วไป แต่กรณีนี้มีบทเฉพาะคือ 147 / ง. 151 เน้นเรื่องการใช้อำนาจซื้อ/จัดการทรัพย์ให้เสียหายต่อรัฐ (มักใช้กับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง)

ระวังหลุมพราง: หลุมพรางคือคำว่า 'นำมาคืนแล้ว' หลายคนมักคิดว่าไม่ผิดเพราะไม่มีความเสียหายค้างอยู่ แต่ในกฎหมายอาญาความผิดสำเร็จไปแล้ว


==============================


ข้อที่ 85

โจทย์: ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการมอบอำนาจการตัดสินใจบางประการให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ สามารถทำได้โดยวิธีใด


ตัวเลือก:

ก. แจ้งในที่ประชุมกรมการจังหวัดเพื่อทราบ

ข. ทำเป็นบันทึกข้อความภายในแจ้งเวียน

ค. ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจเฉพาะรายกรณี

ง. ทำเป็นหนังสือและต้องมีการทำหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: มาตรา 38 การมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือ ตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน การมอบอำนาจต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีผลทางกฎหมายและระบุขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน

สูตรจำ: มอบอำนาจ = ต้องเป็นหนังสือ (เขียนไว้เป็นหลักฐาน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การแจ้งเพื่อทราบไม่ใช่การมอบอำนาจตามกฎหมาย / ข. บันทึกข้อความใช้สื่อสารภายในแต่การมอบอำนาจทางการต้องระบุเป็น 'คำสั่งมอบอำนาจ' / ค. สามารถมอบเป็นภาพรวมตามภารกิจได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรายกรณีเสมอไป

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการ 'สั่งการ' ด้วยวาจาในกรณีเร่งด่วน การมอบอำนาจ (Delegation) ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินต้องมีหลักฐานชัดเจน


==============================


ข้อที่ 86

โจทย์: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานอำนวยการกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ 'ในการปฏิบัติหน้าที่' โดยมีความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ภายในกำหนดอายุความเท่าใด ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539


ตัวเลือก:

ก. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ข. 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

ค. 5 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิด

ง. 10 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุละเมิด


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: มาตรา 10 ประกอบมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดฯ ระบุว่า สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ในกรณีปฏิบัติหน้าที่ ให้มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

สูตรจำ: รู้ตัวคนผิด + รู้ละเมิด = 2 ปี (สำหรับหน่วยงานฟ้องเจ้าหน้าที่)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นกรณีเรียกเงินคืนระหว่างกันหลังจากจ่ายผู้เสียหายไปแล้ว / ค. ไม่มีระบุใน พ.ร.บ. นี้ / ง. เป็นอายุความสะดุดหยุดอยู่ตาม ป.พ.พ. ทั่วไป ไม่ใช่ประเด็นหลักในมาตรา 10

ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ '1 ปี' ซึ่งเป็นอายุความในกรณีที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่จ่ายเงินให้ผู้เสียหายไปแล้ว และต้องการเรียกเงินคืนจากอีกฝ่าย (มาตรา 9 วรรคหนึ่ง)


==============================


ข้อที่ 87

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) บทบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้ 'ไม่ให้ใช้บังคับ' แก่กรณีใดต่อไปนี้


ตัวเลือก:

ก. การออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนของกรมการปกครอง

ข. การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เงินเดือนของข้าราชการตำรวจ

ค. การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ง. การสั่งการทางนโยบายของรัฐมนตรีต่อปลัดกระทรวงที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ ระบุข้อยกเว้นที่ไม่ให้นำ พ.ร.บ. นี้มาใช้บังคับ โดย (8) คือ 'การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา' เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเฉพาะ

สูตรจำ: สภา-ครม-ศาล-ทหาร-อาญา-ศาสนา (จำพวกที่ได้รับการยกเว้น)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นคำสั่งทางปกครองปกติ / ข. เป็นการพิจารณาทางปกครอง / ง. หากเป็นงานนโยบายโดยตรงจะยกเว้น แต่ ค. เป็นข้อยกเว้นถาวรที่ชัดเจนกว่า

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'งานนโยบายโดยตรง' (ซึ่งยกเว้น) กับ 'การบริหารงานทั่วไป' ของรัฐมนตรี ซึ่งข้อ ง. อาจเป็นจุดหลอก แต่ข้อ ค. คือข้อยกเว้นที่ชัดเจนที่สุดตามตัวบทมาตรา 4


==============================


ข้อที่ 88

โจทย์: ในการร่วมลงทุนโครงการระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลประจำปี 2568-2569 ของบริษัทเทคโนโลยี 3 แห่ง (A, B, C) โดยมีสัดส่วนการลงทุนเป็น 3:4:5 หากในปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,800,000 บาท และกำหนดให้แบ่งกำไรตามสัดส่วนการลงทุน อยากทราบว่าบริษัท C จะได้รับส่วนแบ่งกำไรมากกว่าบริษัท A เป็นจำนวนเท่าใด


ตัวเลือก:

ก. 150,000 บาท

ข. 300,000 บาท

ค. 450,000 บาท

ง. 600,000 บาท


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: หลักการคำนวณสัดส่วน: 1. หาผลรวมของอัตราส่วน 3+4+5 = 12 ส่วน 2. หามูลค่าต่อ 1 ส่วน โดยนำกำไรทั้งหมดหารด้วยผลรวมส่วนแบ่ง (1,800,000 / 12 = 150,000 บาทต่อส่วน) 3. หาความต่างของส่วนแบ่งระหว่าง C และ A คือ 5 - 3 = 2 ส่วน 4. นำส่วนต่างคูณมูลค่าต่อหน่วย (2 x 150,000 = 300,000 บาท)

สูตรจำ: รวมส่วนก่อน -> หาค่าต่อส่วน -> คูณส่วนต่าง


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 150,000 คือค่าของ 1 ส่วนไม่ใช่ส่วนต่าง / ค. 450,000 คือกำไรของ A / ง. 600,000 คือกำไรของ B

ระวังหลุมพราง: อย่าคำนวณกำไรของแต่ละบริษัทแยกกันแล้วค่อยลบกัน เพราะจะเสียเวลา ให้ใช้ส่วนต่างของอัตราส่วน (5-3=2) มาคำนวณทีเดียวจะเร็วกว่า


==============================


ข้อที่ 89

โจทย์: บทความ: 'กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เร่งผลักดัน พ.ร.บ. ลดโลกร้อน 2569 เพื่อเปลี่ยนการรายงานคาร์บอนจากภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับ ครอบคลุมทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050' จากบทความข้างต้น ใจความสำคัญที่สุดคืออะไร


ตัวเลือก:

ก. การจัดตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ข. การกำหนดบทลงโทษแก่ภาคเอกชนที่ไม่รายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

ค. ความพยายามของรัฐบาลในการไปให้ถึงเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

ง. การยกระดับมาตรการรายงานคาร์บอนให้เป็นข้อบังคับทางกฎหมายผ่าน พ.ร.บ. ฉบับใหม่


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ใจความสำคัญ (Main Idea) คือ 'หัวใจ' ของบทความ ซึ่งกล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือ พ.ร.บ. ลดโลกร้อน 2569 ที่ทำให้การรายงานคาร์บอนกลายเป็น 'ภาคบังคับ' ส่วนเป้าหมาย Net Zero เป็นเพียงวัตถุประสงค์ปลายทาง

สูตรจำ: ใคร + ทำอะไร + ที่ไหน/อย่างไร = ใจความสำคัญ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเพียงหน่วยงานผู้ปฏิบัติ / ข. โจทย์ไม่ได้เน้นเรื่องบทลงโทษในประโยคนี้ / ค. เป็นเป้าหมายระยะยาว แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของ พ.ร.บ. ที่กล่าวถึงในแง่การรายงาน

ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ค. เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดเพราะเป็นเป้าหมายใหญ่ แต่ใจความสำคัญของย่อหน้านี้เน้นไปที่ 'เครื่องมือ' หรือ 'วิธีการ' คือการออกกฎหมายบังคับรายงาน


==============================


ข้อที่ 90

โจทย์: Read the following statement about the 2026 economic policy: 'Thailand aims to become a regional digital hub, ________ the government has implemented tax incentives for foreign tech startups.' Which conjunction best fits the blank?


ตัวเลือก:

A. nonetheless

B. therefore

C. despite

D. otherwise


เฉลย: ตอบข้อ B

คำอธิบาย: ประโยคหน้ากล่าวถึงเป้าหมาย (Goal) ประโยคหลังกล่าวถึงการกระทำเพื่อบรรลุเป้าหมาย (Action) ความสัมพันธ์จึงเป็น 'เหตุและผล' ดังนั้น 'therefore' (ดังนั้น) จึงเหมาะสมที่สุด

สูตรจำ: Result -> Therefore / Contrast -> However


เทคนิคการตัดช้อยส์: A. Nonetheless (อย่างไรก็ตาม) - ขัดแย้ง / C. Despite (ทั้งที่) - ขัดแย้ง / D. Otherwise (มิฉะนั้น) - เงื่อนไขด้านลบ

ระวังหลุมพราง: ระวังการจำคำเชื่อมผิดประเภทNonetheless ใช้แสดงความขัดแย้ง (Contrast) ส่วน Otherwise ใช้บอกผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำเช่นนั้น

#ติวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการ #ข้อสอบจริงตำรวจ #สอบตำรวจ2569 #แนวข้อสอบตำรวจ #ตำรวจสายอำนวยการ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ติวสอบตำรวจ #ข้อสอบตำรวจอำนวยการ #ตำรวจอำนวยการ69 #ติวสอบราชการ #เฉลยข้อสอบตำรวจ #สอบข้าราชการ #เตรียมสอบตำรวจ #ติวฟรีตำรวจ #ข้อสอบเก่าตำรวจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น