ads.txt

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ข้อที่ 51-60

 


ข้อที่ 51

โจทย์: ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่โฆษณาว่า 'สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและรักษาโรคสิวอักเสบให้หายขาดได้ใน 3 วัน' ถือเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ในประเด็นใดชัดเจนที่สุด


ตัวเลือก:

ก. การแสดงฉลากไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ข. การใช้สารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง

ค. การโฆษณาเกินขอบเขตความเป็นเครื่องสำอางโดยอ้างสรรพคุณทางยา

ง. การผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้จดแจ้งรายละเอียด


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: เครื่องสำอางตามมาตรา 4 คือวัตถุที่ใช้เพื่อความสะอาดและความสวยงามเท่านั้น หากอ้างว่า 'รักษาโรค' หรือ 'ฆ่าเชื้อ' เพื่อหวังผลทางการแพทย์ จะถือว่าเกินขอบเขตเครื่องสำอางและเป็นการโฆษณาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามมาตรา 41

สูตรจำ: เครื่องสำอาง = สวย/สะอาด | ยา = รักษา/ป้องกัน (ห้ามปนกัน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: โจทย์เน้นที่คำพูดโฆษณา (ฆ่าเชื้อ/รักษาโรค) จึงต้องตอบข้อ ค ซึ่งตรงกับลักษณะความผิดด้านสรรพคุณ

ระวังหลุมพราง: แม้ว่าเครื่องสำอางนั้นอาจจะจดแจ้งแล้ว (ง) หรือฉลากครบ (ก) แต่การ 'อ้างสรรพคุณรักษาโรค' คือจุดตายที่ผิดนิยามเครื่องสำอาง


==============================


ข้อที่ 52

โจทย์: Read the following sentence: 'The MOPH aims to achieve Health Equity by ensuring that all citizens have access to quality care without financial hardship.' What does 'Health Equity' mean in this context?


ตัวเลือก:

ก. การมีสุขภาพที่ดีเยี่ยม

ข. ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการสุขภาพ

ค. ความคุ้มค่าของการรักษา

ง. การมีส่วนร่วมของประชาชน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Health Equity หมายถึง ความเป็นธรรมหรือความเท่าเทียมในด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาค โดยไม่มีอุปสรรคด้านการเงิน

สูตรจำ: Equity = ยุติธรรม = เท่าเทียม (Fairness)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือ Health Status ค คือ Cost-effectiveness ง คือ Public Participation ดังนั้น ข คือคำตอบที่ตรงที่สุด

ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า Equity กับ Equality ซึ่งมักแปลคล้ายกัน แต่ในบริบทสาธารณสุขมักเน้นที่ 'ความเป็นธรรม' ในการเข้าถึง


==============================


ข้อที่ 53

โจทย์: ข้อใดคือ 'ใจความสำคัญ' ของประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้การแสดงฉลากอาหารรูปแบบใหม่ในปี 2569 ต้องเปลี่ยนคำว่า 'หนึ่งหน่วยบริโภค' เป็น 'คุณค่าทางโภชนาการต่อการกินหนึ่งครั้ง'


ตัวเลือก:

ก. เพื่อลดต้นทุนในการพิมพ์ฉลากของผู้ประกอบการ

ข. เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลโภชนาการได้ง่ายและชัดเจนขึ้น

ค. เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรับประทานอาหารมากขึ้นในหนึ่งมื้อ

ง. เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 445 และ 466) มุ่งปรับปรุงฉลากโภชนาการ (GDA) ให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย (Consumer-friendly language) เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้ดีขึ้น

สูตรจำ: ฉลากใหม่ = ภาษาชาวบ้าน = อ่านแล้วเก็ททันที


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ ข เป็นวัตถุประสงค์หลักของการสื่อสารความเสี่ยง ค ผิดในเชิงหลักโภชนาการ

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับเหตุผลเรื่องการกีดกันทางการค้า (ง) หรือการลดต้นทุน (ก) ซึ่งไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค


==============================


ข้อที่ 54

โจทย์: In a 2026 WHO report: 'Antimicrobial Resistance (AMR) is a global threat that requires a One Health approach.' What is the primary focus of the 'One Health' approach?


ตัวเลือก:

ก. Providing free healthcare for only one person per family.

ข. Integration of human, animal, and environmental health.

ค. Focusing only on the prevention of a single disease.

ง. Using only one type of antibiotic for all infections.


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: One Health คือแนวคิด 'สุขภาพหนึ่งเดียว' ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันในการเกิดและแพร่กระจายของโรค (โดยเฉพาะ AMR)

สูตรจำ: One Health = คน + สัตว์ + สิ่งแวดล้อม (รวมกันเป็นหนึ่ง)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ก, ค, ง มีคำว่า 'One' ในเชิงจำนวน (Single) ซึ่งไม่ใช่แนวคิดหลักของบูรณาการ (Integration) ในข้อ ข

ระวังหลุมพราง: อย่าแปลตรงตัวว่า 'สุขภาพเดียว' (ก) หรือ 'ยาตัวเดียว' (ง) ซึ่งผิดความหมายเชิงวิชาการ


==============================


ข้อที่ 55

โจทย์: ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 466) พ.ศ. 2568 เกี่ยวกับฉลากโภชนาการ GDA สารอาหารใดต่อไปนี้ 'ถูกกำหนดใหม่' ให้ต้องแสดงค่าบนฉลากโภชนาการแบบมาตรฐานตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป


ตัวเลือก:

ก. วิตามินซี

ข. โพแทสเซียม

ค. ใยอาหาร

ง. ไขมันทรานส์


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามเกณฑ์ฉลากโภชนาการใหม่ปี 2569 (ประกาศ สธ. 445/2566) มีการปรับเปลี่ยนรายการสารอาหารบังคับ โดยเพิ่ม 'โพแทสเซียม' เป็นรายการที่ต้องแสดงเนื่องจากความสำคัญต่อการควบคุมความดันโลหิตและโรค NCDs

สูตรจำ: ฉลาก 2569 = เพิ่ม 'โพแทสเซียม' (สู้ความดัน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นสารอาหารทางเลือก ค มีอยู่เดิมแล้ว ง เป็นเรื่องวัตถุห้ามใช้ ข คือสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในฉลากโภชนาการแบบมาตรฐานปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ง ไขมันทรานส์ถูกห้ามใช้ในไทยนานแล้ว (พ.ศ. 2562) แต่โพแทสเซียมคือตัวที่ 'บังคับแสดงเพิ่ม' ในฉลากใหม่


==============================


ข้อที่ 56

โจทย์: มาตรฐานทางจริยธรรมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติไว้ 7 ประการ ข้อใดต่อไปนี้ 'ไม่ใช่' หนึ่งในเจ็ดประการดังกล่าว


ตัวเลือก:

ก. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ

ข. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

ค. ประหยัดและคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของรัฐ

ง. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: มาตรา 5 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562 กำหนดไว้ 7 ข้อ ได้แก่ 1.ยึดมั่นสถาบันหลัก 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.กล้าตัดสินใจสิ่งที่ถูกต้อง 4.คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ 6.เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ 7.เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนการ 'ประหยัดคุ้มค่า' เป็นหลักบริหารบ้านเมืองที่ดี ไม่ใช่ใน 7 ข้อของมาตรฐานจริยธรรมหลัก

สูตรจำ: 7 จริยธรรม = ชาติ-ซื่อ-กล้า-รวม-งาน-ธรรม-อย่าง (จำหัวข้อหลัก)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง อยู่ในมาตรา 5 (7 ข้อ) ชัดเจน ส่วน ค เป็นหลักเกณฑ์ในกฎหมายบริหารบ้านเมืองที่ดี

ระวังหลุมพราง: คนมักจำสับสนกับ 'หลักธรรมาภิบาล' (Good Governance) ซึ่งมีเรื่องความคุ้มค่า (Efficiency/Economy) อยู่ด้วย


==============================


ข้อที่ 57

โจทย์: ในการประเมินประสิทธิภาพของชุดตรวจคัดกรองโรคอุบัติใหม่ในปี 2569 หากผลการตรวจในกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน พบว่า มีผู้ป่วยจริง 200 คน โดยชุดตรวจให้ผลบวกจริง (True Positive) 180 คน และให้ผลลบปลอม (False Negative) 20 คน ค่าความไว (Sensitivity) ของชุดตรวจนี้คือข้อใด


ตัวเลือก:

ก. 80%

ข. 85%

ค. 90%

ง. 95%


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ค่าความไว (Sensitivity) คือ ความสามารถของชุดตรวจในการตรวจพบผู้ป่วยที่เป็นโรคจริง สูตรคือ [True Positive / (True Positive + False Negative)] x 100 แทนค่าได้ [180 / (180 + 20)] x 100 = (180/200) x 100 = 90%

สูตรจำ: Sensitivity = สนใจ 'ป่วยจริง' (TP/(TP+FN))


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ข ต่ำเกินไปจากสัดส่วน 180 ใน 200 ส่วนข้อ ง สูงเกินไป (190 ใน 200 ถึงจะได้ 95%)

ระวังหลุมพราง: ระวังอย่าเอาจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (1,000 คน) มาเป็นตัวหาร เพราะการหา Sensitivity สนใจเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคจริงเท่านั้น


==============================


ข้อที่ 58

โจทย์: ตาม 'กฎหมาย จป. 2569' (กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯ) โครงสร้างใหม่มีการแบ่งประเภทเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง


ตัวเลือก:

ก. จป. โดยวุฒิการศึกษา และ จป. โดยการแต่งตั้ง

ข. จป. โดยตำแหน่ง (บริหาร/หัวหน้างาน) และ จป. โดยหน้าที่เฉพาะ (เทคนิค/วิชาชีพ)

ค. จป. ภาคเอกชน และ จป. ภาครัฐ

ง. จป. ระดับปฏิบัติการ และ จป. ระดับที่ปรึกษา


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: กฎหมาย จป. ปี 2569 เน้นย้ำความชัดเจนของบทบาท โดยแบ่งเป็น 1. จป.โดยตำแหน่ง (ทำหน้าที่กำกับดูแลตามสายงาน) และ 2. จป.โดยหน้าที่เฉพาะ (ทำด้านความปลอดภัยเป็นหลัก) เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง

สูตรจำ: จป. ใหม่ = 'ตำแหน่ง' คุมงาน + 'หน้าที่' วิชาชีพ


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข คือโครงสร้างที่เป็นทางการตามกฎหมายใหม่ล่าสุดปี 2569

ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ใช้คำทั่วไปอย่าง 'ปฏิบัติการ' หรือ 'แต่งตั้ง' กฎหมายใหม่เน้นคำว่า 'โดยตำแหน่ง' และ 'โดยหน้าที่เฉพาะ'


==============================


ข้อที่ 59

โจทย์: นโยบาย '30 บาทรักษาทุกที่' ในปี 2569 มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณสำหรับหน่วยนวัตกรรม (ร้านยาและคลินิก) จาก 'งบปลายเปิด' เป็น 'งบปลายปิด' (Closed Budget) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์หลักเชิงเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขตามข้อใด


ตัวเลือก:

ก. เพื่อเพิ่มจำนวนครั้งในการเข้าใช้บริการของประชาชนให้มากขึ้น

ข. เพื่อควบคุมเพดานค่าใช้จ่ายและสร้างความยั่งยืนทางการคลัง

ค. เพื่อยกเลิกการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการให้แก่ภาคเอกชน

ง. เพื่อบังคับให้ผู้ป่วยกลับไปรักษายังโรงพยาบาลต้นสังกัดเท่านั้น


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามประกาศ สปสช. ต้นปี 2569 การปรับเป็นงบปลายปิด (Closed Budget) และจำกัดจำนวนครั้งการใช้บริการที่หน่วยนวัตกรรม (2 ครั้ง/คน/ปี สำหรับโรคทั่วไป) มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมต้นทุนไม่ให้บานปลาย (Cost Containment) และรักษาสมดุลกับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวในระบบปกติ

สูตรจำ: Closed Budget = ปิดฝาหม้อ ไม่ให้งบรั่วไหล (คุมเพดาน)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิด เพราะงบปลายปิดมีแนวโน้มลดจำนวนครั้งลง ข ถูกตรงตามหลักการคลัง ค ผิดเพราะยังมีการจ่ายอยู่แต่จำกัดเพดาน ง ผิดเพราะสิทธิรักษาทุกที่ยังคงอยู่แต่มีเงื่อนไขใหม่

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'การจำกัดสิทธิ' กับ 'การบริหารงบประมาณ' นโยบายนี้ไม่ได้ยกเลิกสิทธิ แต่เป็นการบริหารจัดการความยั่งยืน


==============================


ข้อที่ 60

โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'กระทรวงสาธารณสุขเร่งขับเคลื่อน Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ข้ามเครือข่าย เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์' จากข้อความนี้ ข้อใดคือข้อสรุปที่สมเหตุสมผลที่สุดเกี่ยวกับทิศทางระบบสาธารณสุขไทย


ตัวเลือก:

ก. โรงพยาบาลจะลดจำนวนบุคลากรลงเนื่องจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์แทน

ข. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ป่วยจะหมดไปเนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูล

ค. ประสิทธิภาพในการส่งต่อผู้ป่วยและการรักษาต่อเนื่องจะเพิ่มสูงขึ้น

ง. ประชาชนต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นในการเข้าถึงข้อมูลตนเอง


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange - HIE) ผ่านระบบ Health Link มีเป้าหมายเพื่อให้แพทย์เห็นข้อมูลประวัติการรักษาเดิมจากโรงพยาบาลอื่นได้ทันที ลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาต่อเนื่อง

สูตรจำ: Health Link = เชื่อมข้อมูล = รักษาต่อเนื่อง (Seamless Care)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นการคาดเดาเชิงลบที่ไม่มีหลักฐานในบทความ ข เป็นการสรุปเกินจริง ค เป็นผลลัพธ์โดยตรงของการเชื่อมโยงข้อมูล

ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ข ที่พยายามโยงเรื่อง PDPA ในแง่ลบ การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้กฎหมายต้องมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย

#ติวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข2569 #บริหารงานสาธารณสุข #ระบาดวิทยา #ข้อสอบจริงสปสธ #สอบกระทรวงสาธารณสุข #นักวิชาการสาธารณสุข #แนวข้อสอบสปสธ #สอบราชการสาธารณสุข #ติวสอบสปสธ #สอบสปสธ69 #เตรียมสอบราชการ #เก็งข้อสอบสาธารณสุข

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น