ข้อที่ 51
โจทย์: บุคคลจะบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุครบกี่ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมีกรณีใดที่ทำให้บรรลุนิติภาวะก่อนกำหนดได้?
ตัวเลือก:
ก. 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อทำการสมรสตามกฎหมาย (อายุ 17 ปี)
ข. 18 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อบิดามารดาให้ความยินยอม
ค. 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล
ง. 21 ปีบริบูรณ์ ตามกฎหมายเก่า
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 19 บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ และมาตรา 20 บรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรสตามเงื่อนไขมาตรา 1448 (อายุ 17 ปีขึ้นไปหรือศาลอนุญาต)
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 และ 20
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข และ ง ระบุตัวเลขปีผิด ข้อ ค ไม่ใช่การบรรลุนิติภาวะแต่เป็นการอนุญาตเฉพาะกรณี
ระวังหลุมพราง: การสมรสต้อง 'ชอบด้วยกฎหมาย' เท่านั้นถึงจะบรรลุนิติภาวะ
==============================
ข้อที่ 52
โจทย์: ตาม พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ต้องดำเนินการอย่างไร?
ตัวเลือก:
ก. จัดตั้งศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)
ข. ยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยทันทีโดยไม่ต้องผ่านสภา
ค. มอบหมายให้เอกชนมาทำหน้าที่แทนทั้งหมด
ง. เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้นเป็นสองเท่า
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 30 บัญญัติให้กระทรวงจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดต่อสอบถามและขออนุญาตในที่เดียว
อ้างอิง: พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 30
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ผิดหลักนิติธรรม ข้อ ค เป็นเรื่องการจ้างเหมาแต่ไม่ใช่การลดขั้นตอนตามกฎหมายนี้ ข้อ ง เป็นการเพิ่มงบประมาณไม่ใช่การบริหารงานที่ดี
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการกระจายอำนาจ นี่คือการรวมจุดบริการเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
==============================
ข้อที่ 53
โจทย์: กำหนดให้ 4 * 2 = 14 และ 5 * 3 = 22 แล้ว 6 * 4 มีค่าเท่ากับเท่าใด?
ตัวเลือก:
ก. 28
ข. 30
ค. 32
ง. 34
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ (หน้า * หลัง) + (หน้า + หลัง) -> 4*2: (4*2)+(4+2) = 8+6 = 14; 5*3: (5*3)+(5+3) = 15+8 = 23 (หมายเหตุ: โจทย์ตัวอย่าง 5*3=22 อาจเป็นกับดักหรือพิมพ์ผิดในข้อสอบจริง แต่ความสัมพันธ์ที่สอดคล้องที่สุดในเชิง Operator คือ (A*B)+(A+B) ดังนั้น 6*4: (6*4)+(6+4) = 24+10 = 34) *ตรวจสอบความสัมพันธ์ใหม่: (หน้า+หลัง)x2 -> (4+2)x2=12 (ไม่ใช่), (หน้า^2)-หลัง -> 16-2=14 และ 25-3=22 ดังนั้น 6*4 คือ 36-4 = 32
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ง ออกถ้าใช้ความสัมพันธ์บวกแล้วคูณ เพราะไม่ตรงกับเงื่อนไขแรก ตัด ก และ ข เพราะไม่มีความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ที่รองรับ
ระวังหลุมพราง: Operator มักมีหลายความสัมพันธ์ซ้อนกัน ต้องเช็คให้ครบทุกเงื่อนไข
==============================
ข้อที่ 54
โจทย์: If the department ________ more budget for AI integration last month, the administrative process would be faster now.
ตัวเลือก:
ก. allocated
ข. has allocated
ค. had allocated
ง. would allocate
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: เป็นโครงสร้าง Mixed Conditional (Type 3 + Type 2) พูดถึงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต (Last month) ที่ส่งผลถึงปัจจุบัน (Now) โครงสร้างส่วนเงื่อนไข (If-clause) ต้องใช้ Past Perfect (had + V.3)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็น Past Simple (Type 2 แท้) ข เป็น Present Perfect ไม่ใช้ใน If-clause แบบสมมติ ง เป็นโครงสร้างที่ผิดแกรมม่า
ระวังหลุมพราง: สังเกตคำระบุเวลา 'last month' ในประโยคเงื่อนไข และ 'now' ในประโยคผลลัพธ์
==============================
ข้อที่ 55
โจทย์: พยัญชนะในข้อใดมีเสียงพยัญชนะต้นเป็น 'เสียงกัก' (Stop/Plosive) ทั้งหมด?
ตัวเลือก:
ก. ก, ด, บ, ต
ข. ฟ, ส, ฮ, ช
ค. ม, น, ง, ย
ง. ร, ล, ว, อ
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: เสียงกัก คือเสียงที่เกิดจากการกักลมไว้ในช่องปากแล้วปล่อยออกมาทันที ได้แก่ ก, จ, ด, ต, บ, ป, อ และเสียงพ่นลมอย่าง ค, ช, ท, พ ดังนั้นข้อ ก จึงถูกต้องที่สุด
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข เป็นเสียงเสียดแทรก ข้อ ค เป็นเสียงนาสิกและเสียงประชิด ข้อ ง เป็นเสียงรัว เสียงข้างลิ้น และเสียงกึ่งสระ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับอักษรกลาง (ก จ ด ต บ ป อ) แม้จะคล้ายกันแต่หลักการทางสัทศาสตร์ต่างกัน
==============================
ข้อที่ 56
โจทย์: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีกี่ชนิด และข้อใดเรียงลำดับจากหนักไปหาเบาได้ถูกต้อง?
ตัวเลือก:
ก. 4 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ
ข. 5 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ, ริบทรัพย์สิน
ค. 5 ชนิด: ประหารชีวิต, กักขัง, จำคุก, ปรับ, ริบทรัพย์สิน
ง. 6 ชนิด: ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ, ริบทรัพย์สิน, คุมประพฤติ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 บัญญัติว่า โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมี 5 ชนิด คือ (1) ประหารชีวิต (2) จำคุก (3) กักขัง (4) ปรับ (5) ริบทรัพย์สิน
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะขาดริบทรัพย์สิน ตัด ค เพราะสลับลำดับกักขังกับจำคุก ตัด ง เพราะคุมประพฤติเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่โทษ
ระวังหลุมพราง: จำลำดับ 'กักขัง' กับ 'จำคุก' ให้ดี จำคุกหนักกว่ากักขัง
==============================
ข้อที่ 57
โจทย์: ในการสำรวจเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการจำนวน 100 คน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ถนัดใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ 45 คน ถนัดใช้โปรแกรมกราฟิก 38 คน และไม่ถนัดทั้งสองอย่างเลย 32 คน อยากทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ถนัดทั้งสองโปรแกรมจำนวนกี่คน?
ตัวเลือก:
ก. 13 คน
ข. 15 คน
ค. 17 คน
ง. 21 คน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ใช้สูตรเซต: n(A∪B) = n(A) + n(B) - n(A∩B) โดยที่ n(A∪B) คือจำนวนคนที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหาจาก จำนวนทั้งหมด - คนที่ไม่ถนัดเลย = 100 - 32 = 68 คน ดังนั้น 68 = 45 + 38 - n(A∩B) จะได้ n(A∩B) = 83 - 68 = 15 คน
เทคนิคการตัดช้อยส์: หากเลือก ก (13) คือลืมบวกค่าให้ครบ หากเลือก ค หรือ ง คือการคำนวณเลขผิดในขั้นตอนสุดท้าย
ระวังหลุมพราง: ระวังลืมลบจำนวนคนที่ไม่ถนัดทั้งสองอย่างออกจากจำนวนทั้งหมดก่อนนำไปเข้าสูตร
==============================
ข้อที่ 58
โจทย์: The committee is looking for a candidate who is ________ in both data analysis and public relations.
ตัวเลือก:
ก. efficient
ข. proficient
ค. sufficient
ง. deficient
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Proficient แปลว่า 'ชำนาญ/เชี่ยวชาญ' ซึ่งใช้คู่กับบุพบท 'in' เพื่ออธิบายทักษะของบุคคล ส่วน Efficient (มีประสิทธิภาพ) มักใช้กับระบบหรือวิธีการ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ค แปลว่า เพียงพอ ง แปลว่า ขาดแคลน ซึ่งไม่เข้ากับบริบทการสรรหาบุคคล
ระวังหลุมพราง: คำศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -ficient มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง
==============================
ข้อที่ 59
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การพิจารณาทางปกครองที่มีคำสั่งทางปกครองให้ออกเป็นหนังสือ จะมีผลเมื่อใด?
ตัวเลือก:
ก. เมื่อเจ้าหน้าที่ลงนามในคำสั่ง
ข. เมื่อได้มีการแจ้งให้ผู้รับคำสั่งได้รับทราบ
ค. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ง. เมื่อพ้นระยะเวลา 7 วันนับแต่วันออกคำสั่ง
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 42 บัญญัติว่า คำสั่งทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป
อ้างอิง: พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 42
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก แค่ลงนามยังไม่มีผล ข้อ ค สำหรับกฎหมายไม่ใช่คำสั่งทางปกครองรายบุคคล ข้อ ง เป็นระยะเวลาสันนิษฐานการรับทราบไม่ใช่หลักการเริ่มต้น
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องวิธีการแจ้ง เช่น การแจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนซึ่งมีระยะเวลาสันนิษฐาน 7 วัน แต่หลักการทั่วไปคือ 'เมื่อได้รับแจ้ง'
==============================
ข้อที่ 60
โจทย์: ข้อใดใช้คำประสมได้ถูกต้องและมีความหมายตรงตามบริบทของภาษาราชการในเดือนเมษายน 2569?
ตัวเลือก:
ก. หน่วยงานต้อง 'ตั้งรับ' กับวิกฤตความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น
ข. รัฐบาลเตรียม 'จัดเต็ม' งบประมาณสวัสดิการผู้สูงอายุ
ค. ตำรวจฝ่ายอำนวยการต้อง 'รัดกุม' ในการตรวจเอกสารงบประมาณ
ง. การทำงานแบบ 'เบิ้มๆ' จะช่วยให้งานเสร็จทันเวลา
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'รัดกุม' เป็นคำประสมที่ใช้ในภาษาราชการ มีความหมายว่า ละเอียด รอบคอบ ไม่ให้เกิดช่องโหว่ ส่วนข้อ ก ข และ ง เป็นภาษาปากหรือภาษาแสลงที่ไม่เหมาะสมกับบริบทงานสารบรรณหรือระดับทางการ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก (ตั้งรับ) เป็นภาษาข่าวทั่วไป ข้อ ข (จัดเต็ม) และ ง (เบิ้มๆ) เป็นภาษาปากชัดเจน
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคำที่ใช้บ่อยในข่าวโซเชียล ให้ยึดหลักความสุภาพและเป็นทางการ
#ติวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการ #สังคมตำรวจ #สอบตำรวจ2569 #แนวข้อสอบตำรวจ #ตำรวจสายอำนวยการ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ติวสอบตำรวจ #ข้อสอบตำรวจอำนวยการ #ตำรวจอำนวยการ69 #ติวสอบราชการ #สอบข้าราชการ #สรุปสังคม #เตรียมสอบตำรวจ #ติวฟรีตำรวจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น