ข้อที่ 1
โจทย์: ข้อใดคือเป้าหมายสูงสุดของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตัวเลือก:
ก. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ข. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
ค. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ง. การประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 6 ระบุเป้าหมาย 7 ประการ โดยลำดับแรก (1) คือ 'เกิดประโยชน์สุขของประชาชน' ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดและเป็นเป้าหมายสูงสุดของการตรากฎหมายฉบับนี้
อ้างอิง: มาตรา 6 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
สูตรจำ: สุข-สัม-สิทธิ-ลด-ปรุง-อวย-ประ (สุข = ประโยชน์สุขประชาชน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นเป้าหมายรองที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดเป้าหมายสูงสุดในข้อ ค
ระวังหลุมพราง: โจทย์มักถาม 'เป้าหมายแรก' หรือ 'เป้าหมายสูงสุด' ซึ่งคือตัวเดียวกัน แต่ช้อยส์อื่นก็เป็นเป้าหมายตามมาตรา 6 เช่นกัน
==============================
ข้อที่ 2
โจทย์: จากรายงานสถาบันวิจัยประชากรและสังคม (เมษายน 2569) พบว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 มีจำนวน 416,574 คน หากในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 395,745 คน อยากทราบว่าอัตราการเกิดใหม่ลดลงประมาณร้อยละเท่าใด (ทศนิยม 1 ตำแหน่ง)
ตัวเลือก:
ก. ร้อยละ 4.5
ข. ร้อยละ 5.0
ค. ร้อยละ 5.5
ง. ร้อยละ 6.0
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วิธีคิด: (ค่าเก่า - ค่าใหม่) / ค่าเก่า * 100 => (416,574 - 395,745) / 416,574 * 100 = 20,829 / 416,574 * 100 ≈ 4.999% เมื่อปัดเป็นทศนิยม 1 ตำแหน่ง จะได้ร้อยละ 5.0 สอดคล้องกับวิกฤตประชากรที่ลดต่ำกว่า 4 แสนคนเป็นครั้งแรกในปี 2569
เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ก (4.5%) ต่ำเกินไป ช้อยส์ ค และ ง สูงเกินจริงจากผลลัพธ์การหารที่ได้ 4.99%
ระวังหลุมพราง: ระวังการตั้งหารผิดตัวเลข (ต้องหารด้วยค่าตั้งต้นคือปี 2568) และการปัดเศษทศนิยม
==============================
ข้อที่ 3
โจทย์: การกระทำในข้อใดถือเป็นการ 'ขอทาน' ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559
ตัวเลือก:
ก. การเล่นดนตรีในที่สาธารณะโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข. การขายสินค้าเล็กน้อยเพื่อแลกกับเงินที่มากกว่าราคาสินค้าหลายเท่า
ค. การขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพ โดยการแสดงความน่าสงสาร
ง. การรับบริจาคเงินเข้ามูลนิธิที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 13 กำหนดว่าการขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่าจะด้วยวาจา ข้อความ หรือการแสดงสีหน้าท่าทางถือเป็นการขอทาน ยกเว้นเป็นการแสดงความสามารถตามที่ได้รับแจ้ง
อ้างอิง: มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559
สูตรจำ: ขอ-ทาน-แบ-มือ-ขอ | วณิพก-โชว์-แจ้ง-สิทธิ์
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (ได้รับอนุญาต - ยกเว้น) ข (เป็นการขาย - แม้ราคาไม่เหมาะสมก็ไม่ใช่ขอทานตามนิยาม) ง (การรับบริจาคเพื่อการกุศล - มีกฎหมายเฉพาะรองรับ)
ระวังหลุมพราง: การเล่นดนตรี/แสดงความสามารถ (วณิพก) ไม่ถือเป็นการขอทาน หากมีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎระเบียบ
==============================
ข้อที่ 4
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The social worker was assigned to ______ the distribution of welfare funds to the homeless population in Bangkok.'
ตัวเลือก:
ก. supervise
ข. ignore
ค. suspend
ง. violate
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: Supervise แปลว่า กำกับดูแล/ควบคุม ซึ่งเป็นหน้าที่ปกติของเจ้าหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณ (Distribution of funds) ส่วนคำอื่นมีความหมายเชิงลบที่ไม่เข้ากับบริบทงานราชการที่ดี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข (ละเลย) ค (ระงับ) ง (ฝ่าฝืน) ทั้งหมดเป็นพฤติกรรมมิชอบในงานราชการ
ระวังหลุมพราง: ระวังคำที่มีความหมายคล้ายกันแต่โทนเป็นลบ เช่น suspend (ระงับ) ซึ่งหากไม่มีเหตุจำเป็นจะไม่ทำ
==============================
ข้อที่ 5
โจทย์: การวิเคราะห์โครงการ (Project Analysis) สำหรับการจัดสวัสดิการสังคมในปี 2569 ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินความคุ้มค่า (Value for Money) ได้ดีที่สุด ตามหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ตัวเลือก:
ก. SWOT Analysis
ข. C/B Ratio (Cost-Benefit Ratio)
ค. Gantt Chart
ง. Brainstorming
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การประเมินความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (Value for Money) ตาม พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เน้นที่การเปรียบเทียบระหว่าง 'ผลประโยชน์ที่ได้รับ' กับ 'ค่าใช้จ่ายที่เสียไป' (Cost-Benefit Analysis/Ratio)
อ้างอิง: มาตรา 10 แห่ง พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (วิเคราะห์ปัจจัยภายใน/ภายนอก) ค (คุมเวลา) ง (ระดมสมอง)
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ SWOT ที่ใช้ประเมินสถานภาพองค์กร หรือ Gantt Chart ที่ใช้คุมระยะเวลา
==============================
ข้อที่ 6
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 เมื่อพบคนไร้ที่พึ่งและนำส่งสถานคุ้มครองฯ เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการคัดกรองเพื่อแยกประเภทบุคคลภายในระยะเวลากี่ชั่วโมง
ตัวเลือก:
ก. 12 ชั่วโมง
ข. 24 ชั่วโมง
ค. 48 ชั่วโมง
ง. 72 ชั่วโมง
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบและแนวปฏิบัติในมาตรา 21 เมื่อรับตัวคนไร้ที่พึ่งไว้ในสถานคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อประเมินสภาพร่างกายและจิตใจภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาส่งต่อหรือให้การสงเคราะห์
อ้างอิง: มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลข 12, 48, 72 เป็นตัวเลขหลอกที่มักปรากฏในกฎหมายอื่น (เช่น กฎหมายคุ้มครองเด็ก หรือคดีอาญา)
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับระยะเวลาการฝากขังในคดีอาญา (48 ชม.) หรือระยะเวลาแจ้งตาย (24 ชม.)
==============================
ข้อที่ 7
โจทย์: ในสถานการณ์วิกฤตความขัดแย้งในพื้นที่นิคมสร้างตนเอง เจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาสังคมฯ ควรยึดถือมาตรฐานทางจริยธรรมข้อใดเป็นสำคัญที่สุดตาม พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ
ตัวเลือก:
ก. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
ข. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
ค. กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง
ง. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 5 (6) กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมประการหนึ่งคือ 'ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ' ซึ่งเป็นคำตอบที่ตรงกับโจทย์ที่ต้องการป้องกันการเลือกปฏิบัติในพื้นที่ความขัดแย้ง
อ้างอิง: มาตรา 5 (6) แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
สูตรจำ: ชาติ-ซื่อ-กล้า-รวม-สัม-ธรรม-ภาพ (ธรรม = เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นหลักจริยธรรมเช่นกันแต่ไม่ตรงจุดเรื่องการลดอคติหรือการแบ่งแยก
ระวังหลุมพราง: โจทย์ถามถึงการ 'เลือกปฏิบัติ' ดังนั้นต้องหาช้อยส์ที่แก้พฤติกรรมนี้โดยตรง
==============================
ข้อที่ 8
โจทย์: According to the recent report on 'Silver Economy' in April 2026, Thailand is rapidly becoming a Super-Aged Society. Which of the following is the most appropriate action for the DSDW to support senior citizens?
ตัวเลือก:
ก. Decreasing the digital literacy programs for the elderly.
ข. Promoting 'Aging in Place' by improving home environments.
ค. Limiting the budget for social welfare services.
ง. Focusing only on younger generations to fix the labor shortage.
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: In 2026, the 'Aging in Place' concept is a major policy. It refers to allowing the elderly to live in their own homes and communities safely and independently. Improving home environments directly supports this.
สูตรจำ: Silver Economy = Wealth/Well-being of seniors | Aging in Place = อยู่บ้านเดิมอย่างมีคุณภาพ
เทคนิคการตัดช้อยส์: Choice A is incorrect as digital literacy is needed. Choice C is a negative policy. Choice D ignores the specific target group (seniors).
ระวังหลุมพราง: Beware of words like 'Decreasing' or 'Limiting' which signify negative actions that contradict social development goals.
==============================
ข้อที่ 9
โจทย์: เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมฯ รับเงินงบประมาณค่าอาหารสำหรับคนไร้ที่พึ่งไป แล้วนำเงินบางส่วนไปใช้ส่วนตัว โดยการทำเอกสารเท็จว่าจ่ายเงินครบถ้วน การกระทำนี้ผิดกฎหมายอาญา มาตราใด (ในหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ)
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์)
ข. มาตรา 151 (ใช้อำนาจในตำแหน่งทุจริต)
ค. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)
ง. ผิดทุกข้อที่กล่าวมา แต่มาตราที่เป็นบทเฉพาะและชัดเจนที่สุดคือ มาตรา 147
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ถือเป็นฐานความผิดที่ตรงที่สุดในกรณีนี้ แม้จะเข้าข่าย 157 ด้วย แต่ตามหลักกฎหมายต้องใช้บทเฉพาะ (147) ก่อน
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค ถูกในเชิงหลักการ แต่ ง ครอบคลุมการวิเคราะห์กฎหมายระดับสูงกว่า
ระวังหลุมพราง: คนมักตอบ 157 เพราะจำง่าย แต่ 157 เป็นบททั่วไป (Generic) หากมีบทเฉพาะ เช่น การเบียดบังทรัพย์ (147) ต้องใช้บทเฉพาะนั้น
==============================
ข้อที่ 10
โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569: 'กรมพัฒนาสังคมฯ เร่งขยายผลนโยบาย Universal Design เพื่อคนทุกวัย โดยเน้นพื้นที่สาธารณะและที่พักอาศัยของผู้สูงอายุรายได้น้อย' จากข้อความนี้ ข้อใดสรุปใจความสำคัญได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เน้นการสร้างที่พักใหม่ให้ผู้สูงอายุทุกคน
ข. การจัดสภาพแวดล้อมที่อำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
ค. การคัดเลือกเฉพาะผู้สูงอายุรายได้น้อยให้ไปอยู่ในนิคมสร้างตนเอง
ง. นโยบายนี้จัดทำขึ้นเพื่อคนพิการเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Universal Design (อารยสถาปัตย์) คือการออกแบบสิ่งแวดล้อมและสิ่งก่อสร้างเพื่อให้คนทุกกลุ่ม (ไม่ว่าเด็ก คนชรา หรือคนพิการ) ใช้งานได้ สอดคล้องกับภารกิจ DSDW ในการยกระดับคุณภาพชีวิต
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (ทุกคน - กว้างไป) ค (นิคมสร้างตนเอง - ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง) ง (คนพิการเท่านั้น - แคบไป)
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวหลอกที่ใช้คำว่า 'เฉพาะ...' หรือ 'เท่านั้น' ซึ่งทำให้ความหมายแคบเกินความจริงของ Universal Design
==============================
ข้อที่ 11
โจทย์: ในงวดเดือนเมษายน 2569 ครอบครัวหนึ่งประกอบด้วย คุณปู่ (อายุ 72 ปี) และหลานสาว (อายุ 4 ปี) หากทั้งคู่ได้รับเงินสวัสดิการกลุ่มเปราะบางตามเกณฑ์ปกติ ครอบครัวนี้จะได้รับเงินโอนรวมกันทั้งสิ้นกี่บาท
ตัวเลือก:
ก. 1,200 บาท
ข. 1,300 บาท
ค. 1,400 บาท
ง. 1,600 บาท
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามเกณฑ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (แบบขั้นบันได): อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท และเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด (0-6 ปี): ได้รับ 600 บาท รวม 700 + 600 = 1,300 บาท
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. คิดเบี้ยคนแก่แค่ 600 บาท ข้อ ค. และ ง. คิดเกินจากสิทธิที่ได้รับจริงตามช่วงอายุ
ระวังหลุมพราง: ระวังการจำสลับขั้นบันไดเบี้ยผู้สูงอายุ (60 ปี=600, 70 ปี=700, 80 ปี=800, 90 ปีขึ้นไป=1,000)
==============================
ข้อที่ 12
โจทย์: การแบ่งส่วนราชการภายในกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (เช่น การตั้งกองหรือสถาบันภายใน) จะต้องตราเป็นกฎหมายลำดับชั้นใด ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ตัวเลือก:
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎกระทรวง
ง. ประกาศกรม
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 8 วรรคสี่ บัญญัติว่า การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม ให้ออกเป็น 'กฎกระทรวง'
อ้างอิง: มาตรา 8 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
สูตรจำ: ตั้งกรมเป็น พ.ร.บ. แบ่งกองในกรมเป็น กฎกระทรวง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ใช้สำหรับการตั้ง/รวม/โอนกระทรวงหรือกรม ข้อ ข. ใช้สำหรับการเปลี่ยนชื่อหรือยุบส่วนราชการ ข้อ ง. ไม่มีอำนาจในการแบ่งส่วนราชการตามโครงสร้างกฎหมายนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับ 'การตั้งกรม' (ต้องใช้ พ.ร.บ.) หรือ 'การยุบกรม' (ต้องใช้ พ.ร.ฎ.) แต่ 'การแบ่งส่วนราชการภายในกรม' ใช้แค่ กฎกระทรวง
==============================
ข้อที่ 13
โจทย์: จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือนมีนาคม 2569 พบว่าอัตราการว่างงานของไทยพุ่งสูงขึ้นเป็น 450,000 คน หากกำลังแรงงานรวมของประเทศอยู่ที่ 41.8 ล้านคน อัตราส่วนร้อยละของการว่างงานในเดือนดังกล่าวมีค่าประมาณเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 0.85%
ข. 1.08%
ค. 1.25%
ง. 1.50%
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การคำนวณอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) = (จำนวนผู้ว่างงาน / กำลังแรงงานรวม) x 100 ดังนั้น (450,000 / 41,800,000) x 100 = 1.076% ซึ่งปัดทศนิยมเป็น 1.08% ตามสถานการณ์จริงในต้นปี 2569 ที่คนจบปริญญาตรีว่างงานสูงขึ้น
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ต่ำเกินไปจากยอด 4.5 แสนคน ข้อ ค. และ ง. สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับฐานกำลังแรงงาน 41.8 ล้านคน
ระวังหลุมพราง: ระวังการตั้งหลักหน่วย (หลักหมื่น vs หลักล้าน) หากลืมคูณ 100 หรือคำนวณสัดส่วนผิดพลาดจะทำให้คำตอบคลาดเคลื่อนมาก
==============================
ข้อที่ 14
โจทย์: จากข่าว 'เพ็ญภัค' สส.พรรคกล้าธรรม เมื่อ 14 เมษายน 2569 ที่ระบุว่าไทยเผชิญสังคมสูงวัยและเด็กหลุดระบบ ข้อใดคือ 'เป้าหมายหลัก' ที่ผู้ให้ข่าวต้องการสื่อถึงรัฐบาลมากที่สุด
ตัวเลือก:
ก. การเพิ่มวงเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้เท่าเทียมกับค่าแรงขั้นต่ำ
ข. การปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการและกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่ออุดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ
ค. การจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางใหม่ทั้งหมดโดยไม่พึ่งพาหน่วยงานส่วนกลาง
ง. การเร่งส่งออกแรงงานทักษะสูงไปต่างประเทศเพื่อลดปัญหาการว่างงานในประเทศ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: จากบทความข่าวในเดือนเมษายน 2569 สส.เพ็ญภัคเน้นย้ำเรื่องการปฏิรูปสวัสดิการทั้งระบบ การสร้างระบบข้อมูลกลาง และที่สำคัญคือการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่อความทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ไม่มีระบุในข่าวชัดเจน ข้อ ค. สุดโต่งเกินไป (ต้องเชื่อมโยง ไม่ใช่ไม่พึ่งพา) ข้อ ง. เป็นเรื่องแรงงาน ไม่ใช่ประเด็นหลักของข่าวสวัสดิการนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อสอบที่นำข้อเสนอปลีกย่อย (เช่น เรื่องฐานข้อมูล) มาเป็นตัวหลอก แต่ใจความสำคัญที่ครอบคลุมที่สุดคือการปฏิรูปและกระจายอำนาจ
==============================
ข้อที่ 15
โจทย์: Which of the following phrases best describes the current trend in Thailand's social welfare policy in 2026?
ตัวเลือก:
ก. Strict exclusion of non-residents
ข. Transition towards a 'Social Safety Net' for all vulnerable groups
ค. Abolishing all types of financial subsidies
ง. Reducing the number of social workers in rural areas
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Trend นโยบายสวัสดิการของไทยในปี 2569 มุ่งเน้นการสร้าง 'Social Safety Net' (ตาข่ายรองรับทางสังคม) เพื่อคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable groups) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก, ค, ง มีความหมายเชิงลบ (Exclusion=กีดกัน, Abolishing=ยกเลิก, Reducing=ลดลง) ซึ่งขัดกับทิศทางการพัฒนาสังคม
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนคำว่า Safety Net (กลไกช่วยเหลือ) กับ Net Income (รายได้สุทธิ)
==============================
ข้อที่ 16
โจทย์: ข้อใดสรุปสาระสำคัญของรายงาน SCB EIC เกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาสแรกปี 2569 ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว
ข. ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่พึ่งพาเงินกู้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย
ค. สถาบันการเงินงดปล่อยสินเชื่อทุกประเภทเพื่อสกัดกั้นหนี้เสีย (NPL)
ง. แรงงานจบใหม่มีอัตราการเป็นหนี้น้อยกว่ากลุ่มแรงงานมีประสบการณ์
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: รายงาน SCB EIC ประจำเดือนเมษายน 2569 ระบุว่าหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับสูง (86.7% ต่อ GDP) และสาเหตุหลักมาจากการกู้เพื่อใช้จ่ายประคองชีวิตเนื่องจากค่าครองชีพสูงและรายได้คงที่
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ขัดแย้งกับสถิติ 86.7% ข้อ ค. เป็นมาตรการที่รุนแรงเกินความเป็นจริง ข้อ ง. ขัดกับข่าวที่ว่าแรงงานจบใหม่ว่างงานและเข้าสู่ระบบหนี้เร็วขึ้น
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูเหมือนเป็นข่าวดี (เช่น หนี้ลดลง) เพราะสถานการณ์จริงในปี 2569 ยังเป็นวิกฤตเปราะบาง
==============================
ข้อที่ 17
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) หากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมฯ ออกคำสั่งทางปกครอง และคู่กรณีต้องการอุทธรณ์คำสั่งนั้น จะต้องยื่นอุทธรณ์ภายในกี่วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง และการอุทธรณ์นั้นมีผลให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งหรือไม่
ตัวเลือก:
ก. 15 วัน และมีผลให้ทุเลาการบังคับทันที
ข. 15 วัน และไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับ เว้นแต่จะมีคำสั่งสั่งให้ทุเลา
ค. 30 วัน และมีผลให้ทุเลาการบังคับจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์
ง. 30 วัน และไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 44 ระบุให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วัน และตามมาตรา 44 วรรคสาม (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562) การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง
อ้างอิง: มาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
สูตรจำ: อุทธรณ์ 15 วัน ไม่พลันหยุดคำสั่ง (ไม่ทุเลา)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ผิดเรื่องผลการทุเลา ข้อ ค. และ ง. ผิดเรื่องระยะเวลาที่ต้องเป็น 15 วัน (กรณีทั่วไปที่ไม่มีกฎหมายเฉพาะ)
ระวังหลุมพราง: คนมักจำสับสนกับ 30 วันในกฎหมายอื่น และมักคิดว่าอุทธรณ์แล้วต้องหยุดปฏิบัติ (ทุเลา) ซึ่งในกฎหมายปกครอง 'ไม่หยุดบังคับ' เป็นหลักการสำคัญ
==============================
ข้อที่ 18
โจทย์: Fill in the blank: "The DSDW official suggested that ______ groups, such as the elderly and the homeless, require immediate intervention during the economic crisis."
ตัวเลือก:
ก. prosperous
ข. vulnerable
ค. influential
ง. temporary
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: คำว่า 'vulnerable groups' เป็นคำศัพท์เฉพาะทางสังคมสงเคราะห์ หมายถึง 'กลุ่มเปราะบาง' ซึ่งรวมถึงผู้สูงอายุและคนไร้ที่พึ่งตามที่โจทย์ระบุ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. (มั่งคั่ง) และ ค. (มีอิทธิพล) มีความหมายตรงข้ามกับบริบทกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ
ระวังหลุมพราง: คำว่า temporary (ชั่วคราว) อาจดูเหมือนเข้าท่าในแง่วิกฤต แต่ในทางวิชาการและกฎหมายพม. จะใช้ vulnerable เสมอ
==============================
ข้อที่ 19
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขับรถยนต์ของทางราชการไปปฏิบัติหน้าที่และเกิดอุบัติเหตุชนรถบุคคลภายนอกโดยประมาทเลินเล่อ (ไม่ร้ายแรง) ผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องต่อใครตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้ขับรถยนต์เป็นการส่วนตัว
ข. ฟ้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. ฟ้องกระทรวงการคลัง
ง. ฟ้องอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 5 บัญญัติว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
อ้างอิง: มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
สูตรจำ: ปฏิบัติงาน ฟ้องหน่วยงาน (ห้ามฟ้องตัว)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ผิดตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ ข้อ ค. ฟ้องกระทรวงการคลังเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ไม่สังกัดหน่วยงานใด ข้อ ง. อธิบดีไม่ใช่หน่วยงานของรัฐในฐานะนิติบุคคลที่ต้องรับผิด
ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกว่าให้ฟ้องเจ้าหน้าที่ถ้าเป็นความประมาทเลินเล่อ แต่กฎหมายระบุชัดว่า 'ถ้าปฏิบัติหน้าที่' ต้องฟ้องหน่วยงานเท่านั้น
==============================
ข้อที่ 20
โจทย์: ในฐานะเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ท่านต้องทราบว่าคำนิยามของ 'อธิบดี' ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมายถึงบุคคลใด
ตัวเลือก:
ก. อธิบดีกรมที่ดิน
ข. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
ง. ถูกทั้ง ข. และ ค.
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 'อธิบดี' หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (เดิมคือกรมสหกรณ์ที่ดิน) แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนิคมสร้างตนเองหรือนิคมสหกรณ์
อ้างอิง: มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
สูตรจำ: อธิบดีจัดที่ดิน มี 2 คน: พม. (สร้างตนเอง) และ สหกรณ์ (นิคมสหกรณ์)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. กรมที่ดินไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนิคมสร้างตนเองตาม พ.ร.บ.นี้ ข้อ ข. และ ค. ถูกเพียงครึ่งเดียว ต้องรวมทั้งสองตำแหน่ง
ระวังหลุมพราง: หลายคนมักจำแต่หน่วยงานที่ตัวเองจะสอบ (DSDW) จนลืมว่ากฎหมายนี้ครอบคลุมถึงนิคมสหกรณ์ด้วย ซึ่งอยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
==============================
ข้อที่ 21
โจทย์: บุคคลใดต่อไปนี้ 'ไม่มีคุณสมบัติ' หรือมีลักษณะต้องห้ามในการรับจัดที่ดินเพื่อการครองชีพตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
ตัวเลือก:
ก. นายสมชาย อายุ 22 ปี มีสัญชาติไทย
ข. นางสาวสมศรี มีร่างกายสมบูรณ์และขยันขันแข็ง
ค. นายสมศักดิ์ เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
ง. นายสมพล ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองเพียงพอแก่การครองชีพ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 8 กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับจัดที่ดินว่าต้องมีสัญชาติไทย บรรลุกิตติภาวะ มีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
อ้างอิง: พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 8
สูตรจำ: ไทย-โต-ถึก-ดี (สัญชาติไทย-บรรลุนิติภาวะ-ร่างกายดี-ความประพฤติดี/ไม่บ้า)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข, ง เป็นคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายมาตรา 8
ระวังหลุมพราง: โจทย์ถามว่า 'ไม่มีคุณสมบัติ' ดังนั้นต้องเลือกข้อที่เป็นลักษณะต้องห้าม
==============================
ข้อที่ 22
โจทย์: ตามรายงานผลประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ของกระทรวงการคลัง ณ เดือนเมษายน 2569 หากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 800 ล้านบาท และคณะกรรมการมีมติให้นำเงิน 20% ของงบที่ได้รับใหม่ไปสำรองไว้เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนที่เหลือให้นำไปกระจายให้องค์กรสาธารณประโยชน์ 100 แห่งเท่าๆ กัน อยากทราบว่าแต่ละองค์กรจะได้รับเงินอุดหนุนเฉลี่ยแห่งละเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 7.36 ล้านบาท
ข. 9.20 ล้านบาท
ค. 1.84 ล้านบาท
ง. 736,000 บาท
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: คำนวณตามลำดับดังนี้: 1. งบประมาณใหม่ = 800 + (800 x 15/100) = 800 + 120 = 920 ล้านบาท 2. หักเงินสำรอง 20% = 920 x 20/100 = 184 ล้านบาท 3. งบที่เหลือสำหรับอุดหนุน = 920 - 184 = 736 ล้านบาท 4. กระจายให้ 100 แห่ง = 736 / 100 = 7.36 ล้านบาทต่อแห่ง ข้อมูลอ้างอิงสถานการณ์เศรษฐกิจจากคลัง 2569 ที่คาดการณ์งบประมาณรัฐขยายตัวเพื่อพยุงกำลังซื้อฐานราก
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ค. คือยอดเงินสำรอง (184 ล้าน) ข้อ ข. คือยอดงบรวมก่อนหักสำรอง (9.2 ล้าน/แห่ง) และข้อ ง. หน่วยผิด (หลักแสน)
ระวังหลุมพราง: ระวังหน่วยของคำตอบระหว่าง 'ล้านบาท' กับ 'บาท' และต้องหักเงินสำรองออกก่อนนำไปหารจำนวนองค์กร
==============================
ข้อที่ 23
โจทย์: จากบทความสถานการณ์สังคมไทย เมษายน 2569: 'ภาวะความยากจนดิจิทัล (Digital Poverty) กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสวัสดิการรัฐ แม้รัฐบาลจะพยายามใช้ AI ในการคัดกรองผู้มีสิทธิ แต่กลุ่มเปราะบางที่ขาดอุปกรณ์และทักษะกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง' ข้อใดสรุปประเด็นสำคัญของบทความได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. AI เป็นเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับงานด้านสวัสดิการสังคม
ข. ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
ค. รัฐบาลควรยกเลิกการใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมดเพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง
ง. กลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่มีความพร้อมในการปรับตัวเข้าสู่สังคมดิจิทัล
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความระบุชัดเจนว่า 'ความยากจนดิจิทัลเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงสวัสดิการ' ซึ่งตรงกับแนวคิดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี (Digital Divide) ที่ทำให้คนบางกลุ่มเสียสิทธิ
สูตรจำ: อ่านจับใจความ: ใคร + ทำอะไร + ผลเป็นอย่างไร (กลุ่มเปราะบาง + ขาดเทคโนโลยี + เข้าไม่ถึงรัฐ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. และ ค. มีความเห็นส่วนตัวที่รุนแรงเกินไปจากบทความ ข้อ ง. ขัดแย้งกับเนื้อหาที่บอกว่า 'ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง'
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ใช้คำรุนแรงเกินจริง (Extremist words) เช่น 'ไม่เหมาะสมเลย' หรือ 'ควรยกเลิกทั้งหมด' ซึ่งมักจะไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง
==============================
ข้อที่ 24
โจทย์: ในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพปี 2569 หากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 (ฉบับแก้ไข) โดยกำหนดค่าธรรมเนียมบำรุงนิคมเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้า ถ้าพื้นที่ 10 ไร่แรกจ่ายไร่ละ 500 บาท และไร่ที่ 11 เป็นต้นไปจ่ายไร่ละ 1,000 บาท หากบริษัท 'Social Green' ขอใช้พื้นที่ 25 ไร่เพื่อทำวิสาหกิจชุมชน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมรวมเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 15,000 บาท
ข. 20,000 บาท
ค. 25,000 บาท
ง. 12,500 บาท
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: คำนวณแบบอัตราก้าวหน้า: 1. 10 ไร่แรก x 500 = 5,000 บาท 2. พื้นที่ส่วนที่เกิน (25 - 10) = 15 ไร่ 3. 15 ไร่ x 1,000 = 15,000 บาท 4. รวม 5,000 + 15,000 = 20,000 บาท อ้างอิงอำนาจอธิบดีตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
อ้างอิง: พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 21
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. คิดจาก 15 ไร่หลังอย่างเดียว ข้อ ค. คิดเหมา 1,000 บาททุกไร่ ข้อ ง. คิดเหมา 500 บาททุกไร่
ระวังหลุมพราง: อย่าเอาพื้นที่ทั้งหมดไปคูณอัตราสูงสุดทันที เพราะเป็นโจทย์แบบ 'อัตราก้าวหน้า'
==============================
ข้อที่ 25
โจทย์: Choose the correct sentence to complete the 2026 DSDW Vision: 'To ensure that all vulnerable groups _______ protected and empowered by the year 2030.'
ตัวเลือก:
ก. is
ข. was
ค. are
ง. being
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: Subject คือ 'vulnerable groups' ซึ่งเป็นพหูพจน์ (plural) และประโยคแสดงข้อเท็จจริง/อนาคต จึงใช้ Verb 'are' ให้สอดคล้องกับประธาน
สูตรจำ: S (พหู) + V (พหู) -> Groups + Are
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้กับเอกพจน์, ข. ใช้กับอดีต, ง. ไม่สามารถเป็นกริยาแท้ในโครงสร้างนี้ได้โดยตรง
ระวังหลุมพราง: อย่าลืมดูคำว่า 'groups' ที่มี s แสดงความเป็นพหูพจน์
==============================
ข้อที่ 26
โจทย์: In the 2026 DSDW International Conference on Social Equality, the speaker emphasized the need for 'Grant-in-aid' to support NGOs. What does 'Grant-in-aid' mean in this context?
ตัวเลือก:
ก. เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ
ข. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
ค. เงินค่าปรับทางปกครอง
ง. เงินเดือนพนักงานราชการ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Grant-in-aid หมายถึง เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจ่ายให้กับหน่วยงานท้องถิ่นหรือองค์กรเอกชนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย
สูตรจำ: Grant = Give (ให้), Aid = Help (ช่วย) -> รวมกันคือเงินช่วยเหลืออุดหนุน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. คือ Loan, ค. คือ Fine/Penalty, ง. คือ Salary
ระวังหลุมพราง: ระวังความสับสนระหว่าง 'Grant' (เงินให้เปล่า/อุดหนุน) กับ 'Loan' (เงินกู้)
==============================
ข้อที่ 27
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 หากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเดินทางไปราชการต่างประเทศและไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ใครคือผู้มีอำนาจหน้าที่ 'รักษาราชการแทน' ตามกฎหมายโดยอันดับแรก
ตัวเลือก:
ก. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ข. รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. เลขานุการกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ง. ข้าราชการในกรมที่อธิบดีมอบหมายเป็นหนังสือ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 46 หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน หากมีรองอธิบดีหลายคน ให้ปลัดกระทรวงแต่งตั้งรองอธิบดีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน
อ้างอิง: พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 46
สูตรจำ: รักษาราชการแทน = 'แทนเพราะไม่อยู่' (รอง แทน อธิบดี)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปไม่ใช่ผู้แทนในระดับกรม ค. มีหน้าที่ดูแลงานส่วนกลางของกรมแต่อำนาจแทนต้องเป็นรองอธิบดีก่อน ง. จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่มีรองอธิบดี
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'รักษาราชการแทน' (ตำแหน่งว่าง/ไม่อยู่) กับ 'ปฏิบัติราชการแทน' (การมอบอำนาจ)
==============================
ข้อที่ 28
โจทย์: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานราชการ 'ประเภททั่วไป' ในกลุ่มงานเทคนิค จะต้องมีกำหนดระยะเวลาในการจ้างตามสัญญาจ้างคราวละไม่เกินกี่ปี
ตัวเลือก:
ก. 2 ปี
ข. 4 ปี
ค. 5 ปี
ง. ตามเกษียณอายุราชการ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบฯ ข้อ 12 การจ้างพนักงานราชการให้กระทำเป็นสัญญาจ้างไม่เกินคราวละ 4 ปี หรือตามโครงการที่มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ แต่ต้องไม่เกิน 4 ปี
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 12
สูตรจำ: พนักงานราชการ = 'สี่-สี่' (กรอบกำลัง 4 ปี, สัญญาจ้างไม่เกิน 4 ปี)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. สั้นเกินไป ค. ยาวเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด ง. เป็นของข้าราชการประจำ
ระวังหลุมพราง: พนักงานราชการ 'ไม่ใช่' ข้าราชการ จึงไม่มีการจ้างยาวจนเกษียณในสัญญาเดียว แต่เป็นการต่อสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี
==============================
ข้อที่ 29
โจทย์: ข้อใดใช้ภาษาในหนังสือราชการของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
ตัวเลือก:
ก. กรมฯ ใคร่ขอเชิญท่านมาช่วยเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่คนไร้ที่พึ่ง
ข. จึงขอเรียนมาเพื่อโปรดให้ความอนุเคราะห์พิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าวด้วย
ค. ขอให้หน่วยงานของท่านส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนมาให้กรมฯ ด่วนจี๋
ง. ทางกรมพัฒนาสังคมฯ รู้สึกขอบใจมากที่ท่านให้ความร่วมมือด้วยดีเสมอมา
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ข้อ ข. ใช้ภาษาที่เป็นทางการและถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ (เพื่อโปรด...พิจารณาอนุมัติ) ส่วนข้ออื่นมีการใช้คำภาษาพูดหรือคำไม่เหมาะสม
สูตรจำ: สูตร 3 ต: ถูกต้อง (แบบแผน), ถูกกาล (เทศะ), ถูกต้อง (ตามระเบียบ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. 'ใคร่ขอ' ไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน ข้อ ค. 'ด่วนจี๋' เป็นภาษาปาก ข้อ ง. 'ขอบใจ' ใช้กับผู้น้อยหรือเพื่อนสนิท ไม่ใช้ในหนังสือราชการทั่วไป
ระวังหลุมพราง: คำว่า 'ใคร่ขอ' หรือ 'ขอบใจ' เป็นคำที่ควรระวังในการใช้กับบุคคลภายนอกหรือผู้ใหญ่ในระดับทางการ
==============================
ข้อที่ 30
โจทย์: ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ก.ส.ค.) ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ใครดำรงตำแหน่งเป็น 'รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง'
ตัวเลือก:
ก. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ค. ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
ง. อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 7 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ รมว.พม. เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง ส่วนรองประธานคนที่สองคือนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์หรือองค์กรสวัสดิการชุมชน
อ้างอิง: พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 7
สูตรจำ: ประธาน = นายก, รอง 1 = รมต., รอง 2 = เอกชน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ปลัด พม. เป็นกรรมการและเลขานุการ ค. เป็นรองคนที่สอง ง. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ระวังหลุมพราง: ระวังลำดับรองประธาน คนที่หนึ่งมักเป็น รมต. ส่วนคนที่สองเป็นผู้แทนภาคเอกชน/ประชาชน
==============================
ข้อที่ 31
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The Department of Social Development and Welfare is committed to _______ the quality of life for the homeless by providing sustainable career training.'
ตัวเลือก:
ก. diminishing
ข. enhancing
ค. neglecting
ง. postponing
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Enhancing หมายถึง 'ทำให้ดีขึ้น/เสริมสร้าง' ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาคุณภาพชีวิต (quality of life) และภารกิจของกรมพัฒนาสังคมฯ
สูตรจำ: Enhance = Increase value/quality (ดีขึ้น), Diminish = Decrease (แย่ลง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. diminishing (ลดลง) ค. neglecting (ละเลย) ง. postponing (เลื่อนออกไป) ทุกข้อเป็นความหมายเชิงลบที่ไม่เข้ากับนโยบายการทำงาน
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายเชิงลบซึ่งมักถูกนำมาหลอกในบริบทที่ต้องการความหมายเชิงบวก
==============================
ข้อที่ 32
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองพบว่าตนเองเป็น 'คู่สมรส' ของผู้ยื่นคำขอรับสวัสดิการ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการตามข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. พิจารณาต่อไปได้หากมั่นใจว่าตนเองมีความยุติธรรมพอ
ข. แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบและหยุดการพิจารณา
ค. ให้คู่สมรสเซ็นชื่อรับรองว่าจะไม่ทุจริต
ง. โอนเรื่องให้เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันพิจารณาโดยไม่ต้องแจ้งใคร
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสียในฐานะคู่สมรส ห้ามมิให้พิจารณาทางปกครอง และมาตรา 16 ระบุว่าต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งทราบ เพื่อสั่งการตามเหมาะสม
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 และ 16
สูตรจำ: เป็นญาติ เป็นคู่สมรส เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ = หยุดทำ แจ้งนาย!
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะเป็นลักษณะต้องห้ามเด็ดขาด ค. ไม่มีระบุในกฎหมาย ง. การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ต้องได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการมอบอำนาจหรือการรักษาราชการแทน กรณีนี้เป็นเรื่อง 'ความไม่เป็นกลาง'
==============================
ข้อที่ 33
โจทย์: คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (กมจ.) ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มีอำนาจหน้าที่สำคัญตามข้อใด
ตัวเลือก:
ก. ไล่ออกเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดวินัยโดยตรง
ข. เสนอแนะนโยบายและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมต่อคณะรัฐมนตรี
ค. พิจารณาคดีอาญาของข้าราชการ
ง. อนุมัติงบประมาณการจัดทำโครงการสวัสดิการสังคม
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 กมจ. มีหน้าที่เสนอแนะนโยบาย ยุทธศาสตร์ และให้คำปรึกษาต่อ ครม. เพื่อให้การส่งเสริมจริยธรรมในหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 13
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา/คกก.วินัย ค. เป็นอำนาจศาล ง. เป็นอำนาจของสำนักงบประมาณ/คกก.เฉพาะกิจ
ระวังหลุมพราง: กมจ. ไม่ใช่ 'ศาล' หรือ 'ป.ป.ช.' จึงไม่มีอำนาจลงโทษทางอาญาหรือไล่ออกโดยตรง
==============================
ข้อที่ 34
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทในการคัดกรองสิทธิสวัสดิการสังคมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเทคโนโลยียังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล' ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุดตามหลักการวิเคราะห์เชิงนโยบาย
ตัวเลือก:
ก. AI จะมาแทนที่นักสังคมสงเคราะห์ในพื้นที่ห่างไกลทั้งหมดภายในปี 2570
ข. กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลจะไม่ได้รับสวัสดิการอีกต่อไปหากไม่มีสมาร์ทโฟน
ค. ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของนโยบายสวัสดิการเชิงรุก
ง. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการควรยกเลิกการใช้ AI แล้วกลับไปใช้ระบบเอกสาร 100%
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: จากข้อความระบุว่า AI ช่วยลดความซ้ำซ้อน (ประสิทธิภาพ) แต่การเข้าถึงเป็นอุปสรรค (เหลื่อมล้ำ) ดังนั้นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลคือปัญหา Digital Divide จะกระทบต่อการดำเนินนโยบายให้ทั่วถึง ซึ่งตรงกับสถานการณ์สังคมดิจิทัลในปี 2569
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. และ ข. เป็นการสรุปเกินขอบเขตข้อเท็จจริง (Extreme Conclusion) ส่วนข้อ ง. เป็นข้อเสนอแนะที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาองค์กร
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อสรุปที่รุนแรงเกินกว่าข้อเท็จจริงในโจทย์ (เช่น 'แทนที่ทั้งหมด' หรือ 'ยกเลิกทั้งหมด')
==============================
ข้อที่ 35
โจทย์: Read the following news snippet (April 2026): 'The digital transformation in social services has successfully bridged the gap between urban and rural assistance.' What is the primary outcome of this transformation?
ตัวเลือก:
ก. Increasing the gap between rich and poor.
ข. Providing more assistance to urban areas only.
ค. Reducing the disparity in social support between different locations.
ง. Stopping all digital services in rural areas.
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: คำว่า 'bridged the gap' หมายถึงการลดช่องว่าง หรือเชื่อมโยงความแตกต่าง (disparity) ระหว่างเขตเมืองและเขตชนบทในเรื่องการรับความช่วยเหลือ
สูตรจำ: Bridge the gap = ปิดช่องว่าง/เชื่อมต่อ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ตรงข้ามกับความจริง ข. ผิดเพราะเน้นเฉพาะเมือง ง. ผิดเพราะความหมายคือการสนับสนุน ไม่ใช่การหยุด
ระวังหลุมพราง: ระวังการแปลคำว่า 'bridged the gap' ผิดเป็นความหมายในเชิงทำลาย
==============================
ข้อที่ 36
โจทย์: หากข้าราชการกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการผู้หนึ่ง ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งไม่รับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน จนทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายร้ายแรง ข้าราชการผู้นี้จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตราใดมากที่สุด (อิงตามขอบเขต ภาค ก. กฎหมายอาญา 147-166)
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (เบียดบังทรัพย์)
ข. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)
ค. มาตรา 161 (ปลอมเอกสาร)
ง. มาตรา 165 (ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่)
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 157 เป็นบททั่วไปที่ครอบคลุมการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
สูตรจำ: 157 = ผิดหน้าที่ ทุจริต ทำร้ายประชาชน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เกี่ยวกับเงิน/ทรัพย์สิน ค. เกี่ยวกับเอกสาร ง. เป็นเรื่องที่ประชาชนขัดขวางเจ้าหน้าที่
ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็น 'มาตราครอบจักรวาล' มักใช้กับกรณีละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่ไม่มีฐานความผิดเฉพาะเจาะจงอื่น
==============================
ข้อที่ 37
โจทย์: บทความข่าวเดือนเมษายน 2569 ระบุว่า: 'นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เริ่มส่งผลกระทบต่ออาชีพดั้งเดิมของกลุ่มเปราะบาง กรมพัฒนาสังคมฯ จึงต้องปรับแผนงานเพื่อสร้างทักษะอาชีพสีเขียว (Green Skills) ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย' ข้อใดคือความหมายของ 'ทักษะอาชีพสีเขียว' ในบริบทนี้
ตัวเลือก:
ก. ทักษะในการปลูกต้นไม้และจัดสวนเพียงอย่างเดียว
ข. ทักษะแรงงานที่สอดคล้องกับการผลิตและการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ค. ทักษะในการทาสีอาคารให้เป็นสีเขียวเพื่อลดโลกร้อน
ง. ทักษะการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Green Skills ในปี 2569 หมายถึงทักษะที่จำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานสะอาด การจัดการขยะ และการใช้วัตถุดิบยั่งยืน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ค. เป็นการแปลความหมายตรงตัวเกินไป ง. ขัดกับหลักการ Green Economy ที่เน้นความยั่งยืน
ระวังหลุมพราง: อย่าแปลความหมาย 'สีเขียว' ตรงตัวแค่เรื่องการปลูกต้นไม้
==============================
ข้อที่ 38
โจทย์: กรณีเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขับรถยนต์ของทางราชการไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังแล้ว แต่เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากรถคันอื่นมาชนท้ายจนได้รับความเสียหาย ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับกรมฯ
ตัวเลือก:
ก. ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ขับรถ
ข. หน่วยงานของรัฐ (กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ)
ค. บุคคลภายนอกผู้ที่มาชนท้าย
ง. เจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอกต้องร่วมกันรับผิดชอบคนละครึ่ง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากความเสียหายเกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอก และเจ้าหน้าที่มิได้ประมาทเลินเล่อ บุคคลภายนอกผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชอบตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8
เทคนิคการตัดช้อยส์: เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดหากไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ตามมาตรา 8) และกรมฯ ไม่ต้องรับผิดในกรณีที่ตนเองเป็นฝ่ายถูกละเมิด
ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์หลอกว่าเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดเพียงเพราะเป็นผู้ขับรถขณะปฏิบัติหน้าที่
==============================
ข้อที่ 39
โจทย์: ใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การใช้จ่ายเงินจาก 'กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม' มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรเป็นหลัก
ตัวเลือก:
ก. เป็นเงินเดือนและโบนัสให้ข้าราชการในกรมฯ
ข. ใช้ในการบริหารจัดการอาคารสำนักงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. สนับสนุนโครงการขององค์การสวัสดิการสังคมและองค์กรสาธารณประโยชน์
ง. เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศของรัฐบาลไทย
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: เงินกองทุนฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม การดำเนินงานขององค์การสวัสดิการสังคม และภาคีเครือข่ายตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพื่อสวัสดิการเจ้าหน้าที่
อ้างอิง: พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 25
สูตรจำ: เงินกองทุน = หนุนโครงการ (สวัสดิการสังคม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ข. เป็นค่าใช้จ่ายงบดำเนินงานปกติ ง. เป็นเรื่องของการเงินการคลังระดับประเทศ
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'งบประมาณแผ่นดิน' ที่ใช้บริหารสำนักงาน
==============================
ข้อที่ 40
โจทย์: จากรายงานสถิติด้านสังคมประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่าจำนวนผู้สูงอายุในไทยที่มีภาวะพึ่งพิง (Dependency) เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านคน หากรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลเฉลี่ย 4,500 บาทต่อคนต่อเดือน และมีการหักค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2% จากงบประมาณรวม รัฐบาลจะต้องสำรองงบประมาณสุทธิ (รวมค่าธรรมเนียม) สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณนี้เท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 20,250 ล้านบาท
ข. 20,655 ล้านบาท
ค. 21,060 ล้านบาท
ง. 22,500 ล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: วิธีคิด: 1) งบดูแลต่อเดือน = 1,500,000 คน x 4,500 บาท = 6,750,000,000 บาท (6,750 ล้านบาท) 2) ไตรมาสที่ 2 (3 เดือน) = 6,750 x 3 = 20,250 ล้านบาท 3) รวมค่าธรรมเนียม 2% = 20,250 + (20,250 x 0.02) = 20,250 + 405 = 20,655 ล้านบาท
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. คือยอดที่ยังไม่ได้รวมค่าธรรมเนียม 2% ข้อ ค. และ ง. เป็นการคำนวณตัวเลขผิดพลาดในส่วนของฐานภาษีหรือจำนวนเดือน
ระวังหลุมพราง: ระวังการลืมคำนวณระยะเวลา 'ไตรมาส' (3 เดือน) และการบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไปในงบประมาณรวม
==============================
ข้อที่ 41
โจทย์: Choose the most appropriate word to fill in the blank: 'The Department of Social Development and Welfare aims to promote social _______ by ensuring that vulnerable groups have equal access to public services.'
ตัวเลือก:
ก. Inclusion
ข. Isolation
ค. Exclusion
ง. Competition
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: Social Inclusion หมายถึง การดึงคนเข้าสู่สังคมหรือการยอมรับทางสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม ส่วน Exclusion หมายถึงการกีดกัน และ Isolation หมายถึงการแยกตัวออกไป
สูตรจำ: In = เข้า (ดึงเข้าสังคม) | Ex = ออก (กีดกันออกไป)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข และ ค มีความหมายเชิงลบซึ่งขัดกับนโยบายหน่วยงาน, ง ไม่เกี่ยวข้องกับบริบทการบริการสาธารณะเพื่อกลุ่มเปราะบาง
ระวังหลุมพราง: คำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วย In- และ Ex- มักมีความหมายตรงข้ามกันในบริบทสังคม (Social Inclusion vs Social Exclusion)
==============================
ข้อที่ 42
โจทย์: เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ได้เรียกเก็บเงินจากราษฎรสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ 2 เท่า โดยเจตนานำเงินส่วนเกินไปใช้ส่วนตัว การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใดชัดเจนที่สุด
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 149
ข. มาตรา 151
ค. มาตรา 154
ง. มาตรา 157
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 154 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บเกินกว่าที่ควรเก็บ...' ซึ่งตรงกับพฤติการณ์ในโจทย์ที่เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
สูตรจำ: 154 = เก็บเกิน/ไม่เก็บ (เรื่องเงินๆ ทองๆ ในหน้าที่)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เรียกรับสินบน (Bribe), ข. ใช้อำนาจจัดการทรัพย์โดยทุจริต, ง. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบทั่วไป
ระวังหลุมพราง: มาตรา 154 เป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับการ 'เรียกเก็บเงินเกิน' ซึ่งมีความโทษหนักและชัดเจนกว่ามาตรา 157 (บททั่วไป)
==============================
ข้อที่ 43
โจทย์: กรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายจากการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ และหน่วยงานต้องการใช้สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้เงินคืน (ไล่เบี้ย) จะต้องดำเนินการภายในอายุความตามข้อใด
ตัวเลือก:
ก. 1 ปี นับแต่วันที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
ข. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ค. 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ง. 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 12 สิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ แต่ถ้ากระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด อายุความคือ 1 ปีนับแต่วันที่หน่วยงานมีคำสั่งตามความเห็นกระทรวงการคลัง
สูตรจำ: ไล่เบี้ย = 1 ปี รู้ตัว (ม.12)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่นับจากวันจ่ายเงิน, ค. ระยะเวลาผิด, ง. เป็นอายุความทั่วไปไม่ใช่การไล่เบี้ย
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอายุความฟ้องหน่วยงาน (1 ปี/10 ปีตาม ปพพ.) อายุความ 'ไล่เบี้ย' นับจาก 'วันที่รู้ตัวเจ้าหน้าที่'
==============================
ข้อที่ 44
โจทย์: เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองรายหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลสมุดทะเบียนสมาชิกนิคมฯ ได้ทำการ 'ลบชื่อ' สมาชิกที่ถูกต้องออก และ 'กรอกชื่อ' ญาติของตนเองลงไปแทนเพื่อให้ได้รับสิทธิจัดสรรที่ดินโดยมิชอบ การกระทำนี้มีความผิดฐานใดตามประมวลกฎหมายอาญา
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 147 (ยักยอกทรัพย์)
ข. มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ)
ค. มาตรา 161 (เจ้าพนักงานทำปลอมหรือทำลายเอกสาร)
ง. มาตรา 162 (เจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ)
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 บัญญัติว่า 'ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร... กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น' การแก้ไขหรือลบข้อความในสมุดทะเบียนที่เป็นเอกสารราชการในหน้าที่ตนเองเข้าข่ายมาตรานี้โดยตรง (มาตรา 161 เน้นการกระทำต่อตัวเอกสารที่ตนมีหน้าที่ดูแล)
สูตรจำ: 161 = ปลอม/แก้เอกสารในหน้าที่ | 162 = จดความเท็จในหน้าที่
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ไม่ใช่การยักยอกเงินหรือทรัพย์, ข. เป็นบททั่วไป, ง. มาตรา 162 เน้นการจดข้อความเท็จลงในเอกสารที่กำลังทำขึ้นใหม่ แต่เคสนี้เป็นการ 'แก้ไข/ลบ' ของเดิม
ระวังหลุมพราง: มาตรา 157 เป็นบททั่วไป แต่หากมีการกระทำที่ระบุไว้ในบทเฉพาะอย่างมาตรา 161 หรือ 162 ต้องปรับบทกฎหมายเฉพาะก่อน
==============================
ข้อที่ 45
โจทย์: Which sentence is grammatically CORRECT regarding the 2026 Social Development Plan?
ตัวเลือก:
ก. The new welfare system was implement by the ministry last month.
ข. Each of the social workers are required to submit a report.
ค. The budget for the destitute protection fund has been increased.
ง. If the government provides more funds, the project will success.
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ข้อ ค. ถูกต้องตามโครงสร้าง Present Perfect Passive Voice (has/have + been + v.3) ซึ่งใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและส่งผลถึงปัจจุบัน ข้อ ก. ผิดเพราะต้องเป็น 'was implemented' (v.3), ข้อ ข. ผิดเพราะ Each ต้องใช้กริยาเอกพจน์ (is), ข้อ ง. ผิดเพราะ 'success' เป็นคำนาม ต้องใช้ 'succeed' (กริยา)
สูตรจำ: Each = เอกพจน์เสมอ | Has been + V.3 = ถูกกระทำมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ลืมเติม -ed ใน Passive Voice, ข. ใช้กริยาพหูพจน์กับ Each, ง. ใช้ Part of Speech ผิดตำแหน่ง
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่อง Subject-Verb Agreement กับคำว่า 'Each of' และการใช้ Word Form ระหว่าง success/succeed
==============================
ข้อที่ 46
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'หากสถานะทางการเงินต่ำกว่าเส้นความยากจนปี 2569 และเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง จะได้รับสิทธิเข้าพักในนิคมสร้างตนเองเป็นกรณีพิเศษ' หากนายสมชายได้รับสิทธิเข้าพักในนิคมสร้างตนเองเป็นกรณีพิเศษ ข้อสรุปใดสมเหตุสมผลที่สุด
ตัวเลือก:
ก. นายสมชายเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง
ข. นายสมชายมีสถานะทางการเงินต่ำกว่าเส้นความยากจน
ค. หากนายสมชายไม่ได้รับสิทธิ แสดงว่าเขาไม่ใช่ผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง
ง. ไม่มีข้อสรุปใดสมเหตุสมผลตามหลักตรรกศาสตร์
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามหลักตรรกศาสตร์แบบนิรนัย (Deductive Logic) หากกำหนด 'ถ้า P และ Q แล้ว R' เมื่อเกิด R (ผล) เราไม่สามารถสรุปย้อนกลับได้ว่าต้องเกิด P หรือ Q เสมอไป (อาจมีเงื่อนไขอื่นที่ทำให้ได้ R) การสรุปว่านายสมชายเป็นผู้สูงอายุ (ก) หรือจน (ข) จึงเป็นการสรุปที่เกินจากเงื่อนไขที่ให้มา
สูตรจำ: ถ้าเหตุไปผล = ชัวร์ | ถ้าผลไปเหตุ = ไม่ชัวร์
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ข เป็นการสรุปย้อนเหตุ ซึ่งไม่แน่นอน, ค เป็นการสรุปแบบแย้งสลับที่ที่ผิดพลาดเพราะเงื่อนไขเป็น 'และ' ไม่ใช่ 'หรือ'
ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักสรุปย้อนกลับจาก 'ผล' ไปหา 'เหตุ' ซึ่งเป็นข้อบกพร่องทางตรรกะ (Affirming the Consequent)
==============================
ข้อที่ 47
โจทย์: ข้อใดใช้ภาษาในหนังสือราชการหรือรายงานผลการดำเนินงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
ตัวเลือก:
ก. กรมฯ ได้ทำการแจกเงินช่วยเหลือให้แก่คนไร้ที่พึ่งเรียบร้อยแล้ว
ข. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ดำเนินการมอบเงินอุดหนุนเพื่อสงเคราะห์แก่คนไร้ที่พึ่งเป็นที่เรียบร้อย
ค. เจ้าหน้าที่ได้เอาเงินไปให้พวกคนเร่ร่อนตามนโยบายจัดระเบียบสังคมปี 2569
ง. การให้เงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งในเขตกรุงเทพมหานครเสร็จสิ้นลงแล้วในวันนี้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ภาษาที่ใช้ในหนังสือราชการต้องมีความสุภาพ เป็นทางการ และใช้คำศัพท์เฉพาะทางที่ถูกต้อง (Terminology) เช่น 'มอบเงินอุดหนุนเพื่อสงเคราะห์' แทนคำว่า 'แจกเงิน' และใช้ชื่อหน่วยงานเต็มในบริบทที่ต้องการความชัดเจน
สูตรจำ: ภาษาราชการ = สุภาพ + ตรงประเด็น + ใช้คำศัพท์เฉพาะทาง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ใช้คำว่า 'แจก' ไม่เป็นทางการ, ค. ใช้คำว่า 'เอาไปให้' และ 'พวกคนเร่ร่อน' ซึ่งไม่สุภาพ, ง. ขาดรูปแบบประโยคที่เป็นแบบแผนราชการ
ระวังหลุมพราง: ระวังคำกริยาที่ไม่เป็นทางการ เช่น 'แจก', 'เอาไปให้', 'เรียบร้อยแล้ว' (ควรใช้ ดำเนินการ...เรียบร้อย)
==============================
ข้อที่ 48
โจทย์: ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตราใด
ตัวเลือก:
ก. มาตรา 13 (การคัดค้านเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนได้เสีย)
ข. มาตรา 30 (การให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน)
ค. มาตรา 37 (การระบุเหตุผลในคำสั่งทางปกครอง)
ง. มาตรา 40 (การระบุสิทธิการอุทธรณ์)
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 30 วรรคสอง (1) บัญญัติข้อยกเว้นที่ไม่ต้องให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน หากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์สาธารณะหรือแก่บุคคลใด
สูตรจำ: รีบมาก = ไม่ต้องฟัง (ม.30) แต่ยังต้องบอกเหตุผล (ม.37)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เรื่องความเป็นกลางยกเว้นไม่ได้, ค และ ง ต้องทำเพื่อให้คำสั่งชอบด้วยกฎหมายแม้จะเร่งด่วน
ระวังหลุมพราง: ความจำเป็นเร่งด่วนยกเว้นการ 'ฟังคู่กรณี' (มาตรา 30) แต่ไม่ยกเว้น 'การให้เหตุผล' หรือ 'การบอกสิทธิอุทธรณ์'
==============================
ข้อที่ 49
โจทย์: ในเดือนเมษายน 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้จัดสรรงบประมาณเยียวยากลุ่มเปราะบางจากภาวะคลื่นความร้อนใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 1.2 ล้านบาท, อุดรธานี 0.8 ล้านบาท, นครราชสีมา 1.5 ล้านบาท, สุราษฎร์ธานี 0.9 ล้านบาท และชลบุรี 1.1 ล้านบาท หากในเดือนพฤษภาคมต้องการเพิ่มงบประมาณเฉลี่ยต่อจังหวัดให้สูงขึ้นจากเดิมร้อยละ 20 จะต้องตั้งงบประมาณรวมทั้ง 5 จังหวัดเป็นเงินเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 6.12 ล้านบาท
ข. 6.60 ล้านบาท
ค. 7.20 ล้านบาท
ง. 7.50 ล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: 1. คำนวณงบประมาณรวมเดิม: 1.2 + 0.8 + 1.5 + 0.9 + 1.1 = 5.5 ล้านบาท 2. คำนวณค่าเฉลี่ยเดิม: 5.5 / 5 = 1.1 ล้านบาทต่อจังหวัด 3. เพิ่มค่าเฉลี่ยร้อยละ 20: 1.1 + (1.1 x 0.20) = 1.32 ล้านบาทต่อจังหวัด 4. งบประมาณรวมใหม่ 5 จังหวัด: 1.32 x 5 = 6.6 ล้านบาท
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ต่ำเกินไป (เพิ่มเพียงเล็กน้อย), ค. และ ง. สูงเกินไปจากการคำนวณผิดพลาดในขั้นตอนการหาค่าเฉลี่ย
ระวังหลุมพราง: ระวังการนำร้อยละ 20 ไปบวกกับงบรวมโดยตรงแม้จะได้ผลลัพธ์เท่ากันในกรณีนี้ แต่โจทย์เน้นที่การเปลี่ยนแปลง 'ค่าเฉลี่ย' ซึ่งเป็นทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่พบบ่อยในข้อสอบภาค ก.
==============================
ข้อที่ 50
โจทย์: บทความเรื่อง 'นวัตกรรมสังคมไทย 2569: จากสงเคราะห์สู่การสร้างพลัง' กล่าวว่า 'การจัดสวัสดิการในยุคดิจิทัลต้องมิใช่เพียงการจ่ายเงินโอน แต่คือการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงทางสังคมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก่อนเกิดวิกฤต' สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เน้นการแก้ไขปัญหาหลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นแล้ว
ข. เน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเชิงรุก (Proactive)
ค. เน้นการเพิ่มวงเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม
ง. เน้นการยกเลิกการจ่ายเงินโอนและเปลี่ยนเป็นการให้ความรู้แทน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความเน้นคำว่า 'พยากรณ์ความเสี่ยง' และ 'เข้าถึงก่อนเกิดวิกฤต' ซึ่งหมายถึงการทำงานเชิงรุก (Proactive) โดยใช้ Data-driven approach ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวง พม. ในปี 2569
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดแย้งกับคำว่า 'ก่อนเกิดวิกฤต', ค. บทความไม่ได้กล่าวถึงการเพิ่มวงเงิน, ง. บทความบอกว่า 'ต้องมิใช่เพียง' ไม่ได้บอกให้ 'ยกเลิก'
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนระหว่าง 'การใช้ข้อมูลพยากรณ์' กับ 'การเพิ่มเงิน' โจทย์เน้นที่ 'วิธีการ' ไม่ใช่ 'จำนวนเงิน'
==============================
ข้อที่ 51
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดระเบียบราชการในระดับ 'จังหวัด'?
ตัวเลือก:
ก. จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการส่วนภูมิภาค
ข. จังหวัดมีฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
ค. อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบังคับบัญชาข้าราชการในจังหวัด
ง. การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็น 'พระราชกฤษฎีกา'
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 52 จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นการจัดระเบียบราชการส่วนภูมิภาค โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับนโยบายจากรัฐบาลมาปฏิบัติ
อ้างอิง: มาตรา 52 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
สูตรจำ: จังหวัด/อำเภอ = ภูมิภาค, จังหวัด = นิติบุคคล (อำเภอไม่ใช่)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดเพราะจังหวัดไม่ใช่ท้องถิ่น ค ผู้ว่าฯ มีอำนาจสูงสุดในจังหวัด ง ผิดเพราะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ (มาตรา 52)
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องกฎหมายที่ใช้จัดตั้งจังหวัด ต้องเป็น 'พระราชบัญญัติ' ไม่ใช่พระราชกฤษฎีกา
==============================
ข้อที่ 52
โจทย์: คำขึ้นต้นที่ถูกต้องในการเขียนหนังสือภายนอกถึง 'อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ' ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คือข้อใด
ตัวเลือก:
ก. นมัสการ
ข. กราบเรียน
ค. เรียน
ง. ถึง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามระเบียบงานสารบรรณ ตำแหน่งอธิบดีไม่ใช่บุคคลที่ต้องใช้คำขึ้นต้นพิเศษ (เช่น กราบเรียน ที่ใช้กับนายกฯ หรือประธานองคมนตรี) ดังนั้นให้ใช้คำขึ้นต้นมาตรฐานคือ 'เรียน'
สูตรจำ: อธิบดี/ปลัด = เรียน, นายกฯ/สภา = กราบเรียน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ใช้กับพระสงฆ์ ข ใช้กับประธานระดับสูง (14 ตำแหน่งสำคัญ) ง เป็นภาษาไม่เป็นทางการ
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำว่า 'กราบเรียน' ซึ่งคนทั่วไปมักใช้ผิดด้วยความเกรงใจ แต่ในทางราชการมีกำหนดไว้เฉพาะบุคคลสำคัญเท่านั้น
==============================
ข้อที่ 53
โจทย์: If the social worker ______ the report by 5 PM yesterday, the client would have received their emergency fund sooner.
ตัวเลือก:
ก. finished
ข. has finished
ค. had finished
ง. would finish
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: โจทย์เป็นโครงสร้าง If-Clause Type 3 (Unreal Past) ซึ่งแสดงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต โครงสร้างคือ If + Past Perfect (had + V.3), would have + V.3
สูตรจำ: อดีตที่เสียดาย (Type 3) = Had V.3 คู่กับ Would have V.3
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (Type 2) ข (Present Perfect ใช้ไม่ได้ใน If-clause) ง (Wrong Structure)
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับ Type 2 (Past Simple) ที่ใช้กับเหตุการณ์สมมติในปัจจุบัน
==============================
ข้อที่ 54
โจทย์: ข้อใดคือใจความสำคัญของบทความเรื่อง 'Virtual Bank กับความท้าทายของกลุ่มเปราะบาง 2026' ที่ระบุว่า 'การเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลที่ง่ายขึ้นอาจเป็นดาบสองคม หากขาดมาตรการกำกับ Finfluencer ที่โน้มน้าวคนรุ่นใหม่ให้ก่อหนี้เกินตัว'?
ตัวเลือก:
ก. Virtual Bank จะช่วยให้คนจนหมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2570
ข. เทคโนโลยีทางการเงินต้องมาคู่กับการควบคุมการให้ข้อมูลที่สร้างภาระหนี้
ค. Finfluencer คืออาชีพที่รัฐบาลควรส่งเสริมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
ง. กลุ่มเปราะบางไม่ควรเข้าถึงเทคโนโลยี Virtual Bank เพราะเสี่ยงเกินไป
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความเน้นย้ำเรื่อง 'ดาบสองคม' ของความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อ และระบุถึงความจำเป็นในการกำกับดูแล Finfluencer เพื่อป้องกันการโน้มน้าวให้เกิดหนี้เกินตัว ซึ่งตรงกับข้อ ข ที่เน้นเรื่องการควบคุมการให้ข้อมูลควบคู่ไปกับเทคโนโลยี
สูตรจำ: ดาบสองคม = มีทั้งดีและเสีย -> ต้องมีการควบคุม (Control)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะเกินจริง ตัด ค เพราะบทความมองว่าเป็นความเสี่ยงไม่ใช่การส่งเสริม ตัด ง เพราะบทความไม่ได้ห้ามเข้าถึงแต่ให้ระวังมาตรการกำกับ
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่สรุปเกินจริง (Hallucination) เช่น การบอกว่าจะช่วยให้คนจนหมดไป หรือการห้ามกลุ่มเปราะบางเข้าถึงเทคโนโลยีซึ่งเป็นมุมมองที่สุดโต่งเกินไป
==============================
ข้อที่ 55
โจทย์: The department is working to _______ the digital divide among elderly citizens to ensure equal access to social welfare benefits in 2026.
ตัวเลือก:
ก. bridge
ข. widen
ค. ignore
ง. postpone
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: สำนวน 'bridge the gap' หรือ 'bridge the divide' หมายถึง การลดช่องว่างหรือเชื่อมต่อความเหลื่อมล้ำ ในบริบทนี้คือการลดช่องว่างทางดิจิทัลเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสวัสดิการได้เท่าเทียม
สูตรจำ: Bridge = สะพาน/เชื่อม -> ลดช่องว่าง (Gap/Divide)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข (Widen) และ ค (Ignore) ขัดกับภารกิจของกรม ส่วน ง (Postpone) หมายถึงเลื่อนออกไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเร่งดำเนินการในปัจจุบัน
ระวังหลุมพราง: ระวังคำที่มีความหมายตรงกันข้ามอย่าง widen (ทำให้กว้างขึ้น) ซึ่งจะทำให้ความหมายของประโยคผิดจากนโยบายรัฐ
==============================
ข้อที่ 56
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ 'โดยมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ผู้เสียหายต้องดำเนินการฟ้องร้องตามข้อใด
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดโดยตรง
ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นสังกัด
ค. ฟ้องทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐเป็นจำเลยร่วมกัน
ง. ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัดได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
อ้างอิง: มาตรา 5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
สูตรจำ: ปฏิบัติหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน (ห้ามฟ้องตัวบุคคล)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก และ ค เพราะกฎหมายมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ห้ามฟ้องตัวเจ้าหน้าที่หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตัด ง เพราะเป็นเรื่องละเมิด (แพ่ง) ไม่ใช่คดีอาญาทุจริต
ระวังหลุมพราง: คนมักจำสับสนว่าถ้าไม่เลินเล่อร้ายแรงให้ฟ้องเจ้าหน้าที่ จริงๆ แล้ว 'ในการปฏิบัติหน้าที่' ต้องฟ้องหน่วยงานเสมอ ไม่ว่าเลินเล่อระดับใด (การพิจารณาความเลินเล่อร้ายแรงเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ภายหลัง)
==============================
ข้อที่ 57
โจทย์: การกำหนดประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มตำแหน่งประเภท 'วิชาการ'?
ตัวเลือก:
ก. ตำแหน่งที่สายงานต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด
ข. ตำแหน่งที่สายงานเน้นการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคที่ไม่ต้องใช้ปริญญา
ค. ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
ง. ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 42 (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ตำแหน่งประเภทวิชาการ คือตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด เพื่อปฏิบัติงานในสายงานนั้นๆ
อ้างอิง: มาตรา 42 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
สูตรจำ: วิชาการ = ปริญญา, ทั่วไป = ไม่ใช้ปริญญา
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข คือประเภททั่วไป ค คือประเภทบริหาร ง คือข้าราชการการเมือง
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับตำแหน่งประเภท 'ทั่วไป' ซึ่งเน้นทักษะฝีมือและไม่ต้องใช้ปริญญาเป็นหลัก
==============================
ข้อที่ 58
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมีคำสั่งทางปกครองที่กระทบต่อสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าต้องดำเนินการตามข้อใดเป็นสำคัญ (เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน)
ตัวเลือก:
ก. แจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน
ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน
ค. ขออนุมัติจากปลัดกระทรวงก่อนดำเนินการ
ง. จัดทำเป็นหนังสือแจ้งไปยังภูมิลำเนาโดยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กำหนดหลักการ 'ฟังคู่กรณี' (Hearing) โดยในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้ง
อ้างอิง: มาตรา 30 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
สูตรจำ: กระทบสิทธิ = ต้องให้ 'ฟัง' (ฟังข้อเท็จจริง/โต้แย้ง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นขั้นตอนหลังออกคำสั่ง ค เป็นเรื่องอำนาจภายใน ง ผิดหลักปัจจุบันที่อนุญาตให้แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตาม พ.ร.บ.ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ 2565
ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ที่ดูเหมือนขั้นตอนปฏิบัติทั่วไป (เช่นการแจ้งใน 7 วัน) แต่ไม่ใช่หลักกฎหมายหลักในขั้นตอนการ 'ก่อน' ออกคำสั่ง
==============================
ข้อที่ 59
โจทย์: การวิเคราะห์โครงการ (Project Analysis) ในปี 2569 ของกรมพัฒนาสังคมฯ หากโครงการ A มีค่า Benefit-Cost Ratio (BCR) เท่ากับ 1.25 และโครงการ B มีค่า BCR เท่ากับ 0.85 ข้อใดคือการวิเคราะห์ที่ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. โครงการ B มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์มากกว่าโครงการ A
ข. โครงการ A ควรได้รับการพิจารณาก่อนเพราะผลประโยชน์มากกว่าต้นทุน
ค. โครงการ B เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการ A
ง. ค่า BCR ไม่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบโครงการด้านสวัสดิการสังคมได้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ค่า BCR (Benefit-Cost Ratio) คืออัตราส่วนระหว่างผลประโยชน์ต่อต้นทุน ถ้าค่า BCR > 1 แสดงว่าโครงการนั้นมีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ โครงการ A (1.25) จึงคุ้มค่ากว่าโครงการ B (0.85) ที่ผลประโยชน์น้อยกว่าต้นทุน
สูตรจำ: BCR > 1 = กำไร (คุ้ม), BCR < 1 = ขาดทุน (ไม่คุ้ม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดหลักการ BCR ค ค่า BCR ไม่ได้ระบุยอดเงินงบประมาณ ง ผิดเพราะ BCR เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการวิเคราะห์โครงการภาครัฐ
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนระหว่าง BCR กับ งบประมาณรวม เพราะค่า BCR คือ 'สัดส่วน' ไม่ใช่จำนวนเงิน
==============================
ข้อที่ 60
โจทย์: จากรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 หากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ร้อยละ 86.8 โดยมูลค่าหนี้สินรวมเท่ากับ 16.5 ล้านล้านบาท อยากทราบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ณ ขณะนั้น มีค่าประมาณกี่ล้านล้านบาท
ตัวเลือก:
ก. 14.32 ล้านล้านบาท
ข. 18.15 ล้านล้านบาท
ค. 19.01 ล้านล้านบาท
ง. 21.20 ล้านล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ใช้วิธีคำนวณจากสูตร (หนี้ครัวเรือน / GDP) x 100 = สัดส่วนร้อยละ ดังนั้น GDP = (หนี้ครัวเรือน x 100) / สัดส่วนร้อยละ จะได้ GDP = (16.5 x 100) / 86.8 = 19.009 ซึ่งปัดทศนิยมเป็น 19.01 ล้านล้านบาท สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ GDP เติบโตแบบชะลอตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ก และ ข มีค่าน้อยเกินไปซึ่งจะทำให้เปอร์เซ็นต์สูงกว่า 100% ส่วนช้อยส์ ง มีค่ามากเกินไปทำให้เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 80%
ระวังหลุมพราง: ระวังการตั้งสมการสลับฝั่งระหว่างตัวหารและตัวคูณ และตรวจสอบจุดทศนิยมให้ดี
==============================
ข้อที่ 61
โจทย์: Complete the sentence: "The Department of Social Development and Welfare __________ to provide better services for homeless people by the end of this year."
ตัวเลือก:
ก. aim
ข. aiming
ค. aims
ง. have aimed
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประธานคือ The Department (กรม) ซึ่งเป็นเอกพจน์ (Singular Subject) กริยาช่องที่ 1 ใน Present Simple Tense จึงต้องเติม s (aims)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ใช้กับประธานพหูพจน์ ข้อ ข เป็น V.ing ไม่สามารถเป็นกริยาแท้โดยไม่มี V. to be ข้อ ง ใช้ have ซึ่งผิดหลักเอกพจน์
ระวังหลุมพราง: ระวังหน่วยงานที่มีชื่อยาวหรือลงท้ายด้วย s (Welfare) แต่อย่างไรก็ถือเป็นหน่วยงานเดียว (เอกพจน์)
==============================
ข้อที่ 62
โจทย์: หากในปี พ.ศ. 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้รับงบประมาณดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพกลุ่มเปราะบางจำนวน 50 ล้านบาท โดยมีดัชนีผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 1:4.5 และมีอัตราส่วนต้นทุนต่อผลลัพธ์ (Cost-Effectiveness) ดีขึ้นกว่าปี 2568 ร้อยละ 10 ข้อใดคือการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโครงการนี้
ตัวเลือก:
ก. เงินงบประมาณ 50 ล้านบาท จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางสังคมรวม 225 ล้านบาท
ข. โครงการในปี 2569 ใช้ต้นทุนในการผลิตผลลัพธ์หนึ่งหน่วยเพิ่มขึ้นจากปี 2568
ค. อัตราผลตอบแทน 4.5 เท่า หมายความว่ารัฐบาลขาดทุนจากการลงทุนในมิติมหาภาค
ง. ควรลดงบประมาณลงร้อยละ 10 ในปีถัดไปเพื่อให้คุ้มค่ากับค่าดัชนี SROI
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: การคำนวณ SROI 1:4.5 หมายความว่าทุกเงินลงทุน 1 บาท จะสร้างคุณค่าทางสังคมคืนมา 4.5 บาท ดังนั้น 50 ล้าน x 4.5 = 225 ล้านบาท ส่วน Cost-Effectiveness ดีขึ้นร้อยละ 10 หมายถึงใช้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้น
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ผิดเพราะ Cost-Effectiveness ดีขึ้นแปลว่าต้นทุนต่อหน่วยลดลง ข้อ ค ผิดเพราะ 4.5 เท่าคือความคุ้มค่าสูงมาก ข้อ ง เป็นการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลตามหลักการบริหารงบประมาณที่เน้นผลสัมฤทธิ์
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'ประสิทธิภาพ (Efficiency)' และ 'ประสิทธิผล (Effectiveness)'
==============================
ข้อที่ 63
โจทย์: ในการวางแผนโครงการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งปี 2569 หาก 'ขั้นตอนการคัดกรอง' ต้องทำก่อน 'ขั้นตอนการฝึกทักษะ' และ 'ขั้นตอนการส่งกลับคืนสู่สังคม' จะทำได้หลังจาก 'ขั้นตอนการฝึกทักษะ' เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น ข้อใดสรุปตรรกะลำดับงาน (Critical Path) ได้ถูกต้อง
ตัวเลือก:
ก. การฝึกทักษะเป็นกิจกรรมแรกของโครงการ
ข. การคัดกรองและการส่งกลับคืนสู่สังคมสามารถทำพร้อมกันได้
ค. หากการฝึกทักษะล่าช้า การส่งกลับคืนสู่สังคมจะล่าช้าตามไปด้วย
ง. การคัดกรองจะเริ่มได้ก็ต่อเมื่อการฝึกทักษะเสร็จสิ้น
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามหลักการบริหารโครงการเชิงตรรกะ (Logical Framework) เมื่อกิจกรรม B ต้องรอให้กิจกรรม A เสร็จสิ้น (Finish-to-Start) หากกิจกรรมต้นทาง (Predecessor) ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมปลายทาง (Successor) ทันที
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ผิดเพราะการคัดกรองต้องทำก่อน ข้อ ข ผิดเพราะเงื่อนไขระบุลำดับก่อนหลังชัดเจน ข้อ ง ผิดเพราะสลับลำดับการทำงานจากโจทย์
ระวังหลุมพราง: โจทย์ถามหาข้อที่ถูกตามตรรกะความสัมพันธ์ ไม่ได้ถามหาความเห็นส่วนตัว
==============================
ข้อที่ 64
โจทย์: ข้อใดใช้คำศัพท์ในหนังสือราชการเพื่อเสนอผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ
ตัวเลือก:
ก. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติลงนามในประกาศดังกล่าวด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบขอได้โปรดลงนามในประกาศที่แนบมาพร้อมนี้
ค. จึงเรียนมาเพื่อขอกราบเรียนเชิญท่านอธิบดีไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ
ง. จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการตามที่ท่านเห็นสมควรทุกประการ
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ การเสนอหนังสือเพื่อให้ลงนาม ควรใช้สำนวนที่สุภาพและชัดเจน 'จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบขอได้โปรดลงนาม...' เป็นรูปแบบมาตรฐาน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก ใช้คำเยิ่นเย้อเกินจำเป็น ข้อ ค ใช้คำซ้ำซ้อน 'ขอกราบเรียนเชิญ' (ใช้ เรียนเชิญ ก็เพียงพอ) ข้อ ง ใช้คำสั่งที่ดูไม่เหมาะสมในการเสนอผู้บังคับบัญชา
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำว่า 'จะเป็นพระคุณยิ่ง' ซึ่งมักใช้ในกรณีขอความอนุเคราะห์จากบุคคลภายนอกมากกว่าการเสนอภายใน
==============================
ข้อที่ 65
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ข้อใดต่อไปนี้ 'ไม่ถือว่าเป็นการขอทาน' ตามบทบัญญัติในมาตรา 13
ตัวเลือก:
ก. การแสดงความสามารถในที่สาธารณะโดยมีการขอรับเงินจากผู้ชมที่สัญจรไปมา
ข. การร้องขอเงินโดยการนั่งนิ่งๆ และมีขันวางไว้ข้างหน้าในตลาด
ค. การอุ้มเด็กทารกเพื่อขอความเห็นใจให้คนบริจาคเงินซื้อนม
ง. การเดินเร่ขายสินค้าที่มีราคาสูงกว่าความเป็นจริง 10 เท่าเพื่อขอเงินทอน
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 13 ระบุว่าการแสดงความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรีหรือการแสดงอื่นใดในที่สาธารณะ โดยได้รับเงินหรือทรัพย์สินจากผู้ชม ไม่ถือว่าเป็นการขอทาน แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
อ้างอิง: พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 มาตรา 13
สูตรจำ: แสดงโชว์ = ไม่ขอทาน (แต่ต้องแจ้งท้องถิ่น)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข, ค, ง เข้าข่ายนิยามการขอทานตามมาตรา 3 คือ การขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่าจะด้วยกริยาอาการใด
ระวังหลุมพราง: ต้องแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่นก่อนแสดง ถึงจะได้รับสิทธิยกเว้นตามมาตรา 13
==============================
ข้อที่ 66
โจทย์: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 พนักงานราชการอาจถูกเลิกจ้างได้ในกรณีใดต่อไปนี้โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนการเลิกจ้าง
ตัวเลือก:
ก. พนักงานราชการลาออกเองเนื่องจากได้งานใหม่
ข. หน่วยงานยุบโครงการหรือยุบตำแหน่งเนื่องจากขาดงบประมาณ
ค. พนักงานราชการถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
ง. พนักงานราชการได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับ 'ต้องปรับปรุง' สองครั้งติดต่อกัน
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามข้อ 25 (5) และหลักเกณฑ์การประเมิน พนักงานราชการที่ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ (ต่ำกว่าระดับดี หรือตามที่ส่วนราชการกำหนด เช่น ต่ำกว่าระดับพอใช้/ต้องปรับปรุง 2 ครั้ง) ถือเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยตามสัญญา
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 25
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็นการลาออกเองไม่ใช่การเลิกจ้าง ข้อ ข เป็นการเลิกจ้างที่หน่วยงานต้องจ่ายค่าตอบแทนแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (กรณีไม่มีความผิด) ข้อ ค ความผิดโดยประมาทมีรายละเอียดข้อยกเว้นในบางกรณี
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อ ค. ถ้าเป็นความผิดลหุโทษหรือประมาท อาจไม่เป็นเหตุเลิกจ้างทันทีเสมอไป ต้องดูที่ 'ผลกระทบต่อความเสียหายของราชการ' ประกอบ
==============================
ข้อที่ 67
โจทย์: จากรายงานสรุปผลการดำเนินงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า 'การขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้รูปแบบการขอทานเปลี่ยนไปสู่ระบบออนไลน์ (Digital Begging) มากขึ้น ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายเดิมทำได้ยาก' ข้อใดคือประเด็นสำคัญ (Key Message) ของข้อความนี้
ตัวเลือก:
ก. พ.ร.บ. ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ควรถูกยกเลิกทันที
ข. ความท้าทายใหม่ในการคุ้มครองสังคมที่เกิดจากนวัตกรรมเทคโนโลยี
ค. เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้สมาร์ทโฟน
ง. คนขอทานในปัจจุบันมีฐานะร่ำรวยกว่าคนทั่วไป
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ข้อความเน้นไปที่ 'การเปลี่ยนแปลงรูปแบบ' และ 'ความยากในการบังคับใช้กฎหมาย' ซึ่งสรุปได้ว่าเป็นความท้าทาย (Challenge) ในมิติของการคุ้มครองสังคมที่ต้องเผชิญกับเทคโนโลยีใหม่
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก เป็นการสรุปสุดโต่งเกินจริง ข้อ ค เป็นการคาดเดาสาเหตุที่ไม่ปรากฏในบทความ ข้อ ง เป็นทัศนคติเชิงลบที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาหลัก
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่มีการสรุปเกินจากสิ่งที่ข้อความให้มา (เช่น การบอกให้ยกเลิกกฎหมาย)
==============================
ข้อที่ 68
โจทย์: The 2026 Social Welfare Report highlights that 'resilience' is the key factor in supporting vulnerable groups during economic fluctuations. What does 'resilience' mean in this context?
ตัวเลือก:
ก. The ability to recover quickly from difficulties
ข. The increase of financial debt in households
ค. The total number of people living in poverty
ง. The government's decision to cut social budget
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ในบริบทของการพัฒนาสังคม Resilience หมายถึง 'ความยืดหยุ่น' หรือ 'ความสามารถในการฟื้นตัวจากสภาวะวิกฤต' ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายรัฐบาลในปี 2569
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข, ค, ง เป็นความหมายเชิงลบหรือไม่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะที่ช่วยสนับสนุนกลุ่มเปราะบางตามที่โจทย์ระบุ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสน Resilience กับ Resistance (ความต้านทาน)
==============================
ข้อที่ 69
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หน่วยงานราชการต้องดำเนินการตามข้อใดเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรม
ตัวเลือก:
ก. จัดตั้งกองทุนเงินกู้ยืมสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีจริยธรรมดีเด่น
ข. จัดให้มีการประเมินจริยธรรมเจ้าหน้าที่ทุกคนปีละ 4 ครั้ง
ค. จัดให้มีผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมประจําหน่วยงาน
ง. ส่งชื่อเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดจริยธรรมให้สื่อมวลชนทันทีเพื่อเป็นการประจาน
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 19 ของ พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมจริยธรรมประจําหน่วยงาน เพื่อให้คำปรึกษาและติดตามประเมินผล
อ้างอิง: พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 19
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ข ไม่มีระบุในกฎหมาย (เป็นตัวหลอก) ข้อ ง ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิและกระบวนการทางวินัย
ระวังหลุมพราง: มักสับสนระหว่าง 'หน้าที่ของ กมจ.' กับ 'หน้าที่ของหน่วยงาน'
==============================
ข้อที่ 70
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 การออกคำสั่งทางปกครองที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่จะต้องให้โอกาสคู่กรณีได้รับทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้ง 'ยกเว้น' กรณีใดตามมาตรา 30
ตัวเลือก:
ก. เมื่อมีความจำเป็นรีบด่วนหากปล่อยให้ล่าช้าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ
ข. เมื่อคู่กรณีมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักรและติดต่อได้ยาก
ค. เมื่อเจ้าหน้าที่ต้องการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันตามปีงบประมาณ
ง. เมื่อคู่กรณีเคยได้รับทราบข้อเท็จจริงนั้นจากสื่อมวลชนมาก่อนแล้ว
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 30 วรรคสอง (1) ระบุข้อยกเว้นที่ไม่ต้องให้คู่กรณีโต้แย้ง หากมีความจำเป็นรีบด่วน ซึ่งถ้าล่าช้าจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือจะทำให้การบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้นไม่สามารถทำได้
อ้างอิง: พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 วรรคสอง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข และ ง ไม่ใช่ข้อยกเว้นตามมาตรา 30 ส่วนข้อ ค เป็นเหตุผลทางธุรการส่วนตัวของหน่วยงาน ไม่สามารถนำมาละเมิดสิทธิการโต้แย้งของคู่กรณีได้
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อหลอกเรื่อง 'ความสะดวกของเจ้าหน้าที่' ซึ่งไม่ใช่ข้อยกเว้นตามกฎหมาย
==============================
ข้อที่ 71
โจทย์: ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการ 'จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ' ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตัวเลือก:
ก. จัดให้สมาชิกนิคมครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่
ข. จัดให้เฉพาะผู้ที่มีใบปริญญาทางการเกษตรเท่านั้น
ค. จัดที่ดินให้กรรมสิทธิ์ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่อาศัย
ง. สมาชิกนิคมสามารถขายที่ดินให้ใครก็ได้หลังจากอยู่ครบ 1 ปี
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ให้อธิบดีมีอำนาจอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมตามกำลังแห่งครอบครัวของสมาชิกนิคมนั้น แต่ไม่เกินครอบครัวละ 50 ไร่
อ้างอิง: มาตรา 8 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
สูตรจำ: นิคมสร้างตนเอง = ครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ไม่จำกัดวุฒิ, ค. ต้องทำประโยชน์ตามเงื่อนไขก่อน, ง. มีข้อห้ามโอน (ปกติคือ 5 ปีนับจากได้โฉนด/น.ส. 3)
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่อง 'กรรมสิทธิ์' เพราะในช่วงแรกจะได้เพียงสิทธิทำกิน (น.ค. 1) และมีเงื่อนไขการถือครองก่อนจะได้เอกสารสิทธิ์ (น.ค. 3) และมีข้อห้ามโอนภายในเวลาที่กำหนด
==============================
ข้อที่ 72
โจทย์: จากรายงานสภาวะประชากรไทยในเดือนมกราคม 2569 ระบุว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 มีจำนวน 416,574 คน ซึ่งลดลงจากปี 2567 ประมาณ 50,000 คน หากในปี 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงในอัตราส่วนที่เท่าเดิมเมื่อเทียบกับปี 2568 (คิดเป็นร้อยละโดยประมาณ) อยากทราบว่าในปี 2569 จะมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ประมาณกี่คน
ตัวเลือก:
ก. 346,585 คน
ข. 366,585 คน
ค. 386,585 คน
ง. 406,585 คน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การคำนวณ: อัตราการลดลงในปี 2568 เมื่อเทียบกับ 2567 คือ (50,000 / 466,574) x 100 ≈ 10.7% หรือมองเป็นตัวเลขกลมๆ คือลดลงปีละประมาณ 50,000 คน (ตามโจทย์ระบุว่า 'อัตราส่วนที่เท่าเดิมเมื่อเทียบกับปี 2568') หากลดลงอีก 50,000 คน จาก 416,574 จะเหลือ 366,574 คน ซึ่งใกล้เคียงตัวเลือก ข. ที่สุด (366,585) ตามสถิติคาดการณ์จริงปี 2569 ที่ระบุว่าการเกิดอาจต่ำกว่า 4 แสนคน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ต่ำเกินไป (ลดลงถึง 7 หมื่น), ข้อ ค. และ ง. สูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับวิกฤตการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2569
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'จำนวนที่ลดลง' กับ 'อัตราส่วนร้อยละที่ลดลง' โจทย์นี้ให้ใช้ตัวเลขจำนวนที่ลดลงคงที่ตามบริบทข่าวปี 2569
==============================
ข้อที่ 73
โจทย์: The 2026 digital transformation policy encourages government agencies to use ________ data for better policy making.
ตัวเลือก:
ก. obsolete
ข. aggregated
ค. confidential
ง. limited
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในยุค Digital Transformation ปี 2569 การนำข้อมูล 'aggregated' (ข้อมูลที่รวบรวมและสรุปผลมาแล้ว) มาใช้เป็นหัวใจสำคัญในการวางนโยบายที่แม่นยำ (Data-Driven Policy)
สูตรจำ: Data in 2026 = Aggregated & Integrated
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. obsolete (ล้าสมัย) - ผิด, ค. confidential (ความลับ) - ไม่เหมาะกับบริบทการส่งเสริมใช้ข้อมูล, ง. limited (จำกัด) - ตรงข้ามกับนโยบาย Big Data
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก 'confidential' (ความลับ) เพราะข้อมูลความลับมักถูกจำกัดการเข้าถึง ไม่ได้ส่งเสริมให้นำมาใช้ทั่วไปเพื่อวางนโยบายแบบเปิด
==============================
ข้อที่ 74
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ส่วนราชการต้องดำเนินการอย่างไรเป็นสำคัญ
ตัวเลือก:
ก. จัดทำแผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Map)
ข. จัดให้มีศูนย์บริการร่วม (Service Center)
ค. จัดทำโครงการจ้างพนักงานราชการเพิ่ม
ง. ยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานทั้งหมด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 30 และมาตรา 31 ระบุว่าเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามและขออนุญาตหลายเรื่องได้ในที่เดียว
อ้างอิง: มาตรา 30 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
สูตรจำ: ลดขั้นตอน = ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องผลสัมฤทธิ์, ค. ไม่ใช่การลดขั้นตอนแต่เป็นการเพิ่มงบฯ, ง. เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ/กฤษฎีกา ไม่ใช่ส่วนราชการทำได้เองทั้งหมด
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ซึ่งเป็นอีกหมวดหนึ่ง
==============================
ข้อที่ 75
โจทย์: The Department of Social Development and Welfare (DSDW) aims to provide ________ and rehabilitation for beggars to improve their quality of life.
ตัวเลือก:
ก. instruction
ข. protection
ค. punishment
ง. objection
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 คำว่า 'protection' (การคุ้มครอง) และ 'rehabilitation' (การฟื้นฟู) เป็นคำหลักที่ใช้ควบคู่กันเสมอในภารกิจหลัก
สูตรจำ: DSDW = Protection + Welfare (คุ้มครอง + สวัสดิการ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. instruction (การสอน/คำแนะนำ) ไม่ครอบคลุมเท่า protection, ค. punishment (การลงโทษ) ไม่ใช่เป้าหมายหลักในการปรับปรุงคุณภาพชีวิต, ง. objection (การคัดค้าน) ไม่เข้ากับบริบท
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก 'punishment' แม้การขอทานจะมีความผิดทางอาญา แต่ภารกิจหลักของกรมคือการคุ้มครองและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
==============================
ข้อที่ 76
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้นำระบบ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเปราะบางเพื่อลดความซ้ำซ้อนของสวัสดิการ' ข้อใดสรุปความจากข้อความนี้ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เจ้าหน้าที่กรมฯ จะถูกเลิกจ้างทั้งหมดเพราะมี AI มาทำงานแทน
ข. AI จะทำหน้าที่จ่ายเงินสวัสดิการให้กลุ่มเปราะบางโดยตรง
ค. การใช้เทคโนโลยีช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ง. กลุ่มเปราะบางทุกคนต้องใช้สมาร์ทโฟนเพื่อรับสวัสดิการ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: การนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ 'ลดความซ้ำซ้อน' สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภารกิจ ไม่ใช่การเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ทั้งหมดหรือบังคับใช้สมาร์ทโฟนกับทุกคน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง เป็นการสรุปแบบสุดโต่งที่ไม่มีข้อมูลรองรับในข้อความ ข้อ ข AI เป็นเพียงเครื่องมือวิเคราะห์ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายโดยตรงตามระเบียบงบประมาณ
ระวังหลุมพราง: อย่าตีความเกินกว่าที่โจทย์ให้มา (Over-interpretation) เช่น เรื่องการเลิกจ้างหรือการบังคับใช้สมาร์ทโฟน
==============================
ข้อที่ 77
โจทย์: ในฐานะพนักงานราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ พ.ศ. 2547 หากท่านต้องการลาออกจากตำแหน่ง ต้องยื่นหนังสือลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน
ตัวเลือก:
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน
ง. 60 วัน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 พนักงานราชการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากการปฏิบัติงาน ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อหัวหน้าส่วนราชการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันลาออก เว้นแต่หัวหน้าส่วนราชการจะเห็นสมควรให้ลาออกก่อนกำหนดนั้นได้
อ้างอิง: ระเบียบพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 28
สูตรจำ: ลาออก = 1 เดือน (30 วัน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: เป็นตัวเลขคงที่ตามระเบียบข้อ 28 ต้องอาศัยความจำ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับระเบียบการลาบางประเภทที่อาจสั้นกว่า แต่การลาออกคือ 30 วันเป็นมาตรฐาน
==============================
ข้อที่ 78
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการปฏิบัติหน้าที่โดย 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' จนทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ประชาชนต้องฟ้องร้องหน่วยงานหรือตัวเจ้าหน้าที่อย่างไร ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงต่อศาลแพ่ง
ข. ฟ้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (หน่วยงานต้นสังกัด)
ค. ฟ้องทั้งหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ร่วมกัน
ง. ฟ้องอธิบดีในฐานะผู้บังคับบัญชา
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ระบุว่า 'หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้'
อ้างอิง: มาตรา 5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องกรม, นอกหน้าที่ = ฟ้องตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตามกฎหมายนี้ หากทำในหน้าที่ ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง (ตัด ก, ค, ง ออก)
ระวังหลุมพราง: โจทย์หลอกเรื่อง 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ซึ่งจะมีผลในขั้นตอนที่หน่วยงาน 'ไล่เบี้ย' จากเจ้าหน้าที่ภายหลัง แต่ในขั้นตอนการฟ้องร้องของประชาชน ต้องฟ้องหน่วยงานเท่านั้นหากเป็นการกระทำ 'ในหน้าที่'
==============================
ข้อที่ 79
โจทย์: ข้อใดกล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ 'อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมการขอทาน
ข. มีอำนาจสั่งจำคุกผู้ที่กระทำการขอทานซ้ำซาก
ค. มีฐานะเป็นเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการขอทาน
ง. เป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 มาตรา 6 กำหนดให้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็น 'กรรมการและเลขานุการ' ของคณะกรรมการควบคุมการขอทาน โดยมี รมว.พม. เป็นประธาน
อ้างอิง: มาตรา 6 พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559
สูตรจำ: อธิบดี = เลขาฯ พม., รัฐมนตรี = ประธาน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด ประธานคือ รมว.พม., ข. ผิด อำนาจศาล, ง. ผิด การอุทธรณ์มักไปที่คณะกรรมการหรือตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ระวังหลุมพราง: ระวังตำแหน่งประธาน (เป็นของรัฐมนตรี) และอำนาจสั่งจำคุก (เป็นหน้าที่ของศาล)
==============================
ข้อที่ 80
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 'คนไร้ที่พึ่ง' หมายความว่าบุคคลในข้อใด
ตัวเลือก:
ก. บุคคลที่ตกงานและไม่มีเงินเก็บ
ข. บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ
ค. บุคคลที่หนีออกจากบ้านเนื่องจากปัญหาครอบครัว
ง. บุคคลที่เป็นขอทานในที่สาธารณะเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 นิยาม 'คนไร้ที่พึ่ง' ว่าหมายถึง บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และให้รวมถึงบุคคลที่อยู่ในสภาวะยากลำบากและไม่อาจพึ่งพาบุคคลอื่นได้
อ้างอิง: มาตรา 3 พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557
สูตรจำ: ไร้ที่พึ่ง = ไร้บ้าน + ไร้เงิน (พอกิน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นเพียงลักษณะย่อยหรือปัญหาเฉพาะส่วน แต่ ข เป็นนิยามตามกฎหมายที่ครอบคลุมเงื่อนไขหลัก (ที่อยู่ + รายได้)
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ขอทาน' (Beggar) ซึ่งมีกฎหมายแยกเฉพาะอีกฉบับ
==============================
ข้อที่ 81
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทำละเมิดต่อประชาชนโดย 'ความประมาทเลินเล่อธรรมดา' (ไม่ใช่ร้ายแรง) ในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องต่อใคร
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่คนนั้นโดยตรง
ข. ฟ้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ค. ฟ้องทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐร่วมกัน
ง. ฟ้องศาลปกครองเพื่อให้มีคำสั่งไล่ออก
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 หากเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียหายโดยตรง ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5
สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องกรม | นอกหน้าที่ = ฟ้องส่วนตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ค ผิดเพราะมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่หากเป็นการกระทำในหน้าที่ ข้อ ง ไม่ใช่ขั้นตอนการเรียกค่าสินไหมทดแทน
ระวังหลุมพราง: จำหลักการให้ดี: ปฏิบัติหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน, ส่วนตัว = ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่
==============================
ข้อที่ 82
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the social report: 'The Department of Social Development and Welfare is committed to providing _______ services to ensure that no one is left behind in the rapidly changing economy.'
ตัวเลือก:
ก. exclusive
ข. inclusive
ค. negligible
ง. redundant
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: Inclusive แปลว่า 'ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคน' หรือ 'ไม่ทอดทิ้งใคร' ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย No one left behind. ส่วน Exclusive (เฉพาะกลุ่ม), Negligible (น้อยมากจนละเลยได้), Redundant (ฟุ่มเฟือย/ซ้ำซ้อน) ไม่เข้ากับบริบท
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด Exclusive เพราะความหมายตรงข้ามกับ 'No one left behind', ตัด Negligible และ Redundant เพราะความหมายเชิงลบ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนระหว่าง Inclusive (ครอบคลุม) กับ Exclusive (กีดกัน/เฉพาะกลุ่ม) ซึ่งความหมายตรงข้ามกัน
==============================
ข้อที่ 83
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาทางปกครองเป็น 'คู่หมั้น' ของผู้ยื่นคำขอรับสวัสดิการสังคมในนิคมสร้างตนเอง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องดำเนินการอย่างไร
ตัวเลือก:
ก. สามารถพิจารณาต่อได้หากมั่นใจในความยุติธรรม
ข. ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรอคำสั่ง
ค. หยุดการพิจารณาและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อแต่งตั้งผู้อื่น
ง. ทำความเห็นเสนอหัวหน้าหน่วยงานว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 (2) เจ้าหน้าที่ที่เป็น 'คู่สมรสหรือคู่หมั้น' ของคู่กรณี ถือว่ามีเหตุที่ทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง ต้องหยุดการพิจารณาและแจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งการให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13
สูตรจำ: คู่สมรส-คู่หมั้น-ญาติสนิท-ศัตรู-เจ้าหนี้-ลูกหนี้ = ห้ามทำพิจารณา (มาตรา 13)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง ขัดต่อกฎหมายชัดเจนเรื่องความไม่เป็นกลาง ข้อ ข คลุมเครือแต่ข้อ ค ระบุขั้นตอนตามกฎหมายได้ชัดเจนกว่า
ระวังหลุมพราง: มักสับสนว่าต้องแจ้งก่อน หรือต้องหยุดทันที กฎหมายระบุห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นทำการพิจารณาทางปกครอง
==============================
ข้อที่ 84
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดเป็นประธานกรรมการ
ตัวเลือก:
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามมาตรา 7 คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (กสส.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานกรรมการ
อ้างอิง: พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 มาตรา 7
สูตรจำ: สวัสดิการชาติ = รมว.พม. นำทีม
เทคนิคการตัดช้อยส์: กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สังกัด พม. ดังนั้นประธานคณะกรรมการชุดหลักที่กำกับดูแลจึงต้องเป็น รมว.พม.
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับคณะกรรมการชุดอื่นที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ชุดนี้เป็นระดับกระทรวง พม.
==============================
ข้อที่ 85
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สมาชิกนิคมจะได้รับ 'หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค. 3)' เมื่อใด
ตัวเลือก:
ก. ทันทีที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน
ข. เมื่อทำประโยชน์ในที่ดินแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และชำระเงินช่วยค่าทุนทรัพย์ของรัฐเสร็จสิ้น
ค. เมื่อเป็นสมาชิกนิคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
ง. เมื่อสมาชิกมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 11 สมาชิกนิคมที่ทำประโยชน์ในที่ดินมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ชำระเงินค่าช่วยทุนทรัพย์ และชำระหนี้เกี่ยวกับกิจการนิคมเสร็จสิ้นแล้ว จึงจะได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์
อ้างอิง: พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มาตรา 11
สูตรจำ: 5 ปี + ใช้หนี้ครบ = จบที่ น.ค. 3
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ก เพราะขัดกับเจตนารมณ์ที่ต้องทดลองทำประโยชน์ก่อน ตัดข้อ ค และ ง เพราะตัวเลขปีและเงื่อนไขอายุไม่ปรากฏในมาตรา 11
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่บอกว่าให้ทันที หรือใช้จำนวนปีที่ผิด (เช่น 10 ปี)
==============================
ข้อที่ 86
โจทย์: ในสถานการณ์การบริหารงานโครงการปี 2569 หากท่านต้องประเมิน 'ความคุ้มค่า' ของโครงการฝึกอาชีพคนไร้ที่พึ่ง เครื่องมือใดต่อไปนี้มีความเหมาะสมที่สุดในการวัดผลตอบแทนทางสังคม
ตัวเลือก:
ก. SROI (Social Return on Investment)
ข. Break-Even Point (จุดคุ้มทุน)
ค. Inventory Management (การจัดการสินค้าคงคลัง)
ง. Gantt Chart
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: SROI เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและสรุปมูลค่าของผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ที่เกิดขึ้นจากโครงการเทียบกับงบประมาณที่ลงทุนไป ซึ่งตรงกับภารกิจของกรมที่สุด
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ใช้กับธุรกิจกำไร, ข้อ ค ใช้กับคลังสินค้า, ข้อ ง ใช้กับการวางแผนเวลา
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก Gantt Chart เพราะนั่นคือการวางแผน 'เวลา' ไม่ใช่ 'ความคุ้มค่า'
==============================
ข้อที่ 87
โจทย์: ในปี พ.ศ. 2569 ข้อมูลสถิติระบุว่าจำนวน 'ผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง' ในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด หากเขตหนึ่งมีผู้สูงอายุ 24,000 คน และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต้องจัดสรรงบประมาณดูแลเฉลี่ยคนละ 1,200 บาทต่อเดือน ถามว่าต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้สำหรับเขตดังกล่าวปีละเท่าใด
ตัวเลือก:
ก. 4,320,000 บาท
ข. 43,200,000 บาท
ค. 51,840,000 บาท
ง. 518,400,000 บาท
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ขั้นตอนการคำนวณ: 1) หาจำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง: 15% ของ 24,000 = (15/100) * 24,000 = 3,600 คน 2) คำนวณงบต่อเดือน: 3,600 * 1,200 = 4,320,000 บาทต่อเดือน 3) คำนวณงบต่อปี: 4,320,000 * 12 = 51,840,000 บาท
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก คือยอดต่อเดือน, ข้อ ข เป็นการคำนวณผิดตำแหน่งทศนิยม, ข้อ ง สูงเกินความเป็นจริงมากเกินไป
ระวังหลุมพราง: ระวังโจทย์ถามงบประมาณ 'ต่อปี' แต่ข้อมูลที่ให้มาเป็น 'ต่อเดือน' หากลืมคูณ 12 จะตอบข้อ ก ซึ่งผิด
==============================
ข้อที่ 88
โจทย์: จากบทความสถานการณ์สังคมไทย เมษายน 2569: 'การนำระบบ Digital Social ID มาใช้ช่วยลดความซ้ำซ้อนของการรับสวัสดิการ แต่ในขณะเดียวกันกลับสร้างกำแพงดิจิทัล (Digital Divide) ให้กับกลุ่มคนไร้ที่พึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้' ข้อใดคือสาระสำคัญที่บทความนี้ต้องการสื่อ
ตัวเลือก:
ก. Digital Social ID เป็นระบบที่ล้มเหลวในการจัดสวัสดิการ
ข. คนไร้ที่พึ่งควรได้รับการแจกสมาร์ทโฟนจากรัฐบาลทุกคน
ค. เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีในการจัดการข้อมูลและข้อเสียที่สร้างความเหลื่อมล้ำ
ง. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการควรยกเลิกการใช้ระบบดิจิทัล
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: บทความระบุถึงความสำเร็จ (ลดความซ้ำซ้อน) และปัญหา (กำแพงดิจิทัล/Digital Divide) ควบคู่กัน ซึ่งตรงกับลักษณะ 'เหรียญสองด้าน' ของเทคโนโลยี
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง สุดโต่งเกินไป บทความไม่ได้บอกว่าล้มเหลวหรือควรเลิก ข้อ ข เป็นการคาดเดาวิธีแก้ปัญหาที่บทความไม่ได้ระบุ
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อสรุปที่รุนแรงเกินไป (เช่น 'ล้มเหลว' หรือ 'ยกเลิก') ให้เลือกข้อที่เป็นกลางและครอบคลุมเนื้อหาทั้งสองด้าน
==============================
ข้อที่ 89
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ข้อใดต่อไปนี้ 'ไม่ถือว่า' เป็นการขอทาน
ตัวเลือก:
ก. การร้องเพลงเพื่อขอรับเงินบริจาคโดยมีการขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข. การแสดงกายกรรมในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ค. การนั่งพนมมือขอเงินบนสะพานลอย
ง. การอุ้มเด็กมานั่งรอรับเงินจากผู้สัญจรไปมา
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: มาตรา 13 ระบุว่า การแสดงความสามารถเพื่อขอรับทรัพย์สินจากผู้ชม ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด (ต้องมีการแจ้งต่อพนักงานท้องถิ่น) ไม่ถือว่าเป็นการขอทาน
อ้างอิง: พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 มาตรา 13
สูตรจำ: แสดงความสามารถ + แจ้งเจ้าถิ่น = ไม่ใช่ขอทาน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ข ถึงแม้จะแสดงกายกรรมแต่ถ้าไม่ขออนุญาตก็เสี่ยงถูกตีความเป็นการขอทาน ส่วน ค และ ง คือนิยามของการขอทานชัดเจน
ระวังหลุมพราง: การแสดงความสามารถจะเป็นข้อยกเว้นก็ต่อเมื่อมีการแจ้งหรือขออนุญาตตามระเบียบ หากไม่แจ้งจะถือว่าเป็นการขอทาน
==============================
ข้อที่ 90
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อส่วนราชการได้รับคำร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติราชการ ต้องดำเนินการแจ้งผลให้ผู้ร้องทราบภายในกี่วัน
ตัวเลือก:
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน
ง. โดยเร็วที่สุด
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 41 เมื่อมีการเสนอแนะหรือร้องเรียนต่อส่วนราชการ ให้ส่วนราชการนั้นพิจารณาและแจ้งผลให้ผู้เสนอแนะหรือผู้ร้องเรียนทราบภายใน 15 วัน
อ้างอิง: พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 41
สูตรจำ: ร้องเรียนมา-บริหารดี-15 วันรู้ผล
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัดข้อ ข ค และ ง เพราะเลข 15 วันเป็นมาตรฐานเฉพาะที่ระบุใน พ.ร.ฎ. นี้ มาตรา 41
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลข 15 วัน (รับเรื่อง) กับ 30 วัน (กฎหมายอื่น)
==============================
ข้อที่ 91
โจทย์: Fill in the blank: 'Social workers are responsible for advocating for policies that promote social ______, ensuring every citizen has equal access to basic welfare.'
ตัวเลือก:
ก. exclusion
ข. justice
ค. conflict
ง. segregation
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: คำว่า 'Social Justice' (ความยุติธรรมทางสังคม) เป็นคำศัพท์หลักในวงการพัฒนาสังคม หมายถึงการทำให้ทุกคนในสังคมได้รับโอกาสและสิทธิที่เท่าเทียมกัน
อ้างอิง: International Federation of Social Workers (IFSW) Definitions
สูตรจำ: Social Justice = Equality (ยุติธรรม = เท่าเทียม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. exclusion (การกีดกัน) ค. conflict (ความขัดแย้ง) ง. segregation (การแบ่งแยก) ทั้งหมดขัดกับหลักการพัฒนาสังคม
ระวังหลุมพราง: ระวังคำที่ลงท้ายด้วย -ion หรือ -ice ที่ดูเป็นทางการแต่ความหมายลบ
==============================
ข้อที่ 92
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 'คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (กมจ.)' มีอำนาจหน้าที่สำคัญตามข้อใดตามมาตรา 13
ตัวเลือก:
ก. พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยของข้าราชการ
ข. เสนอแนะและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายและมาตรฐานทางจริยธรรมต่อคณะรัฐมนตรี
ค. กำหนดโทษจำคุกสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนจริยธรรม
ง. จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติด้านจริยธรรมเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 13 กมจ. มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายและมาตรฐานทางจริยธรรมต่อคณะรัฐมนตรี รวมถึงตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้
อ้างอิง: พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 13
สูตรจำ: กมจ. = กุนซือจริยธรรม (แนะนำ/ปรึกษา/ตีความ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นหน้าที่ของ ก.พ.ค. ค. กมจ. ไม่มีอำนาจสั่งจำคุก เป็นเรื่องของศาลอาญา ง. ไม่มีระบุในอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 13
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนหน้าที่ของ กมจ. กับ ก.พ. หรือ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ (ก.พ.ค.) ซึ่งดูเรื่องวินัยเป็นหลัก
==============================
ข้อที่ 93
โจทย์: ภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เมื่อส่วนราชการได้รับคำร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะจากประชาชนเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการ จะต้องดำเนินการอย่างไรตามมาตรา 41
ตัวเลือก:
ก. แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบว่าได้รับเรื่องไว้แล้วภายใน 30 วัน
ข. ส่งเรื่องให้สำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณาวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว
ค. พิจารณาดำเนินการและแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบผลการดำเนินการภายในเวลาอันสมควร
ง. เก็บรวบรวมไว้เพื่อสรุปรายงานปีละ 1 ครั้ง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 41 บัญญัติว่า เมื่อส่วนราชการได้รับคำร้องเรียน เสนอแนะ หรือความคิดเห็น ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นที่จะต้องพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว และแจ้งให้ผู้ร้องเรียนหรือเสนอแนะทราบผลการดำเนินการเท่าที่จะทำได้ภายในเวลาอันสมควร
อ้างอิง: พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 41
สูตรจำ: ใครร้องมา...ต้องพิจารณา...และแจ้งผล (ในเวลาอันสมควร)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ระบุตัวเลข 30 วันซึ่งไม่มีในมาตรานี้ ข. เป็นภาระหน้าที่ของส่วนราชการเองไม่ใช่ ก.พ.ร. ง. เป็นการประวิงเวลา ขัดต่อหลักการบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลขจำนวนวัน เช่น 15 วัน หรือ 30 วัน ซึ่งกฎหมายมาตรานี้ใช้คำว่า 'เวลาอันสมควร'
==============================
ข้อที่ 94
โจทย์: Choose the most appropriate word to complete the sentence: 'The DSDW aims to ______ the quality of life for the homeless by providing them with necessary skills and resources for self-reliance.'
ตัวเลือก:
ก. deteriorate
ข. enhance
ค. neglect
ง. suspend
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของการพัฒนาสังคมและการยกระดับคุณภาพชีวิต คำที่เหมาะสมที่สุดคือ 'enhance' ซึ่งแปลว่า เสริมสร้างหรือทำให้ดีขึ้น เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งสามารถพึ่งพาตนเองได้
อ้างอิง: Mission Statement of the Department of Social Development and Welfare
สูตรจำ: Enhance = Increase quality (ยกระดับให้ดีขึ้น)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. deteriorate แปลว่า ทำให้เสื่อมลง (ความหมายตรงข้าม) ค. neglect แปลว่า ทอดทิ้ง (ผิดพันธกิจ) ง. suspend แปลว่า ระงับ/พักไว้ (ไม่เข้ากับบริบทการพัฒนา)
ระวังหลุมพราง: ระวังคำศัพท์ที่มีความหมายเชิงลบซึ่งมักจะถูกนำมาหลอกในข้อสอบเกี่ยวกับพันธกิจหน่วยงาน
==============================
ข้อที่ 95
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ในกรณีที่มีความจำเป็น คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งหรือชี้แจง แต่เจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธไม่ให้ตรวจดูเอกสารนั้นได้ในกรณีใดตามมาตรา 31
ตัวเลือก:
ก. เมื่อคู่กรณีไม่ได้แต่งตั้งทนายความมาด้วย
ข. เมื่อเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่ยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์
ค. เมื่อต้องรักษาไว้เป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ
ง. เมื่อคู่กรณีเคยมาขอตรวจดูแล้วเกิน 2 ครั้ง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 31 บัญญัติว่า สิทธิในการตรวจดูเอกสารจะไม่รวมถึงเอกสารที่ต้องรักษาไว้เป็นความลับเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความลับเฉพาะของบุคคล
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 31
สูตรจำ: ดูได้ทุกอย่าง...ยกเว้น 'ลับ' (มั่นคง/สงบ/ส่วนตัว)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. และ ง. เป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นมาเองไม่มีในกฎหมาย ข. เอกสารที่ยังไม่เสร็จอาจขอตรวจดูได้หากจำเป็นต่อการโต้แย้ง เว้นแต่จะเป็นร่างความเห็นเบื้องต้นภายใน แต่หลักมาตรา 31 เน้นเรื่อง 'ความลับ' เป็นสำคัญ
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือกที่ดูเหมือนเป็นระเบียบธุรการ (เช่น จำนวนครั้งที่ดู) ซึ่งไม่มีระบุในกฎหมายหลัก
==============================
ข้อที่ 96
โจทย์: ในทางกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน 'ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ' เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต องค์ประกอบสำคัญที่สุดที่ทำให้ผิดมาตรานี้คืออะไร
ตัวเลือก:
ก. ต้องเป็นการกระทำที่ได้รับเงินสินบนเท่านั้น
ข. ต้องเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ค. ต้องมี 'เจตนาพิเศษ' เพื่อให้เกิดความเสียหายหรือโดยทุจริต
ง. ต้องกระทำนอกเหนือเวลาราชการ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: มาตรา 157 กำหนดความผิดที่เป็น 'เจตนาพิเศษ' คือต้องทำ 'เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด' หรือ 'โดยทุจริต' หากขาดองค์ประกอบนี้แม้จะปฏิบัติหน้าที่ผิดระเบียบก็อาจไม่เข้าข่ายมาตรา 157
อ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
สูตรจำ: 157 = เจ้าพนักงาน + หน้าที่ + มิชอบ + (เพื่อให้เสียหาย หรือ ทุจริต)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. การรับสินบนเป็นความผิดตามมาตรา 149 ข. ประมาทไม่ผิดมาตรา 157 เพราะต้องเป็นเจตนา ง. เวลาไม่ใช่องค์ประกอบความผิดตราบใดที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่
ระวังหลุมพราง: คนส่วนใหญ่มักคิดว่าแค่ทำผิดระเบียบก็ผิด 157 แล้ว แต่ในทางอาญาต้องพิสูจน์ 'เจตนาพิเศษ' ด้วย
==============================
ข้อที่ 97
โจทย์: บทความข่าวเมษายน 2569: 'รัฐบาลเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจสีเงิน เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในภาคบริการสังคม โดยเน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่สถานประกอบการที่จ้างงานกลุ่มเปราะบาง' จากข้อความข้างต้น ข้อใดสรุปสาระสำคัญได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. รัฐบาลต้องการเก็บภาษีจากสถานประกอบการที่จ้างผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
ข. กฎหมายใหม่จะบังคับให้ทุกบริษัทต้องจ้างคนเปราะบางอย่างน้อย 5%
ค. มีการใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจในการสร้างงานให้กับกลุ่มเป้าหมายของ พม.
ง. สถานประกอบการในภาคการผลิตจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากร่างกฎหมายนี้
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: จากข้อความ 'เน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่สถานประกอบการที่จ้างงานกลุ่มเปราะบาง' ชัดเจนว่าเป็นการใช้แรงจูงใจทางการเงิน (ภาษี) เพื่อเป้าหมายทางสังคม (การจ้างงานกลุ่มเปราะบาง) ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต้องสนับสนุน
อ้างอิง: นโยบายการจัดสวัสดิการสังคมเชิงรุก ปี 2569
สูตรจำ: สิทธิประโยชน์ = ลด/งด (ไม่ใช่เก็บเพิ่ม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะบทความบอกว่าให้สิทธิประโยชน์ (ลดหย่อน) ไม่ใช่เก็บเพิ่ม ข. ผิดเพราะบทความไม่ได้ระบุสัดส่วนการบังคับ ง. ผิดเพราะบทความเน้นภาคบริการสังคม
ระวังหลุมพราง: อย่าสรุปเกินเนื้อหาที่บทความระบุ เช่น การเดาตัวเลข 5% หรือการระบุภาคการผลิตที่บทความไม่ได้กล่าวถึง
==============================
ข้อที่ 98
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก 'ในการปฏิบัติหน้าที่' และผู้เสียหายได้ฟ้องกรมฯ จนต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรมฯ จะมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชดใช้เงินคืน (ไล่เบี้ย) ได้ในกรณีใดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. เจ้าหน้าที่กระทำไปโดยความประมาทเลินเล่อธรรมดา
ข. เจ้าหน้าที่กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ค. เจ้าหน้าที่ไม่มีเงินเพียงพอจะจ่ายให้ผู้เสียหายในตอนแรก
ง. เป็นการทำละเมิดนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 หากหน่วยงานรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายจากการละเมิดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ได้ก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นด้วย 'ความจงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง'
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8
สูตรจำ: ไล่เบี้ยได้ = จงใจ + ประมาทอย่างร้ายแรง (ธรรมดาๆ ไม่โดน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ประมาทเลินเล่อธรรมดา ไล่เบี้ยไม่ได้ (คุ้มครองเจ้าหน้าที่) ค. ไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายในการไล่เบี้ย ง. หากทำนอกหน้าที่ ผู้เสียหายต้องฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับมาตรา 8
ระวังหลุมพราง: ระวังคำว่า 'ประมาทเลินเล่อธรรมดา' ซึ่งหน่วยงานต้องรับผิดเองและไล่เบี้ยไม่ได้
==============================
ข้อที่ 99
โจทย์: จากการประมาณการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการ 'สร้างความคุ้มครองทางสังคมเพื่อคนทุกช่วงวัย' จำนวน 14,000 ล้านบาท หากงบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท อยากทราบว่างบประมาณในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
ตัวเลือก:
ก. 10%
ข. 12%
ค. 15%
ง. 18%
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: คำนวณจากสูตร (ค่าใหม่ - ค่าเก่า) / ค่าเก่า * 100 แทนค่าได้เป็น (14,000 - 12,500) / 12,500 * 100 = 1,500 / 12,500 * 100 = 12% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมในปี 2569 เพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society)
อ้างอิง: พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ประมาณการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ)
สูตรจำ: เพิ่มจากไหน เอาอันนั้นเป็นฐาน (ส่วนต่างหารค่าเก่า)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. 10% ของ 12,500 คือ 1,250 (น้อยไป) ค. 15% ของ 12,500 คือ 1,875 (มากไป) ง. 18% ของ 12,500 คือ 2,250 (มากเกินไป)
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่างการหา 'ส่วนต่าง' กับ 'เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น' โดยเอา 1,500 ไปหาร 14,000 (ค่าใหม่) แทนที่จะเป็น 12,500 (ค่าเดิม)
==============================
ข้อที่ 100
โจทย์: อายุความในการที่หน่วยงานของรัฐจะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (ไล่เบี้ย) ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ มีกำหนดระยะเวลาเท่าใดตามมาตรา 10
ตัวเลือก:
ก. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่
ข. 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
ค. 2 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์ละเมิด
ง. 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 10 วรรคสอง ระบุสิทธิเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย
อ้างอิง: พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 10 วรรคสอง
สูตรจำ: จ่ายเงินไปวันไหน...เริ่มนับ 1 ปี (ไล่เบี้ย)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นหลักทั่วไปของละเมิดปกติ ข. ถูกต้องตามวรรคสอง ค. เป็นอายุความกรณีเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานรัฐโดยตรง (วรรคหนึ่ง) ง. เป็นอายุความสะดุดหยุดลงหรืออายุความยาวซึ่งไม่ใช่ประเด็นหลักของมาตรานี้
ระวังหลุมพราง: สับสนกับมาตรา 10 วรรคหนึ่ง (กรณีเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานโดยตรง) ซึ่งใช้อายุความ 2 ปีนับแต่รู้
#เทคนิคทำข้อสอบพม #สูตรลัดตัดชอยส์ #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม69 #แนวข้อสอบพม #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #บริหารเวลาสอบราชการ #สอบภาคข #นักพัฒนาสังคม #เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #ติวสอบพม2569 #ข้อสอบจริงพม #กระทรวงพม #สวัสดิการสังคม #สอบข้าราชการ69
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น