ข้อที่ 1
โจทย์: ปี พ.ศ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ 'Central Fraud Registry (CFR)' เพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นหลัก?
ตัวเลือก:
ก. ใช้เก็บประวัติลายนิ้วมือของผู้ทำบัตรประชาชนใหม่
ข. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลธนาคารเพื่อตรวจสอบและระงับเส้นทางการเงินของบัญชีม้า
ค. ใช้ตรวจสอบประวัติการจราจรทางบก
ง. ใช้จัดการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: CFR หรือ Central Fraud Registry เป็นฐานข้อมูลกลางที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน (ปี 2569) และธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ร่วมกับตำรวจเพื่อตรวจจับบัญชีม้าเชิงรุกและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่น (มหาดไทย, คมนาคม, เกษตรฯ) และไม่ใช่ระบบที่เน้นปราบปราม Fraud โดยตรง
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับระบบจัดเก็บฐานข้อมูลอาชญากรทั่วไป (Criminal Database)
==============================
ข้อที่ 2
โจทย์: บทความ: 'ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในปี 2569 ช่วยให้การพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลสามารถวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีความละเอียดต่ำให้ชัดเจนขึ้น (Image Enhancement) อย่างไรก็ตาม การใช้ AI สร้างภาพปลอมหรือ Deepfake ก็กลายเป็นอุปสรรคใหม่ในการสืบสวน' จากข้อความข้างต้น ข้อใดสรุปได้ถูกต้องที่สุด?
ตัวเลือก:
ก. AI ทำให้กล้องวงจรปิดทุกตัวมีความละเอียดสูงขึ้น
ข. เทคโนโลยี AI เป็นดาบสองคมในงานสืบสวนสอบสวน
ค. Deepfake เป็นเทคโนโลยีที่เลิกใช้แล้วในปี 2569
ง. ตำรวจพิสูจน์หลักฐานไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของมนุษย์อีกต่อไป
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความระบุถึงทั้งประโยชน์ (การเพิ่มความชัดของภาพ) และโทษ (Deepfake เป็นอุปสรรค) ซึ่งตรงกับนิยามของ 'ดาบสองคม'
สูตรจำ: สรุปความต้อง 'ครอบคลุม' และ 'ไม่มโน' เกินข้อความ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิดเพราะ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพ ไม่ได้เปลี่ยนตัวเครื่องกล้อง ค. ผิดเพราะบทความบอกว่าเป็นอุปสรรคใหม่ ง. ผิดเพราะบทความไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของมนุษย์
ระวังหลุมพราง: อย่าสรุปเกินเนื้อหาที่บทความให้ไว้ (Over-generalization)
==============================
ข้อที่ 3
โจทย์: จากรายงานสถิติอาชญากรรมออนไลน์ของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ในช่วง 4 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวม 7,480 ล้านบาท โดยกลุ่มการหลอกลวงเชิงผลประโยชน์และลงทุนสร้างความเสียหายสูงสุดเป็นเงิน 5,998.96 ล้านบาท อยากทราบว่ามูลค่าความเสียหายจากกลุ่มการลงทุนคิดเป็นร้อยละเท่าใดของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด (โดยประมาณ)?
ตัวเลือก:
ก. ร้อยละ 60.2
ข. ร้อยละ 69.9
ค. ร้อยละ 80.2
ง. ร้อยละ 85.5
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: จากการคำนวณ (5,998.96 / 7,480) x 100 = 80.20% ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสถิติอาชญากรรมไซเบอร์ไตรมาสแรกปี 2569 ที่ระบุว่าแม้จำนวนคดีลงทุนจะน้อยกว่าการหลอกขายสินค้า แต่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึงร้อยละ 80.2 ของมูลค่ารวมทั้งหมด
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัวเลือก ข (69.9) คือสัดส่วน 'จำนวนคดี' ของการหลอกขายสินค้า ไม่ใช่มูลค่าเสียหาย ส่วน ก และ ง เป็นตัวเลขหลอกที่ไม่มีในฐานข้อมูลสถิติปี 2569
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนระหว่าง 'จำนวนคดี' (ซึ่งการหลอกขายสินค้ามีสัดส่วนสูงสุดที่ 69.9%) กับ 'มูลค่าความเสียหาย' (ซึ่งการลงทุนมีสัดส่วนสูงสุดที่ 80.2%)
==============================
ข้อที่ 4
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ข้อใด 'ไม่ใช่' หนึ่งในมาตรฐานทางจริยธรรม 7 ประการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ?
ตัวเลือก:
ก. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ
ข. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกกรณี
ค. คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
ง. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 5 เน้นความซื่อสัตย์สุจริตและการกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง (ข้อ 3) ไม่ใช่การทำตามคำสั่ง 'ทุกกรณี' หากคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องชอบธรรม
อ้างอิง: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5
สูตรจำ: 7 จริยธรรม: ชาติ-ซื่อ-กล้า-กลาง-มุ่ง-ธรรม-ภาพ (สถาบันหลัก-ซื่อสัตย์-กล้าตัดสินใจ-ส่วนรวม-ผลสัมฤทธิ์-เป็นธรรม-ภาพลักษณ์)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นข้อความตรงตามมาตรา 5 (1), (4), (5) ตามลำดับ
ระวังหลุมพราง: ตัวเลือก ข ดูเหมือนจะดี แต่คำว่า 'ทุกกรณี' คือตัวหลอก เพราะต้องยึดความ 'ถูกต้องชอบธรรม' เป็นหลัก
==============================
ข้อที่ 5
โจทย์: พิจารณาความสัมพันธ์ของคู่คำต่อไปนี้: 'ลายนิ้วมือ : อัตลักษณ์' มีความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกับข้อใด?
ตัวเลือก:
ก. ดีเอ็นเอ : เลือด
ข. รหัสผ่าน : ความปลอดภัย
ค. เข็มทิศ : ทิศทาง
ง. ใบหน้า : การสแกน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ความสัมพันธ์คือ 'สิ่งหน้า' เป็น 'เครื่องมือหรือสิ่งที่ใช้ยืนยัน/สร้าง' 'สิ่งหลัง' ลายนิ้วมือใช้ยืนยันอัตลักษณ์ (Identity) เช่นเดียวกับรหัสผ่านที่ใช้สร้าง/ยืนยันความปลอดภัย (Security) ในระบบดิจิทัล
สูตรจำ: หน้าใช้ยืนยันหลัง: ลายนิ้วมือยืนยันอัตลักษณ์ รหัสผ่านยืนยันความปลอดภัย
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ดีเอ็นเอส่วนใหญ่พบในเลือดแต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเครื่องมือยืนยันโดยตรงในเชิงเปรียบเทียบนี้ ค. เข็มทิศบอกทิศทางแต่ไม่ใช่การยืนยันความเฉพาะตัว (Identity) ง. การสแกนคือวิธีการ ไม่ใช่นิยามผลลัพธ์
ระวังหลุมพราง: ระวังตัวเลือก ค ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ 'เครื่องมือ : สิ่งที่ใช้บอก' แต่ลายนิ้วมือกับอัตลักษณ์เป็นความสัมพันธ์เชิงนิยามการยืนยันตัวตนที่จำเพาะเจาะจงกว่า
==============================
ข้อที่ 6
โจทย์: ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ. 2556 หนังสือประทับตรา แทนการลงชื่อ 'หัวหน้าส่วนราชการระดับกองบังคับการ' ให้ใช้ประทับตราในกรณีใด?
ตัวเลือก:
ก. การส่งสำเนาสิ่งพิมพ์ที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ข. การสั่งการในเรื่องที่สำคัญและมีผลกระทบสูง
ค. การขออนุมัติงบประมาณประจำปี
ง. การตอบรับหนังสือจากนายกรัฐมนตรี
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: หนังสือประทับตรา (ใช้ตราชื่อส่วนราชการประทับแทนการลงชื่อ) ใช้ในกรณีเรื่องที่ไม่สำคัญนัก เช่น การขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม การส่งสำเนาสิ่งพิมพ์/ประกาศ หรือการตอบรับหนังสือในเรื่องที่ไม่มีความสำคัญทางการเมืองหรือความมั่นคง
อ้างอิง: ระเบียบ สตช. ลักษณะที่ 54 งานสารบรรณ พ.ศ. 2556 ข้อ 13
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข, ค, ง เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้ 'หนังสือภายนอก' และต้องมีการลงลายมือชื่อ (Signature) ของหัวหน้าส่วนราชการ
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับ 'หนังสือภายนอก' ซึ่งต้องมีการลงชื่อผู้รับผิดชอบชัดเจนเสมอในเรื่องสำคัญ
==============================
ข้อที่ 7
โจทย์: ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไรก่อนออกคำสั่ง?
ตัวเลือก:
ก. แจ้งผลการวินิจฉัยทันทีเพื่อความรวดเร็ว
ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน
ค. ส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาก่อนทุกครั้ง
ง. เรียกคู่กรณีมาทำทัณฑ์บนไว้ก่อน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 30 กำหนดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญว่า ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน
อ้างอิง: พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30
สูตรจำ: จะกระทบสิทธิ ต้อง 'เปิดหู' (รับฟัง) และ 'เปิดโอกาส' (ให้โต้แย้ง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขัดต่อหลักการรับฟัง ค. ศาลปกครองมีหน้าที่ตรวจสอบภายหลัง ง. ไม่มีในบทบัญญัติกฎหมายนี้
ระวังหลุมพราง: ระวังข้อยกเว้นในมาตรา 30 วรรคสอง (เช่น กรณีเร่งด่วน) แต่โจทย์ถามหลักปฏิบัติทั่วไป
==============================
ข้อที่ 8
โจทย์: Read the following scenario: 'Forensic experts discovered a suspect's digital footprint on the encrypted server. They used advanced decryption tools to recover deleted logs.' Which word is the closest in meaning to 'recover'?
ตัวเลือก:
ก. Retain
ข. Retrieve
ค. Replace
ง. Reveal
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล recover หมายถึงการกู้คืนข้อมูลที่สูญหายหรือถูกลบไป ซึ่งคำว่า Retrieve หมายถึงการดึงข้อมูลกลับมาหรือการเข้าถึงข้อมูลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (To get something back from a place)
สูตรจำ: Recover = Retrieve = กู้คืน/ดึงกลับ
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. Retain (รักษา) ค. Replace (แทนที่) ง. Reveal (เปิดเผย - แม้ความหมายจะใกล้เคียงแต่การกู้ข้อมูลดิจิทัลใช้ Retrieve ชัดเจนกว่า)
ระวังหลุมพราง: Retain แปลว่า 'รักษาไว้' ซึ่งมักใช้กับข้อมูลที่ยังไม่หายไป อย่าสับสนกับ Retrieve
==============================
ข้อที่ 9
โจทย์: ข้อใดใช้คำสรรพนามในหนังสือภายนอก (ตามระเบียบงานสารบรรณ) ได้ถูกต้องที่สุด ในกรณีที่ส่วนราชการระดับกรมมีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ?
ตัวเลือก:
ก. ข้าพเจ้า - ท่าน
ข. กระผม - ท่าน
ค. ส่วนราชการนี้ - ท่าน
ง. กรม... - ท่าน
เฉลย: ตอบข้อ ง
คำอธิบาย: ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การใช้สรรพนามในหนังสือราชการภายนอก ให้ใช้ชื่อส่วนราชการนั้นๆ หรือตำแหน่งเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1 และใช้คำว่า 'ท่าน' เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 สำหรับบุคคลทั่วไปหรือตำแหน่งระดับสูง
อ้างอิง: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ภาคผนวก 2
สูตรจำ: หนังสือกรม ใช้ชื่อกรม หนังสือตำแหน่ง ใช้ชื่อตำแหน่ง
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ข เป็นภาษาพูดหรือภาษาหนังสือส่วนตัว ค เป็นรูปแบบที่ไม่นิยมใช้ในระเบียบงานสารบรรณไทย
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ 'ข้าพเจ้า' หรือ 'กระผม' ซึ่งจะใช้ในกรณีเฉพาะหรือหนังสือส่วนบุคคล ไม่ใช่หนังสือราชการในนามหน่วยงาน
==============================
ข้อที่ 10
โจทย์: Choose the grammatically correct sentence for an official 2026 report.
ตัวเลือก:
ก. The new biometric system will implemented next month.
ข. The new biometric system will be implement next month.
ค. The new biometric system will be implemented next month.
ง. The new biometric system implemented next month.
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ประโยคนี้ต้องการใช้ Future Passive Voice (S + will be + V.3) เพราะระบบ (System) ไม่สามารถดำเนินการเองได้ แต่ต้อง 'ถูกนำไปปฏิบัติ' (be implemented)
สูตรจำ: ถูกทำในอนาคต = Will + be + V.3
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ขาด be ข. หลัง be ต้องเป็น V.3 (implemented) ง. ขาดกริยาช่วย (will be) ทำให้สื่อความหมายอนาคตไม่ได้
ระวังหลุมพราง: ระวังลืม 'be' หรือใช้ V.1 หลัง be ในรูป Passive Voice
#ติวสอบตำรวจพิสูจน์หลักฐาน #ข้อสอบพฐ2 #ข้อสอบพฐ3 #สอบตำรวจ2569 #สอบตำรวจ69 #แนวข้อสอบตำรวจ #พิสูจน์หลักฐานตำรวจ #เตรียมสอบตำรวจ #นายร้อยตำรวจ #นายสิบตำรวจ #ตำรวจวิทยาการ #ติวสอบข้าราชการ #สายอำนวยการ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ติวข้อสอบตำรวจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น