ข้อที่ 51
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดระเบียบราชการในระดับ 'จังหวัด'?
ตัวเลือก:
ก. จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการส่วนภูมิภาค
ข. จังหวัดมีฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
ค. อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบังคับบัญชาข้าราชการในจังหวัด
ง. การตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตจังหวัด ให้ตราเป็น 'พระราชกฤษฎีกา'
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 52 จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นการจัดระเบียบราชการส่วนภูมิภาค โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับนโยบายจากรัฐบาลมาปฏิบัติ
อ้างอิง: มาตรา 52 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
สูตรจำ: จังหวัด/อำเภอ = ภูมิภาค, จังหวัด = นิติบุคคล (อำเภอไม่ใช่)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดเพราะจังหวัดไม่ใช่ท้องถิ่น ค ผู้ว่าฯ มีอำนาจสูงสุดในจังหวัด ง ผิดเพราะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ (มาตรา 52)
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่องกฎหมายที่ใช้จัดตั้งจังหวัด ต้องเป็น 'พระราชบัญญัติ' ไม่ใช่พระราชกฤษฎีกา
==============================
ข้อที่ 52
โจทย์: คำขึ้นต้นที่ถูกต้องในการเขียนหนังสือภายนอกถึง 'อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ' ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ คือข้อใด
ตัวเลือก:
ก. นมัสการ
ข. กราบเรียน
ค. เรียน
ง. ถึง
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตามระเบียบงานสารบรรณ ตำแหน่งอธิบดีไม่ใช่บุคคลที่ต้องใช้คำขึ้นต้นพิเศษ (เช่น กราบเรียน ที่ใช้กับนายกฯ หรือประธานองคมนตรี) ดังนั้นให้ใช้คำขึ้นต้นมาตรฐานคือ 'เรียน'
สูตรจำ: อธิบดี/ปลัด = เรียน, นายกฯ/สภา = กราบเรียน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ใช้กับพระสงฆ์ ข ใช้กับประธานระดับสูง (14 ตำแหน่งสำคัญ) ง เป็นภาษาไม่เป็นทางการ
ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้คำว่า 'กราบเรียน' ซึ่งคนทั่วไปมักใช้ผิดด้วยความเกรงใจ แต่ในทางราชการมีกำหนดไว้เฉพาะบุคคลสำคัญเท่านั้น
==============================
ข้อที่ 53
โจทย์: If the social worker ______ the report by 5 PM yesterday, the client would have received their emergency fund sooner.
ตัวเลือก:
ก. finished
ข. has finished
ค. had finished
ง. would finish
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: โจทย์เป็นโครงสร้าง If-Clause Type 3 (Unreal Past) ซึ่งแสดงเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต โครงสร้างคือ If + Past Perfect (had + V.3), would have + V.3
สูตรจำ: อดีตที่เสียดาย (Type 3) = Had V.3 คู่กับ Would have V.3
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก (Type 2) ข (Present Perfect ใช้ไม่ได้ใน If-clause) ง (Wrong Structure)
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนกับ Type 2 (Past Simple) ที่ใช้กับเหตุการณ์สมมติในปัจจุบัน
==============================
ข้อที่ 54
โจทย์: ข้อใดคือใจความสำคัญของบทความเรื่อง 'Virtual Bank กับความท้าทายของกลุ่มเปราะบาง 2026' ที่ระบุว่า 'การเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลที่ง่ายขึ้นอาจเป็นดาบสองคม หากขาดมาตรการกำกับ Finfluencer ที่โน้มน้าวคนรุ่นใหม่ให้ก่อหนี้เกินตัว'?
ตัวเลือก:
ก. Virtual Bank จะช่วยให้คนจนหมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2570
ข. เทคโนโลยีทางการเงินต้องมาคู่กับการควบคุมการให้ข้อมูลที่สร้างภาระหนี้
ค. Finfluencer คืออาชีพที่รัฐบาลควรส่งเสริมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
ง. กลุ่มเปราะบางไม่ควรเข้าถึงเทคโนโลยี Virtual Bank เพราะเสี่ยงเกินไป
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: บทความเน้นย้ำเรื่อง 'ดาบสองคม' ของความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อ และระบุถึงความจำเป็นในการกำกับดูแล Finfluencer เพื่อป้องกันการโน้มน้าวให้เกิดหนี้เกินตัว ซึ่งตรงกับข้อ ข ที่เน้นเรื่องการควบคุมการให้ข้อมูลควบคู่ไปกับเทคโนโลยี
สูตรจำ: ดาบสองคม = มีทั้งดีและเสีย -> ต้องมีการควบคุม (Control)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก เพราะเกินจริง ตัด ค เพราะบทความมองว่าเป็นความเสี่ยงไม่ใช่การส่งเสริม ตัด ง เพราะบทความไม่ได้ห้ามเข้าถึงแต่ให้ระวังมาตรการกำกับ
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือกข้อที่สรุปเกินจริง (Hallucination) เช่น การบอกว่าจะช่วยให้คนจนหมดไป หรือการห้ามกลุ่มเปราะบางเข้าถึงเทคโนโลยีซึ่งเป็นมุมมองที่สุดโต่งเกินไป
==============================
ข้อที่ 55
โจทย์: The department is working to _______ the digital divide among elderly citizens to ensure equal access to social welfare benefits in 2026.
ตัวเลือก:
ก. bridge
ข. widen
ค. ignore
ง. postpone
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: สำนวน 'bridge the gap' หรือ 'bridge the divide' หมายถึง การลดช่องว่างหรือเชื่อมต่อความเหลื่อมล้ำ ในบริบทนี้คือการลดช่องว่างทางดิจิทัลเพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสวัสดิการได้เท่าเทียม
สูตรจำ: Bridge = สะพาน/เชื่อม -> ลดช่องว่าง (Gap/Divide)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข (Widen) และ ค (Ignore) ขัดกับภารกิจของกรม ส่วน ง (Postpone) หมายถึงเลื่อนออกไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับการเร่งดำเนินการในปัจจุบัน
ระวังหลุมพราง: ระวังคำที่มีความหมายตรงกันข้ามอย่าง widen (ทำให้กว้างขึ้น) ซึ่งจะทำให้ความหมายของประโยคผิดจากนโยบายรัฐ
==============================
ข้อที่ 56
โจทย์: ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ 'โดยมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ผู้เสียหายต้องดำเนินการฟ้องร้องตามข้อใด
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดโดยตรง
ข. ฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นสังกัด
ค. ฟ้องทั้งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐเป็นจำเลยร่วมกัน
ง. ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 หากเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่สังกัดได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้
อ้างอิง: มาตรา 5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
สูตรจำ: ปฏิบัติหน้าที่ = ฟ้องหน่วยงาน (ห้ามฟ้องตัวบุคคล)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตัด ก และ ค เพราะกฎหมายมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ห้ามฟ้องตัวเจ้าหน้าที่หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตัด ง เพราะเป็นเรื่องละเมิด (แพ่ง) ไม่ใช่คดีอาญาทุจริต
ระวังหลุมพราง: คนมักจำสับสนว่าถ้าไม่เลินเล่อร้ายแรงให้ฟ้องเจ้าหน้าที่ จริงๆ แล้ว 'ในการปฏิบัติหน้าที่' ต้องฟ้องหน่วยงานเสมอ ไม่ว่าเลินเล่อระดับใด (การพิจารณาความเลินเล่อร้ายแรงเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ภายหลัง)
==============================
ข้อที่ 57
โจทย์: การกำหนดประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ข้อใดจัดอยู่ในกลุ่มตำแหน่งประเภท 'วิชาการ'?
ตัวเลือก:
ก. ตำแหน่งที่สายงานต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด
ข. ตำแหน่งที่สายงานเน้นการปฏิบัติงานเชิงเทคนิคที่ไม่ต้องใช้ปริญญา
ค. ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
ง. ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 42 (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ตำแหน่งประเภทวิชาการ คือตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนด เพื่อปฏิบัติงานในสายงานนั้นๆ
อ้างอิง: มาตรา 42 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
สูตรจำ: วิชาการ = ปริญญา, ทั่วไป = ไม่ใช้ปริญญา
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข คือประเภททั่วไป ค คือประเภทบริหาร ง คือข้าราชการการเมือง
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับตำแหน่งประเภท 'ทั่วไป' ซึ่งเน้นทักษะฝีมือและไม่ต้องใช้ปริญญาเป็นหลัก
==============================
ข้อที่ 58
โจทย์: ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมีคำสั่งทางปกครองที่กระทบต่อสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าต้องดำเนินการตามข้อใดเป็นสำคัญ (เว้นแต่กรณีฉุกเฉิน)
ตัวเลือก:
ก. แจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 7 วัน
ข. ให้คู่กรณีมีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งแสดงพยานหลักฐาน
ค. ขออนุมัติจากปลัดกระทรวงก่อนดำเนินการ
ง. จัดทำเป็นหนังสือแจ้งไปยังภูมิลำเนาโดยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 กำหนดหลักการ 'ฟังคู่กรณี' (Hearing) โดยในกรณีที่คำสั่งทางปกครองอาจกระทบถึงสิทธิของคู่กรณี เจ้าหน้าที่ต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้ง
อ้างอิง: มาตรา 30 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
สูตรจำ: กระทบสิทธิ = ต้องให้ 'ฟัง' (ฟังข้อเท็จจริง/โต้แย้ง)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก เป็นขั้นตอนหลังออกคำสั่ง ค เป็นเรื่องอำนาจภายใน ง ผิดหลักปัจจุบันที่อนุญาตให้แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตาม พ.ร.บ.ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ 2565
ระวังหลุมพราง: ระวังช้อยส์ที่ดูเหมือนขั้นตอนปฏิบัติทั่วไป (เช่นการแจ้งใน 7 วัน) แต่ไม่ใช่หลักกฎหมายหลักในขั้นตอนการ 'ก่อน' ออกคำสั่ง
==============================
ข้อที่ 59
โจทย์: การวิเคราะห์โครงการ (Project Analysis) ในปี 2569 ของกรมพัฒนาสังคมฯ หากโครงการ A มีค่า Benefit-Cost Ratio (BCR) เท่ากับ 1.25 และโครงการ B มีค่า BCR เท่ากับ 0.85 ข้อใดคือการวิเคราะห์ที่ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. โครงการ B มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์มากกว่าโครงการ A
ข. โครงการ A ควรได้รับการพิจารณาก่อนเพราะผลประโยชน์มากกว่าต้นทุน
ค. โครงการ B เป็นโครงการที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการ A
ง. ค่า BCR ไม่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบโครงการด้านสวัสดิการสังคมได้
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ค่า BCR (Benefit-Cost Ratio) คืออัตราส่วนระหว่างผลประโยชน์ต่อต้นทุน ถ้าค่า BCR > 1 แสดงว่าโครงการนั้นมีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ โครงการ A (1.25) จึงคุ้มค่ากว่าโครงการ B (0.85) ที่ผลประโยชน์น้อยกว่าต้นทุน
สูตรจำ: BCR > 1 = กำไร (คุ้ม), BCR < 1 = ขาดทุน (ไม่คุ้ม)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก ผิดหลักการ BCR ค ค่า BCR ไม่ได้ระบุยอดเงินงบประมาณ ง ผิดเพราะ BCR เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการวิเคราะห์โครงการภาครัฐ
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนระหว่าง BCR กับ งบประมาณรวม เพราะค่า BCR คือ 'สัดส่วน' ไม่ใช่จำนวนเงิน
==============================
ข้อที่ 60
โจทย์: จากรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 หากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ร้อยละ 86.8 โดยมูลค่าหนี้สินรวมเท่ากับ 16.5 ล้านล้านบาท อยากทราบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทย ณ ขณะนั้น มีค่าประมาณกี่ล้านล้านบาท
ตัวเลือก:
ก. 14.32 ล้านล้านบาท
ข. 18.15 ล้านล้านบาท
ค. 19.01 ล้านล้านบาท
ง. 21.20 ล้านล้านบาท
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ใช้วิธีคำนวณจากสูตร (หนี้ครัวเรือน / GDP) x 100 = สัดส่วนร้อยละ ดังนั้น GDP = (หนี้ครัวเรือน x 100) / สัดส่วนร้อยละ จะได้ GDP = (16.5 x 100) / 86.8 = 19.009 ซึ่งปัดทศนิยมเป็น 19.01 ล้านล้านบาท สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ GDP เติบโตแบบชะลอตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ก และ ข มีค่าน้อยเกินไปซึ่งจะทำให้เปอร์เซ็นต์สูงกว่า 100% ส่วนช้อยส์ ง มีค่ามากเกินไปทำให้เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 80%
ระวังหลุมพราง: ระวังการตั้งสมการสลับฝั่งระหว่างตัวหารและตัวคูณ และตรวจสอบจุดทศนิยมให้ดี
#พรบส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม2569 #สวัสดิการสังคม #แนวข้อสอบพม #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #ข้อสอบกฎหมายพม #ติวสอบพม #นักพัฒนาสังคมปฏิบัติการ #เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #สอบภาคข #กระทรวงพม #องค์การสวัสดิการสังคม #ข้อสอบจริงพม #ติวสอบราชการ69
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น