ads.txt

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ติวสอบ ก.พ. ปี2569 ข้อ 51-60

 





ข้อที่ 51

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดตั้ง 'ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม' แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จะต้องตราเป็นกฎหมายลำดับใด


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 ทวิ แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ กำหนดว่าการตั้ง การรวม หรือการโอนส่วนราชการ (รวมถึงกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม) ให้ตราเป็น 'พระราชบัญญัติ' เว้นแต่กรณีไม่มีการกำหนดตำแหน่งหรืออัตราพนักงานเพิ่มจึงจะตราเป็นพระราชกฤษฎีกาได้ แต่โจทย์เน้นการจัดตั้งทั่วไปตามหลักการสำคัญ

อ้างอิง: พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ทวิ

สูตรจำ: ตั้ง-รวม-โอน = พ.ร.บ. (ถ้าเพิ่มคน/เงิน), ยุบ-เปลี่ยนชื่อ = พ.ร.ฎ.


เทคนิคการตัดช้อยส์: ช้อยส์ ค และ ง มักใช้ในการยุบหรือแบ่งส่วนราชการภายใน ส่วน ช้อยส์ ข ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการ 'ยุบ' หรือ 'เปลี่ยนชื่อ' ซึ่งมักใช้พระราชกฤษฎีกา การ 'ตั้ง' หน่วยงานใหม่ที่มีฐานะเป็นกรมโดยปกติระเบียบงบประมาณและตำแหน่งต้องเพิ่มขึ้น จึงต้องออกเป็น พ.ร.บ.


ข้อที่ 52

โจทย์: จากการสำรวจข้าราชการ 100 คน พบว่ามีคนชอบดื่มกาแฟ 65 คน ชอบดื่มชา 45 คน และมี 20 คนที่ไม่ชอบดื่มทั้งกาแฟและชา อยากทราบว่ามีข้าราชการที่ชอบดื่มทั้ง 'กาแฟและชา' จำนวนกี่คน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ใช้สูตรเซต: n(A∪B) = n(A) + n(B) - n(A∩B) โดย n(A∪B) คือคนที่ดื่มอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเท่ากับ ทั้งหมด (100) - ไม่ดื่มเลย (20) = 80 คน แทนค่าได้ 80 = 65 + 45 - x จะได้ x = 110 - 80 = 30 คน

สูตรจำ: รวมทั้งหมด - คนนอก = ซ้าย + ขวา - ตัวกลาง


เทคนิคการตัดช้อยส์: หากนำ 65+45 จะได้ 110 ซึ่งเกิน 100 แสดงว่ามีส่วนซ้อนทับแน่นอน และเมื่อหักคนไม่ดื่ม 20 ออก พื้นที่รวมต้องเป็น 80 ช้อยส์ ค จึงเป็นคำตอบเดียวที่สมเหตุสมผล

ระวังหลุมพราง: ระวังลืมลบจำนวนคนที่ไม่ชอบดื่มทั้งสองอย่างออกจากจำนวนทั้งหมดก่อนนำไปคำนวณในสูตรเซต


ข้อที่ 53

โจทย์: ข้อใดเป็น 'ประโยคความรวม' (Compound Sentence) ที่ใช้เชื่อมความคล้อยตามกัน


เฉลย: ตอบข้อ ค

คำอธิบาย: ประโยคความรวม (อเนกรรถประโยค) คือการนำประโยคความเดียว 2 ประโยคขึ้นไปมาเชื่อมกัน ช้อยส์ ค ใช้สันธาน 'ทั้ง...และ' ซึ่งเชื่อมความที่คล้อยตามกัน

สูตรจำ: ความรวม = เชื่อมประโยคด้วย 'และ (คล้อย)', 'แต่ (ขัดแย้ง)', 'หรือ (เลือก)', 'จึง (เหตุผล-ผลลัพธ์)'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก คือประโยคความเดียว, ข คือประโยคความรวมแบบขัดแย้ง (แต่), ง คือประโยคความซ้อน (เหตุผล)

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ง เป็นประโยคความซ้อน (สังเกตคำว่า เพราะ...จึง ซึ่งบอกเหตุผล) หลายคนมักสับสนกับความรวม


ข้อที่ 54

โจทย์: If the department ______ enough budget last year, we would have upgraded the entire computer system.


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: ประโยคนี้เป็น Conditional Sentence Type 3 (Unreal Past) ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต โครงสร้างคือ If + Subject + had + V.3, Subject + would have + V.3

สูตรจำ: Type 3: อดีตที่เสียดาย (If Had V.3, Would Have V.3)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ค เป็น Present/Perfect ไม่เข้าโครงสร้าง ข เป็น Type 2 (สมมติปัจจุบัน) ง คือโครงสร้าง Past Perfect (had + V.3 ของ have) ที่ถูกต้อง

ระวังหลุมพราง: ระวังการใช้ 'had' ตัวเดียว (Type 2) โจทย์มี 'last year' และ 'would have upgraded' เป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนว่าต้องใช้ Type 3


ข้อที่ 55

โจทย์: สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายอันเกิดจากการละเมิดของเจ้าหน้าที่ 'มีกำหนดอายุความกี่ปี' นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 9 สิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (การไล่เบี้ย) มีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่

อ้างอิง: พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 9

สูตรจำ: ราษฎรฟ้องรัฐให้ 2 ปี, รัฐบี้เจ้าหน้าที่ให้แค่ 1 ปี


เทคนิคการตัดช้อยส์: 2 ปีคือผู้เสียหายฟ้องรัฐ, 1 ปีคือรัฐเรียกเก็บจากเจ้าหน้าที่ (ไล่เบี้ย)

ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับอายุความที่ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงาน (2 ปี ตามมาตรา 10) โจทย์ข้อนี้ถามกรณีหน่วยงานเรียกจากเจ้าหน้าที่


ข้อที่ 56

โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ในกรณีที่ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการ ส่วนราชการเหล่านั้นมีหน้าที่ต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรก


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 10 กำหนดให้ในกรณีที่ภารกิจใดเกี่ยวข้องกับหลายส่วนราชการ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางปฏิบัติราชการเพื่อให้เกิดความร่วมมือและประสานงานกัน เพื่อให้การบริหารราชการเกิดประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชน

อ้างอิง: พ.ร.ฎ. บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 10

สูตรจำ: หลายหน่วยงาน = บูรณาการ = ทำงานร่วมกัน


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก และ ง เป็นการโยนภาระให้ผู้บังคับบัญชา ค เป็นเรื่องงบประมาณซึ่งไม่ใช่ขั้นตอนแรกของการปฏิบัติงานร่วมกัน

ระวังหลุมพราง: โจทย์หลอกเรื่องการรายงาน ครม. หรือรอคำสั่งนายกฯ แต่หลักการ Good Governance เน้นการ 'บูรณาการ' ระหว่างหน่วยงานก่อน


ข้อที่ 57

โจทย์: นโยบาย 'Green Economy' หรือเศรษฐกิจสีเขียวในปี 2569 ของประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องใดเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในระดับส่วนราชการ


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: Green Procurement เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาล (อัปเดต 2567-2569) ในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวผ่านอำนาจการซื้อของภาครัฐ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สูตรจำ: Green Gov = Green Buying (จัดซื้อสีเขียว)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ค และ ง เป็นมาตรการที่สุดโต่งเกินไปและไม่มีในระเบียบปฏิบัติจริง

ระวังหลุมพราง: ช้อยส์ ก ดูมีความเป็นไปได้แต่มักเป็นนโยบายย่อย (Paperless) ส่วน ข คือมาตรการระดับนโยบายเศรษฐกิจที่ส่งผลวงกว้าง


ข้อที่ 58

โจทย์: ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 หน่วยงานใดมีหน้าที่ 'กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการนำมาตรฐานทางจริยธรรมไปใช้' สำหรับข้าราชการพลเรือน


เฉลย: ตอบข้อ ข

คำอธิบาย: ตามมาตรา 6 และ 14 แห่ง พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรมฯ แม้ ก.ม.จ. จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลาง แต่ 'องค์กรกลางบริหารงานบุคคล' (ในที่นี้คือ ก.พ. สำหรับข้าราชการพลเรือน) มีหน้าที่นำมาจัดทำเป็นประมวลจริยธรรมและกำหนดหลักเกณฑ์การนำไปใช้

อ้างอิง: พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 6

สูตรจำ: ก.ม.จ. คือคนออก 'เกณฑ์กลาง', องค์กรกลาง (ก.พ.) คือคนทำ 'ประมวล'


เทคนิคการตัดช้อยส์: ก.ม.จ. ดูแลระดับนโยบาย (Macro), ก.พ. ดูแลข้าราชการพลเรือน (Implementation)

ระวังหลุมพราง: ตัวหลอกที่สำคัญคือ ก.ม.จ. เพราะ ก.ม.จ. ดูแลภาพรวมทั้งหมด แต่ผู้ปฏิบัติเฉพาะกลุ่มคือ ก.พ. หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของกลุ่มนั้นๆ


ข้อที่ 59

โจทย์: ในการจัดลำดับความสำคัญของงาน 5 อย่าง (A, B, C, D, E) มีเงื่อนไขดังนี้: A ต้องทำก่อน B เสมอ, C ต้องทำหลังจาก D, B ต้องทำก่อน E และ D ต้องทำเป็นลำดับที่สอง ข้อใดคือลำดับที่เป็นไปได้


เฉลย: ตอบข้อ ง

คำอธิบาย: เงื่อนไข: 1. A < B, 2. D < C, 3. B < E, 4. ลำดับที่ 2 คือ D. ดังนั้น ลำดับที่ 1 ต้องเป็น A (เพราะ A ต้องก่อน B และไม่มีเงื่อนไขอื่นนำหน้า D ได้นอกจาก A ในบางกรณี แต่ในช้อยส์ ก และ ค ให้ A อยู่ที่ 1) เมื่อ D อยู่ที่ 2, C สามารถอยู่ตรงไหนก็ได้หลัง D. ช้อยส์ ก (A,D,B,C,E) และ ค (A,D,C,B,E) ต่างก็ทำตามเงื่อนไขครบถ้วน

สูตรจำ: วาดเส้น Timeline: A...B...E และ D...C โดย Fix D ไว้ที่ 2


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข ผิดเพราะ D ต้องอยู่ที่ 2. ก และ ค ถูกต้องตามเงื่อนไขทุกข้อ จึงต้องเลือก ง

ระวังหลุมพราง: อย่ารีบตอบเพียงข้อเดียวเมื่อเจอเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นได้ ให้เช็คช้อยส์ 'ถูกทั้ง...' เสมอ


ข้อที่ 60

โจทย์: The committee decided to ______ the meeting until next Monday due to the lack of a quorum.


เฉลย: ตอบข้อ ก

คำอธิบาย: 'Put off' แปลว่า เลื่อนออกไป (postpone) ซึ่งเหมาะสมกับบริบทที่เลื่อนการประชุมเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ส่วน 'Call off' แปลว่า ยกเลิก

สูตรจำ: Put off = เลื่อน (ยังจะทำ), Call off = เลิก (ไม่ทำแล้ว)


เทคนิคการตัดช้อยส์: ข = ยกเลิก, ค = ดูแล, ง = ติดตั้ง/จัดตั้ง ไม่เข้ากับบริบทการรอถึงวันจันทร์หน้า

ระวังหลุมพราง: ระวังความหมายสับสนระหว่าง Put off (เลื่อน) กับ Call off (ยกเลิก)

#อังกฤษกพ #Grammarกพ #ติวอังกฤษกพ #ข้อสอบกพ2569 #ติวสอบกพ69 #สอบกพ69 #ภาษาอังกฤษกพ #eExamกพ #สอบกพpaper #แนวข้อสอบอังกฤษ #กพ69 #ติวภาคก #เฉลยอังกฤษกพ #เตรียมสอบกพ #พื้นฐานอังกฤษ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น