ข้อที่ 71
โจทย์: ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการ 'จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ' ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตัวเลือก:
ก. จัดให้สมาชิกนิคมครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่
ข. จัดให้เฉพาะผู้ที่มีใบปริญญาทางการเกษตรเท่านั้น
ค. จัดที่ดินให้กรรมสิทธิ์ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่อาศัย
ง. สมาชิกนิคมสามารถขายที่ดินให้ใครก็ได้หลังจากอยู่ครบ 1 ปี
เฉลย: ตอบข้อ ก
คำอธิบาย: ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ให้อธิบดีมีอำนาจอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมตามกำลังแห่งครอบครัวของสมาชิกนิคมนั้น แต่ไม่เกินครอบครัวละ 50 ไร่
อ้างอิง: มาตรา 8 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
สูตรจำ: นิคมสร้างตนเอง = ครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข. ไม่จำกัดวุฒิ, ค. ต้องทำประโยชน์ตามเงื่อนไขก่อน, ง. มีข้อห้ามโอน (ปกติคือ 5 ปีนับจากได้โฉนด/น.ส. 3)
ระวังหลุมพราง: ระวังเรื่อง 'กรรมสิทธิ์' เพราะในช่วงแรกจะได้เพียงสิทธิทำกิน (น.ค. 1) และมีเงื่อนไขการถือครองก่อนจะได้เอกสารสิทธิ์ (น.ค. 3) และมีข้อห้ามโอนภายในเวลาที่กำหนด
==============================
ข้อที่ 72
โจทย์: จากรายงานสภาวะประชากรไทยในเดือนมกราคม 2569 ระบุว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 มีจำนวน 416,574 คน ซึ่งลดลงจากปี 2567 ประมาณ 50,000 คน หากในปี 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงในอัตราส่วนที่เท่าเดิมเมื่อเทียบกับปี 2568 (คิดเป็นร้อยละโดยประมาณ) อยากทราบว่าในปี 2569 จะมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ประมาณกี่คน
ตัวเลือก:
ก. 346,585 คน
ข. 366,585 คน
ค. 386,585 คน
ง. 406,585 คน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: การคำนวณ: อัตราการลดลงในปี 2568 เมื่อเทียบกับ 2567 คือ (50,000 / 466,574) x 100 ≈ 10.7% หรือมองเป็นตัวเลขกลมๆ คือลดลงปีละประมาณ 50,000 คน (ตามโจทย์ระบุว่า 'อัตราส่วนที่เท่าเดิมเมื่อเทียบกับปี 2568') หากลดลงอีก 50,000 คน จาก 416,574 จะเหลือ 366,574 คน ซึ่งใกล้เคียงตัวเลือก ข. ที่สุด (366,585) ตามสถิติคาดการณ์จริงปี 2569 ที่ระบุว่าการเกิดอาจต่ำกว่า 4 แสนคน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก. ต่ำเกินไป (ลดลงถึง 7 หมื่น), ข้อ ค. และ ง. สูงเกินไป ไม่สอดคล้องกับวิกฤตการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2569
ระวังหลุมพราง: ระวังการสับสนระหว่าง 'จำนวนที่ลดลง' กับ 'อัตราส่วนร้อยละที่ลดลง' โจทย์นี้ให้ใช้ตัวเลขจำนวนที่ลดลงคงที่ตามบริบทข่าวปี 2569
==============================
ข้อที่ 73
โจทย์: The 2026 digital transformation policy encourages government agencies to use ________ data for better policy making.
ตัวเลือก:
ก. obsolete
ข. aggregated
ค. confidential
ง. limited
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในยุค Digital Transformation ปี 2569 การนำข้อมูล 'aggregated' (ข้อมูลที่รวบรวมและสรุปผลมาแล้ว) มาใช้เป็นหัวใจสำคัญในการวางนโยบายที่แม่นยำ (Data-Driven Policy)
สูตรจำ: Data in 2026 = Aggregated & Integrated
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. obsolete (ล้าสมัย) - ผิด, ค. confidential (ความลับ) - ไม่เหมาะกับบริบทการส่งเสริมใช้ข้อมูล, ง. limited (จำกัด) - ตรงข้ามกับนโยบาย Big Data
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก 'confidential' (ความลับ) เพราะข้อมูลความลับมักถูกจำกัดการเข้าถึง ไม่ได้ส่งเสริมให้นำมาใช้ทั่วไปเพื่อวางนโยบายแบบเปิด
==============================
ข้อที่ 74
โจทย์: ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ส่วนราชการต้องดำเนินการอย่างไรเป็นสำคัญ
ตัวเลือก:
ก. จัดทำแผนที่ผลลัพธ์ (Outcome Map)
ข. จัดให้มีศูนย์บริการร่วม (Service Center)
ค. จัดทำโครงการจ้างพนักงานราชการเพิ่ม
ง. ยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานทั้งหมด
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 30 และมาตรา 31 ระบุว่าเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามและขออนุญาตหลายเรื่องได้ในที่เดียว
อ้างอิง: มาตรา 30 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
สูตรจำ: ลดขั้นตอน = ศูนย์บริการร่วม (One Stop Service)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. เป็นเรื่องผลสัมฤทธิ์, ค. ไม่ใช่การลดขั้นตอนแต่เป็นการเพิ่มงบฯ, ง. เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ/กฤษฎีกา ไม่ใช่ส่วนราชการทำได้เองทั้งหมด
ระวังหลุมพราง: อย่าสับสนกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ซึ่งเป็นอีกหมวดหนึ่ง
==============================
ข้อที่ 75
โจทย์: The Department of Social Development and Welfare (DSDW) aims to provide ________ and rehabilitation for beggars to improve their quality of life.
ตัวเลือก:
ก. instruction
ข. protection
ค. punishment
ง. objection
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ในบริบทของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและ พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 คำว่า 'protection' (การคุ้มครอง) และ 'rehabilitation' (การฟื้นฟู) เป็นคำหลักที่ใช้ควบคู่กันเสมอในภารกิจหลัก
สูตรจำ: DSDW = Protection + Welfare (คุ้มครอง + สวัสดิการ)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. instruction (การสอน/คำแนะนำ) ไม่ครอบคลุมเท่า protection, ค. punishment (การลงโทษ) ไม่ใช่เป้าหมายหลักในการปรับปรุงคุณภาพชีวิต, ง. objection (การคัดค้าน) ไม่เข้ากับบริบท
ระวังหลุมพราง: อย่าเลือก 'punishment' แม้การขอทานจะมีความผิดทางอาญา แต่ภารกิจหลักของกรมคือการคุ้มครองและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
==============================
ข้อที่ 76
โจทย์: พิจารณาข้อความต่อไปนี้: 'ในปี 2569 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้นำระบบ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเปราะบางเพื่อลดความซ้ำซ้อนของสวัสดิการ' ข้อใดสรุปความจากข้อความนี้ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เจ้าหน้าที่กรมฯ จะถูกเลิกจ้างทั้งหมดเพราะมี AI มาทำงานแทน
ข. AI จะทำหน้าที่จ่ายเงินสวัสดิการให้กลุ่มเปราะบางโดยตรง
ค. การใช้เทคโนโลยีช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ง. กลุ่มเปราะบางทุกคนต้องใช้สมาร์ทโฟนเพื่อรับสวัสดิการ
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: การนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ 'ลดความซ้ำซ้อน' สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนภารกิจ ไม่ใช่การเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ทั้งหมดหรือบังคับใช้สมาร์ทโฟนกับทุกคน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ข้อ ก และ ง เป็นการสรุปแบบสุดโต่งที่ไม่มีข้อมูลรองรับในข้อความ ข้อ ข AI เป็นเพียงเครื่องมือวิเคราะห์ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายโดยตรงตามระเบียบงบประมาณ
ระวังหลุมพราง: อย่าตีความเกินกว่าที่โจทย์ให้มา (Over-interpretation) เช่น เรื่องการเลิกจ้างหรือการบังคับใช้สมาร์ทโฟน
==============================
ข้อที่ 77
โจทย์: ในฐานะพนักงานราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ พ.ศ. 2547 หากท่านต้องการลาออกจากตำแหน่ง ต้องยื่นหนังสือลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน
ตัวเลือก:
ก. 15 วัน
ข. 30 วัน
ค. 45 วัน
ง. 60 วัน
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตามระเบียบพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 พนักงานราชการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากการปฏิบัติงาน ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อหัวหน้าส่วนราชการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันลาออก เว้นแต่หัวหน้าส่วนราชการจะเห็นสมควรให้ลาออกก่อนกำหนดนั้นได้
อ้างอิง: ระเบียบพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ข้อ 28
สูตรจำ: ลาออก = 1 เดือน (30 วัน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: เป็นตัวเลขคงที่ตามระเบียบข้อ 28 ต้องอาศัยความจำ
ระวังหลุมพราง: ระวังจำสับสนกับระเบียบการลาบางประเภทที่อาจสั้นกว่า แต่การลาออกคือ 30 วันเป็นมาตรฐาน
==============================
ข้อที่ 78
โจทย์: หากเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการปฏิบัติหน้าที่โดย 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' จนทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย ประชาชนต้องฟ้องร้องหน่วยงานหรือตัวเจ้าหน้าที่อย่างไร ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตัวเลือก:
ก. ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงต่อศาลแพ่ง
ข. ฟ้องกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (หน่วยงานต้นสังกัด)
ค. ฟ้องทั้งหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ร่วมกัน
ง. ฟ้องอธิบดีในฐานะผู้บังคับบัญชา
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ระบุว่า 'หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้'
อ้างอิง: มาตรา 5 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
สูตรจำ: ในหน้าที่ = ฟ้องกรม, นอกหน้าที่ = ฟ้องตัว
เทคนิคการตัดช้อยส์: ตามกฎหมายนี้ หากทำในหน้าที่ ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง (ตัด ก, ค, ง ออก)
ระวังหลุมพราง: โจทย์หลอกเรื่อง 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' ซึ่งจะมีผลในขั้นตอนที่หน่วยงาน 'ไล่เบี้ย' จากเจ้าหน้าที่ภายหลัง แต่ในขั้นตอนการฟ้องร้องของประชาชน ต้องฟ้องหน่วยงานเท่านั้นหากเป็นการกระทำ 'ในหน้าที่'
==============================
ข้อที่ 79
โจทย์: ข้อใดกล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ 'อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ได้ถูกต้องที่สุด
ตัวเลือก:
ก. เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมการขอทาน
ข. มีอำนาจสั่งจำคุกผู้ที่กระทำการขอทานซ้ำซาก
ค. มีฐานะเป็นเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการขอทาน
ง. เป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เฉลย: ตอบข้อ ค
คำอธิบาย: ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 มาตรา 6 กำหนดให้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็น 'กรรมการและเลขานุการ' ของคณะกรรมการควบคุมการขอทาน โดยมี รมว.พม. เป็นประธาน
อ้างอิง: มาตรา 6 พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559
สูตรจำ: อธิบดี = เลขาฯ พม., รัฐมนตรี = ประธาน
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก. ผิด ประธานคือ รมว.พม., ข. ผิด อำนาจศาล, ง. ผิด การอุทธรณ์มักไปที่คณะกรรมการหรือตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ระวังหลุมพราง: ระวังตำแหน่งประธาน (เป็นของรัฐมนตรี) และอำนาจสั่งจำคุก (เป็นหน้าที่ของศาล)
==============================
ข้อที่ 80
โจทย์: ตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 'คนไร้ที่พึ่ง' หมายความว่าบุคคลในข้อใด
ตัวเลือก:
ก. บุคคลที่ตกงานและไม่มีเงินเก็บ
ข. บุคคลที่ไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ
ค. บุคคลที่หนีออกจากบ้านเนื่องจากปัญหาครอบครัว
ง. บุคคลที่เป็นขอทานในที่สาธารณะเท่านั้น
เฉลย: ตอบข้อ ข
คำอธิบาย: มาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 นิยาม 'คนไร้ที่พึ่ง' ว่าหมายถึง บุคคลซึ่งไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และให้รวมถึงบุคคลที่อยู่ในสภาวะยากลำบากและไม่อาจพึ่งพาบุคคลอื่นได้
อ้างอิง: มาตรา 3 พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557
สูตรจำ: ไร้ที่พึ่ง = ไร้บ้าน + ไร้เงิน (พอกิน)
เทคนิคการตัดช้อยส์: ก, ค, ง เป็นเพียงลักษณะย่อยหรือปัญหาเฉพาะส่วน แต่ ข เป็นนิยามตามกฎหมายที่ครอบคลุมเงื่อนไขหลัก (ที่อยู่ + รายได้)
ระวังหลุมพราง: อย่าจำสับสนกับ 'ขอทาน' (Beggar) ซึ่งมีกฎหมายแยกเฉพาะอีกฉบับ
#ข้อสอบหลอกพม #จุดตายสอบพม #ติวข้อสอบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ2569 #สอบพม2569 #แนวข้อสอบพม #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ #เทคนิคทำข้อสอบพม #คำศัพท์พม #นักพัฒนาสังคม #เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม #ติวสอบพม #ข้อสอบจริงพม #ติวสอบข้าราชการ #สอบภาคข #กระทรวงพม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น